<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐหนุนรัฐบาลตู่ ส่งสารแสดงความยินดีไทย/ครม.เคาะ12นโยบายเร่งด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สหรัฐอเมริกาส่งสารแสดงความยินดีต่อรัฐบาลไทย ยันจะกระชับความเป็นพันธมิตรให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมร่วมมือสนับสนุนบทบาทของไทยในภูมิภาค ครม.ลุงตู่ 2/1 ประชุมนัดแรกเห็นชอบร่างนโยบาย 12 เรื่องเร่งด่วนเพิ่มเรื่องภัยแล้ง ส่วนแก้ไขรธน.เริ่มปีแรก ขณะที่ รมต.ใหม่ทยอยเข้ากระทรวงคึกคัก &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ยันรัฐบาลหนุนแก้ รธน.เปิดช่องแก้ไขได้ง่ายเหมือนสะเดาะกุญแจสู่ ปชต. &amp;quot;หม่อมเต่า&amp;quot; โยนไตรภาคีเคาะค่าแรง 400 ฝ่ายค้านอ้างยุคยิ่งลักษณ์ขออภิปรายนโยบาย 3 วัน แต่ &amp;quot;พรเพชร&amp;quot; ระบุแค่ 2 วัน 25-26 ก ค.นี้ จับตา พปชร.เชิญ &amp;quot;ป้อม-ตู่&amp;quot; สัมมนา ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม เว็บไซต์สถานทูตสหรัฐอเมริกาและสถานกงสุลในประเทศไทย ได้เผยแพร่ สารจากไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งสารแสดงความยินดีต่อรัฐบาลไทย ความว่า สหรัฐเฝ้ารอคอยที่จะร่วมงานกับรัฐบาลใหม่ของไทย เพื่อกระชับความเป็นพันธมิตร และความเป็นหุ้นส่วนระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และสร้างเสริมมิตรภาพระหว่างประชาชนของเราที่ยาวนานมากว่า 2 ศตวรรษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราสนับสนุนธรรมาภิบาลและความโปร่งใสทั่วโลก และจะยังคงร่วมมือกับประชาชนไทยและรัฐบาลไทยต่อไปจนถึงที่สุด และเราจะยังคงสนับสนุนบทบาทของไทยในฐานะผู้นำภูมิภาค ซึ่งรวมถึงตำแหน่งประธานอาเซียนในปีนี้ ความเป็นพันธมิตรของเราจะแข็งแกร่งต่อไปยิ่งขึ้น ในขณะที่เราร่วมมือกันเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายร่วมกันของทั้งสองประเทศ เช่น ความมั่นคง สันติภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และทั่วทั้งโลก&amp;quot; สารจากสหรัฐอเมริการะบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดเเรก เมื่อค่ำวันอังคารที่ผ่านมา ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่า ครม.ได้มีมติเห็นชอบร่างนโยบาลของรัฐบาล 12 เรื่องเร่งด่วนที่ต้องเริ่มทำใน 1 ปีเเรกเลย ว่าตามระยะสั้น กลาง ยาว จากเดิมกำหนด 11 เรื่องเร่งด่วน ซึ่งเป็นหัวข้อใหญ่ๆ มีที่น่าสนใจ อาทิ 1.แก้ปัญหาความยากจน 2.เรื่องความปลอดภัย 3.การพัฒนาเศรษฐกิจ ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ลำดับที่ 11 สำหรับเรื่องที่ 12 ที่เพิ่มขึ้นมาคือการแก้ภัยเเล้ง เสนอโดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เนื่องจากมองว่าต้องเผชิญปัญหาภัยเเล้งเเน่นอน จึงอยากให้ป้องกัน ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่บรรจุไว้นั้น เป็นการเปิดให้มีการแก้ไขเริ่ม 1 ปีเเรก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องกัญชาก็เป็น 1 ใน 12 เรื่องเร่งด่วน โดยนายกฯ ย้ำว่าอยากให้ศึกษาวิจัยและทำนวัตกรรมให้ดี เพื่อให้เกิดประโยชน์ และอยากให้เอาเรื่องกัญชงเข้ามาร่วมด้วย เพราะมีประโยชน์ในเรื่องของสิ่งทอ ส่วนการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการขอเอาไว้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ นายกฯ ย้ำกลางที่ประชุมว่า เข้าใจดีว่าเป็นนโยบายของหลายพรรค แต่อยากให้คำนึงถึงไตรภาคี คือฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง &amp;nbsp;คำนึงถึงว่าปฏิบัติจริงได้หรือไม่ และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ข้อตกลงต่างๆให้ระมัดระวัง ดูความเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิษณุ เครืองาม &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงร่างนโยบายที่รัฐบาลจะแถลงต่อรัฐสภาว่า นโยบายที่รัฐบาลจะแถลงต่อรัฐสภา มีทั้งที่เป็นนโยบายเร่งด่วน กับนโยบายที่จะทำเมื่อไรก็ได้ ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วน ส่วนถ้วยคำชัดๆ จะดูกันอีกที และในนโยบายเมื่อเร่งด่วนแล้วเรื่องกรอบเวลาไม่ต้องพูด ไม่ได้พูดถึงเรื่อง 6 เดือน 1 ปี หรืออะไร แบ่งแต่เพียงเร่งด่วนกับทั่วไป ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ดูแล้วก็พอใจ ส่วนรายละเอียดคงต้องรอฟังนายกฯ แถลงในเนื้อหานโยบาย หลังผ่านมติ ครม.คงมีการปรับแก้ถ้อยคำเล็กน้อยครึ่งวันและพิมพ์สองวันจากนั้นสามารถส่งได้เลย โดยรวมพรรคร่วมรัฐบาลพอใจ
เปิดช่องแก้ รธน.ได้ง่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายกฯ นำ ครม.ชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเช้าวันพุธ เวลา 07.00 น. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจพร้อมคณะทำงานได้เดินทางเข้ามายังทำเนียบฯ โดยไม่มีการแจ้งกำหนดการล่วงหน้า และได้เข้าสักการะพระพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ศาลตาศาลยาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนที่จะเข้าไปยังห้องทำงานที่ตึกบัญชาการ 1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.12 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ พร้อมคณะทำงาน เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล โดยเริ่มจากการสักการะพระพรหมที่ประดิษฐานอยู่บนตึกไทยคู่ฟ้า และลงมาสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตาศาลยาย เพื่อเป็นสิริมงคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดปรากฏการณ์ระหว่างที่นายจุรินทร์สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล โดยเกิดพระอาทิตย์ทรงกลดขนาดกว้างในช่วงที่มีการสักการะ ทำให้คณะทำงานวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นฤกษ์ที่ดีในการที่นายจุรินทร์เข้าปฏิบัติหน้าที่รองนายกฯ ในครั้งนี้ ขณะที่นายจุรินทร์ได้มองดูปรากฏการณ์ดังกล่าวพร้อมระบุว่าเป็นฤกษ์ที่ดีในการเข้าสักการะ ถือว่าครบพิธี ยอมรับว่ารู้สึกแปลกใจที่เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แต่ถือเป็นฤกษ์ยามที่ดี ก็ตั้งใจที่จะทำดีเพื่อแผ่นดินต่อไป นอกจากนี้ หลังจากที่นายจุรินทร์สักกาะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสร็จแล้ว ยังได้ชี้ชวนคณะทำงานดูพระอาทิตย์ทรงกลดอีกครั้ง พร้อมชูสัญลักษณ์ &amp;nbsp;2 นิ้วแบบมิตรภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ถึงร่างนโยบายที่รัฐบาลจะเสนอต่อรัฐสภาว่า การประชุม ครม.วันที่ 16 ก.ค. ได้เห็นชอบร่างนโยบายที่จะนำเสนอต่อรัฐสภาแล้ว ซึ่งมีสองส่วนคือนโยบายที่ดำเนินการภาพรวมที่ดำเนินการภายในเวลา 4 ปีของรัฐบาล และนโยบายเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการใน 1 ปี มองว่านโยบายที่ออกมาเป็นไปตามที่พรรคได้พูดคุยระหว่างการจัดตั้งรัฐบาล ทั้ง 3 ข้อที่พรรคประชาธิปัตย์ แจ้งให้พรรคการแกนนำรัฐบาลทราบมีการบรรจุไว้ทั้งหมด ทั้งการประกันรายได้เกษตรกร การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ในส่วนนโยบายเร่งด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การเริ่มต้นแก้ไขรัฐธรรมนูญจะดำเนินการอย่างไร นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นรายละเอียดที่ต้องพูดคุยกันอีกครั้ง แต่เขียนไว้ชัดว่ารัฐบาลจะสนับสนุน หากมีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลก็พร้อมสนับสนุน อาจเริ่มต้นด้วยพรรคการเมือง พรรคร่วมรัฐบาล เล็งที่หมวดแก้รัฐธรรมนูญเปิดประตูสู่ประชาธิปไตย อย่างน้อยที่สุดได้ระบุไปว่าประเด็นที่ควรได้เริ่มต้นคือหมวดที่ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะถือเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่แก้ได้ยากมากหรือแก้ไม่ได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเริ่มต้นหมวดที่ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ทำได้ง่ายขึ้น เป็นส่วนช่วยให้การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น เป็นการสะเดาะกุญแจปิดประตูตายสำหรับการแก้รัฐธรรมนูญ เป็นการเริ่มสะเดาะกุญแจให้ประตูประชาธิปไตยเปิดออกได้ ต่อไปใครจะแก้ว่าอย่างไร ก็สามารถทำได้ง่ายขึ้น&amp;quot; นายจุริทร์กล่าว&amp;nbsp;
ไตรภาคีเคาะค่าแรง 400
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน และคณะ ถือฤกษ์วันเข้าพรรษา เวลา 09.09 น. ทำการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน &amp;nbsp; จากนั้นได้ขึ้นไปยังห้องทำงาน รมว.แรงงาน พร้อมสักการะพระพุทธรูปในห้อง และลงนามในแฟ้มเอกสาร โดยมีนายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน มอบกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดี พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานให้การต้อนรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าวให้โอวาทแก่ข้าราชการประจำกระทรวงว่า ภารกิจด้านแรงงานถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมในทุนมนุษย์ ที่ต้องสอดรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและการผลิต รวมถึงการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานด้านแรงงานให้สอดคล้องกับบริบทความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าวว่า เงินจำนวน 400 บาทไม่ได้เป็นเงินที่มากมายอะไร ก็อยากให้ทุกคนได้รับค่าแรง แต่จะทำได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นกับว่ามีต่อนายจ้าง ภาวะเงินเฟ้อ และเศรษฐกิจระดับมหภาคอย่างไร เพราะสุดท้ายเมื่อมีผลกระทบมาก ก็จะเกิดผลกระทบกลับไปยังลูกจ้าง เพราะหากนายจ้างอยู่ไม่ได้จากการต้องถูกขึ้นดอกเบี้ยต่างๆ ก็อาจมีการเลิกจ้าง เรื่องนี้จึงต้องให้คณะกรรมการไตรภาคีที่ประกอบด้วยฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐ ร่วมกันพิจารณา คาดไม่น่าจะทันการแถลงนโยบายของรัฐบาล แต่ไม่ใช่การไม่ทำตามนโยบายที่ให้ไว้ต่อประชาชนตามที่มีพรรคการเมืองหาเสียงไว้ ซึ่งค่อยๆ ทำก็ได้ หากขึ้นทั้งหมดทีเดียวไม่ได้ ก็ค่อยๆ ขึ้น หรือขึ้นเป็นบางพื้นที่ ซึ่งตามปกติของการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำก็คือช่วงปีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงการคลัง เวลา 11.42 น. นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง ดินทางมาถึงกระทรวงด้วยรถตู้ทะเบียน ฮก 9998 และ เวลา 11.46 น. นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง &amp;nbsp;และภรรยา เดินทางมาด้วยรถตู้ทะเบียน ฮว 59 โดยก้าวเท้าขวาลงจากรถ พร้อมพระพุทธรูปพระพุทธชินราช พระสักการะประจำตัว จากนั้นเวลา 12.00 น. ถือฤกษ์สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง 6 จุด และเข้าห้องทำงานประจำตำแหน่งในเวลา 12.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมกล่าวว่า ไม่หนักใจที่เข้ารับตำแหน่ง รมว.การคลัง จากนี้ขอให้รอทางรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นจะมอบหมายนโยบายต่างๆ ให้หน่วยงานในกระทรวงการคลังไปดำเนินการและมอบหมายงานให้ รมช.การคลังต่อไป โดยมาตรการต่างๆ จะปรากฏชัดหลังจากแถลงนโยบายทั้งมาตรการระยะสั้นและมาตรการระยะยาวซึ่งขณะนี้ได้หารือในเบื้องต้นไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้มีการกำหนดรายละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอเวลาหารือก่อนสรุปมาตรการ ซึ่งจะดูแลทั้งฐานรากและคนชั้นกลาง คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน เพราะกระทรวงการคลังได้เตรียมการไว้พอสมควรแล้ว โดยเฉพาะทุกเรื่องที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรคร่วมได้หาเสียงไว้กับประชาชน ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีก็จะมาดูว่าจะดำเนินการได้อย่างไรบ้าง ส่วนมาตรการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% จะต้องขอไปดูในรายละเอียดและหารือก่อน&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสันติกล่าวว่า ในฐานะที่เคยเป็น รมว.คมนาคม และมารับตำแหน่ง รมช.การคลัง มีการทำงานที่แตกต่างกันมาก แต่ไม่กดดัน เพราะเป็นการทำงานคนละอารมณ์กัน งานด้านคมนาคม จะเน้นการใช้เงิน ใช้เงิน และใช้เงิน ส่วนงานกระทรวงการคลัง จะต้องเน้น หาเงิน หาเงิน และหาเงิน
พปชร.เชิญ&amp;quot;ป้อม-ตู่&amp;quot;สัมมนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา(ชพน.) ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมของพรรค ชพน.ในการร่วมแถลงนโยบายรัฐบาลว่า หลังจากที่ได้ประชุม ครม.และร่วมกันพิจารณาร่างนโยบายรัฐบาลแล้ว เราได้เห็นสิ่งที่พรรค ชพน.นำเสนอให้กับรัฐบาล ทั้งนโยบายหลัก ได้แก่ ด้านการเกษตร ด้านทรัพยากร &amp;nbsp;ซึ่งได้เห็นทุกประเด็นระบุ ถือเป็นที่น่าพอใจ จึงถือว่ามีความพร้อมในการรับฟังการแถลงนโยบายรัฐบาล ได้กำชับสมาชิกพรรคทุกคนแล้วว่าทุกคนจะต้องเตรียมพร้อมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างนโยบายรัฐบาลที่จะนำเสนอต่อรัฐสภา เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวระดับสูงในพรรคพลังประชารัฐเปิดเผยถึงการเสนอรายชื่อแคนดิเดตผู้ที่จะเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ก่อนหน้านี้ผู้ใหญ่ในพรรคได้เสนอชื่อนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค ซึ่งมีบทบาทในช่วยงานพรรคมาโดยตลอด ก่อนที่จะมีการเสนอชื่อของ น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม.พรรคพปชร. และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร.เพิ่มเติม เมื่อดูจากโปรไฟล์แล้วถือว่านางนฤมลมีโอกาสสูงที่จะได้รับการแต่งตั้ง ซึ่งท้ายที่สุด พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นผู้ตัดสินใจทั้งหมดเพียงคนเดียวเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า คนที่จะมาทำหน้าที่ตรงนี้ ต้องมีความรู้ความสามารถ มีภาพลักษณ์ประนีประนอม และในเบื้องต้นผู้ใหญ่ในรัฐบาลคนสำคัญ ก็เห็นชอบแล้วว่าจะให้เป็นผู้หญิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากพรรค พปชร.เปิดเผยว่า ตามที่มีกำหนดการสัมมนา ส.ส.พลังประชารัฐ ในหัวข้อ &amp;quot;เสริมศักยภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;quot; ที่ 88 การ์มองเต้ รีสอร์ท วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา วันที่ 21-22 ก.ค. เพื่อซักซ้อมเตรียมความพร้อมการทำงานในสภาก่อนการแถลงนโยบาย เป็นที่น่าจับตามองขึ้นมาทันทีเพราะนอกเหนือจากการสัมมนาและพิธีบายศรีสู่ขวัญแล้ว อาจมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ เมื่อผู้ใหญ่ของพรรคได้เรียนเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะมาเป็นหัวหน้าพรรค พปชร. และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะมาเป็นประธานที่ปรึกษาพรรค มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย โดยในส่วนของ พล.อ.ประวิตร ขณะนี้มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะมาร่วมกิจกรรมดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น ขณะนี้อาจจะมาร่วมกิจกรรมที่วังน้ำเขียวไม่ได้ แต่อาจจะมีการนัดพบปะกับ ส.ส.และสมาชิกพรรค พปชร.ใน กทม.ก่อนการแถลงนโยบายรัฐบาลเพียง 1 วัน คือวันที่ 24 ก.ค.นี้แทน ขณะนี้ทางพรรคอยู่ระหว่างพิจารณาจัดหาสถานที่และเวลาที่เหมาะสม โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือต้องการสร้างจุดร่วมให้กับคนในพรรค เป็นสร้างสายสัมพันธ์ให้เกิดความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นระหว่าง ส.ส.ของพรรคกับนายกฯ และยังจะมีโอกาสได้สะท้อนการทำงานระหว่างกัน ได้เรียนรู้ระบบงานของพรรค และจะได้รู้จักหน้าค่าตาลูกพรรคมากขึ้นด้วย ก่อนที่นายกฯ และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจะได้เดินหน้างานการเมืองอย่างเต็มที่ต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านฝ่ายค้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาว่า ขณะนี้ฝ่ายค้านมีความพร้อมในการอภิปรายอย่างเต็มที่ ไม่มีความกังวลใดๆ รอแค่เพียงเนื้อหานโยบายจากรัฐบาลว่าจะแถลงเรื่องใดบ้าง &amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาทางพรรคได้ประชุมวางแผนกันอย่างต่อเนื่อง และเมื่อได้เห็นนโยบายจากทางรัฐบาล ทางพรรคก็จะแบ่งความรับผิดชอบและจัดกรอบการอภิปรายได้ ส่วนการจัดวางตัวบุคคลที่จะอภิปรายนั้น เชื่อว่าไม่มีปัญหา เพราะ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีความสามารถในการอภิปราย โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะเป็นผู้นำทีมอภิปราย ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการหารือของวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน ที่จะกำหนดกรอบเวลาในการอภิปราย ซึ่งเบื้องต้นทราบเพียงกรอบวันที่จะแถลงนโยบาย คือ 25-27 ก.ค.นี้ รวม 3 วัน
ฝ่ายค้านขอ 3 วันถล่มนโยบาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นหนึ่งนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ได้ประกาศไว้เมื่อตอนหาเสียง และเรื่องนี้ต้องรอดูรายละเอียดจากทางรัฐบาลว่าจะมีขั้นตอนดำเนินการอย่างไร ส่วนกระบวนการหรือวิธีการแก้ไขจะอย่างไรนั้น ทางพรรคเห็นว่าถ้าสามารถดำเนินการแก้ไขให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและถูกต้องตามกฎหมาย ทางพรรคก็พร้อมที่จะสนับสนุน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า วิปฝ่ายค้านจะนัดหารือในวันที่ 22 ก.ค. เวลา 11.00 น. เพื่อพิจารณาและวางกรอบการอภิปรายนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา ได้เปิดให้ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยที่ต้องการอภิปรายเนื้อหายื่นเจตจำนงมายังพรรค จนถึงวันที่ 18 ก.ค. จากนั้นช่วงวันที่ 20- 24 ก.ค. พรรคจะจัดติวเข้มให้กับ ส.ส.ก่อนการอภิปราย ทั้งเนื้อหาและทักษะการอภิปราย โดยมีแกนนำของพรรคเพื่อไทย อาทิ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรค, นายอดิศร เพียงเกษ แกนนำพรรค ร่วมติวเข้มการอภิปรายด้วย ในการอภิปรายจะเน้นเนื้อหาตามกรอบสำคัญ อาทิ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านเทคโนโลยี ด้านความมั่นคง และด้านการเมือง และบางเรื่องจะเสนอแนะในกรอบการปฏิบัติเพื่อไม่ให้การนำนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ในบางเรื่องสร้างผลกระทบหรือความเสียหายต่อประชาชนและประเทศ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มองว่าการอภิปรายนโยบายรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยจะเทียบเท่าการซ้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายสุทินกล่าวว่า ขอรัฐบาลอย่าวิตกเกินเหตุเพราะพรรคเพื่อไทยจะยึดตามกรอบปฏิบัติ คือ อภิปรายให้ความเห็น ข้อท้วงติง และข้อเสนอแนะ รวมถึงข้อบกพร่องในนโยบายและตัวบุคคลซึ่งสาระสำคัญไม่ใช่การจ้องล้มรัฐบาล แต่ต้องการติเพื่อให้การนำนโยบายไปปฏิบัติเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง หากการนำนโยบายไปปฏิบัติพบข้อบกพร่องที่ชัดเจน จึงจะเป็นลำดับของการอภิปรายที่เข้มข้น และตรวจสอบรัฐบาลหรือรัฐมนตรีต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการกำหนดวันเปิดประชุมรัฐสภา เบื้องต้นยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนจากวิปรัฐบาล แต่ทางฝ่ายค้านขอตัวเลขประชุมไว้ 3 วัน คือวันที่ 24-26 ก.ค. และขอให้พรรคฝ่ายค้านมีเวลาอภิปรายรวม 20 ชั่วโมง เหตุผลสำคัญคือ สมัยการแถลงนโยบายของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สภาจัดเวลาอภิปรายไว้ รวมทั้งสิ้น 3 วัน ดังนั้นควรยึดเวลาดังกล่าวไว้สำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายสุทิน คลังแสง ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ ห้ามอภิปรายในการแถลงนโยบายของรัฐบาลว่าไม่เป็นความจริง พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ห้าม เพียงแต่บอกว่าไม่ใช่เวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งยังสามารถอภิปรายได้ พล.อ.ประยุทธ์เข้าใจกลไกรัฐสภาดี นายสุทินมองโลกในแง่ร้ายเกินไป วิตกจริตเกินเหตุ การแถลงนโยบายต่อสภาเป็นกลไกตามรัฐธรรมนูญ ส.ส.ย่อมสามารถอภิปรายได้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ ดังนั้น สภาคงเปิดให้มีการพิจารณากันอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทราบถึงนโยบายที่จะสามารถตอบโจทย์การพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ตามที่วิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านจะกำหนดวันแถลงนโยบายและอภิปรายวันที่ 25-26 ก.ค. ซึ่งมองว่าระยะเวลา 2 วันเพียงพอต่อการแถลงและอภิปรายนโยบายของรัฐบาล เพราะหากผู้อภิปรายอภิปรายในกรอบของนโยบายรัฐบาลเสนอแนะ เพื่อให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติและไม่อภิปรายนอกกรอบหรือนอกประเด็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นในหลักการของการอภิปรายนโยบายรัฐบาลของ ส.ว.นั้น จะพิจารณาเนื้อหาของนโยบาย ขณะที่ ส.ว.ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่เป็นอดีตสมาชิกสภาปฏิรูป หรืออดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ อาจนำประเด็นที่เคยศึกษาและเป็นแนวทางร่วมอภิปรายเพื่อให้ข้อเสนอแนะได้ แต่คงไม่ลงรายละเอียดในการปฏิบัติงาน รวมถึงจะไม่อภิปรายที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคล&amp;quot; นายพรเพชรกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้า ส.ว.จะได้เตรียมตัวอภิปรายนโยบายรัฐบาลผ่านการยื่นเจตจำนงขออภิปราย เบื้องต้นอาจต้องจัดสรรเวลาที่เหมาะสมให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องส่วนที่มองว่าการอภิปรายของ ส.ว.เสมือนองครักษ์พิทักษ์ พล.อ.ประยุทธ์นั้น เชื่อว่า ส.ว.ไม่ทำหน้าที่ดังกล่าว เพราะหน้าที่ของ ส.ว.คือให้ความเห็นและข้อเสนอแนะกับรัฐบาล เพื่อให้เกิดการปฏิบัติได้อย่างแท้จริงต่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการวางปฏิทินอภิปรายนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภานั้น เบื้องต้นกำหนดไว้ในวันที่ 25-26 ก.ค.นี้ ส่วนเหตุที่ไม่สามารถนัดประชุมวันที่ 24 ก.ค.ได้นั้น เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ติดภารกิจทางราชการ ดังนั้นในจำนวน 2 วันดังกล่าว จะจัดสรรให้อภิปรายวันละ 15 ชั่วโมง และจะจัดสรรชั่วโมงอภิปรายของแต่ละฝ่ายให้เท่าเทียมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีการแชร์ภาพและข้อความในโซเชียลฯ จากกลุ่มเสื้อสี หวังปลุกระดมให้เข้าใจผิดอ้างว่า เป็นคำพูดของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ว่า &amp;ldquo;การอภิปรายนายกฯ เหมือนปัดขาประเทศ หากใครคิดไม่หวังดี แล้วเกิดความวุ่นวาย ผมก็ต้องออกไป ทำงานเพื่อชาติ อย่าบังคับผมจนทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม&amp;quot; นั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ยืนยันว่า ไม่เคยพูดคำเหล่านี้เลย สื่อมวลชนที่ตามทำข่าวสัมภาษณ์ตนก็รู้ดีว่าตนไม่เคยพูดแบบนี้ สื่อมวลชนอ่านดูก็รู้แล้วว่าเป็นข่าวปลอม ใครจะไปพูดแบบนี้ ตนก็งดที่จะให้สัมภาษณ์เรื่องการเมืองมาระยะหนึ่งแล้ว ตอนนี้หมดหน้าที่ของ คสช.แล้ว ตนก็ทำงานในฐานะ ผบ.ทบ.ในการดูแลพัฒนากองทัพ พัฒนากำลังพล การฝึกศึกษา การแก้ปัญหาภาคใต้ การปรับหลักสูตรการฝึกต่างๆ ทำกองทัพให้ทันสมัย มีงานมากมายที่ตนจะทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การอภิปรายฯ นายกฯ เป็นเรื่องในสภาที่มีมาทุกยุคทุกสมัย เป็นกระบวนการทางการเมืองในสภา ตามระบอบประชาธิปไตย คงไม่มีใครห้ามใครได้ อย่าเอาผมเข้าไปเกี่ยวข้อง&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41254</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระชับความเป็นพันธมิตร, รัฐบาลหนุนแก้ รธน., สหรัฐหนุนรัฐบาลตู่, ส่งสารแสดงความยินดี, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190717/image_big_5d2f3f15340b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
