<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2021 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2021 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>120 วันเปิดประเทศ!!  เร่งฉีดวัคซีนปลุกเชื่อมั่นฟื้นเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย.64 - หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีแถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยหนึ่งใจความที่เป็นประเด็นร้อนแรงคงหนีไม่พ้น &amp;ldquo;ตั้งเป้าเปิดประเทศใน 120 วัน&amp;rdquo; ทำให้ผู้ประกอบการเริ่มมีความหวัง แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่รัฐบาลจะเดินหน้าโรดแมป เพื่อนำพาการเปิดประเทศเป็นประตูสู่การฟื้นเศรษฐกิจอีกครั้ง เนื่องจากยังมี &amp;ldquo;โจทย์&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ความท้าทาย&amp;rdquo; อีกหลายประการ ซึ่งรัฐบาลควรรีบชี้ให้เห็นแนวทางที่ชัดเจนโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เศรษฐกิจไทยยังไม่กลับมาจนปี 2566&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;KKP Research โดยเกียรตินาคินภัทร ประเมินว่าสถานการณ์การจัดหาและกระจายวัคซีนที่ล่าช้าและการระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่สิ้นสุด ส่งผลให้การบริโภคและการลงทุนของไทยในไตรมาส 2 ปีนี้ น่าจะหดตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และการเปิดประเทศอาจทำได้ล่าช้า ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับเข้ามาได้เพียง 160,000 คนเท่านั้นในปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ยังประเมินว่าแผนการฉีดวัคซีนของไทยในปัจจุบันยังมีความไม่แน่นอนสูง ในกรณีฐานประเมินว่าการฉีดวัคซีนของไทยน่าจะสามารถฉีดวัคซีนได้ครอบคลุม 50% ของประชากรในปีนี้ และด้วยระดับประสิทธิผลของวัคซีนที่ใช้ กว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ภาวะภูมิคุ้มกันหมู่จะต้องใช้ฉีดวัคซีนมากกว่า 80% ของประชากร และอาจจะใช้เวลาถึงไตรมาส 2 ของปี 2565 แต่ในกรณีเลวร้ายที่วัคซีนทำไม่ได้ตามแผน อาจต้องใช้เวลานานกว่าเดิม ทำให้ไทยเข้าสู่ภาวะภูมิคุ้มกันหมู่ได้เมื่อล่วงเข้าไปในครึ่งหลังของปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนการฉีดวัคซีนที่ล่าช้าและไม่มีความแน่นอน&amp;nbsp; จะสร้างความไม่แน่นอนเพิ่มเติมต่อเศรษฐกิจไทย และส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวจะไม่สามารถกลับมาได้ในเต็มที่ในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงปฏิเสธไม่ได้ว่าวัคซีนเป็นตัวแปรสำคัญของ &amp;ldquo;การเปิดประเทศ&amp;rdquo; อีกครั้ง เพราะการฉีดวัคซีนล่าช้าถือเป็นต้นทุนขนาดใหญ่ต่อเศรษฐกิจไทย ยิ่งช้ายิ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดระลอกใหม่ แน่นอนว่านอกจากเรื่องบริหารจัดการวัคซีนที่ควรมีประสิทธิภาพแล้ว งานด้านสาธารณสุขก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยควบคุมสถานการณ์ รวมถึงการเยียวยาประชาชนในหลายภาคส่วนก็เป็นตัวสะท้อนว่ารัฐบาลต้องบริหารต้นทุนทางการคลังเพื่อต่อสู้กับการระบาดให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นโยบายวัคซีนต้องมีความชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพันธุ์ศักดิ์ เลียงพิบูลย์ ผู้อำนวยการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยกับ &amp;ldquo;ไทยโพสต์&amp;rdquo; ว่า ในขณะนี้การเร่งอัตราการฉีดวัคซีนนับเป็นเรื่องสำคัญที่ภาครัฐต้องเร่งดำเนินงาน โดยเฉพาะบุคลากรทางด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร เพราะหากพนักงานที่อยู่ในภาคธุรกิจท่องเที่ยวยังไม่ได้รับวัคซีน จะทำให้กิจการของผู้ประกอบการเหล่านั้นเป็นไปได้อย่างที่จะสามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คนในธุรกิจพร้อมรับความเสี่ยงอยู่แล้ว เพราะตอนนี้ก็ลำบากกันหมด หากนโยบายการฉีดวัคซีนมีความแน่นอนและชัดเจน หรือวัคซีนมาตามกำหนด ก็จะทำให้การเปิดประเทศมีความพร้อมมากยิ่งขึ้น อย่างโครงการนำร่อง ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ก็จะเห็นได้ว่าทุกภาคส่วนหรือผู้ประกอบการในภูเก็ตเตรียมพร้อมกันหมดแล้ว การฉีดวัคซีนก็เข้าถึงได้จำนวนมาก ส่วนตัวมองว่าการเปิดประเทศภายใน 120 วันคงเกิดขึ้นได้จริง ภายใต้เงื่อนไขของความแน่นชัดเรื่องการฉีดวัคซีน มองว่าในเดือนกรกฎาคม ควรให้ประชาชนเข้าถึงเข็มแรกได้มากที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ภาครัฐเองยังต้องมีแนวทางที่แน่ชัดเกี่ยวกับข้อจำกัดการเข้าประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะเรื่องการรับวัคซีนครบโดสแล้วไม่ต้องกักตัว หรือกฎเกณฑ์เดินทางเรื่องอื่นๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเดินทางเข้ามาประเทศไทยได้ สิ่งสำคัญคือหากมีนโยบายที่แน่นอนและชัดเจนแล้ว ก็ควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการประชาสัมพันธ์ออกไปสู่ตลาดต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เผยกลุ่มหุ้นรับอานิสงส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภราดร เตียรณปราโมทย์ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า&amp;nbsp; ประเด็นการเปิดประเทศจะมีผลที่ดีกับตลาดหุ้นอย่างมาก เนื่องจากเป็นสารจากผู้นำประเทศ รวมถึงยังจะมีธุรกิจต่างๆ ทยอยเปิดกิจการและดำเนินธุรกิจมากขึ้น ส่วนหุ้นที่จะได้รับอานิสงส์จากการแถลงของนายกฯ มองว่าเป็นหุ้นเกี่ยวกับการเปิดเมืองในกลุ่มสายการบินน่ามองที่ AOT และ AAV กลุ่มโรงแรมที่จะได้จากการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว น่ามองที่ MINT และ CENTEL หุ้นกลุ่มรถไฟฟ้าน่ามองที่ BEM กลุ่มผู้ค้าปลีกน่ามองที่ CPN, CRC และ CPALL กลุ่มโรงพยาบาลที่จะได้รับผลบวกจากวัคซีน น่ามองที่ BCH, BH และ BDMS และกลุ่มธนาคารจากมีการปรับตัวลดลง จะมีผลบวกมากขึ้น น่ามองที่ KBANK, SCB และ BBL&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มองบวกพลิกเศรษฐกิจฟื้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิลเลี่ยม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค ประธานกรรมการ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขอชื่นชมและสนับสนุนถ้อยแถลงของท่านนายกรัฐมนตรีเรื่องการเตรียมเปิดประเทศไทยทั้งประเทศภายใน 120 วัน นโยบายดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของท่านนายกรัฐมนตรีในการวางแผนและกระบวนการที่สมเหตุสมผลและรอบคอบของทางภาครัฐ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับก้าวแรกที่สำคัญนั้นคือโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ถือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปิดตัวได้ตามกำหนดเวลาที่วางไว้ และมีการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพตามความคาดหวังของนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่จะกลับเข้ามา โดยการเปิดภูเก็ตในครั้งนี้ควรเปิดให้กับนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 แล้วทุกคนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และหลังจากนั้นกฎระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวกับการเดินทางเข้าประเทศ และข้อกำหนดในการจำกัดการเคลื่อนย้ายของผู้คนต่างๆ รวมไปถึงระยะเวลาของการกักตัว ก็ควรได้รับการพิจารณาเพื่อผ่อนคลายเพิ่มเติมโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกเลิกกระบวนการขอหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (Certificate of Entry หรือ COE) สำหรับผู้เดินทางที่ต้องการเข้ามายังประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แสนสิริ (SIRI) กล่าวว่า&amp;nbsp; นับเป็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีของเศรษฐกิจ โดยระบบสาธารณสุขไทยกับทิศทางเศรษฐกิจจะเดินหน้าไปพร้อมกัน&amp;nbsp; รวมถึงมีเป้าหมายชัดเจนกว่าเดิม มองว่าเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวในไตรมาส 4/64 ต่างชาติจะกลับมา ภาคเอกชนในธุรกิจต่างๆ จะเริ่มมีการฟื้นตัวทางธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาฯ ภายหลังจากที่ประเทศต้องเผชิญกับวิกฤติโควิด&amp;ndash;19 มามากกว่า 1 ปี แน่นอนว่าศักยภาพเมืองท่องเที่ยวของไทยมีความโดดเด่น พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งจากชาวไทยและต่างชาติ ให้กลับมาคึกคักและสร้างเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ประกาศเป้าหมายที่จะเปิดประเทศภายใน 120 วัน โดยได้เตรียมจัดหาวัคซีนไว้แล้ว 105.5 ล้านโดสนั้น ส่งผลให้ภาคเอกชนและประชาชนเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น และหากสามารถฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรตามแผนที่วางไว้ ก็ยิ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยทยอยฟื้นตัวกลับมาได้เร็วขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายต้องตระหนักคือระยะต่อไป แม้จะมีการทยอยเปิดพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวหรือการเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว แต่ทุกฝ่ายต้องไม่อยู่บนพื้นฐานความประมาทในการดูแลป้องกันตนเองหรือการ์ดต้องไม่ตก เพราะตอนนี้หลายประเทศก็เริ่มมีการพบการกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด ซึ่งแน่นอนว่าหากกลับมาระบาดอีกครั้ง ก็จะยิ่งเป็นการซ้ำเติมมากกว่าเดิม จึงต้องนำบทเรียนของไทยในการแพร่ระบาดทั้ง 3 รอบ และบทเรียนจากต่างประเทศมาเป็นกรณีศึกษาเพื่อเตรียมป้องกันไว้เช่นกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106885</URL_LINK>
                <HASHTAG>120วันเปิดประเทศ, กระจายฉีดวัคซีน, จังหวัดภูเก็ต, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210619/image_big_60cd7989d3d60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>IMH เตรียมฉีด&#039;ซิโนฟาร์ม&#039; 25 มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย. 64- นายสิทธิวัตน์ กำกัดวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. โรงพยาบาลอินเตอร์เมดิคัลแคร์ แอนด์ แล็บ หรือ IMH และประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลประชาพัฒน์ เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงทะเบียนเป็นสถานพยาบาลให้บริการฉีดวัคซีนตัวเลือก &amp;ldquo;ซิโนฟาร์ม&amp;rdquo; ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้บริษัทมีความพร้อมในการเปิดให้บริการฉีดวัคซีนดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป ขณะนี้มีลูกค้าลงทะเบียนเลือกขอรับบริการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มกับทาง IMH เข้ามาแล้วกว่า 35,000 ราย โดยตั้งเป้าที่จะฉีดวัคซีนดังกล่าวให้ครบ 50,000 ราย หรือประมาณ 100,000 โดส ภายในไตรมาส 3/2564 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สาเหตุหลักที่มีกลุ่มลูกค้าเลือกเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง เพราะIMH เป็นโรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์ ที่มุ่งเน้นด้านบริการทางการแพทย์แบบเชิงรุกนอกสถานที่ด้านการตรวจสุขภาพ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี รวมถึงมีประสบการณ์และเป็นที่ยอมรับในวงกว้างด้านการให้บริการฉีดวัคซีน ให้กับลูกค้าองค์กร และลูกค้าบุคคล เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน&amp;nbsp; โดย IMH มีจุดเด่นที่สำคัญคือ การมี Mobile Checkup ที่สามารถบริการถึงสถานที่ และสามารถตรวจสุขภาพ รวมถึงเข้ารับการฉีดวัคซีนได้เฉลี่ยสูงถึง 10,000 คนต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บริษัทฯ คาดว่าจะลูกค้าให้ความสนใจเลือกใช้ IMH เป็นสถานพยาบาลในการให้บริการฉีด วัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์มมากถึง 50,000 คน ซึ่งจะส่งผลให้ในไตรมาส 3 บริษัทจะมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&amp;nbsp; โดยบริษัทมีศักยภาพในการให้บริการฉีดวัคซีนได้มากถึง 10,000 คนต่อวัน ทั้งแบบวอล์คอินและนอกสถานที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันยังเปิดให้บริการตรวจหาภูมิคุ้มกันโควิดแบบละเอียด เพื่อเจาะกลุ่มผู้ที่ได้รับฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp; โดยเป็นการตรวจวิเคราะห์ด้วยเครื่องตรวจวิเคราะห์ทางภูมิคุ้มกันวิทยา ของบริษัท แอ๊บบอต ลาบอแรตอรีสซึ่งเป็นบริษัทเครื่องมือแพทย์ชั้นนำระดับโลก เชื่อว่าการให้บริการดังกล่าวจะสามารถรองรับผู้เข้ารับบริการได้มากกว่า 100,000 คน&amp;nbsp; ซึ่งเป็นการสอดรับนโยบายการเร่งระดมฉีดวัคซีนโควิด-19 รวมถึงนโยบายการเปิดประเทศ ของภาครัฐบาลที่ให้ทันภายในช่วงไตรมาส 3/64นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ IMH ยังให้บริการตรวจเชิงรุกสำหรับการตรวจโควิด -19 ซึ่งเป็นการตรวจเชื้อแบบ Antigen swab ที่สามารถให้บริการได้ถึง 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาล อินเตอร์เมดฯ, โรงพยาบาลประชาพัฒน์ และ ศูนย์สุขภาพ IMH ASOKE&amp;nbsp; (ชั้น 4 รพ.ผิวหนังอโศก)อีกด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันนี้ IMH มีกลุ่มลูกค้าเข้ามาใช้บริการในการตรวจเชื้อโควิด และตรวจสุขภาพ อย่างต่อเนื่องโดยเฉลี่ย 500 &amp;ndash; 1,000 ต่อวันต่อคน ซึ่งการให้บริการในรูปแบบดังกล่าว สามารถตอกย้ำให้เห็นว่า IMH ก้าวสู่การเป็นผู้นำในการตรวจโควิด-19 แบบครบวงจร ส่งผลให้บริษัทฯคาดว่าภายในปีนี้ IMH จะมีรายได้รวมแตะระดับ 600 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 247.75 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้าน บล.หยวนต้า ประเมินภาพรวม IMH&amp;nbsp; คาดการณ์รายได้ทั้งปี ไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท และปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 64 เป็นนิวไฮ 62 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนปีก่อนที่ 17 ล้านบาท เป็นผลบวกการให้บริการตรวจโควิด ซึ่งทำได้ดีกว่าที่คาดไว้ จึงให้ราคาเป้าหมายใหม่ 7.15 สะท้อนการปรับตัวของกำไรที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106823</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจายฉีดวัคซีน, ซิโนฟาร์ม, วัคซีนทางเลือก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc6c11bc4c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96536</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กำชับกระจายวัคซีนปชช. กทม.ลามมุกดาหาร1ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ ถก ศบค.ชุดย่อยกำชับกระจายฉีดวัคซีนปชช. &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ยันเพียงพอไม่มีคำว่าขาดแคลน เล็งลดวันกักตัวนักท่องเที่ยวที่ฉีดครบโดส แย้มผ่อนปรนสงกรานต์ แบ่งตามโซนสีแต่ละพื้นที่ ส่วนข้ามเขตให้อำนาจ คกก.โรคติดต่อจังหวัดดูแล ไทยติดเชื้อใหม่ 92 ราย จาก กทม.ลามมุกดาหาร 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่่ 18 มีนาคม เวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้เรียกประชุม ศบค.ชุดย่อย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยใช้เวลาหารือประมาณ 50 นาที &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม นายอนุทินเปิดเผยว่า เป็นการสรุปให้นายกฯ ฟังก่อนจะมีการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในวันที่ 19 มี.ค. โดยนายกฯ ได้กำชับเกี่ยวกับเรื่องของวัคซีน ว่าให้กรมควบคุมโรคต้องดำเนินการให้พร้อมในการบริการฉีดวัคซีนกับประชาชน ต้องรวดเร็ว สะดวก และปลอดภัย ซึ่งยืนยันว่าวัคซีนของเราเพียงพอ ไม่มีคำว่าขาดแคลนแล้ว เพราะซื้อจากบริษัทซิโนแวค และอีก 2-3 เดือนทางบริษัทแอสตราเซเนกาที่ผลิตในประเทศไทยจะทยอยออกมาเดือนละ 10 ล้านโดส ซึ่งกรมควบคุมโรคจะพยายามฉีดในวงกว้างให้ได้มากที่สุด โดยใช้ความร่วมมือจากโรงพยาบาลเครือข่ายกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ น่าจะเอาอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่นายกฯ ระบุว่าอยากให้โรงพยาบาลเอกชนรับวัคซีนเข้ามาฉีดให้ประชาชนเพื่อเป็นทางเลือกนั้น นายอนุทินกล่าวว่า&amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุขพร้อมที่จะให้นโยบายกับองค์การอาหารและยา (อย.) ให้อำนวยความสะดวกในเรื่องการขึ้นทะเบียนให้รวดเร็วที่สุด แต่ประเด็นตรงนี้ขอพูดไว้เลยว่า ทุกบริษัทที่ผลิตวัคซีนที่ติดต่อมาพบทั้งตนและปลัดกระทรวงสาธารณสุขบอกว่าอยากขายให้กับรัฐบาล ไม่ขายให้เอกชน เพราะฉะนั้นถ้าเอกชนสามารถไปเจรจาและให้เขาขายได้ เรายินดีอยู่แล้ว จำคำพูดตนไว้เลย ยิ่งเอกชน ยิ่งประชาชนผู้ที่สามารถดูแลตัวเองได้ ไปรับวัคซีนด้วยค่าใช้จ่ายของตัวเอง ถือเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระรัฐอย่างมหาศาลเลย สำหรับวัคซีนของไฟเซอร์และโมเดอร์นานั้น สองยี่ห้อนี้ยังไม่เข้ามา แต่เราบอกให้เขามาขึ้นทะเบียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในการประชุม ศบค.วันที่ 19 มี.ค. จะมีความชัดเจนเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาประเทศไทยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้กักตัว 14 วันไม่มีแล้ว เหลือ 10 วัน ถ้ามีวัคซีนเบื้องต้นจะเหลือ 7 วัน และถ้าหลังจากคนรับวัคซีนไปเยอะแล้วครบโดส และทำการเจาะตรวจหาว่าภูมิคุ้มกัน หากมีภูมิคุ้มกันขึ้นอย่างถ้วนหน้า จะมีการพิจารณาการกักตัวจาก 7 วัน อาจจะเหลือแค่ 5 วันหรือ 3 วัน หรืออาจไม่มีเลยก็ได้ ขึ้นอยู่กับการเก็บข้อมูลต่างๆ ทางด้านการแพทย์ เราพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้กลับเข้าสู่ปกติโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า คนที่ฉีดวัคซีนแล้วหรือกักตัว 7 วัน เฉพาะคนไทยหรือต่างชาติ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าเป็นต่างชาติต้องดูเป็นประเทศ ถ้าฉีดวัคซีนมาแล้วแต่ยังไม่ได้เซ็นบับเบิลกันระหว่างประเทศต้องกักตัว 10 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินยังกล่าวถึงการออกมาตรการผ่อนปรนช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ขอให้รอที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่จะมีมาตรการออกมาอย่างไร ทั้งนี้ จะมีการขีดเป็นวงๆ ซึ่งตอนนี้พื้นที่สีแดงไม่มีแล้ว มีแต่พื้นที่สีส้ม ได้แก่สมุทรสาครและกรุงเทพฯ ดังนั้นจะมีมาตรการในแต่ละโซนว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไร โดยจะเน้นเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก ส่วนเรื่องการข้ามเขตนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด จะมีคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด คอยช่วยดูแลอยู่ โดยจะกำหนดกฎเกณฑ์ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากจังหวัดใดเป็นพื้นที่สีเขียว จะสามารถจัดกิจกรรมได้มากถึงขั้นสามารถสาดน้ำได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องฟังผลที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่เสียก่อนว่าจะมีข้อคิดเห็นอย่างไร ขณะนี้ไม่มีพื้นที่สีเขียวปี๋อย่างนี้แล้ว เนื่องจากเราไม่ได้ห้ามคนเดินทางข้ามจังหวัด ดังนั้นเราต้องยึดเรื่องความปลอดภัยของประชาชนไว้ก่อน ซึ่งตอนนี้ถือว่าเข้าโค้งสุดท้าย เพราะเรามีวัคซีนโควิด-19 มา และทุกคนได้รับวัคซีนกันหมด คราวนี้ปีหน้าเราจะได้เฮฮาปาร์ตี้กันได้ ดังนั้นต้องช่วยกันให้ความร่วมมือ เหมือนกับที่ให้กันมาเมื่อปีที่แล้ว ดังนั้นเมื่อมีทั้งยา แพทย์ และวัคซีน ถือว่าล็อกกุญแจ 3 ถึง 4 ชั้นแล้ว น่าจะโอเค ขอให้อดทนกันนิดเดียว ตั้งเป้าไว้เลยว่าปีใหม่นี้จะต้องทำให้ดีกว่านี้ แล้วประเทศไทยจะได้ก้าวผ่านเหตุการณ์โควิด-19 ไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 92 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 78 ราย โดยมาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 64 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ จ.มุกดาหาร 1 ราย เชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ตลาดบางแค มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 14 ราย นอกจากนี้ เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 14 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 27,494 ราย หายป่วยสะสม 26,377 ราย อยู่ระหว่างรักษา 1,028 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 65 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียงด้วยโรคมะเร็งที่โคนลิ้นและมะเร็งปิดระยะที่ 4 พักอาศัยในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 89 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงว่า กรณีพบผู้ติดเชื้อรายแรกที่จังหวัดศรีสะเกษ 1 ราย และมุกดาหาร 1 ราย ซึ่งเป็นรายใหม่ ที่มีความเชื่อมโยงกับตลาดบางแค โดยผู้ติดเชื้อใน จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นรายแรกของจังหวัด เพศหญิง อายุ 49 ปี อาชีพค้าผักที่ตลาดวันเดอร์ เขตบางแค กรุงเทพฯ ขายช่วง 02.00-12.00 น. อาศัยอยู่กับสามี มีเพื่อนขายของแผงข้างกัน ติดเชื้อโควิด-19 ด้วย โดยวันที่ 8 มี.ค. เดินทางออกจาก กทม. พร้อมสามีด้วยรถยนต์ส่วนตัวไปยัง จ.ศรีสะเกษ จากการสอบสวนโรคผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 23 ราย เสี่ยงต่ำ 5 ราย เก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อแล้วทั้งหมดไม่พบว่าติดเชื้อ จึงให้กักตัวที่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อ 1 ราย ที่ จ.มุกดาหาร เป็นเพศหญิงอายุ 52 ปี อยู่ อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร วันที่ 4 มี.ค. เวลา 08.00 น. เดินทางจากที่พัก อ.นิคมคำสร้อย ทำธุระที่ กทม. พร้อมสามี โดยรถยนต์ส่วนตัว และพักที่บ้าน เขตบางบอน กทม. อยู่กับสามี ต่อมาวันที่ 5 มี.ค. ช่วง 12.00-17.00 น. เดินทางไปห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเขตบางขุนเทียน กทม. วันที่ 14 มี.ค. เวลา 07.00 น. เดินทางออกจากบ้านพักเขตบางบอนโดยรถยนต์ส่วนตัวพร้อมกับสามีระหว่างเดินทางได้แวะเติมแก๊ส NGV ที่ จ.สระบุรี ถึง จ.นครราชสีมา อ.พล จ.ขอนแก่น จ.ร้อยเอ็ด โดยแวะเข้าห้องน้ำในทุกจุดที่เติมแก๊ส เวลา 17.00 น. เดินทางถึงที่พัก อ.นิคมคำสร้อย ผู้ป่วยเริ่มมีอาการเจ็บคอเล็กน้อย จมูกไม่ได้กลิ่น วันที่ 16 มี.ค. เวลา 08.45 น. เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว สามีเป็นคนขับเพื่อเข้ารับการรักษาที่ รพ.นิคมคำสร้อย และเดินทางกลับบ้าน วันที่ 17 มี.ค. เวลา 16.26 น. ผลตรวจยืนยันพบเชื้อโควิด-19 ต่อมา รพ.นิคมคำสร้อย รับผู้ป่วยส่งต่อการรักษาที่ รพ.มุกดาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า เมื่อพิจารณาความเสี่ยงพบว่าผู้ติดเชื้อเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงใน กทม. ถือเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายเกณฑ์การสอบสวนโรค คือเจ็บคอ และจมูกไม่ได้กลิ่น ช่วงเวลาที่อยู่ กทม. และเดินทางมีการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา แสดงว่าในจุดที่มีการสัมผัสมีการรับเชื้ออยู่พอสมควร จึงทำให้เกิดการติดเชื้อในครั้งนี้ ทั้งนี้ จากการสอบสวนโรคที่ จ.มุกดาหาร พบกลุ่มเสี่ยงสูง 17 ราย มีทั้งพ่อแม่ น้องสะใภ้ หลาน 2 ราย แพทย์ที่ทำการตรวจ เภสัชกร เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือคนไข้ ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์มีการสวมชุดป้องกันที่ดีจริงๆ ความเสี่ยงก็ถือว่าค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตาม ได้เก็บสิ่งส่งตรวจแล้ว ผลออกมา 1 รายเป็นลบ ที่เหลือ 16 รายอยู่ระหว่างการรอผลทางห้องปฏิบัติการ และสั่งให้มีการกักตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความก้าวหน้าในการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากเป้าหมายเข็มแรกอยู่ที่ 92,600 โดส ตอนนี้ฉีดไปแล้ว 58,024 โดส ถือว่ามีความก้าวหน้าโดยลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายชวินทร์ ศิรินาค รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ Mobile Unit ให้บริการฉีดวัคซีนเชิงรุกให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงจากตลาดย่านบางแค ที่ตลาดสิริเศรษฐนนท์ เขตบางแค ตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.64- 21 มี.ค.64 โดยฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงไปแล้ว 705 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96536</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กระจายฉีดวัคซีน, ผ่อนปรนสงกรานต์, ลดวันกักตัวนักท่องเที่ยว, ลดวันกักตัวนักท่องเที่ยวที่ฉีดครบโดส, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_605369708c6dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
