<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 19:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงแก้กม.ครูหลังใช้15ปีให้ทันโลกเปลี่ยนแปลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;บอร์ด ก.ค.ศ. หารือ ปรับแก้พ.ร.บ.ครูฯ เหตุใช้งานมานานกว่า 15 ปี ควรปรับให้สอดคล้องกับคำสั่ง คสช. &amp;ldquo;รมว.ศธ.&amp;rdquo; เผยเบื้องต้นแก้เรื่องการบริหารงานบุคคล กระจายอำนาจให้ต้นสังกัด ส่วนเรื่องการลงโทษ ขอคณะทำงานจัดทำก่อน แย้ม เสนอ ครม.พิจารณา ภายในก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้มีการหารือถึงการปรับแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์กับปัจจุบัน เพราะที่ผ่านมามีคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 เข้ามาแก้ไขปัญหาเกี่ยวข้องกับครูและบุคลากรทางการศึกษาในเรื่องต่างๆ เช่น การโยกย้าย การทุจริต เป็นต้น ดังนั้นจึงต้องมีการปรับพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับคำสั่ง คสช. และพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวก็มีการใช้งานมานานกว่า 15 ปีด้วย ทั้งนี้ในส่วนของการปรับแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเบื้องต้นจะเป็นเรื่องการบริหารงานบุคคล เช่น หากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องการจะอนุมัติย้ายครู หรือ ต้องการบรรจุครูในโรงเรียนต่างๆ กี่คน จะให้เป็นอำนาจของต้นสังกัดแทนที่จะนำเข้า ก.ค.ศ.เป็นผู้พิจาณาอนุมัติ เป็นต้น ถือเป็นการกระจายอำนาจการบริหารจัดการ&amp;nbsp;
ส่วนการลงโทษทางวินัย เป็นเรื่องในรายละเอียดที่ต้องมีการพิจารณา ดังนั้นจึงขอให้คณะทำงานพิจารณาปรับปรุงแก้ไขพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวไปจัดทำก่อน โดยต่อจากนี้ ก.ค.ศ.จะทำหน้าที่เป็นหน่วยกำกับเชิงนโยบายเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การปรับแก้ พ.ร.บ.ฉบับนี้อยู่ระหว่างการจัดทำประชาพิจารณ์หลังจากนั้นจะให้คณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษาพิจาณาอีกครั้ง ก่อนนำเข้าให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบภายในเดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย โดยให้เปิดรับสมัครสอบครูผู้ช่วยทั่วไปประจำปี 2561 ในประเด็นการประกาศรายชื่อสาขาวิชาที่ขาดแคลน โดยก่อนหน้าที่ก.ค.ศ.ได้อนุมัติจำนวนสาขาขาดแคลนไปแล้ว จำนวน 42 สาขา &amp;nbsp;ซึ่งพบปัญหากรณีตกหล่นสาขาวิชาขาดแคลน 1 วิชาของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) นครสวรรค์ &amp;nbsp; โดยที่ประชุมไม่ได้มีมติแก้ไขอะไร แต่ให้ใช้วิธีเชิงบริหารจัดการ &amp;nbsp;เพราะยังไม่ได้รับสมัคร ซึ่ง กศจ.ไหนที่ประกาศไม่ทันก็ให้ประกาศใหม่ตามจำนวนที่ขอมา และเท่าที่ทราบขณะนี้มีตกหล่นแค่เพียงจังหวัดเดียว ทั้งนี้เข้าใจว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กับ กศจ. อาจจะมีความเคลื่อนของข้อมูล เช่น สพฐ.รายงานจำนวนสาขาขาดแคลนมาอีกตัวเลข แต่ กศจ.ประกาศอีกตัวเลขหนึ่ง เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13520</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ค.ศ., กระจายอำนาจให้ต้นสังกัด, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547, แก้กม.ครู, แก้กม.ครูงานบริหารงานบุคคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5f30ae135ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
