<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โยนกลองเลื่อนฉีด! หมอหนูซัดเป็นแพะทำคุณบูชาโทษ/กทม.ยันพร้อมแต่ไร้วัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โกลาหลวัคซีน! รพ.แห่เลื่อนฉีดตั้งแต่ 14 มิ.ย.เป็นต้นไป อ้างไม่ได้รับจัดสรรเพียงพอ &amp;ldquo;อนุทิน&amp;quot; ผนึกบิ๊กสธ.เรียงหน้าแจงยิบกระจายวัคซีนตามแผน ศบค.ยัน 2 สัปดาห์ส่งให้ กทม.ไปแล้ว 5 แสนโดส ซัดอำนาจหน้าที่ผู้ว่าฯบริหารจัดการ ปรี๊ดตกเป็นแพะทำคุณบูชาโทษ กทม.โต้ไม่เกี่ยวกลุ่มลงทะเบียนหมอพร้อม แพทย์ชนบทโดดป้อง &amp;quot;เสี่ยหนู&amp;quot; อย่ารุมสกรัมผิดคน ชี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ต้นเหตุต้องรับผิดชอบเต็มๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ตามที่รัฐบาลประกาศยกระดับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เป็นวาระแห่งชาติ และเริ่มคิกออฟทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.นั้น ปรากฏว่า วันนี้ (13 มิ.ย.) โรงพยาบาล (รพ.) หลายแห่งทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดได้ประกาศเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไป หลังมีปัญหาการกระจายวัคซีน เช่น ในพื้นที่ กทม. รพ.ศิริราชปิยมหาราชการุณย์ ออกประกาศเลื่อนการฉีดในวันที่ 14-20 มิ.ย. โดยระบุว่าเนื่องจากโรงพยาบาลยังไม่ได้รับการจัดสรรวัคซีนจากกระทรวงสาธารณสุข (ทั้งแอสตร้าเซนเนก้าและซิโนแวค) ทั้งนี้ หากโรงพยาบาลได้รับการจัดสรรวัคซีนมาเมื่อใด จะแจ้งให้ท่านได้รับทราบทาง SMS โดยเร็วที่สุด เพื่อมารับการฉีดวัคซีนต่อไป หากท่านมีข้อสงสัย โปรดสอบถาม Call Center หมอพร้อม 0-2792-2333 ระหว่างเวลา 09.00- 17.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกันกับ รพ.เอกชนชื่อดังในกทม.และปริมณฑล อาทิ รพ.พญาไท,&amp;nbsp; รพ.กรุงเทพ, รพ.พระราม 9, รพ.เวชธานี, รพ.เทพธารินทร์, รพ.ธนบุรี, รพ.ศูนย์การแพทย์วิชัยยุทธ, รพ.มงกุฎวัฒนะ, รพ.เกษมราษฎร์, รพ.นมะรักษ์ ได้โพสต์ประกาศผ่านทางเฟซบุ๊กเลื่อนนัดฉีดวัคซีนในวันที่ 14-20 มิ.ย.&amp;nbsp; สำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนจองในระบบหมอพร้อม โดยชี้แจงในทำนองเดียวกันว่ายังไม่ได้รับการจัดสรรวัคซีนในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากทางภาครัฐมีการเปลี่ยนแปลงด้านการกระจายวัคซีน หากได้รับการจัดสรรวัคซีนเพิ่มเติม จะแจ้งให้ประชาชนเข้ารับบริการอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่ รพ.นมะรักษ์ ลงท้ายคำประกาศด้วยว่า &amp;quot;หากมีข้อสงสัยสอบถามคอลเซ็นเตอร์ หรือติดต่อรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสอบถามสาเหตุความไม่พร้อมของวัคซีน สำหรับผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง&amp;quot; แต่ต่อมาได้แก้ไขโพสต์ใหม่ว่าให้ &amp;ldquo;ติดต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง&amp;rdquo; แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน ผู้ร่วมก่อตั้ง รพ.นมะรักษ์ ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงกรณีที่ รพ.โพสต์ข้อความดังกล่าวว่า&amp;nbsp; &amp;quot;เจ้าหน้าที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หมอในฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาล เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด แต่ทุกเรื่องมีที่มาที่ไป หากใครติดตามเฟซบุ๊กหมอ จะเคยพูดเรื่องวัคซีน การฉีดวัคซีนเหมือนการจองตั๋วคอนเสิร์ตในแง่ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัด ทุกคนอยากได้วัคซีน การให้วัคซีนถือเป็นวาระแห่งชาติ ทำอย่างไรให้ประเทศไทยพ้นวิกฤติ และหมอเห็นความยากลำบากของคนในกระทรวงสาธารณสุข สำนักอนามัย กทม. และทุกโรงพยาบาลที่เข้ามาช่วยกันรักษา ฉีดวัคซีน หากย้อนไปวันที่ 1 พ.ค. มีการลงทะเบียนหมอพร้อม ผู้สูงอายุ และ 7 กลุ่มโรคเสี่ยง เกิดความโกลาหล ลงลำบาก จนมีการแก้ระบบ หลังจากนั้น มีการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะ ที่บอกว่าประชาชนทั่วไปลงได้ แต่สุดท้ายก็ลงไม่ได้ หรือผู้สูงอายุ ลงไปสักระยะมีข่าววอล์กอิน เรื่องเหล่านี้ประชาชนเข้าใจได้หากสื่อสารดี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.นริศ กิจณรงค์ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม รพ.ศิริราช ชี้แจงกรณีประกาศของ รพ.ศิริราชปิยมหาราชการุณย์ และประกาศของศูนย์การแพทย์ กาญจนาภิเษก ที่เลื่อนนัดการฉีดวัคซีนในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ว่า ไม่สามารถสรุปใช้คำว่า &amp;ldquo;ศิริราช&amp;rdquo; ได้ เพราะทั้ง 2 โรงพยาบาลเป็นหน่วยงานภายใต้คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และจำเป็นต้องชี้แจงเพื่อป้องกันประชาชนเกิดความสับสน ทั้งนี้ โดยสรุปล่าสุดการฉีดวัคซีนใน รพ.ศิริราช จะสามารถดำเนินการฉีดต่อไปได้ตามกำหนดนัดหมายเดิม
ซัดกทม.เหตุวัคซีนโกลาหล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จัดสรรวัคซีนให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วไป 5 แสนโดส จากที่ตกลงกันไว้ 1 ล้านโดส นี่ยังไม่ถึง 2 สัปดาห์ กระทรวงส่งให้ กทม.ไปครึ่งหนึ่งแล้ว คำว่าวัคซีนไม่ได้ส่งจาก สธ. พูดอย่างนี้ปราศจากความรับผิดชอบ สำนักอนามัยและสำนักการแพทย์ กทม. ควรจะต้องบริหารจัดการวัคซีนที่ได้รับไปจาก สธ.ให้ดีที่สุด สธ.จัดการทุกอย่างที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบไปให้ กทม.หมดแล้ว ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของ กทม.เองว่า จะวางแผนการกระจายอย่างไร ความจริงควรจะส่งให้สัปดาห์ละ 250,000 โดสด้วยซ้ำ แบบนี้กลายเป็นทำคุณบูชาโทษ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สัปดาห์หน้าจะทยอยส่งให้ กทม.อีก การกระจายวัคซีนไปตามจุดไหนก็ตามเป็นหน้าที่ของ กทม. สธ.มีหน้าที่ทำตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) มอบหมาย ต้องบริหารจัดการวัคซีน กระจายวัคซีนจำนวนฉีดต่อวัน ต้องวางแผนอย่างดี สธ.ในส่วนที่รับผิดชอบทั่วประเทศก็ไม่เห็นมีใครมีปัญหาแบบนี้ ไม่ใช่ว่าได้มาเท่าไหร่ก็กระจายแบบไม่วางแผน&amp;quot; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินยืนยันว่า ไม่มีความขัดแย้งกับ กทม. ส่วนที่บางโรงพยาบาล ระบุว่าให้สอบถามเรื่องนี้มาที่ รมต.สธ.นั้น หากถามมาก็ได้คำตอบแบบนี้ว่า สธ.ไม่ได้จัดวัคซีนให้ตามใจ แต่จัดให้ตามที่ ศบค.กำหนดมา และขอความเป็นธรรมให้กับ สธ.ด้วย ส่วนโควตาวัคซีนของ กทม.ที่เหลือจะทยอยส่งให้ในสัปดาห์ต่อไปหลังได้รับวัคซีนมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอนุทินนำทีมปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค และผู้บริหารในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp; ตรวจเยี่ยมและติดตามการฉีดวัคซีนโควิด-19 พร้อมรับการเปิดเมืองท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยได้เดินทางไปยังสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จากนั้นได้ร่วมประชุมและมอบนโยบายผู้บริหารและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมป้องกันโควิด-19 ของชาวบุรีรัมย์ หวังสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เตรียมความพร้อมก่อนเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดบุรีรัมย์ และสอดรับโครงการ &amp;ldquo;1 ตุลาคม 2564 ทัวร์เที่ยวไทย โดยไม่กักตัว&amp;rdquo; ของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ทั้งได้เดินเยี่ยมและพบปะสอบถามประชาชนที่มารับบริการฉีดวัคซีนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า &amp;quot;อย่าให้คนทำงาน กลายเป็น &amp;ldquo;แพะ&amp;rdquo; เรื่องการบริหารจัดการวัคซีนนั้น ต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบตามตัวบทกฎหมายที่กำหนด สธ.มีหน้าที่ในการจัดหา และกระจายไปตามแผนที่ ศบค.กำหนด เมื่อวัคซีนถึงพื้นที่ ก็เป็นบทบาทของหน่วยงานในพื้นที่นั้นๆ ต้องบริหารจัดการวัคซีนตาม ที่แสดงเจตจำนงไปทุกอย่างชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่ายามมีปัญหา ทั้งใน กทม.และจังหวัดอื่นๆ กลับกลายเป็น สธ.ต้องถูกวิจารณ์อย่างสาหัส ทั้งที่ได้ทำหน้าที่อย่างครบถ้วนสุดความสามารถแล้ว อย่าแปลกใจ หากเราจะเห็นคน สธ.ออกมาชี้แจงรัวๆ เรื่องการเลื่อนฉีดวัคซีนในพื้นที่ต่างๆ โดยเน้นย้ำว่า ทางหน่วยงานไม่ได้มีอำนาจรับผิดชอบตรงนั้น หากเข้าไปแทรกแซงจะกลายเป็นก้าวก่าย เพราะมาจุดนี้ ดูเหมือนคนทำงาน ที่มีสภาพไม่ต่างจากแพะ ก็ทนแบกรับปัญหาของคนอื่นต่อไปไม่ไหวแล้วเช่นกัน เรามักจะพูดเสมอว่าเรื่องโควิด เราต้องช่วยกัน แต่ในความเป็นจริง บางคนก็พยายามสุดความสามารถเพื่อช่วยกันแก้ปัญหา แต่บางคนกลับพยายามจะทำให้ปัญหามันใหญ่ขึ้นไปอีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า วัคซีนที่ สธ.ได้รับการส่งมอบจากบริษัทผู้ผลิตวัคซีนมานั้น ถูกจัดสรรตามความจำเป็นและเป็นไปตามสถานการณ์ของโรคโควิด-19 เช่นขณะนี้ที่มีการระบาดในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล พื้นที่เหล่านี้จะได้รับวัคซีนในสัดส่วนที่สูง ส่วนในต่างจังหวัดที่ไม่มีการติดเชื้อประมาณ 20 จังหวัดนั้น อาจจะได้รับวัคซีนในสัดส่วนที่น้อยลง นี่คือหลักการโดยทั่วไป
สธ.แจงยิบส่งตามแผน ศบค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อวัคซีนลงไปถึงพื้นที่แล้ว จะมีกลุ่มเฉพาะที่จะได้วัคซีนก่อนอีก เช่น เดือน ก.พ.-เม.ย. จะฉีดให้บุคลากรสาธารณสุข บุคลากรด่านหน้ากลุ่มต่างๆ เมื่อครบแล้วจะทยอยฉีดให้ประชาชนกลุ่มแรกคือผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีโรคเรื้อรัง ต่อมาเป็นกลุ่มอายุไม่เกิน 60 ปี แต่มี 7 โรคเรื้อรัง ทั้งนี้ วัคซีนที่ส่งไปตั้งแต่ก่อนวันที่ 7 มิ.ย.นั้นเป็นล็อตใหญ่ คือวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 2 ล้านโดส ส่งไปต่างจังหวัดรวมประมาณ 1.1 ล้านโดส ที่เหลือเกือบครึ่งกระจายอยู่ในกรุงเทพฯ และภารกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อจังหวัดได้รับไปแล้ว คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร จะต้องมีการประชุมร่วมกัน และจัดสรรวัคซีน ดังนั้นต้องบริหารให้พอ เพราะวันนี้วัคซีนก็ยังจำกัดอยู่ เพียงแต่แต่ละพื้นที่ต้องจัดลำดับความสำคัญ เช่น&amp;nbsp; กทม.ได้รับการจัดสรรวัคซีนสำหรับวันที่ 7-18 มิ.ย. เป็นแอสตร้าฯ 3.5 แสนโดส, ซิโนแวค 1.5 แสนโดส รวมเป็น 5 แสนโดส สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้แอสตร้าฯ ทั้งหมดรวม 3 แสนโดส ฉีดเฉพาะผู้ประกันตนในพื้นที่กรุงเทพฯ เท่านั้น ส่วนที่ประชุมอธิการบดี (ทปอ.) ได้รับ 1.5 แสนโดส ซึ่งเป็นวัคซีนของแอสตร้าฯ เป็นหลัก ที่เน้นฉีดบุคลากรในสถานศึกษา เพื่อรองรับการเปิดภาคเรียน ซึ่ง 2 กลุ่มหลังนี้จะมีคนที่เป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรังด้วย ซึ่งจะได้รับไปโดยอ้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งสำคัญคือจะบริหารจัดการอย่างไรถึงจะสามารถฉีดให้กับผู้สูงอายุและกลุ่มโรคเรื้อรังที่นัดไว้ตาม รพ.ได้รับการฉีดด้วย ในช่วงนี้ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ แต่ สธ. จะไม่ได้ลงไปดูรายละเอียดระดับ รพ.เพราะย่อยเกินไป รัฐบาล ศบค.สั่งมา เราเห็นชอบ ก็ส่งไป แล้วทางจังหวัดก็เอาเข้าคณะกรรรมการฯ ประชุมกันและส่งวัคซีนลงไปที่หน่วยบริการ ซึ่ง รมว.สธ.พูดก็ถูกว่าดูให้เป็นไปตามนโยบาย ข้อสั่งการ ส่วนรายละเอียดการปฏิบัติพื้นที่ย่อยๆ เป็นผู้พิจารณาดำเนินการ วันนี้ทุกพื้นที่ควรต้องมีการสื่อสารกันเป็นระยะๆ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด&amp;quot; รองอธิบดีกรมควบคุมโรคระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงยอดการฉีดวัคซีนในพื้นที่กรุงเทพฯ เทียบกับจำนวนวัคซีนที่ได้รับนับตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.เป็นต้นมา นพ.โสภณกล่าวว่า สปส.ได้ 3 แสน ฉีดแล้ว 2.1 แสนโดส ทปอ.ได้ 1.5 แสนโดส ฉีดไปได้มากแล้ว ส่วนสำนักอนามัย กทม. 3.5 แสนโดส คาดว่าจะฉีดหมดแล้ว และยังมีซิโนแวคอีก 1.5 แสนโดส ที่คิดว่าน่าจะปิดเข็ม 2 เป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งหมดราวเกือบ 7 แสนโดส ในรอบ 5-6 วันที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม วัคซีนของแอสตร้าฯ&amp;nbsp; ล็อตต่อไปจะมาในช่วงปลายสัปดาห์นี้อีก 1.5 ล้านโดส และคาดว่าจะกระจายได้ประมาณวันเสาร์-อาทิตย์ ส่วนใหญ่จะส่งลงพื้นที่กรุงเทพฯ ส่วนตัวเลขที่ชัดเจนอยู่ที่ กทม. วันนี้ประชาชนมีความต้องการฉีดวัคซีนอย่างล้นหลาม ทำให้ตอนนี้วัคซีนที่อยู่ในมือของแต่ละหน่วยลดน้อยลง แต่เราต้องพยายามบริหารจัดการ เช่น ถ้าสถานพยาบาลใดที่ยังมีวัคซีนอยู่ในตู้เย็นรอฉีดเข็ม 2 น่าจะพิจารณาให้กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรังได้ฉีดก่อน ในช่วงจันทร์-พุธที่จะถึงนี้ หรืออย่าง สปส. มีโควตา รพ.ให้เลือกผู้ประกันตนที่มีโรคเรื้อรังให้ได้ฉีดก่อน จะช่วยให้เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไปแล้วมากกว่า 6 ล้านโดส จากวัคซีนซิโนแวคและวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของแผนการ ฉีดวัคซีนสำหรับประชากรในประเทศไทย เดือน มิ.ย. คือฉีดอย่างน้อย 10 ล้านโดส ซึ่งขณะนี้เหลืออีก 4 ล้านโดส ที่จะกระจายวัคซีนออกไปตามคำสั่งของ ศบค.เห็นชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีมีการเลื่อนฉีดวัคซีนในแต่ละพื้นที่นั้น เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นผู้บริหารจำนวนวัคซีน กรณีที่ รพ.เอกชน ประกาศเลื่อนฉีดเพราะไม่ได้รับวัคซีนนั้น ต้องถามข้อมูลจากสำนักอนามัย กรุงเทพฯ ว่ามีการจัดสรรให้ รพ.แต่ละแห่งอย่างไรบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าวัคซีนแอสตร้าฯล็อตต่อไปที่จะส่งมอบให้ประเทศไทยในวันที่ 14 มิ.ย.นี้นั้น นพ.โอภาสกล่าวว่า วัคซีนโควิด-19 เป็นสินค้าที่มีความเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ ทางบริษัทวัคซีนกับประเทศไทยก็มีสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูลร่วมกัน แต่ยืนยันว่ายังเป็นไปตามสัญญา ส่วนวัคซีนซิโนแวคที่เข้ามาเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา จำนวน 1 ล้านโดส ยังอยู่ระหว่างการตรวจรับตามกระบวนการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวด้วยว่า ทุกวันมียอดการรับบริการที่เพิ่มขึ้น การฉีดวัคซีนยังดำเนินต่อไป ล่าสุดมีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไปแล้วมากกว่า 6 ล้านโดส สอดคล้องตามเป้าหมายของแผนการฉีดวัคซีน ซึ่งตามแผน ต้องฉีดให้ได้ 10 ล้านโดสภายในเดือน มิ.ย. &amp;nbsp;
ป้อง&amp;quot;อนุทิน&amp;quot;โทษ&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;quot;โกลาหลวัคซีนกรุงเทพฯ ไม่พอ คนรับผิดชอบไม่ใช่ สธ.นะ&amp;quot; โดยระบุว่า ดูเหมือนวัน 14 มิ.ย.นี้ การฉีดวัคซีนโควิดในพื้นที่กรุงเทพฯ จะโกลาหลที่สุด มีการประกาศเลื่อนการฉีดเพราะไม่มีการส่งวัคซีนมาให้ ต้องบอกว่าการจัดสรรวัคซีนใน กทม. ไม่เกี่ยวกับ สธ. เพราะการจัดสรรวัคซีนในขณะนี้เป็นหน้าที่ ศบค. คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติมานานแล้ว ดังนั้นการตัดสินใจสุดท้ายว่าจะจัดสรรอย่างไร จะจัดแบ่งโควตากันอย่างไร สธ.ไม่ใช่คนตัดสินใจ เมื่อ ศบค.ตัดสินใจแล้ว ก็สั่งการให้ สธ.ให้จัดส่งวัคซีนกระจายต่อไปโรงพยาบาลต่างๆ ตามโผ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการประชุม ศบค.นัดพิเศษเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา นายกฯ ประยุทธ์ ในฐานะ ผอ.ศบค.ได้นัดประชุมนัดพิเศษเพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ที่เชื่อมโยงกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้เข้ามาหารืออย่างเร่งด่วน และมีมติตั้ง &amp;ldquo;ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;rdquo; โดยมีตัวนายกฯ รวบอำนาจมานั่ง ผอ.ศูนย์เสียเอง โดยไม่มีชื่อรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งในทีมเลย ไม่มีแม้ รมว.สธ.ป็นกรรมการ จึงต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐมนตรีอนุทินด้วย ดังนั้นความโกลาหลจากการขาดแคลนวัคซีนในกรุงเทพฯ หรือการกระจายวัคซีนในกรุงเทพฯ ที่ไม่ตรงกลุ่มที่ควรจะได้ เช่น ไทยร่วมใจมาแรงแซงคิวผู้สูงอายุและผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรังนั้น ก็ต้องไปวิพากษ์ให้ถูกคน นั่นคือนายกฯประยุทธ์นั่นเอง ไม่ใช่ความรับผิดชอบของ รมต.อนุทิน ในยามที่เรือใกล้แตก การเอาตัวรอดก็ย่อมปรากฏ เรื่องอะไรจะปล่อยให้โดนรุมสกรัมผิดคน วัคซีนกรุงเทพฯ ไม่พอ สธ.ไม่เกี่ยวนะ คนที่ต้องรับผิดชอบคือนายกฯ ประยุทธ์เต็มๆ กรุณาวิพากษ์วิจารณ์หรือนินทาให้ถูกคนด้วย นั่นคือบทสรุปของปรากฏการณ์ในครั้งนี้&amp;quot; ประธานชมรมแพทย์ชนบท ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ในช่วงวันที่ 7-12 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีการฉีดวัคซีนทั่วประเทศจำนวน 1,865,190 โดส และตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-12 มิ.ย. มีการฉีดสะสมแล้วรวมทั้งสิ้น 6,081,242 โดส แยกเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1&amp;nbsp; จำนวน 4,456,786 ราย และผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 1,624,456 ราย ส่งผลให้ปัจจุบันไทยมียอดการฉีดวัคซีนโควิด-19 สะสมเป็นอันดับที่ 3 ของอาเซียน และเป็นไปตามเป้าหมายของแผนการฉีดวัคซีนสำหรับประชากรไทยในประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการฉีดวัคซีนให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 โดยกระทรวงแรงงานนั้น สำนักงานประกันสังคมได้ปรับปรุงระบบการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อให้การฉีดวัคซีนแก่ผู้ประกันตนในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น&amp;nbsp; โดยจะเปิดให้บริการแก่ผู้ประกันตน ม 33 ที่นายจ้างได้ลงทะเบียนในระบบ e-Service อีกครั้งในวันจันทร์ที่ 14 มิ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊กกรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ ชี้แจงว่า จากกรณีที่ สธ.แจ้งว่าได้ให้วัคซีน กทม.มาแล้ว 1 ล้านโดส ตามแผนเดือน มิ.ย.64 นั้น ขอให้ข้อมูลดังนี้ 1.ตามแผนการจัดสรรวัคซีนของ สธ.กทม. ได้รับการแจ้งว่าจะได้รับการจัดสรรแอสตร้าฯ 2.5 ล้านโดส ซึ่งให้ กทม.ไปทำแผนการฉีดให้สอดคล้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.สำหรับวัคซีนที่ใช้ในวันที่ 7-14 มิ.ย.64 กทม.ได้รับวัคซีนแอสตร้าฯ&amp;nbsp; 350,000 โดส ซิโนแวค 150,000 โดส แบ่งการใช้วัคซีนแอสตร้าฯ เป็นระบบหมอพร้อม 181,400 โดส เข็มที่สอง 52,600 โดส ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง 8,000 โดส ประชาชนทั่วไป 100,000 โดส สำรองสำหรับควบคุมโรค 8,000 โดส ส่วนซิโนแวค แบ่งการใช้เป็นเข็มที่สอง สำหรับการควบคุมโรค (พื้นที่ระบาดรุนแรง) 128,000 โดส ควบคุมโรคพื้นที่ระบาดใหม่ 26,000 โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การจองผ่านระบบหมอพร้อม เป็นการเปิดให้ รพ.ทุกแห่งในกรุงเทพฯ มาช่วยกันฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงที่เปิดพร้อมกันทั้งประเทศ ดังนั้น กทม. จึงไม่ใช่ผู้ควบคุมและผู้ที่จัดสรรวัคซีน ซึ่งในเดือน มิ.ย.นี้ ผู้ที่ลงทะเบียนหมอพร้อมในกรุงเทพฯ ทั้งสิ้น 450,000 ราย 4. กทม.ยืนยันว่า กทม.พร้อม สถานที่พร้อม บุคลากรพร้อม และหาก &amp;quot;วัคซีนพร้อม&amp;quot; ตามแผน กทม.พร้อมจะดำเนินการฉีดให้กับประชาชนทันที&amp;quot;.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106272</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กระจายวัคซีนตามแผน, ฉีดวัคซีน, วัคซีนโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลื่อนฉีดวัคซีน, โควิด, โควิด 19, โควิด-19, ไม่ได้รับจัดสรรเพียงพอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210613/image_big_60c6108ec1152.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
