<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขยักแรกเลือก &#039;7 เสือ กกต.&#039; ฉัตรไชย-ปกรณ์ ลุ้นเข้าวิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การได้มาซึ่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตอนนี้ก็ถูกระงับ-แช่แข็งไปก่อน หลังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งให้ยุติการสรรหาไว้ชั่วคราวเพื่อรอแก้ไข พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ให้เรียบร้อยก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน การเลือกองค์กรอิสระอื่นๆ ที่จะตามมาต่อจากนี้ ที่มีคิวที่เห็น ทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็ยังไม่มีใครมั่นใจว่าจะฉลุยหรือไม่ หรือทางที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะมีมติล้มกระดานหรือไม่เห็นชอบ ตามชื่อที่ส่งไปให้อีกหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิวต่อไป ต่อจาก กสทช. ที่ สนช.ล้มกระดานไปก็คือ การเลือก &amp;quot;7 เสือ กกต.&amp;rdquo; ในส่วนของชื่อที่จะมาจากกรรมการสรรหาฯ ตอนนี้ปิดรับสมัครไปเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติและให้กรรมการสรรหาลงมติเลือกให้เหลือ 5 ชื่อ ส่งไปให้ สนช.ลงมติ ขณะเดียวกัน ในส่วนของอีก 2 ชื่อ ที่ทางศาลฎีกาจะต้องส่งชื่อไปให้ สนช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทาง &amp;quot;ชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา&amp;rdquo; ได้นัดประชุมใหญ่ศาลฎีกาในวันพฤหัสบดีนี้ 26 เมษายน เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาลงมติเลือกผู้สมัครที่มีด้วยกัน 5 ชื่อ ให้เหลือ 2 ชื่อ ส่งไปให้ สนช.เห็นชอบ&amp;nbsp;
5 ชื่อดังกล่าว ประกอบด้วย 1.ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา 2.ปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา 3.เกษม เกษมปัญญา ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ภาค 4.ทวีป ตันสวัสดิ์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา 5.ประพาฬ อนมาน ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์&amp;nbsp;
ทั้งนี้ &amp;ldquo;ฉัตรไชย-ปกรณ์&amp;rdquo; เป็น 2 ชื่อเดิม ซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเคยลงมติเลือกและส่งชื่อไปให้ สนช.แต่ถูก สนช.ลงมติลับไม่เห็นชอบ ในเหตุการณ์ สนช.คว่ำ 7 ชื่อ ว่าที่ กกต. ซึ่งกรณีของฉัตรไชย-ปกรณ์ มีรายงานว่า สนช.ไม่ได้ติดใจเรื่องคุณสมบัติ แต่กังวลเรื่องขั้นตอนการเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าอาจจะไม่ใช่การลงมติโดยเปิดเผย จึงตีตกไป แต่ตามกฎหมายว่าด้วย กกต.เปิดช่องให้ หากผู้สมัครจากสายศาลฎีกาถูก สนช.ตีตก ยังสามารถมายื่นสมัครใหม่ได้ จึงทำให้ทั้งฉัตรไชย-ปกรณ์มายื่นสมัครอีกรอบ เพื่อล้างตากันรอบสอง &amp;nbsp;
มารอบนี้ ทางศาลฎีกามีการปรับแก้ไขรายละเอียดขั้นตอนการลงมติใหม่ให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น จะได้ไม่ถูกโต้แย้งว่าไม่ใช่การเลือกโดยเปิดเผย&amp;nbsp;
ส่วนผลจะออกมาอย่างไร ก็ต้องดูกันว่า ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 26 เม.ย.นี้ จะเทเสียงให้ 2 ชื่อเดิม &amp;ldquo;ฉัตรไชย-ปกรณ์&amp;rdquo; หรือไม่ หรือจะเลือกชื่อใหม่&amp;nbsp;
โดยการออกเสียง ผู้ที่จะได้รับเลือกต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา หากเลือกแล้วไม่มีผู้สมัครคนไหนได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ก็ต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ เปิดรับสมัครกันใหม่ แต่คนที่สมัครรอบนี้ก็ยังกลับไปสมัครใหม่ได้อีก&amp;nbsp;
กระนั้น บุคคลใดที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาก็ต้องไปลุ้นอีกว่า พอส่งชื่อไปแล้ว ทาง สนช.จะเห็นชอบหรือไม่ หรือจะตีตกซ้ำรอยเดิมอีก!!&amp;nbsp;
ทั้งนี้ หากไล่เรียงกันดู ก่อนหน้านี้ สนช.ชุดนี้ก็เคย &amp;quot;โหวตคว่ำ-โหวตตีตก&amp;quot; รายชื่อองค์กรอิสระมาแล้วหลายชื่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ผู้ตรวจการแผ่นดิน-กสม.-กกต.-กสทช.&amp;nbsp;เช่น กรณี สนช.โหวตไม่เห็นชอบชื่อของ ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล อดีตรองประธานศาลฎีกาเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน, ไม่เห็นชอบ นพ.เรวัต วิศรุตเวช อดีตอธิบดีกรมการแพทย์เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน และล่าสุด ภรณี ลีนุตพงษ์ ก็วืดไม่ได้เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน&amp;nbsp;
ส่วน &amp;quot;กรรมการสิทธิฯ&amp;quot; สนช.ชุดนี้ก็เคยโหวตไม่เห็นชอบเช่นกัน โดยไม่ให้ นพ.ศุภชัย ถนอมทรัพย์ จากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และบวร ยสินทร อดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เข้าไปเป็น กสม. ขณะที่ &amp;quot;กกต.&amp;quot; ทาง สนช.ก็โหวตล้มกระดาน 7 ชื่อ ทั้งชื่อจากกรรมการสรรหาและศาลฎีกา จนมาถึงล่าสุดกับการล้มกระดาน &amp;quot;7 อรหันต์ กสทช.&amp;quot;&amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
การได้มาซึ่ง 7 เสือ กกต. ของแต่ละคน กว่าจะฝ่าด่านกันมาได้แต่ละด่าน จึงไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่เห็น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7880</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 เสือ กกต., กกต., กรองสถานการณ์, กระงับ-แช่แข็ง, กสทช., ฉัตรไชย-ปกรณ์, ชีพ จุลมนต์, นพ.ศุภชัย ถนอมทรัพย์, บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, ใช้อำนาจตามมาตรา 44</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5ae095a6c1f98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
