<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 06:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 06:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;นักวิชาการอิสระ&#039;ขยายความ&#039;ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์&#039;คือสิ่งที่คิดมาดีแล้วไม่ใช่เรื่องที่พูดแบบเลื่อนลอย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.64 - นายภัทร เหมสุข นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงเรื่อง&amp;quot;ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์&amp;quot; มีเนื้อหาดังนี้
วันนี้หลายคนคงเห็นแล้วว่าเป็นวันแรกที่เริ่มต้นของ &amp;quot;ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์&amp;quot; เริ่มต้นให้นักท่องเที่ยวเริ่มเข้ามาที่ภูเก็ตได้ งานนี้นายกรัฐมนตรีออกไปต้อนรับเองเลยทีเดียว ผมเข้าใจว่าการที่นายกต้องลงไปเองเพราะต้องการพื้นที่สื่อให้ออกไปทั่วโลกว่าเมืองไทยเริ่มต้นทดสอบวิธีการรับนักท่องเที่ยวกันแล้ว ให้รัฐมนตรีไปแทนอาจจะมีน้ำหนักไม่พอให้สื่อต่างประเทศเอาไปลงข่าวก็ได้ นั่นคือเหตุผลหลักว่าทำไมนายกต้องลงไปต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ได้รับการตอบสนองทั้งสองทาง แต่สิ่งที่ย้อนแย้งในโซเชียลวันนี้คือกลุ่มที่ด่ารัฐบาลเรื่องล็อกไม่ให้ร้านอาหารขายให้ทานในร้าน แต่ยังให้ซื้อกลับบ้านหรือสั่งผ่านแอปพลิเคชันส่งอาหารถึงบ้านได้นั้น ด่าคำสั่งนี้ว่ารัฐบาลสั่งปิดร้านอาหารทำให้คนทำมาหากินอดตาย แต่กลับออกมาต่อต้านว่าการให้นักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนแล้วและคนที่ภูเก็ตเองก็ได้รับวัคซีนตามจำนวนที่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้แล้วว่าจะทำให้ประเทศวอดวาย แต่ถ้าถามคนภูเก็ตเองแล้วคนพื้นที่กลับดีใจที่จะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองได้อีกครั้งหลังจากหยุดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว นั่นคือการเริ่มของการไม่ต้องอดตายของธุรกิจท่องเที่ยวของภูเก็ต และจะใช้วิธีนี้ไปทั้งประเทศถ้าได้ผลดี นั่นคือปากท้องของชาวบ้านมูลค่าหมื่นล้านแสนล้านที่แท้จริง
เรื่องนี้สำคัญมากครับผมอยากเอามาขยายความให้อ่านกันได้ง่าย ๆ ว่าความคิดเรื่อง &amp;quot;แซนด์บ็อกซ์&amp;quot; นั้นคือสิ่งที่คิดกันมาดีแล้วในระดับหนึ่ง เป็นเรื่องการทดลองกึ่งจะต้องใช้ตัวเลขทางวิชาการมาวัดผลที่ได้ออกมาแบบไม่มีมั่วเลยทีเดียว คำว่า &amp;quot;แซนด์บ็อกซ์&amp;quot; ไม่ใช่คำพูดสวย ๆ หรือพูดแบบไร้ที่มาที่ไปแต่อย่างไร แต่เป็นคำที่ใช้กันในทุกวงการในแง่ของการใช้วิชาการการวัดผลออกมาจริง ๆ
***************************************************
คำว่า &amp;quot;แซนด์บ็อกซ์&amp;quot; นั้นแปลตรงตัวว่า กล่องทราย นั่นคือพื้นที่จำกัดให้เล่นอะไรสักอย่างในกล่องนั้นไม่เลอะเทอะออกมานอกกล่อง ถ้าคนที่เคยใช้ชีวิตในต่างประเทศมาบ้างจะคุ้นตากับสนามเด็กเล่นที่มีพื้นที่เป็นทรายอยู่ส่วนหนึ่งให้เด็กมาเล่นก่อปราสาททรายหรือเล่นอะไรที่ไม่เลอะเทอะออกมาในพื้นที่ส่วนอื่น คือจะเล่นให้เละอย่างไรสนามเด็กเล่นส่วนอื่นก็ไม่สกปรกเละไปด้วย นั่นคือพื้นที่ &amp;quot;แซนด์บ็อกซ์&amp;quot; ที่สร้างเอาไว้ให้เด็กเล่นกันแบบตามสบาย
นั่นคือกฎเกณฑ์ของสังคมที่อยู่ร่วมกันที่แยกพื้นที่ยกเว้นเอาไว้ให้กับเด็กอีกกลุ่มหนึ่ง แต่สำหรับงานทดลองทาง วิศวกรรม การแพทย์ เศรษฐศาสตร์ การเมืองการปกครอง ฯลฯ ก็มีแซนด์บ็อกซ์เป็นของตัวเองเพื่อใช้ทดลองวัดผลโดยที่สังคมหรือระบบส่วนใหญ่ไม่โดนกระทบกระเทือนไปด้วยกับการทดลองอันนั้น ถ้ามันพังก็พังในพื้นที่จำกัด แต่ถ้าสำเร็จไปได้ดีตามที่ตั้งเป้าเอาไว้ก็เปิดแซนด์บ็อกซ์ให้สิ่งที่ทดลองในระบบปิดนั้นไหลเข้าไปในระบบใหญ่หรือพื้นที่ทั้งหมด
ตัวอย่างเช่น สมุมติว่าว่าผมเป็นโปรแกมเมอร์ของธนาคารอะไรสักแห่ง ผมต้องการทดลองแอปพลิเคชันตัวใหม่ของระบบตู้ ATM ผมคงไม่เอาระบบตัวใหม่เข้าไปในทุกตู้ทั่วประเทศในครั้งเดียว แต่จะเอาเข้าไปทดลองใช้สักสองสามตู้สักสัปดาห์หนึ่งดูว่ามันทำงานได้ราบรื่นไหม ถ้ามันจะล้มเหลวก็เจ๊งไปสองสามตู้ที่ทดลองใช้ อีกหลายพันตู้ในระบบทั่วประเทศก็ไม่ได้พังไปด้วย สองสามตู้นั้นคือ แซนด์บ็อกซ์ของแอปพลิเคชันใหม่ของธนาคารนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมต้องการทดสอบไลน์การผลิตของโรงงานอะไรสักโรงงานหนึ่ง ผมจะเอาวิธีการผลิตแบบใหม่เข้าทดสอบแบบไม่ต้องเกี่ยวข้องอะไรกับไลน์การผลิตจริงในเวลานั้น ถ้ามันสำเร็จตามที่คิดไว้ ก็นำไปใช้ได้ในระบบการผลิตใหญ่ทั้งโรงงาน แต่ถ้ามันไปไม่ไหว มีปัญหาต้องแก้ไข ก็ทำในไลน์การผลิตสมมุตินั้นจนมันทำงานได้จริงแล้วค่อยเอาไปใช้ ดังนั้นโรงงานทั้งโรงงานก็ไม่ต้องหยุดหรือมีปัญหากับการทดสอบอันนั้น นั่นคือ แซนด์บ็อกซ์ ของการผลิตสินค้าของโรงงานนั้น
ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรีต้องการทดสอบว่าการกระจายอำนาจบริหารออกไปยังท้องถิ่นอะไรสักอย่าง ผมคงไม่สั่งให้ทำทั้งประเทศในครั้งเดียวโดยไม่มีการวัดผลก่อนว่าใช้ได้ไหม แต่ผมจะให้ทดลองในพื้นที่ตำบลอะไรสักที่ ให้ อบต.ใช้การกระจายอำนาจการตัดสินใจในพื้นที่ตัวเองแล้ววัดผลดูว่าไปรอดไหม ถ้าไปได้ดีก็ค่อยกระจายอำนาจนั้นไปทุกตำบล ถ้าไปไม่รอดก็ไม่พังไปทั้งประเทศ การทดสอบการกระจายอำนาจในตำบลนั้นนั่นคือแซนด์บ็อกซ์ทางรัฐศาสตร์ เรื่องนี้เคยมีมีตั้งแต่รัชกาลที่ 5 แล้ว ที่ทดสอบการกระจายอำนาจการบริหารของพื้นที่ในปี พ.ศ.2440 โดยพระองค์ทรงให้ตำบลท่าฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร เป็นสุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทย เมื่อได้รับความสำเร็จตามที่วางแผนเอาไว้ก็มีการกระจายอำนาจนั้นไปยังสุขาภิบาลตั้งใหม่ทั่วประเทศ นั่นคือตำบลท่าฉลอมคือแซนด์บ็อกซ์ของพระองค์ที่ใช้ทดลอง
ถ้าผมต้องการทำวัคซีนอะไรสักตัว ผมก็คงไม่ให้คนทั้งประเทศฉีดเลยหลังจากทดลองกับสัตว์แล้วหรอกครับ แต่จะทดลองกับคนกลุ่มเล็ก ๆ ก่อนว่าปลอดภัยในระดับหนึ่งและสามารถป้องกันโรคได้แบบมีนัยยะที่วัดค่าได้ทางคลินิกได้จริง และยังต้องทดสอบอีกมากมายหลายปีจนมั่นใจได้ว่าวัคซีนนั้นดีจริง ผลิตได้จำนวนมากแบบไม่มีปัญหาในการผลิตจริง คนกลุ่มนั้นคือแซนด์บ็อกซ์ของการทดลองใช้วัคซีนตัวนั้นที่ไม่มีผลกระทบกับสุขภาพของคนทั้งประเทศ
******************************************
ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ก็เช่นกัน ถ้าเราจะปิดประเทศไม่รับนักท่องเที่ยวแบบนี้เราอยู่ได้ไม่นานหรอกครับ ปีกว่าที่เราหยุดการท่องเที่ยวไปเดือดร้อนกันตั้งแต่แม่ค้าผลไม้รถเข็น คนขับแท็กซี่ คนขับเรือ ยันเจ้าของโรงแรมลามไปถึงสายการบินที่เจ๊งกันไปทั้งประเทศ การบินไทยยันสายการบินโลว์คอสต์ยังไปไม่รอดเลย ดังนั้นเราต้องมีการทดสอบอะไรสักอย่างหนึ่งว่าเราพร้อมจะรับมือกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยวหรือไม่ กฎเกณฑ์การคัดกรองนักท่องเที่ยวใช้งานได้จริงหรือไม่ พื้นที่นั้นต้องมีคนฉีดวัคซีนในจำนวนที่มากพอตามเป้าของการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่แล้ว และสามารถปิดพื้นที่ควบคุมโรคได้ถ้ามีอะไรผิดพลาดแบบคาดเดาไม่ถึง ประชากรในพื้นที่นั้นต้องเคยรับมือและอยู่รอดกับการระบาดในพื้นที่ในระดับคลัสเตอร์ใหญ่มาแล้ว ดังนั้นจังหวัดภูเก็ตไข่มุกของอันดามันเป้าหมายอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวทั้งโลกจึงเป็นจังหวัดที่เหมาะที่สุดที่จะทำ &amp;quot;แซนด์บ็อกซ์&amp;quot; ของการท่องเที่ยวเป็นพื้นที่แรก ถ้าระบบการคัดกรองนักท่องเที่ยวไปได้ดี ไม่เอาโรคมาแพร่แบบควบคุมไม่ได้ ก็ขยายพื้นที่ไปยัง เชียงใหม่ พัทยา สมุย พะงัน ฯลฯ จนสามารถรับนักท่องเที่ยวได้ทั้งประเทศ ระบบเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจที่เป็นรายได้หลักของประเทศจากธุรกิจการท่องเที่ยวก็จะค่อย ๆ กลับมาอีกครั้งหนึ่ง ถ้าระบบใน &amp;quot;แซนด์บ็อกซ์&amp;quot; ของพื้นที่ภูเก็ตไปได้สวยและไม่สะดุดตัวลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คราวนี้เข้าใจแล้วใช่ไหมครับว่าคำว่า &amp;quot;แซนด์บ็อกซ์&amp;quot; นั้นไม่ใช่เรื่องที่พูดแบบเลื่อนลอย แต่เป็นอะไรที่ต้องใช้ระบบความคิดทางวิชาการและการประเมินผลทางตัวเลขที่หนักพอสมควร อีกทั้งต้องมีระบบการประมวลผลและแก้ไขตัวเองอยู่ตลอดเวลาที่ใช้งานในแซนด์บ็อกซ์นั้น ๆ และที่สำคัญคือถ้ามันจะพังก็พังเฉพาะในในแซนด์บ็อกซ์เล็ก ๆ ไม่ใช่ฉุดเอาทั้งระบบใหญ่ทั้งระบบให้พังไปด้วย
เครดิตภาพ thaiembassy&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108354</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจายอำนาจ, การเปิดประเทศ, ภัทร เหมสุข, ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60de53ab4cc89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105156</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอชูชัย&#039;หนุน&#039;อบจ.ปทุมฯ-รจภ.&#039;เป็นต้นแบบจัดซื้อวัคซีนทางเลือก อย่าอ้างระเบียบรวมศูนย์ที่ล้าหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.64 - นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ อดีตเลขาธิการแพทยสภา อดีตรองประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สังคมไทยได้รับการสนับสนุนจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยที่ พล.อ.ต.นพ.สันติ ศรีเสริมโภค รองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์(รจภ. )ได้เปิดเผยถึงแนวทางที่จะให้ จังหวัดปทุมธานี เป็นจังหวัดต้นแบบวัคซีนทางเลือก หลังจากที่ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้รับสิทธิ์เป็นผู้นำเข้า วัคซีนทางเลือกตัวแรก คือ &amp;ldquo;ซิโนฟาร์ม&amp;rdquo;จากประเทศจีนในเดือนมิถุนายนนี้ โดยจะร่วมมือกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ทำให้เป็นต้นแบบ เพราะเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมและมีประสบการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม จะเป็นที่น่าเสียดาย หากพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีมหาดไทย แกนนำรัฐบาล กลับขวางแนวคิดนี้ บอกให้ไปขออนุญาตจาก ศบค.ก่อน กลัวว่าจะเกิดความเหลื่อมล้ำกับ อบจ.ขนาดเล็ก ทัศนคติเช่นนี้จะซ้ำเติมวิกฤติ พาชาติบ้านเมืองถอยหลังเข้าคลอง &amp;ldquo;&amp;hellip;นพ.ชูชัย กล่าวย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชูชัย &amp;nbsp;ให้ความเห็นในฐานะที่มีส่วนร่วมศึกษาวิจัยรัฐธรรมนูญพ.ศ.๒๕๔๐ และมีส่วนร่วมร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ ว่า ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมากว่าห้าทศวรรษได้บัญญัติไว้ว่า &amp;hellip;&amp;rdquo;บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&amp;rdquo; สำหรับในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (๒๕๖๐)ปรากฏในมาตรา ๔๗ วรรคสาม บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญดังกล่าวส่งผลให้ การควบคุมป้องกันโรคติดต่ออันตราย ดำเนินการอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพราะ หากมีประชาชนคนไทยหรือบุคคลที่อาศัยหรือทำงานบนแผ่นดินไทย คนยากคนจนหรือผู้ด้อยโอกาส กลุ่มคนเปราะบาง หรือคนไร้รัฐ แรงงานข้ามชาติ หรือที่เรียกตามภาษาราชการว่า &amp;quot;แรงงานต่างด้าว&amp;quot; และอื่นๆ ต้องมาแบกรับหรือต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับตนเองและครอบครัว นอกจากการดำเนินการควบคุมป้องกันโรคติดต่ออันตรายเป็นไปด้วยความยากลำบาก ไร้ประสิทธิภาพและประสิทธิผล ยังเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำและช่องว่างทางสังคมมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;หากคนที่มีฐานะเท่านั้น จึงได้รับวัคซีน สังคมจะเกิดความโกลาหล และไม่สามารถป้องกันควบคุมโรคติดต่ออันตรายได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรองประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขกระจายอำนาจไปสู่ จังหวัด อำเภอ ตำบล ชุมชนท้องถิ่น(อาสาสมัครสาธารณสุขหรืออสม. ผู้นำชุมชน พระสงฆ์ ปราชญ์ชาวบ้าน ) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ การควบคุมป้องกันโรคติดต่ออันตราย ดำเนินการอย่างได้ผล &amp;nbsp;ดังนั้นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ในการควบคุมป้องกันโรคติดต่ออันตราย จึงเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นเรื่องที่ต้องสนับสนุนให้ดำเนินการ ไม่ใช่ยกอ้างเอาระเบียบกระทรวงที่รวมศูนย์อำนาจที่ล้าหลังมาเป็นอุปสรรคเพราะที่ผ่านมาไม่เพียงแต่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปประเทศ หากยังเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาโรคติดต่ออันตราย อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพราะ หากกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น เช่น ให้เกาะภูเก็ต หรือ มณฑล(รูปแบบสมัยรัชกาลที่ห้า)อันดามัน(ห้าจังหวัด) หรือ จังหวัดอื่นๆ มีอำนาจจัดการตนเอง ย่อมส่งผลให้สุขภาพของผู้คน การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจได้รับการฟื้นฟูสภาพกลับมาสู่ปกติได้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น &amp;nbsp;และการดำเนินตามมาตรา ๔๗ วรรคสาม ยังจะทำให้ระบบการควบคุมป้องกันโรคของไทยได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลกและประชาคมโลกว่า เป็นระบบดีที่สุดแห่งหนึ่งบนโลกใบนี้ ตลอดไป แต่ทำไมในสถานการณ์ปัจจุบันเรากำลังเดินเข้าสู่สภาวะวิกฤติ และกำลังเผชิญกับความล้มเหลวในการบริหารจัดการวัคซีน และทำไมเราจึงไม่สามารถแสดงศักยภาพให้สมกับเป็นประเทศที่มีระบบการควบคุมป้องกันโรคที่ดีสุดแห่งหนึ่งบนโลกใบนี้?&amp;rdquo; &amp;nbsp;นพ.ชูชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105156</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจายอำนาจ, นายกฯอบจ.ปทุมธานี, นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์, พล.อ.ต.นพ.สันติ ศรีเสริมโภค, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, วัคซีนทางเลือก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8921d54bee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;แนะเริ่มคลายล็อกดาวน์จังหวัดที่ไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.63- &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ว่า สุขภาพต้องควบคู่เศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ 17 เมษายน เราได้รับข่าวดีคือ ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 28 ราย ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกัน อีกไม่นานเราจะได้เห็นตัวเลขตัวเดียวในเร็วๆนี้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถึงตอนนี้ สิ่งที่อยากให้รัฐบาลตระหนักนั่นคือ เรายอมรับว่าสุขภาพต้องนำเสรีภาพ แต่ขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่า สุขภาพกับเศรษฐกิจต้องไปควบคู่กัน สลับกันนำเป็นระยะ แต่ต้องไม่ทิ้งห่างกันเกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไหนๆรัฐบาลได้กระจายอำนาจ ให้แต่ละจังหวัดบริหารจัดการภายในของตนเอง และเพื่อให้แนวคิดสุขภาพต้องควบคู่เศรษฐกิจ รัฐบาลต้องเป็นผู้คุมภาพรวมของประเทศ แต่ควรผ่อนคลายภายในจังหวัดที่ผลตรวจไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ติดต่อกัน 14 วัน (เนื่องจากระยะฟักตัวโควิด-19คือ 2-14 วัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรัฐบาลเป็นผู้วางกฏเกณฑ์กว้างๆไว้ เพื่อให้แต่ละจังหวัดที่พร้อม ขับเคลื่อนได้โดยที่ไม่ต้องเสียเวลารอจังหวัดอื่น โดยมีมาตรการดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ทุกจังหวัดยังมีมาตรการล็อคดาวน์คนเข้าออกอย่างเข้มงวดเหมือนเดิม
2.จังหวัดที่ตรวจไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ติดต่อกัน 14 วันและมีศักยภาพดูแล ให้ผ่อนปรนโดยเฉพาะกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในจังหวัดตนเอง
3.กำหนดประเภทธุรกิจที่จะผ่อนปรน และให้เวลาลงทะเบียน ทำความเข้าใจ 1 สัปดาห์ (ถึงวันเปิดจะไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อเนื่อง 3 สัปดาห์)
4.การผ่อนปรนที่เกิดขึ้น ต้องเข้มงวดเรื่อง social distancing ใส่หน้ากาก มีเจลหรือสบู่ล้างมือ
5.เชิญอสม.หรือผู้สนใจ มาเป็น health ambassador(ทูตสุขภาพ) เพื่อไปเยี่ยม ให้คำแนะนำsocial distancing ตามร้านต่างๆที่เปิด
6.ต้องไม่ให้มีการรวมกลุ่มคน ดังนั้นต้องกำหนดจำนวนประชาชนที่เข้าร้านค้า การนั่งรอต้องจำกัดและมีsocial distancing ส่วนที่เหลืออาจให้นัดเวลา
7.ร้านอาหารจานเดียว ก๊วยเตี๋ยวควรเปิดให้ทานที่ร้านได้ แต่จัดโต๊ะแบบsocial distancing ที่เหลือให้รอคิว
8.ร้านอาหารที่นั่งรวมกลุ่ม ผับ บาร์ ไม่ควรให้เปิด เพราะมีความเสี่ยงสูง
9.การค้นหาผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังเหมือนเดิม แต่ให้เฝ้าระวัง ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคประจำตัวแทน เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยง
10.ถ้าในจังหวัดไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ กระทรวงศึกษาควรโอนอำนาจตัดสินใจ เปิดภาคเรียนให้แก่ทางจังหวัด ไม่จำเป็นต้องรอนานถึง1 กรกฎาคม เพราะนานเกินความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวทางดังกล่าวเป็นการปูพื้นฐานเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งใหญ่ ทั้งเรื่องกระจายอำนาจ และระเบียบวินัยของประชาชนไปสู่new normalของประเทศ เปิดช่องให้เศรษฐกิจเริ่มขับเคลื่อน ในจังหวัดที่พร้อม ให้สอดคล้องกับหลักความจริงคือสุขภาพต้องควบคู่เศรฐกิจ บนพื้นฐานระเบียบวินัย แล้วเสรีภาพที่ดีจะตามมา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63425</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, กระจายอำนาจ, คลายล็อกดาวน์, น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e99442db5fa7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครป.ยื่นหนังสือจี้กมธ.กระจายอำนาจ เร่งผลักดันการตรากฎหมายจังหวัดจัดการตนเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ. 63&amp;nbsp;- ที่รัฐสภา นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เดินทางไปยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ที่อาคารรัฐสภา เพื่อเสนอให้คณะกรรมาธิการ เร่งผลักดันการตรากฎหมายจังหวัดจัดการตนเอง และการกระจายอำนาจการปกครองอย่างเป็นระบบ โดยจัดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และเรียกร้องให้เร่งรัดรัฐบาลให้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศโดยเร็ว&amp;nbsp;โดยหนังสือของของครป. ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาที่รุมเร้าเข้ามามากมาย ทั้งปัญหาที่เป็นผลมาจากการแข่งขันแย่งชิงกันทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และปัญหาภายในประเทศที่ส่งผลถึงความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรงระหว่างประชาชนที่ต่างชนชั้นต่างฐานะทางสังคม ที่อยู่ในเมืองกับอยู่ในชนบทและอื่นๆ แต่รัฐบาลไทยและกลไกรัฐทั้งหลายยังมีกระบวนทัศน์รัฐราชการรวมศูนย์อำนาจแบบเก่า ซึ่งไม่สามารถเผชิญกับปัญหาและความท้าทายต่างๆ ได้ เนื่องจากประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาภายใต้กระบวนทัศน์นี้ไม่อาจลดทอนปัญหาความเหลื่อมล้ำดังกล่าวลงได้ ตรงกันข้ามกลับทวีความรุนแรงเพิ่มยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เห็นว่า กลไกรัฐในราชการฝ่ายบริหาร และรัฐสภาจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การบริหารราชการแผ่นดินและการตรากฎหมายการกระจายอำนาจ ออกจากการเป็นรัฐราชการแบบเข้มข้นหรือรัฐรวมศูนย์อำนาจเด็ดขาด ซึ่งรูปแบบดังกล่าวเต็มไปด้วยการคอร์รัปชั่นของข้าราชการและนักการเมืองอย่างเป็นระบบที่กัดกร่อนประเทศไทยมาอย่างยาวนานจนเกิดความเหลื่อมล้ำทางอำนาจและเศรษฐกิจในปัจจุบัน เนื่องจากเชื่อว่ารัฐและกลไกของรัฐต่างๆ เท่านั้นเป็นฝ่ายที่มีความสามารถในการตัดสินใจบริหารจัดการประเทศได้ดีที่สุดและถูกต้องที่สุด โดยถือว่าประชาชนเป็นเพียงฝ่ายที่ต้องรอรับผลการตัดสินใจหรือตอบสนองต่อทิศทางการดำเนินการของฝ่ายรัฐเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ กำหนดนโยบาย และตรากฎหมายให้เกิดการบริหารจัดการประเทศร่วมกันใหม่ ระหว่างรัฐกับประชาชนภายใต้ภัยคุกคามความมั่นคงในรูปแบบใหม่ เพื่อนำเอาศักยภาพและพลังของประชาชนในท้องถิ่นและทรัพยากรท้องถิ่นที่มีอยู่ในทั่วประเทศมาขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง ช่วยลดภาระของรัฐบาลในส่วนกลางและเพิ่มพลังในการแข่งขันให้กับประเทศให้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ดังนั้น คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) จึงขอเรียกร้องมายังคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้&amp;nbsp;
1. ขอให้ตรวจสอบการผูกขาดอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจของกลุ่มนายทุนผูกขาดทั้งหลาย และผลักดันการกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจ รวมถึงการตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 ให้เกิดประสิทธิภาพและความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ เนื่องจากปัจจุบันมีกลุ่มทุนธุรกิจผูกขาดมีอำนาจเหนือตลาด ขัดกับกฎหมายการแข่งขันทางการค้าและผูกขาดตลาดเกินกึ่งหนึ่งตามกฎหมายจำนวนมาก แต่คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้ายังไม่มีการดำเนินการตรวจสอบและฟ้องร้องอย่างเป็นระบบ และนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งขอให้เร่งผลักดันให้มีกฎหมายการเก็บภาษีทรัพย์สินอัตราก้าวหน้าเหมือนนานาอารยประเทศ ยกเลิกนโยบายส่งเสริมการลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ การลดหย่อนภาษีเงินได้และการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพื่อส่งเสริมการลงทุนของกลุ่มทุนรายใหญ่ ทั้งนี้ เพื่อกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจและให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดเก็บภาษีทรัพย์สินในท้องถิ่นที่รับผิดชอบเพื่อการพัฒนาพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ขอให้เร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติจังหวัดจัดการตนเอง เพื่อให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงทั่วประเทศ โดยให้มีการเลือกตั้งสภาจังหวัดจัดการตนเอง และผู้ว่าราชการจังหวัดจัดการตนเอง เพื่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนโดยตรงในทุกพื้นที่ ไม่มีการปกครองรูปแบบพิเศษเฉพาะกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาเท่านั้น เพื่อให้เกิดการกระจายอำนาจและมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ประเทศไทยต้องกระจายอำนาจการปกครองจากรัฐราชการรวมศูนย์ไปสู่การพัฒนาเมืองต่างๆ ให้เติบโตยั่งยืนด้วยตนเองและส่งเสริมให้ท้องถิ่นจัดการตนเองด้วยระบบราชการสมัยใหม่ เพื่อให้ทุกเมืองได้พัฒนาทรัพยากรในท้องถิ่นได้อย่างเต็มที่เพื่อผลประโยชน์ของคนในท้องถิ่นเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 249 ให้มีการจัดการปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักแห่งการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น โดยให้คํานึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่นและความสามารถในการปกครองตนเองในด้านรายได้ จํานวนและความหนาแน่นของประชากรประกอบกันเป็นสำคัญ ดังนั้น อาจดำเนินการในพื้นที่จังหวัดนำร่องที่มีความพร้อมไปก่อนก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ให้ผลักดันให้มี &amp;ldquo;สภาพลเมือง&amp;rdquo; ขึ้นในทุกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล โดยให้สภาพลเมืองเป็นที่สำหรับการปรึกษาหารือ การร่วมตัดสินกำหนดแผนพัฒนาท้องถิ่น การร่วมแก้ไขปัญหาของท้องถิ่น เป็นต้น รวมทั้ง ควรเปิดโอกาสให้สภาองค์กรชุมชน องค์กรและเครือข่ายภาคประชาสังคมได้มีบทบาทในการให้คำปรึกษาและร่วมตัดสินใจกับองค์กรปกครองท้องถิ่น ตลอดทั้งร่วมหรือรับทำบริการสาธารณะที่เหมาะสมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ขอให้ผลักดันให้คณะรัฐมนตรีกำหนดช่วงวันเวลาเพื่อเร่งจัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศโดยเร็วที่สุด เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากว่า 7 ปี ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ใช้อำนาจมาตรา 44 ขยายเวลาออกไป จนบัดนี้มีรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่เป็นเวลานานแล้ว แต่ยังไม่มีมติคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดวันเวลาเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศแต่อย่างใด ถึงเวลาอันสมควรให้มีการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นโดยเร็วเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและเพื่อให้การปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถทำบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความต่อเนื่องของระบบราชการไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร จะรับฟังข้อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้มีการกระจายอำนาจการปกครองอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นต่อรัฐสภาไทย เพื่อเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหาประเทศอย่างจริงจัง และเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้รุ่งเรืองร่วมกันต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57007</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจายอำนาจ, ครป., เมธา มาสขาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e43cb5332056.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2019 21:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2019 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คิวบาตั้งนายกรัฐมนตรีคนแรกในรอบ 43 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีมิเกล ดีอาซ-กาเนล แห่งคิวบา ตั้งมานูเอล มาร์เรโร กรูซ รัฐมนตรีท่องเที่ยว เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกในรอบ 43 ปีนับแต่ยุคฟิเดล คาสโตร โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนกระจายอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่บัญญัติไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มานูเอล มาร์เรโร กรูซ (กลาง) ร่วมประชุมสมัชชาแห่งชาติสมัยสามัญครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มานูเอล มาร์เรโร วัย 56 ปี ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวของคิวบามาตั้งแต่ปี 2457 ตั้งแต่ช่วงปลายของรัฐบาลของฟิเดล คาสโตร ต่อมาถึงรัฐบาลของราอูล คาสโตร ผู้น้อง และมาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบันของดีอาซ-กาเนล ก่อนหน้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีเขาเคยเป็นผู้บริหารของกาวีโอตาโฮเตลกรุ๊ป กลุ่มธุรกิจของกองทัพคิวบาที่โดนรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คว่ำบาตร
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแต่งตั้งเขาได้รับการรับรองจากสมัชชาแห่งชาติเมื่อวันเสาร์ที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้มาร์เรโรเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกในรอบ 43 ปีของคิวบา หลังจากตำแหน่งนี้ถูกยุบไปภายหลังฟิเดล คาสโตร นั่งเก้าอี้นี้เป็นคนสุดท้ายเมื่อปี 2519 ก่อนที่เขาจะโยกไปรับตำแหน่งประธานาธิบดีต่อจากออสวัลโด ดอร์ติคอส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีดีอาซ-กาเนล ซึ่งรับตำแหน่งต่อจากราอูล คาสโตร เมื่อปี 2561 กล่าวขณะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ต่อสมัชชาแห่งชาติเมื่อวันเสาร์ว่า มาร์เรโรได้รับความเห็นชอบจากกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของคิวบาที่เพิ่งผ่านมาบังคับใช้เมื่อต้นปีนี้ กำหนดว่า ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นสมาชิกสมัชชาแห่งชาติซึ่งมีสมาชิก 605 คน, มีอายุ 35 ปีขึ้นไป, เป็นพลเมืองของคิวบาโดยกำเนิดและไม่ถือสัญชาติอื่น ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนี้มีอำนาจในการจ้างหรือไล่ออกลูกจ้างภาครัฐ รวมถึงควบคุมดูแลผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตั้งขึ้นใหม่ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรื้อฟื้นตำแหน่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการกระจายอำนาจและการเปลี่ยนถ่ายอำนาจจากคนรุ่นปฏิวัติสู่ผู้นำรุ่นใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อยืดอำนาจและปกป้องการปกครองภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งปัจจุบันยังราอูล คาสโตร ยังดำรงตำแหน่งเลขาธิการใหญ่ของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามแผนกระจายอำนาจนั้น ประธานาธิบดีจะไม่ได้ควบตำแหน่งประธานคณะมนตรีแห่งรัฐ ซึ่งจะเป็นหน้าที่ของประธานสมัชชาแห่งชาติ เอสเตบัน ลาโซ หรือประธานสภารัฐมนตรี ถึงแม้ว่าประธานาธิบดีจะยังครองอำนาจสูงสุดในประเทศอยู่ก็ตาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53033</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจายอำนาจ, คิวบา, ตั้งนายกรัฐมนตรี, ฟิเดล คาสโตร, มานูเอล มาร์เรโร กรูซ, มิเกล ดีอาซ-กาเนล, ราอูล คาสโตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191222/image_big_5dff7770a309b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2019 07:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2019 07:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ยกปชป.ปลุกพรรคการเมืองร่วมต้าน&#039;ลุง&#039; โวยลั่นข่มขู่ยึดเก้าอี้คืนเหมือนโยนกระดูกให้หมาแทะ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.62- นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ ติ๊งต่าง เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่มชาวไทยหัวใจรักสงบ แม่ยกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กKanjanee Valyasevi ว่า ตอนนี้อยู่ในยุครวบอำนาจ ไม่ได้มีการส่งเสริมพรรคการเมืองและให้อำนาจปชช. เจตนาทำให้พรรคการเมืองอื่นอ่อนแอ เล็กลง จนป่านนี้ก็ยังไม่มีการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่มีการปฎิรูปการเมือง แต่จะรวมอำนาจด้วยการดึงนักการเมืองจากทุกพรรคที่เขายอม-ใครไม่ยอมก็จะถูกข่มขู่ว่าจะปรับออกบ้าง ,ริบเก้าอี้คืนบ้าง และตอบแทนกลับเหมือนโยนกระดูกให้หมาแทะ ส่วนของใหญ่ตนและพวกเก็บไว้เขมือบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคการเมืองไหนทำสิ่งที่ถูกต้อง แต่ไม่ถูกใจท่านผู้นำ จะต้องถูกลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากให้พรรคการเมืองที่ถูกกระทำลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีตนเองกันได้แล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52142</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจายอำนาจ, กาญจนี วัลยะเสวี, ข่มขู่พรรคการเมือง, แม่ยกปชป.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191210/image_big_5deee5e432b4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2019 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2019 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พ่อใหญ่จิ๋ว&#039;มาแล้ว!ปลุกเลือกตั้ง&#039;ผวจ.&#039;โดยตรง ให้อบต.เลือกนายอำเภอ-อ้างอดีตนายกฯชวนคิดล้มกำนัน-ผญบ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย. 62 - ที่ห้องประชุมนาคราช ชั้น 1 อาคารศรีโคตรบูรณ์ &amp;nbsp;วิทยาลัยท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยนครพนม ได้จัดกิจกรรมบริการวิชาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นจังหวัดนครพนม โดยมี &amp;nbsp;พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตนายกสภามหาวิทยาลัยนครพนม บรรยายพิเศษเรื่อง &amp;quot;ความท้าทายในการพัฒนาอย่างบูรณาการ&amp;rdquo; โดยมีกรรมการสภาฯ คณบดี ผู้อำนวยการ ม.นครพนม และผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน องค์กรอิสระ เข้าร่วมรับฟังการบรรยายในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ชวลิต กล่าวว่าการทำงานเพื่อประชาชน ต้องทำโดยประชาชน เรียกว่าการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย แต่มันไม่เคยเกิดขึ้น ทุกคนบอกปีหน้าก็เลือกตั้งซึ่งไม่ใช่เช่นนั้น ร่างรัฐธรรมนูญก็ร่างกันมาแล้วไม่เบื่อบ้างหรือ คุณวิษณุออกมาตอบแล้วตอบอีก คุณมีชัยคนหัวกระ ที่ร่างแล้วร่างอีก เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องหาคำตอบให้ได้ ถ้าทำงานโดยประชาชนต้องเพื่อประชาชนจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อ 20 ปีก่อน ผมตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลขึ้นมา เพื่อพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านตำบลนั้น ได้เลือกหัวหน้าของตนเองคือนายก อบต. และ อบต.ที่ผมตั้งมาเมื่อ 30 กว่าปีนั้น ก็มีปัญหากับท่านนายกฯชวน ก็เพราะท่านนายกชวนต้องการให้ล้มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผมไม่ให้ล้มเพราะกำนันผู้ใหญ่บ้านคือการปกครองส่วนท้องถิ่น คนละเรื่องกับ อบต. ผมต้องการให้ค้านอำนาจกัน ผมตั้ง อบต.ขึ้น เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนเลือก อบต.ของตน แล้ว อบต.ก็มาเลือกนายอำเภอ ไม่ใช่เลือกจากคุณป๊อกที่อยู่มหาดไทย บางคนอยู่เชียงใหม่ไปอยู่อีสาน คนอีสานไปอยู่ภาคกลางแล้วมันจะไปรู้อะไร เราต้องเลือกจากจากข้างล่าง พอมีนายอำเภอแล้วฯ &amp;nbsp;นายอำเภอก็มาเลือกผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าฯจนถึงอบต.มาจากข้างล่างมันรู้กันหมด ไม่ต้องมาถามเรื่องนู้นเรื่องนี้ เข้าใจกันหมดรู้จักกันหมด ประเทศไทยมี 4 ภาค ภาคใต้มี 14 จังหวัด มีผู้ว่าฯ 14 คน ก็มาเลือกผู้ว่าราชการภาค อีสานมี 20 จังหวัดมีผู้ว่าฯทั้งหมด 20 คน &amp;nbsp;ก็มาเลือกผู้ว่าการภาคฯ &amp;nbsp;ก็มีแค่ 4 คน ในสี่คนนี่ก็มารวมกัน ตั้งเป็นรัฐมนตรีในส่วนกลาง มี รมต.มหาดไทยภาคนั้น รมต.กลาโหมภาคนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ชวลิต กล่าวต่อว่าบางคนคิดว่ารัฐธรรมนูญสร้างประชาธิปไตย นั่นคือกฎหมายสูงสุด กฎหมายต้องเกิดหลังเหตุ หลังเหตุหมายความว่าเรามีคนปลูกกัญชา ก็แก้ไขให้ถูกต้อง รัฐธรรมนูญไม่ใช่สร้างประเทศไทย ต้องสร้างประชาธิปไตยเสียก่อน &amp;nbsp;จึงมาเขียนรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เอารัฐธรรมนูญมาเป็นตัวสร้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พูดกันอยู่นั่นแหละ เราลองฟังดูสิครับในทีวีเราต้องแก้ไขๆเพื่อเป็นประชาธิปไตยรบกันตาย เสร็จแล้วตายเปล่าไม่ได้อะไร เพราะถ้ายังไม่สร้างประชาธิปไตย แล้วสร้างอย่างไง ยกตัวอย่างอเมริกามีแค่สองพรรค และแต่ละพรรคมีนโยบายที่เหมือนกันคือมุ่งต่อประชาชน นี่คือสิ่งที่ผมอยากให้พี่น้องทุกคนรับทราบ เรามาช่วยกันแก้ไขในสิ่งนี้ ท่านเห็นจีนเป็นเผด็จการเต็มรูปแบบ แต่ไม่ใช่เผด็จการทั้งหมด เขาแบ่งเป็นแคว้น เช่น เซี่ยงไฮ้ เฉินตู กวางเจา เสิ้นเจิ้น ฯลฯ เขาปกครองตัวเอง &amp;nbsp;ประเทศอเมริกามี 30-40 มลรัฐ เขาก็ปกครองตัวเอง แต่ขึ้นกับส่วนกลาง แม้แตกต่างกันแต่ความเป็นจริงเพื่อประชาชน มีแต่เราเท่านั้นเพราะไม่เข้าใจประชาธิปไตย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตนายกฯ กล่าวว่า ประเทศหนึ่งประเทศใดก็แล้วแต่จะมี 4 เรื่องหลัก คือ 1.การเมืองการปกครอง 2.เศรษฐกิจ 3.สังคม 4.ความมั่นคง ทั้งสี่เสาหลัก เสาที่มีความทนทานสูงสุด คือเสาเรื่องการเมืองการปกครอง ถ้าการเมืองการปกครองไม่ดี อำนาจไม่ได้เป็นของประชาชน ไม่มีทางเละเทะหมด แล้วเราจะปกป้องรัฐประหารอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมว่าคุณตู่คุณป้อมคงไม่โกรธผมนะ ที่พูดนี่เราไม่ได้ให้ไปรบกัน เรามีแต่สร้างสรรค์ ฉะนั้นการเมืองการปกครองมันยังมีผลต่ออีก 3 หลัก ถ้าไม่ดีอีก 3 หลักมันก็ไม่ดี&amp;quot; อดีตนายกฯระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46284</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจายอำนาจ, บิ๊กจิ๋ว, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190921/image_big_5d85cc9034d79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
