<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;ฉะกระจายวัคซีนต้องเป็นไปตามข้อตกลง 3ฝ่าย ศบค. กทม. สธ.บริหารให้ไหลลื่นไม่สะดุด ยันเดือนมิ.ย.เข้ามา 9ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.64- &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุขจัดส่งวัคซีนโควิด 19 ไปทั่วประเทศตามข้อตกลง 3 ฝ่าย ได้แก่ ศบค. กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานต่างๆ คือ จังหวัด กทม. และหน่วยงานที่รับวัคซีน ไม่ได้จัดส่งตามดุลยพินิจตัวเอง โดยยืนยันว่าทุกจังหวัดได้รับวัคซีนตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ ส่วนการจัดฉีดวัคซีนทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/ กทม. เป็นผู้บริหารจัดการเอง โดยต้องฉีดให้สมดุลกับวัคซีนที่ได้รับ เพื่อให้มีวัคซีนฉีดต่อเนื่อง ซึ่งทั้งหมดอยู่ที่การบริหารจัดการ ไม่ให้เกิดการสะดุดขึ้น ดังนั้น หากโรงพยาบาลหรือศูนย์ฉีดวัคซีนมีปัญหาเกี่ยวกับวัคซีนโควิด 19 ขอให้ปรึกษากับทางจังหวัดก่อน เช่น พื้นที่ กทม. ปรึกษากับสำนักอนามัย กทม.เป็นต้น อย่าเพิ่งโพสต์ข้อความเลื่อนการฉีดหรือระบุว่ากระทรวงสาธารณสุขไม่จัดส่งวัคซีนให้ เพราะเป็นข้อความที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากเราจัดส่งให้จังหวัดไปแล้ว และทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกคิดว่าวัคซีนขาด ทั้งที่ความจริงวัคซีนไม่ได้ขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทินกล่าวต่อว่า สำหรับเดือนมิถุนายน มีเป้าหมายการฉีดให้กับผู้สูงอายุและ 7 โรคเรื้อรัง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ติดเชื้อมีโอกาสติดเชื้อรุนแรงและเสียชีวิตได้ โดยจัดสรรให้กทม. 1 ล้านโดส ซึ่งครอบคลุม 2 กลุ่มนี้ที่ลงทะเบียนนัดฉีดวัคซีนผ่านระบบหมอพร้อม อย่างไรก็ตาม เมื่อ ศบค.ประกาศชะลอการนัดผ่านระบบหมอพร้อม และกทม.มีระบบนัดหมายของตัวเองผ่านไทยร่วมใจ อาจเกิดความผิดพลาดเรื่องการบันทึกข้อมูลย้ายรายชื่อวันเวลานัดของกลุ่มหมอพร้อมไปยังไทยร่วมใจ ซึ่งหาก กทม.ยังไม่สามารถจัดบริการฉีดให้กลุ่มนี้ได้ กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเก็บตกกลุ่มที่ถูกเลื่อนนัดฉีดในเดือนมิถุนายน ให้ทยอยมาฉีดวัคซีนในจุดฉีดของกระทรวงสาธารณสุขแทน เช่น ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ สถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาลศรีธัญญา โรงพยาบาลราชวิถี สถาบันโรคทรวงอก เป็นต้น ซึ่งการฉีดวัคซีนมีทั้งแอสตร้าเซนเนก้าและซิโนแวคตามการเข้ามาของวัคซีน นอกจากนี้ ทาง กทม.จะมีการปรับแผนการกระจายและการฉีดวัคซีนใหม่เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน โดยกระทรวงสาธารณสุขยินดีสนับสนุนเพื่อการฉีดวัคซีนเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับเดือนมิถุนายนอาจมีวัคซีนเข้ามาฉีดประชาชนถึง 9 ล้านโดส ได้แก่ วัคซีนที่ยกยอดมาจากเดือนพฤษภาคม 2 ล้านโดส, วัคซีนที่รัฐบาลจีนบริจาค 5 แสนโดส, วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าล็อตแรก 2 ล้านโดส, วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าล็อตหลัง 1.5 ล้านโดส, วัคซีนซิโนแวคที่ได้รับเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 1 ล้านโดส และวัคซีนซิโนแวคที่จะเข้ามาอีก 2 ล้านโดส ซึ่งถือว่าเกินเป้าหมายแผนที่วางไว้ว่าจะฉีดให้ได้ 6 ล้านโดส โดยเมื่อได้วัคซีนมาก็จะกระจายออกไปทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106351</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศบค., #สธ., #โควิด19, กทม., กระจายวัคซีน, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, วัคซีนขาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c72fe5503b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ปรับแผนกระจายวัคซีนตามสถานการณ์ เน้นทยอยจัดส่งเป็นรายสัปดาห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา​ บูรพาชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบถึงวาระแห่งชาติเรื่องการฉีดวัคซีน ว่า เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นการปูพรมฉีดวัคซีนไปกว่า 4 แสนคน ส่วนการจัดส่งวัคซีนจะส่งไปตามจังหวัดต่างๆเพื่อให้ฉีดทันตามกำหนดการ โดยจะปรับแผนการฉีดตามสถานการณ์ ส่วนที่บางโรงพยาบาล อาจจะกังวลว่าจะได้รับวัคซีนตามแผนหรือไม่ ขณะนี้จะมีการส่งมอบเป็นรายสัปดาห์มากกว่าส่งทีเดียว เพื่อให้สอดคล้องกับทางบริษัทผู้ผลิตส่งมอบเพื่อฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105675</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจายวัคซีน, ฉีดวัคซีน, วัคซีนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf24871a544.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอโอภาส&#039;เคลียร์ปัญหากระจายวัคซีน เผยมิ.ย.มี 3.54 ล้านโดส ยันส่งแอสตร้าฯให้ทุกจังหวัดทุกสัปดาห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
7มิ.ย.64-นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า รัฐบาลมีเป้าหมาย ให้ทุกคนในแผ่นดินไทย ทั้งคนไทยและต่างชาติได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ด้วยความสมัครใจโดยไม่คิดมูลค่า ซึ่งต้องฉีดให้ครอบคลุมประชากรที่อยู่ในประเทศไทยอย่างน้อยร้อยละ 70 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมต่อไป โดยหลักการกระจายวัคซีน คือ 1.ทุกจังหวัดจะได้รับการจัดสรรวัคซีนทั้งแอสตร้าเซนเนก้าและซิโนแวค เฉลี่ยตามจำนวนประชากรในพื้นที่และประชากรแฝงในพื้นที่ 2.จังหวัดที่มีการระบาดจะจัดวัคซีนเสริม เพื่อควบคุมโรค โดยมีการปรับแผนตามสถานการณ์โรคที่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างรวดเร็ว เช่น มีการระบาดในบางพื้นที่หรือบางกลุ่มเพิ่มขึ้น 3.จังหวัดกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เช่น พื้นที่ท่องเที่ยว กลุ่มแรงงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ &amp;nbsp;หรือชายแดนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงาน ผู้ประกันตน รวมถึงผู้ที่ลงทะเบียนฉีดวัคซีนผ่าน &amp;ldquo;หมอพร้อม&amp;rdquo; จะได้ฉีดแน่นอน ขอให้ประชาชนไปรับวัคซีนตามกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยเริ่มให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 แก่ประชาชน ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 64 จนถึงปัจจุบัน &amp;nbsp;มีประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนแล้วประมาณ 4 ล้านโดส ในกรุงเทพฯ ฉีดแล้ว 1 ล้านโดส ทำให้ช่วยชะลอการระบาดได้ในส่วนนึง โดยในระยะแรกกลุ่มที่ได้รับวัคซีนเป็นบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งภาครัฐและเอกชน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป บุคคลที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง และจะสามารถควบคุมสถานการณ์ของโรคในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด รวมถึงการเร่งให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในประชาชนให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์โอภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับในวันนี้ เป็นการเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 สำหรับประชาชนทั่วไปพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคโควิด 19 และลดอัตราการติดเชื้อหรือเจ็บป่วยรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต โดยมีเป้าหมายการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรอย่างน้อยร้อยละ 70 ของประชากรที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยภายในปี 2564 ซึ่งขณะนี้มีวัคซีนจำนวน 3.54 ล้านโดส (แอสตร้าเซนเนก้า 2.04 ล้านโดส และซิโนแวค 1.5 &amp;nbsp;ล้านโดส) และจะมีวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าที่ทยอยส่งมอบไปทุกจังหวัดอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ โดยสัปดาห์ที่ 3 &amp;nbsp;ของเดือนมิถุนายนนี้จะมีวัคซีน 8.4 แสนโดส และสัปดาห์ที่ 4 อีก 2.58 ล้านโดส ในภาพรวมตลอดเดือนมิถุนายน จะมีวัคซีน 6 ล้านโดส ซึ่งเป็นไปตามแผนที่ ศบค. กำหนด และคาดว่าในเดือนมิถุนายนนี้ จะฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้ 10 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบการบริหารจัดการ และติดตามข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก เพื่อลดความสับสน และขอให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนที่รัฐบาลจัดหามา ซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณภาพและประสิทธิภาพตามมาตรฐานทางสาธารณสุขก่อนนำมาฉีดให้กับประชาชน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105581</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีน, กระจายวัคซีน, นพ.โอภาส การณ์กวินพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bdfa4cbb110.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105536</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘โควิด-19’ สัญญาณเตือนว่าอนาคตกำลังไล่ล่า ไม่เหลือเวลาให้ความเปราะบางในชุมชนอีกต่อไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มหันตภัยด้านสุขภาพที่กำลังคุกคามมนุษยชาติอยู่ในขณะนี้ กำลังบอกกับเราว่า โลกใบเก่าที่เราคุ้นชินอยู่ในขณะนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และในอนาคตอันใกล้ อาจเกิดวิกฤตการณ์ครั้งใหม่ขึ้นได้ทุกเมื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โควิด-19 คือภาพสะท้อนของ One World, One Destiny หรือ &amp;ldquo;โลกที่มีชะตากรรมเดียวกัน&amp;rdquo; ทุกคนถูกผูกติดกันอย่างไม่อาจแยกขาด ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในซีกโลกหนึ่งสามารถส่งผลกระทบมาถึงอีกซีกโลกหนึ่งได้อย่างทันทีทันใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การดำรงอยู่ในยุคสมัยที่อนาคตกำลังไล่ล่าจึงไม่ง่าย การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือวิกฤตการณ์ในทุกระดับคือหนทางเดียวที่จะช่วยให้เราหยัดอยู่บนโลกใบใหม่นี้ต่อไปได้ ซึ่งแน่นอนว่า คงไม่ใช่การดำเนินการโดยใครหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เพราะนั่นมีขนาดเล็กเกินไป เมื่อเทียบกับขนาดของปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โควิด-19 จึงเรียกร้องให้เกิดการสานพลังความร่วมมือ หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือโครงการ COVAX ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ระดมสรรพกำลังในการผลิต-กระจายวัคซีนอย่างเป็นองค์รวม ตลอดจนการเปิดโครงการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวัคซีนภายในโครงการ COVAX ซึ่งเป็นกลไกการเยียวยาระดับโลก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาพเล็กลงมาระดับประเทศ เราได้เห็นรูปธรรมการข้ามผ่านสถานการณ์อันเลวร้ายของ &amp;ldquo;ชุมชนแออัดคลองเตย&amp;rdquo; คลัสเตอร์การแพร่ระบาดขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งก็เป็นผลพวงมาจากจับมือร่วมแรงร่วมใจกันในการสู้วิกฤตของทุกภาคส่วน ทั้งชุมชน ประชาสังคม เอกชน และรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในห้วงยามที่เราต้องหันกลับมาพูดเรื่อง &amp;ldquo;กระบวนการการมีส่วนร่วม&amp;rdquo; เพื่อฝ่าฟันวิกฤต ปรากฏชื่อของ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) องค์กรสานพลังที่จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มีหน้าที่ชักชวนภาคีเครือข่ายเข้ามาร่วมขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ เพื่อทำให้เรื่องที่ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้-ให้เป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) บอกว่า โควิด-19 ทำให้เรามองเห็นสภาพความเป็นจริงของประเทศไทย มองเห็นโอกาสและข้อจำกัด ที่สำคัญคือมองเห็นความสำคัญของกระบวนการการมีส่วนร่วมอย่างที่ถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ทุกวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ในอดีตมาจนถึงโควิด-19 เราจะพบว่าประชาชน-ภาคีระดับพื้นที่คือกำลังสำคัญในการหนุนเสริมให้มาตรการของรัฐบาลประสบผลสำเร็จ เพราะลำพังรัฐบาลหรือการสั่งการแบบบนลงล่างเพียงอย่างเดียว อาจไม่สอดคล้องกับความจริงในปัจจุบันสักเท่าใดนัก&amp;rdquo; เลขาธิการ คสช.ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ประทีป ยกตัวอย่างโดยอ้างอิงการดำเนินการใน 2 พื้นที่ชุมชนแออัด ได้แก่ ชุมชนคลองเตย และชุมชนวังทองหลาง ซึ่ง สช. ได้มีส่วนเข้าไปช่วยสนับสนุนและสานพลังความร่วมมือในสถานการณ์วิกฤต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในขณะที่ชุมชนคลองเตยเกิดการระบาดเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ เรารับรู้ทันทีว่าหากไม่สามารถตัดวงจรการระบาดได้ สถานการณ์จะบานปลายเกินกว่าการควบคุม เราจึงชักชวน กทม. กระทรวงสาธารณสุข สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ภาคประชาสังคม และผู้นำชุมชนคลองเตยมาวางแผนกันอย่างเป็นระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สิ่งแรกที่ต้องทำคือการแยกตัวผู้ติดเชื้อโควิด-19 ออกมาจากครัวเรือนก่อน ทางชุมชนก็ได้ใช้พื้นที่ในวัดสะพานตั้งเป็นศูนย์พักคอยใกล้บ้านใกล้ใจ ทำหน้าที่เป็นจุดรับรองผู้ติดเชื้อเพื่อรอการส่งต่อไปรักษาต่อในโรงพยาบาล ศูนย์แห่งนี้บริหารงานโดยคณะกรรมการชุมชน มีการจัดระบบการสื่อสาร จัดระบบการประสานเตียง เก็บข้อมูล ขณะเดียวกันก็มีการประสานความร่วมมือจากองค์กรภายนอกเพื่อขอรับการสนับสนุน เช่น อาหาร อุปกรณ์ป้องกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;การเกิดขึ้นของศูนย์พักคอยฯ จึงเป็นการหนุนเสริมให้ภาครัฐทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถจัดรถพยาบาลเข้ามารับตัวผู้ป่วยออกไปรักษาต่อได้ทันที โดยที่ไม่ต้องฝ่าเข้าไปในชุมชน มากไปกว่านั้นคือสามารถประสานงานกับชุมชนได้อย่างรวดเร็ว ทราบสถานการณ์และความต้องการที่แท้จริง นำไปสู่การวางแผนหรือตระเตรียมมาตรการในลำดับต่อไปได้&amp;rdquo; นพ.ประทีป อธิบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ประทีป บอกเล่าต่อไปถึงการดำเนินงานของชุมชนวังทองหลาง ซึ่งมีจุดแข็งคือความพร้อมของ &amp;ldquo;ระบบฐานข้อมูลชุมชน&amp;rdquo; โดยชุมชนแห่งนี้ได้จัดทำฐานข้อมูลขึ้นมาตั้งแต่เกิดการระบาดในระลอกแรก และถึงแม้ว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย แต่ทางชุมชนยังได้ติดตามและอัพเดทฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบันเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ฐานข้อมูลเหล่านั้นมีทั้งที่ตั้งของครัวเรือน จำนวนประชากร อายุ อาชีพ รายได้ ฉะนั้นทันทีที่เกิดการระบาดในระลอก 3 ชุมชนวังทองหลางจึงนำฐานข้อมูลเหล่านั้นมาต่อยอดไปสู่การกำหนดมาตรการต่างๆ ตลอดจนการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกเพื่อขอรับการสนับสนุนอย่างตรงจุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;จากที่ได้คุยกับผู้นำชุมชนวังทองหลาง ท่านบอกว่าฐานข้อมูลคือสิ่งสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้คนภายนอกสามารถเข้ามาสนับสนุน และยังเป็นเครื่องมือสำหรับใช้จัดสรรงานให้กับจิตอาสาได้ตรงตามความชำนาญของแต่ละคนด้วย นี่เป็นอีกตัวอย่างของความเข้มแข็งชุมชนที่ช่วยหนุนเสริมการทำงานของรัฐบาลในภาวะวิกฤตได้เป็นอย่างดี&amp;rdquo; นพ.ประทีป อธิบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาธิการ คสช. กล่าวต่อไปว่า นอกเหนือจากการรับมือวิกฤตการณ์แบบเฉพาะหน้าโดยมีชุมชนเป็นฐานที่มั่นสำคัญดังที่ได้ยกตัวอย่างแล้ว ในระยะยาวจำเป็นต้องมีการพัฒนานโยบายสาธารณะขึ้นมา ซึ่งในปี 2564 สช.ได้ชักชวนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเข้ามาถกแถลงและร่อนตะแกรงความคิด เพื่อร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์และความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายตกผลึกมาเป็น 3 เรื่องสำคัญ หรือ 3 ระเบียบวาระ ที่จะเข้าสู่การพิจารณาในงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 14 ประกอบด้วย 1. การสร้างเสริมสุขภาวะสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนในวิกฤตโควิด-19 2. การคุ้มครองการเข้าถึงบริการสุขภาพของกลุ่มประชากรเฉพาะในภาวะวิกฤตอย่างเป็นธรรม 3. การจัดการการสื่อสารอย่างมีส่วนร่วมในวิกฤตสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งสามประเด็นนี้ จะได้รับการพิจารณาและได้รับข้อเสนอแนะจากสมาชิกสมัชชาสุขภาพฯ และผู้เข้าร่วม ทั้งในห้องประชุม (On-site) และผ่านทางระบบ Online จากทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 15-16 ธันวาคมนี้ ณ ห้องประชุมใหญ่ ทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. ก่อนแสวงหาฉันทมติร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อความเข้มแข็งของชุมชนคือยุทธศาสตร์ในการตอบโต้วิกฤตการณ์ ผมคิดว่าเวทีสมัชชาสุขภาพฯ จะทำหน้าที่เชื่อมร้อยการทำงานและถักทอความสัมพันธ์ระหว่าง &amp;ldquo;ระดับชาติ-ส่วนกลาง&amp;rdquo; เข้ากับ &amp;ldquo;ระดับพื้นที่-ชุมชน&amp;rdquo; อย่างเป็นเนื้อเดียวกันได้&amp;rdquo; นพ.ประทีป ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สุดแล้ว หากที่ประชุมให้ฉันทมติร่วมกัน และมีพันธะสัญญาร่วมกันในการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพฯ ทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่ เชื่อมั่นว่า ชุมชนและประเทศไทยจะมีความเข้มแข็ง และมีความพร้อมในการรับมือวิกฤตการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105536</URL_LINK>
                <HASHTAG>One World One Destiny, กทม., กระจายวัคซีน, กระทรวงสาธารณสุข, กระบวนการการมีส่วนร่วม, การสานพลังความร่วมมือ, คุกคามมนุษยชาติ, นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ, พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550, มหันตภัยด้านสุขภาพ, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.), สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 14, สัญญาณเตือน, สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.), องค์การอนามัยโลก (WHO), เยียวยาระดับโลก, เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ, โครงการ COVAX, โควิด-19, โลกที่มีชะตากรรมเดียวกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bda5b500c6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระจายวัคซีน1.1ล้านโดสพร้อมฉีด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เผยวัคซีนแอสตร้าฯ ถึงไทยเรียบร้อย เดือน มิ.ย.เตรียมจัดสรรฉีดให้ ปชช.ทุกจังหวัด แย้มจะทยอยเข้าอีกหลายยี่ห้อ ยันไม่ขัดข้อง อปท.หาวัคซีนเอง แต่ต้องซื้อบริษัทจดทะเบียนในไทย &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ระบุวัคซีนซิโนแวค-แอสตร้าฯ 1.1 ล้านโดสกระจายทั่วไทยแล้ว บอกเดือน มิ.ย.-ส.ค.นำเข้าวัคซีนซิโนแวคอีก 11 ล้านโดส &amp;quot;เลขาฯสมช.&amp;quot; ยัน 7 มิ.ย.เริ่มฉีดได้แน่ &amp;quot;สยามไบโอไซเอนซ์&amp;quot; ส่งมอบวัคซีนแอสตร้าฯ ผลิตในไทยล็อตแรก 1.8 ล้านโดส &amp;quot;มท.1&amp;quot; แจงสภาไม่ขัดข้อง &amp;quot;อปท.&amp;quot; จัดซื้อวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกำหนดการวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ามาถึงไทยว่า วันนี้วัคซีนได้เข้ามาและมีการรับมอบแล้ว จากนี้จะเป็นการจัดสรรฉีดให้กับประชาชนในเดือน มิ.ย. คาดว่าวัคซีนจะมีเพียงพอที่จะฉีดให้กับประชาชนได้มากขึ้นตามสัดส่วนที่ได้เพิ่มให้อยู่แล้วในปัจจุบัน โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง แต่ทุกจังหวัดจะได้รับวัคซีนหมด ทั้งแอสตร้าฯ, ซิโนแวคและซิโนฟาร์ม ก็จะส่งมาอีก ดังนั้นยืนยันในเดือน มิ.ย.ไม่มีปัญหา และในเดือนต่อๆ ไปก็มีการหารือกันอยู่แล้ว มีอีกหลายบริษัทที่เสนอจะมาขึ้นทะเบียนกับเรา คิดว่าจะต้องติดตามและพิจารณาหากมีอุปสรรคใดๆ จะต้องแก้ปัญหาให้ได้ เรื่องวัคซีนตนได้พูดไปหลายครั้งแล้ว และอยากให้คนไทยได้รับวัคซีนทุกคนอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การจัดซื้อวัคซีนในส่วนขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ต้องการจัดซื้อเอง ได้ หารือกับฝ่ายกฎหมายแล้ว หากซื้อได้ก็ให้ซื้อ แต่การซื้อจะผ่านช่องทางไหน เพราะต้องผ่านบริษัทที่มาขึ้นทะเบียนในไทยแล้ว และเขาจะจัดให้ได้เท่าไหร่ก็ต้องดูประสิทธิภาพของเขาในการบริหารจัดการ เพราะบริษัทที่มาขึ้นทะเบียนเป็นการประสานระหว่างรัฐต่อรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ากระทรวงมหาดไทยต้องไปปลดล็อกระเบียบอะไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ต้องแก้อะไร เพราะมีอำนาจหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว ไม่ต้องใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สามารถให้กฎหมายปกติได้ เพียงแต่ความแตกต่างงบประมาณรายได้ของแต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน ขีดความสามารถของจังหวัดไม่เท่ากัน สภาท้องถิ่นจะว่าอย่างไร และขึ้นอยู่กับว่า อปท.ติดต่อกับใคร บริษัทไหน ซึ่งวันนี้มีอยู่ 3 บริษัทที่มาขึ้นทะเบียนเป็นการติดต่อรับรองโดยรัฐบาลกับรัฐบาล บริษัทเหล่านี้คือตัวแทนที่อยู่ในประเทศไทย หากจะซื้อกับบริษัทเหล่านี้ก็ไม่ขัดข้อง แต่วัคซีนที่เขานำเข้าอยู่ในยอดของรัฐบาล ถ้าเขาเพิ่มยอดมาให้ก็ซื้อได้โอเค แต่ถ้าเขาซื้อในยอดที่เขาจัดให้เรา สมมุติว่า 5 ล้านโดส เขาขอซื้อ 10 ล้านโดส บริษัทจะมาตัดของรัฐบาลออกหรือไม่ เพราะเป็นจำนวนที่บริษัทส่งให้ตามภูมิภาคประเทศต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันว่าผมไม่ขัดข้อง เพราะยังไงก็ต้องฉีดให้กับประชาชน ผมไม่ได้ไปหวงอะไรไว้เลย ถ้าทำได้ทำเถอะครับ ถ้าเพิ่มปริมาณได้ก็ยิ่งดี เพราะของรัฐบาลฉีดฟรีตลอด ดูแลทุกขั้นตอน การที่จะซื้อไปฉีดก็ต้องมีค่าบริการ ซึ่งต้องไม่เกินตามข้อกำหนดและขายต่อไม่ได้ กติกากฎหมายเป็นอย่างนี้ ยืนยันไม่มีปัญหาถ้าอยากซื้อ แต่ปัญหาคือซื้อจากที่ไหนอย่างไร จำนวนเท่าไหร่ เป็นเรื่องของ อปท.กับบริษัทผู้แทนต้องไปเจรจากันเอง โดยไม่เกี่ยวกับ ศบค. เป็นเรื่องของสภาท้องถิ่น งบประมาณใช้ตรงไหนเป็นเรื่องของจังหวัดที่มีอยู่แล้ว หรือจะเป็นงบสะสมของ อปท. ถ้าอยู่ตรงนี้ก็เป็นเรื่องของสภาท้องถิ่นที่จะพิจารณา ซึ่งกระทรวงมหาดไทยทราบแล้ว และผมได้คุยกับ รมว.มหาดไทยแล้ว เพราะนั่นคือความเป็นธรรม&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นางเวนดี้ อาร์. เชอร์แมน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในโอกาสการเยือนประเทศไทย
7 มิ.ย.กระจายวัคซีนทุก จว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า รมช.ต่างประเทศสหรัฐกล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐที่มีมายาวนานหลายทศวรรษ มีความร่วมมือระหว่างกันที่แน่นแฟ้น โดยเฉพาะด้านความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ และเห็นว่าขณะนี้หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากจากโควิด-19 ซึ่งสหรัฐเข้าใจและมีนโยบายด้านการจัดหาวัคซีนเพื่อช่วยเหลือหลายๆประเทศให้ผ่านพ้นจากสถานการณ์ดังกล่าว รวมถึงพร้อมให้การสนับสนุนไทยในการเข้าถึงวัคซีน ซึ่งนายกฯ ขอบคุณและยินดีรับการสนับสนุน โดยจะดำเนินการตามกระบวนการนำเข้าวัคซีนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า เดือน มิ.ย.เป็นเดือนสำคัญที่ สธ.ต้องดำเนินการกระจายและฉีดวัคซีนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ขอยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่นายกฯ มอบนโยบายให้ปฏิบัติ ขอให้ประชาชนเชื่อถือข่าวสารจาก สธ. เพราะเราเป็นผู้ควบคุมการจัดส่งวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การกระจายวัคซีนเราดำเนินการมาต่อเนื่องโดยตลอด เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.มีการกระจายวัคซีนทั้งซิโนแวคและแอสตร้าฯ รวม 1.1 ล้านโดสให้กับหน่วยงานสาธารณสุขทั่วประเทศ ทั้งนี้ วัคซีนก็จะทยอยหมุนออกมาถึงมือประชาชนตามแผนที่กรมควบคุมโรครับจาก ศบค.มาปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม วัคซีนแอสตร้าฯ มีทั้งผลิตในประเทศหรืออาจนำเข้าจากต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับซัพพลายเชนของบริษัท แอสตร้าฯ โดยกรมควบคุมโรคจะต้องตกลงกับบริษัท แอสตร้าฯ ในเรื่องจำนวนวัคซีนที่จะส่งในแต่ละเดือน ซึ่งจะเป็นตามเจตนารมณ์ที่ดีของทั้งสองฝ่าย เพื่อให้สอดคล้องกับประสิทธิภาพการฉีดของเราและการจัดส่งของเขาที่จะทยอยส่งออกมารายสัปดาห์&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ และ รมว.สธ.กล่าวว่าขณะนี้ประเทศไทยได้รับวัคซีนซิโนแวคจำนวน 6 ล้านโดส เป็นวัคซีนที่รัฐบาลสั่งซื้อ 5.5 ล้านโดส และวัคซีนที่รัฐบาลจีนบริจาค 5 แสนโดส ได้กระจายและดำเนินการฉีดวัคซีนตามแผนอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมการระบาด โดยในช่วงระหว่างเดือน มิ.ย.-ส.ค.64 จะมีวัคซีนซิโนแวค จำนวน 11 ล้านโดส ทยอยส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่องเดือนละประมาณ 2.5-3 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในเบื้องต้นวันเสาร์ที่ 5 มิ.ย.จะมีจำนวน 5 แสนโดส จากการบริจาคของรัฐบาลจีน กลางเดือน มิ.ย.เข้ามา 1 ล้านโดส และปลายเดือน มิ.ย.อีก 1 ล้านโดส วัคซีนซิโนแวคที่จัดซื้อเข้ามานี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่ให้มีการจัดหาวัคซีนเพิ่มจากวัคซีนหลักคือ แอสตร้าเซนเนก้า ให้ครอบคลุมประชาชนไม่น้อยกว่า 100 ล้านโดส&amp;rdquo; รองนายกฯ และ รมว.สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ ที่จะมีการปูพรมฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชากรจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นสัดส่วนของประชากรกลุ่มที่ 2 ของประเทศที่ได้รับวัคซีน ได้แก่ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค โดยจะเป็นการทยอยฉีดในผู้ที่มีการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ส่วนของจำนวนวัคซีนที่จะฉีดให้กับประชาชนนั้นมีเพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ?(สมช.)? ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ผอ.ศปก.ศบค.) กล่าวถึงการหารือกับ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ประธานกรรมการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมว่า ได้หารือแล้ว รอให้ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะผอ.ศบค.ให้ความเห็นชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกระแสข่าวการจัดสรรวัคซีนให้พื้นที่สีส้ม 58 จังหวัด จังหวัดละ 3,600 โดส พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง ทราบเพียงจากข่าวและยังไม่เห็นรายละเอียด ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบถามข้อมูล ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้มีการจัดส่งวัคซีนไปล่วงหน้า เพื่อให้ทันต่อการฉีดให้ประชาชนที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 7 มิ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าวันที่ 7 มิ.ย.นี้ทุกจังหวัดจะได้ฉีดวัคซีนใช่หรือไม่ เลขาฯ สมช.กล่าวว่า ตามที่ สธ.รายงานน่าจะได้จัดสรรครบทุกจังหวัด และทราบว่าจะทยอยแจกจ่ายตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป โดยการจัดสรรวัคซีนจะคิดจากยอดวัคซีนจำนวนเต็มที่มีในแต่ละเดือน แล้วทยอยจัดสรรแบ่งส่งเป็นรอบให้ในแต่ละพื้นที่ตามสถานการณ์ โดยนายกฯ จะพิจารณาและให้ความเห็นชอบการจัดสรรและแจกจ่ายวัคซีนตามจำนวนวัคซีนที่ได้รับเป็นรายเดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บางจังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนมากอาจจะได้วัคซีนไม่ครบตามจำนวน ซึ่งแผนรองรับสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอปหมอพร้อมจะมีการแจ้งเลื่อนนัดหมายผ่านแอปดังกล่าว ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อสม. หรือโรงพยาบาล ก็จะมีการแจ้งนัดหมายไปตามช่องทางเหล่านั้นต่อไป&amp;quot; เลขาฯ สมช.กล่าว
ไฟเขียว&amp;#39;อปท.&amp;#39;ซื้อวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ได้ส่งมอบวัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตในประเทศไทยล็อตแรกให้บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด โดย พล.อ.อ. สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ประธานกรรมการ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด กับนายเจมส์ ทีก ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมกันประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ รวมทั้งจะเริ่มทยอยส่งมอบวัคซีนล็อตแรกที่จะเริ่มฉีดในประเทศไทยในวันที่ 7 มิ.ย. จำนวน 1.8 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แอสตร้าเซนเนก้าจะส่งมอบวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทยล็อตแรกให้กับ สธ.ทันที ตามแผนการส่งมอบและเก็บรักษา เพื่อนำไปดำเนินการฉีดวัคซีนเร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนต่อไป และจะเริ่มส่งออกวัคซีนโควิด-19 ให้กับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเจมส์กล่าวว่า เมื่อเรามีวัคซีนคุณภาพสูงที่ผลิตในประเทศไทยพร้อมส่งมอบแล้ว ก็จะสามารถสนับสนุนรัฐบาลให้ดำเนินการเร่งฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิผลให้กับประชาชนได้โดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วาระแรก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ลุกขึ้นชี้แจงการจัดซื้อวัคซีนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ ผอ.ศบค.เตรียมให้แจ้งไปยัง อปท.ว่าสามารถจัดซื้อวัคซีนได้ทั้ง 5 ชนิดที่ อย.รับรอง แต่ต้องอยู่ในแผนของ ศบค. รวมถึงให้ติดต่อการซื้อผ่านรัฐ ส่วนผู้ที่รู้ดีคือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีข้อมูลกลุ่มเสี่ยง ดังนั้นเชื่อว่าจะไม่มีความสับสนเกิดขึ้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ที่ผ่านมา อปท.ต้องการเข้ามาช่วยดูแลสถานการณ์ ทั้งการป้องกันสกัดโรครวมถึงการรักษา แต่ตามกฎหมายเรื่องการซื้อวัคซีนสามารถทำได้ เพราะคือการรักษาและฟื้นฟู แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือมีคำแนะนำของผู้ตรวจการแผ่นดินไปยัง ปอท. ระบุว่าในการจัดหาวัคซีนระยะแรก ขอให้รัฐเป็นผู้จัดหา ส่วนการจองและซื้อวัคซีนนั้น สธ.ได้ติดต่อและจองซื้อนานแล้ว และกระจายวัคซีนเพื่อฉีดให้ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเข้าใจ อปท.ต้องการช่วย แต่มีสิ่งที่ต้องพิจารณาคืองบประมาณของ อปท. และการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ที่ต้องทำให้ได้ 70% ของประชากร โดยคำว่าประชากรนั้นจะหมายถึงประชากรทั้งประเทศ หรือของแต่ละจังหวัด ดังนั้นหากให้ อปท.จัดซื้อ อาจเกิดความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ตามหลักการ สาธารณสุขต้องการให้ขึ้นพร้อมกันทั้งประเทศ&amp;quot; รมว.มหาดไทยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมราชทัณฑ์ นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดหาวัคซีนว่า กรมราชทัณฑ์ได้รับการแจ้งจากกรมควบคุมโรคว่าจะสามารถส่งมอบวัคซีนในล็อตแรกประมาณ 100,000 โดส โดยระยะแรกจะกระจายการฉีดวัคซีนในกลุ่มเรือนจำสีขาวที่อยู่ในพื้นที่สีแดงเข้มก่อน เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดสูง โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการฉีดได้ในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ ที่เรือนจำกลางสมุทรปราการ และคาดว่าจะดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังตามแนวทางดังกล่าวได้ครบถ้วนภายในเดือน มิ.ย.?64.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105101</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กระจายวัคซีน, ฉีดวัคซีน, วัคซีนโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b78ecf5d0e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัวแทนศูนย์อาสารามคำแหง ยื่น สตง.ตรวจสอบจัดซื้อ-กระจายวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.64 - ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายพานสุวรรณ​ ณ​ แก้ว​ แกนนำกลุ่มศูนย์​อาสารามคำแหง และตัวแทนภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์​ ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการดำเนินงาน การจัดซื้อ และการกระจายวัคซีน โดยนายพานสุวรรณ กล่าวว่า จากมาตรการภาครัฐในการควบคุมการแพร่ระบาด รวมถึงการปรับตัวของประชาชนนในวิกฤตโควิด 19 ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินชีวิตของประชาชนทั่วประเทศ และทั้งหมดส่งผลกระทบต่อดำรงชีพของประชาชนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนสถานการณ์วิกฤติที่หนักน่วง ยังเป็นเรื่องที่ประเมินได้ยากมากว่าจะส่งผลกระทบกับประชาชนอีกนานเท่าไหร่ จะจบเมื่อไร และจบอย่างไร เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ยังมีความไม่แน่นอนแม้รัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงหน่วยงานภาครัฐจะใช้ความพยายามในการเร่งจัดหาวัคซีนเพื่อลดการติดเชื้อและลดความรุ่นแรงที่จะเกิดขึ้นก็ตาม แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะสามารถผลิตและกระจายวัคซีนไปอย่างทั่วถึงได้เมื่อไหร่ ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19(ศบค).ได้คาดกันไว้ อย่างไรก็ตาม แม้วัคซีนจะเป็นความหวังเดียวในขณะนี้ แต่หากภาครัฐไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ว่าประชาชนจะเข้าถึงข้อมูลที่ทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่าการดำเนินการดังกล่าวมีความถูกต้องชอบธรรม ภายใต้ความเดือดร้อนของประชาชนในวิกฤติโควิด19 ซึ่งเป็นชะตากรรมร่วมกันของประชาชนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์มีคนตายรายวันมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นทุกๆ วันเป็นปัญหาที่หนักหน่วงสร้างความเสียหายจนเป็นวิกฤติชาติ นำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์และเป็นคำถามทางสังคมอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพานสุวรรณ กล่าวว่า ศูนย์อาสารามคำแหงเห็นว่า สตง.เป็นองค์กรที่ยังคงเป็นความหวังต่อบ้านเมืองในการทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของแผ่นดิน รวมถึงวิธีการในการดำเนินงานของภาครัฐ ซึ่งขณะนี้มีคำถามจากสังคมและเกิดความสับสนอย่างมากมายในกรณีของวัคซีน ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงการกระจายวัคซีนให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ศูนย์อาสารามคำแหง จึงขอให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้สั่งการให้ สตง.ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการรักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชน เข้าตรวจสอบการจัดซื้อวัคซีนตั้งแต่กระบวนการ วิธีการ จำนวน ราคา และมาตรการการกระจายวัคซีนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม รวมถึงตรวจสอบการกระจายวัคซีนในแต่ละจังหวัดเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับวัคซีนอย่างเสมอภาค เป็นป้องกันการใช้ระบบเส้นสาย ระบบการเมืองเข้าฉวยโอกาสในสถานการณ์วิกฤตินี้ และขอให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินนำผลการตรวจสอบเผยแพร่ให้สังคมได้รับทราบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104351</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจายวัคซีน, วัคซีนโควิด, ศูนย์อาสารามคำแหง, สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af3426ab493.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเดย์1ส.ค.ฉีด‘บุคคลทั่วไป’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ดีเดย์ 7 มิ.ย.กระจายวัคซีน 3 ช่องทาง ยันไม่ทอดทิ้งใคร ทุกกลุ่มจะได้รับวัคซีนแน่นอน &amp;ldquo;อนุทิน&amp;rdquo; ตรวจพื้นที่ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ เตรียมประเดิมฉีดบุคลากรเสี่ยงด้านคมนาคมขนส่ง เริ่ม 24 พ.ค.-6 มิ.ย.นี้ รองรับได้วันละ 1 หมื่นคน พร้อมจัดชัตเติลบัสรับ-ส่ง 3 เส้นทาง สธ.เห็นชอบเปิดช่องให้คนทั่วไปลงทะเบียนหมอพร้อมฉีดวัคซีน 31 พ.ค.นี้ เริ่มฉีดจริง 1 ส.ค. แก้ระบบหมอพร้อมแล้วรองรับได้ 2 หมื่นคนต่อวินาที &amp;ldquo;สาธิต&amp;rdquo; ยันจัดสรรวัคซีนใช้การแพทย์นำการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 21 พฤษภาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงผลการประชุม ศบค.ครั้งที่ 7/2564 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เป็นประธานการประชุมว่า นายกฯ ได้สรุปถึงแผนวัคซีนว่าการที่ประเทศไทยประกาศแผนการกระจายวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ จะดีเดย์วันที่ 7 มิ.ย. ผ่าน 3 ช่องทาง คือ 1.ระบบหมอพร้อม ที่ดำเนินการอยู่ 2.การลงทะเบียน ณ จุดฉีด ที่จะเข้ามาเสริม จุดไหนมีวัคซีนเพียงพอจะได้ฉีด หากไม่เพียงพอให้รอคิว 3.การกระจายวัคซีนให้กลุ่มเฉพาะที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และหากประชาชนกลุ่มไหนคิดว่ามีความจำเป็นสามารถเสนอเหตุผลความจำเป็นไปยังกระทรวงสาธารณสุขเพื่อขอรับการจัดสรรและสถานที่ฉีดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเดินหน้าฉีดวัคซีนขณะนี้เราอยู่ในระยะที่ 1 ที่มีการทดสอบระบบต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมถึงวันที่ 6 มิ.ย. และระยะที่ 2 คือวันที่ 7 มิ.ย.จะเริ่มการฉีดวัคซีนทั้งระบบให้กับกลุ่มต่างๆ ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีโรคประจำตัว นักกีฬาและนักเรียนที่ต้องไปต่างประเทศ ผู้ประกันตน รวมถึงผู้ที่มีอาชีพซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีพของประชาชน เช่น สาธารณูปโภค อาหาร ตลอดจนบุคคลทั่วไป กลุ่มนี้ไม่สามารถหยิบยกขึ้นมาพูดได้หมด แต่นายกฯ ยืนยันจะไม่มีการทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทุกกลุ่มตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.จะได้รับวัคซีนแน่นอน&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน? ชาญวีรกูล? รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข? (สธ.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจความพร้อมในการจัดตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกโรงพยาบาลว่า? ตามที่นายศักดิ์สยาม? ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้ทำหนังสือเพื่อขอให้ สธ.พิจารณาเร่งฉีดวัคซีนแก่พนักงานที่ปฏิบัติงานด่านหน้าในระบบคมนาคมขนส่ง ทั้งทางบก น้ำ ราง และอากาศ เนื่องจากเป็นบุคลากรกลุ่มเสี่ยงซึ่งมีโอกาสเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และอาจจะแพร่ระบาดไปสู่ผู้ใช้บริการอื่นได้?นั้น กระทรวงคมนาคมได้ส่งรายชื่อมาทั้งหมดประมาณ 3?00,000 คน โดยจะดำเนินการฉีดวัคซีน จำนวน 6?0,000 คน ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ? (สถานีกลางบางซื่อ) ซึ่งในจำนวนดังกล่าวรวมผู้ให้บริการรถแท็กซี่? รถจักรยานยนต์สาธารณะ (มอเตอร์ไซค์วิน) รถตุ๊กๆ รถโดยสารประจำทาง ผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันแล้ว ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.2564 ช่วงเวลา? 09.00-20.00 น. เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถรองรับให้บริการการฉีดวัคซีนได้วันละประมาณ 10,000 คน อย่างไรก็ตาม สถานีกลางบางซื่อถือเป็นสถานที่ที่มีความพร้อม มีขนาดใหญ่ ช่วยลดความแออัดจากสถานพยาบาลต่างๆ ได้ ทั้งยังช่วยแก้ปัญหาการจราจรติดขัดด้วย และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;?หลังจากนี้มีแผนที่จะใช้สถานีกลางบางซื่อเป็นสถานที่ฉีดวัคซีน โดยในระยะแรกจะเน้นกลุ่มองค์กร?ส่วนราชการของกระทรวงต่างๆ ก่อน หากครบทั้งหมดแล้วจึงจะพิจารณาจัดสรรฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั่วไปในอนาคต หากหน่วยงานใดมีสถานที่ขนาดใหญ่และสามารถรองรับประชาชนได้ ขอให้นำเสนอมายัง สธ.เพื่อพิจารณาจัดเป็นพื้นที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลให้กับประชาชนต่อไป ในส่วนของวัคซีนโควิด-19 ที่นำมาฉีดนั้น ยืนยันว่าเพียงพอต่อผู้ที่จะรับการฉีดอย่างแน่นอน&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว
ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อพร้อม 100%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศักดิ์สยามกล่าวยืนยันว่า สถานที่ที่สถานีกลางบางซื่อมีความพร้อม 100% แล้ว ทั้งขั้นตอนการคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิ การลงทะเบียนแบบ Qr Code รวมถึงพื้นที่รับวัคซีน ซึ่งสามารถรองรับได้ชั่วโมงละ 900 คน และบริเวณจุดพักรอสังเกตอาการ รองรับได้ชั่วโมงละ 1,800 คน โดยเฉลี่ยอัตราการรองรับได้วันละประมาณ 10,000 คน ในแต่ละคนนั้นจะใช้เวลาในการฉีดประมาณ 15 นาที และเวลาพักรอสังเกตอาการอีก 30 นาที รวมเป็น 45 นาทีต่อคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ? &amp;ldquo;ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ&amp;rdquo;&amp;nbsp;จะใช้พื้นที่ 14,294 ตร.ม. หรือประมาณ 80% ของพื้นที่ชั้นล่างสถานี กับบางส่วนของพื้นที่ชั้นลอย แบ่งเป็น 4 จุดบริการ ได้แก่ จุดชั่งน้ำหนัก วัดความดัน รองรับได้ 1,400 ที่นั่ง, จุดลงทะเบียน เซ็นใบยินยอม จำนวน 179 โต๊ะ, จุดฉีดวัคซีน จำนวน 100 จุด, จุดพักรอสังเกตอาการ 30 นาที จำนวน 800 ที่นั่ง และจะมีการติดสติกเกอร์แสดงสัญลักษณ์ให้ผู้ที่ฉีดแล้ว ยังมีการตั้งจุดบริการครบวงจรให้ผู้ป่วยเปราะบางที่ต้องนั่งรถเข็นและมีสุขภาพไม่แข็งแรง ขณะเดียวกัน? กระทรวงคมนาคมยังได้จัดเตรียมความพร้อมของระบบขนส่งรองรับการเดินทางด้วย อาทิ รถชัตเติลบัส 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 ท่าเรือบางโพ-สถานีเตาปูน-ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ, เส้นทางที่ 2 อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ และเส้นทางที่ 3 เซ็นทรัลลาดพร้าว-รถไฟฟ้า BTS หมอชิต-ตลาด อตก.-ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ-หมอชิต 2 (เป็นวงรอบ)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวภายหลังประชุมชี้แจงการบริหารจัดการการให้วัคซีนโควิด-19 สำหรับกลุ่มประชาชนทั่วไปว่า ที่ประชุมมีมติเปิดเพิ่มการลงทะเบียนวัคซีนให้มากขึ้น โดยในกลุ่มประชาชนทั่วไปสามารถเริ่มลงทะเบียนจองการฉีดวัคซีนในวันที่ 31 พ.ค.นี้ และเริ่มฉีดในเดือน 1 ส.ค.เป็นต้นไป ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่ม 7 โรคเรื้อรังที่จะสิ้นสุดการลงทะเบียนในวันที่ 31 พ.ค. สามารถลงทะเบียนต่อได้ และจะไปฉีดตามคิวที่ลงทะเบียนเช่นเดียวกับกลุ่มคนทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการลงทะเบียนเหมือนกันทุกจังหวัด ยกเว้น กทม.ที่จัดรูปแบบการลงทะเบียนเองผ่าน Web Based และร้านสะดวกซื้อ ซึ่งจะเชื่อมโยงข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อม ไลน์หมอพร้อมอยู่แล้ว และไม่ต้องกังวลเรื่องข้อมูล เนื่องจากมีระบบหลังบ้านเชื่อมต่อหมอพร้อมอยู่แล้ว โดยหมอพร้อมจะเป็นที่รวบรวมข้อมูลการฉีด ติดตามอาการ และการออกใบรับรองการฉีด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิตกล่าวว่า ส่วนเรื่องการออนไซต์ (On Site) ขึ้นอยู่กับแต่ละจังหวัดและพื้นที่ในการบริหารจัดการว่าจะมีหรือไม่ ส่วนการจัดการวัคซีนเป็นกลุ่มให้ทางจังหวัดดำเนินการจัดวิธีการฉีดเอง อาจเป็นความร่วมมือกันระหว่าง รพ.รัฐและ รพ.เอกชน โดยให้ รพ.รัฐรับรองความปลอดภัยในสถานที่ ต้องมีมาตรฐาน ทั้งแพทย์ พยาบาลประจำ อุปกรณ์ช่วยชีวิต และสามารถนำส่งหากมีอาการข้างเคียงรุนแรง การฉีดวัคซีนแบบกลุ่มต้องทำในสถานพยาบาลขนาดใหญ่ ระดับชุมชนขึ้น รพ.สต.ไม่สามารถฉีดได้ เนื่องจากวัคซีนเป็นวัคซีนที่ใช้ในภาวะฉุกเฉิน ต้องมีการสังเกตอาการตามมาตรฐานและติดตามอาการ 30 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.สาธารณสุขกล่าวว่า การจัดสรรวัคซีนเป็นไปตามคณะอนุกรรมการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 โดยยึดหลักพื้นที่ระบาด พื้นที่เศรษฐกิจท่องเที่ยว และกลุ่มอาชีพเสี่ยง โดยแต่ละจังหวัดจะได้สัดส่วนของวัคซีนไม่เท่ากัน เนื่องจากขึ้นกับสถานการณ์การระบาดโรคในแต่ละจังหวัด หลังจากเกิดกระแสวิจารณ์การจัดสรรวัคซีนที่ไม่เท่าเทียม เช่น ในจังหวัดภูเก็ต และบุรีรัมย์ พร้อมยืนยันการจัดสรรวัคซีน เอาหลักการแพทย์มานำการเมือง เช่น กทม.เป็นพื้นที่ระบาดหนักต้องได้รับการจัดสรรวัคซีน โดยวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่จะมาถึงก่อนปลายเดือนนี้ 1.7 ล้านโดส จะให้ กทม.เป็นหลักเพื่อฉีดให้เร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การชี้แจงเพิ่มช่องทางการฉีดวัคซีนไม่ต้องการให้ประชาชนสับสน เพราะมีระบบหมอพร้อมรองรับไว้ กรณีมีประชาชนมาลงทะเบียนจำนวนมาก ที่ผ่านมาระบบไม่เคยล่ม แต่ยอมรับว่าการประสานร่วมกับ รพ.เอกชน ทำให้เกิดปัญหาการลงทะเบียน ที่ รพ.เอกชนเปิดรับจองฉีดวัคซีน แต่รายชื่อถูกดีดออกและไม่สามารถลงทะเบียนได้ ขณะนี้ได้พยายามแก้ไขปัญหาไปละขั้นตอน มั่นใจการเปิดลงทะเบียน 31 พ.ค.จะไม่เกิดปัญหา สามารถรองรับได้ 20,000 คนต่อวินาที&amp;rdquo; นายสาธิตกล่าว
ส.ส.ขอวัคซีนลงพื้นที่ตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยังกล่าวถึงเรื่องแผนการกระจายวัคซีนโควิด-19 นั้น จะเริ่มในเดือน มิ.ย.64 โดยมีวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นวัคซีนหลักร่วมกับวัคซีนอื่นๆ ที่กำลังจัดหาเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามีสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ต่างๆ หลายจังหวัดทั่วประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ดำเนินการจัดหาวัคซีนมาเพิ่มเติมและได้กระจายไปยังจังหวัดต่างๆ ทั้งหมด 2.6 ล้านโดส และมีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 2.5 ล้านเข็ม ซึ่งเป็นการสำรอง แต่เมื่อมีการดำเนินการตามแผนหลักในเดือน มิ.ย.จะสามารถฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า รพ.ตำรวจให้บริการฉีดวัคซีนแก่ข้าราชการตำรวจวันละ 1,000 นาย โดยให้มีการลงทะเบียนล่วงหน้าและให้เข้ารับวัคซีนตามวัน-เวลากำหนด การดำเนินการของ รพ.ตำรวจทุกขั้นตอนเป็นไปตามมาตรการด้านสาธารณสุข โดยเว้นระยะห่าง แบ่งพื้นที่พักคอยและให้บริการเป็นสัดส่วน และได้มีภาคเอกชนสนับสนุนอาหาร น้ำดื่มให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้มารับบริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการฉีดวัคซีนแบบวอล์กอินที่ทำให้ ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลขัดแย้งกันเองว่า ส่วนตัวเห็นใจและเข้าใจพรรคภูมิใจไทยที่ถูกนายกฯ เบรก เมื่อวิเคราะห์ปัญหานี้อย่างละเอียดแล้ว คิดว่าวัคซีนเพิ่งเข้ามาเพียงนิดเดียว ทำให้ประเทศจำเป็นต้องฉีดวัคซีนตามความจำเป็นและตามแผนยุทธศาสตร์ก่อน จะทำสะเปะสะปะไม่ได้ ในสงครามชีวภาพกับโควิด-19 ขณะนี้ไทยเรากำลังเป็นฝ่ายตั้งรับ วัคซีนเป็นอาวุธสำคัญที่เราจะใช้รบกับเชื้อโควิด เปรียบเสมือนเรามีกระสุนจำนวนน้อย การยิงกระสุนทุกนัดของเราตรงเข้าเป้าจึงจะชนะในสงครามชีวภาพนี้ได้ หลังเดือนสิงหาคมถ้าเราฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้ครบตามเป้าหมายแล้ว การฉีดแบบวอล์กอินก็คงจะเป็นไปได้ จึงขอเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลยุติการตอบโต้กันและหันมาร่วมกันสู้กับวิกฤติโควิดจะดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี รองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทราบข่าวว่าทางจังหวัดชลบุรีได้รับการจัดสรรโควิดในเดือนมิถุนายน 2564 จำนวน 54,000 โดสเท่านั้น ทั้งที่จังหวัดชลบุรีเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับคนทั้งประเทศ เนื่องจากมีโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งสร้างรายได้ให้กับประเทศทางด้านการท่องเที่ยวอีกจำนวนมหาศาล มีความสำคัญต่อประเทศไทย โดยมีประชากรที่ถูกต้องตามทะเบียนราษฎรและประชากรแฝงรวมแล้วประมาณ 3 ล้านคนเศษ แต่หากได้รับวัคซีนเพียง 54,000 โดส จะเกิดผลกระทบอย่างหนัก ทั้งความมั่นใจของนักลงทุน นักท่องเที่ยว รวมทั้งประชาชนภายในจังหวัดชลบุรีอีกด้วย การที่จัดสรรวัคซีนมาให้ 54,000 โดสนั้น ถือว่าไม่ยุติธรรมกับคนทั้งประเทศ และถือว่าเป็นความเสี่ยงของประเทศไทยที่จะฟื้นฟูทางด้านเศรษฐกิจอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชาติ เทียนทอง อดีต ส.ส.เขตหลักสี่ กทม. พรรคเพื่อไทย โพสเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ตนและทีมงานลงพื้นที่ชุมชนคลัสเตอร์แคมป์คนงานหลักสี่ติดต่อกันหลายวัน เจอคนติดเชื้อเพิ่มหลายครอบครัว มีทั้งเด็กเล็ก คนแก่ คนหนุ่มสาว บางครอบครัวอยู่รวมกัน 17 คนบ้าง 9 คนบ้าง ไม่แปลกที่จำนวนคนติดเชื้อมันจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ตอนนี้ทั้งสภาพความเป็นอยู่และสภาพจิตใจของคนตรงนั้นเปราะบางมากๆ ซ้ำวันนี้ยังมีข่าวว่าพบเชื้อสายพันธุ์อินเดียในแคมป์อีก ขอเถอะครับ ผมไม่ด่า ไม่ดรามาอะไรทั้งนั้น ขอส่งเสียงในนามประชาชนหนึ่งคน แทนคนอีกเป็นหมื่นคนว่า ให้รัฐช่วยอนุมัติวัคซีนฉุกเฉินมาฉีดให้คนหลักสี่ที่อยู่ในโซนสีแดงเข้ม เหมือนที่ท่านทำให้พี่น้องชาวคลองเตยเถอะครับ ก่อนที่อะไรมันจะสายไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103742</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กระจายวัคซีน, ฉีดวัคซีน, ทุกกลุ่มจะได้รับวัคซีน, บุคลากรเสี่ยงด้านคมนาคมขนส่ง, วัคซีนโควิด, ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19, ไม่ทอดทิ้งใคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a7bbef92bda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
