<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นักวิจัยจุฬาฯคว้ารางวัลระดับโลก ด้านนวัตกรรมสมุนไพร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิจัยจุฬาฯ คว้ารางวัลระดับโลกสิ่งประดิษฐ์คิดค้นแห่งเจนีวา ในผลงานนวัตกรรม &amp;ldquo;BioGreenoTech&amp;rdquo; ทำสมุนไพรให้เพิ่มปริมาณและยับยั้งการสลายตัวของสารออกฤทธิ์ได้สำเร็จ ทดลองในกระเทียม กระชายดำ ไพล และสมุนไพรอื่นๅอีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ. ดร. นงนุช เหมืองสิน ผู้อำนวยการหลักสูตรธุรกิจเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม และอาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพร้อมด้วยคณะวิจัยได้แก่ นางสาวอุฬาริกา ลือสกุล นายศักดิ์ชาย หลักสี&amp;nbsp; นำนวัตกรรม &amp;ldquo; BioGreenoTech&amp;rdquo;&amp;nbsp; คว้ารางวัล Special Prize จาก SPACE Research Institute of RAS และรางวัลเหรียญเงิน ในการประกวดรางวัลสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลก&amp;nbsp; ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;International Exhibition of Invention of Geneva&amp;rdquo; ครั้งที่ 46&amp;nbsp; ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-16 April 2018&amp;nbsp; ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีผู้เข้าร่วมประกวดและจัดแสดงมากกว่า 1,000 สิ่งประดิษฐ์และมี Licences ที่พร้อมขายภายในงาน มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านยูโร มีผู้เข้าชมงานราว 30,000 คนจากทั่วโลก&amp;nbsp; ทีมวิจัยเผยพร้อมนำผลงานวิจัยดังกล่าวออกสู่เชิงพาณิชย์ ตามนโยบาย Thailand 4.0 ซึ่งสนับสนุน พัฒนาธุรกิจจากเทคโนโลยีและงานวิจัย โดยเปิดกว้างให้ผู้สนใจนำไปต่อยอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ นวัตกรรม&amp;nbsp; BioGreenoTech (ไบโอกรีนโนเทค) ว่าเป็นกระบวนการทรีทเม้นท์สมุนไพรเพื่อเพิ่มปริมาณ หรือยับยั้งการสลายตัวของสารออกฤทธิ์สำคัญในสมุนไพร นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนกลิ่นของสมุนไพรให้มีความละมุนอโรมา ตามชนิดของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ รวมถึงจะได้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนกระบวนการผลิต และที่สำคัญคือกระบวนการดังกล่าวจะเข้ามายกระดับและพัฒนากระบวนการผลิตสมุนไพรไทยให้อยู่บนพื้นฐานของการใช้เทคโนโลยีซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพ มาตรฐาน และความเสถียรของผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย ให้เป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระบวนการ BioGreenoTech&amp;nbsp; มีจุดเด่นคือ เป็นกระบวนการสีเขียว ไม่ใช้สารเคมีหรือความร้อนสูง และไม่ใช้เครื่องจักรราคาแพง เหมาะสำหรับการนำมาใช้กับสมุนไพรชนิดหัว อาทิ กระเทียม ไพล ขมิ้น กระชายดำ เป็นต้น &amp;quot;ศ.ดร.นงนุชกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.หลักสูตรเทคโนโลยีกล่าวอีกว่า&amp;nbsp; BioGreenoTech&amp;nbsp; ยังเป็นกระบวนการที่จะเข้ามาปฏิวัติและพลิกโฉม กระบวนการสกัดสารออกฤทธิ์ในสมุนไพรทั่วไป คือ ในอดีตกระบวนการสกัดสมุนไพรจะต้องสกัดสารด้วยตัวทำละลาย ต้องใช้ตัวทำละลายปริมาณมาก จากนั้นต้องกรองระเหยโดยลดความดันออก ต้องใช้ความร้อน และเวลานาน เพื่อให้ได้สารสกัดที่มีสารออกฤทธิ์เพียงพอ หลังจากนั้นก็จะนำสารสกัดดังกล่าวไปเติมสารเพิ่มปริมาณ หรือนำไปตอกเม็ด บรรจุแคปซูล ซึ่งสมุนไพรประเภทหัว ปริมาณสารออกฤทธิ์ก็ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ปลูก สถานที่ปลูก ฤดูที่เก็บ บางที่พ่อค้าหัวหมอก็ผสมอะไรมาอีก เก็บมาก่อนเวลาอีก ทำให้เสียเวลาสกัด เสียเงิน แล้วสารสกัดที่ได้ก็น้อย หากปริมาณสารไม่เพียงพอจำเป็นต้องทำการสกัดซ้ำ ที่สำคัญคือ ในขั้นตอนการสกัดอาจสูญเสียสารสำคัญบางตัวไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาทีมงานวิจัยได้มีการทดสอบนำกระบวนการนี้ไปทดสอบกับกระเทียม พบว่า กระเทียมที่ผ่านกระบวนการ BioGreenoTech จะมีสารออกฤทธิ์อัลลิอิน (alliin) สูงกว่า ซึ่งกระเทียมที่มีอัลลิอินสูงกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก อาทิ ประเทศญี่ปุ่น เกาหลี จีน และยุโรป โดยจากงานวิจัยก่อนหน้านี้พบอีกว่าอัลลิอิน สามารถดูดซึมและขับออกจากกระแสเลือดได้เร็วกว่าอัลลิซิน (allicin) ที่เป็นสารหนืดสีน้ำตาลและมีกลิ่นฉุนที่มักพบอยู่ในกระเทียมทั่วไป ทำให้ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย ด้วยเทคโนโลยีนี้ สามารถผลิตกระเทียมที่มีกลิ่นน้อย และมีปริมาณอัลลิอินสูงที่สุดเท่าที่เคยมีรายงานมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ทีมวิจัยยังได้นำไปทดสอบในกระบวนการทำครีมลดอาการปวดที่ผลิตจากไพลซึ่งเป็นสมุนไพรคู่วงการยาแผนไทยของไทยมาอย่างยาวนาน และมักประสบกับปัญหาว่าน้ำมันหอมระเหยจากไพลนั้นมีกลิ่นแรงมากและปริมาณสารออกฤทธิ์สำคัญคือกลุ่มฟีนิลบิวทานอยด์ (Phenylbutanoids) ที่มีฤทธิ์แก้อักเสบมีปริมาณน้อย เมื่อนำมาผลิตเป็นครีมไพล ก็จะมีกลิ่นติดผิว แต่เมื่อนำไพลมาผ่านกระบวนการ Bio GreenoTech พบว่าสามารถลดกลิ่นฉุนของไพลและยังคงมีสารออกฤทธิ์ในกลุ่มของฟีนิลบิวทานอยด์ไว้ได้ในปริมาณที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับไพลที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกตัวอย่างหนึ่งได้แก่ กระชายดำ ซึ่งเมื่อผ่านกระบวนการพบว่ามีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวม (total phenolic content) สูงขึ้น ซึ่งสารประกอบเหล่านี้มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชัน มีสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพ สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนี้คณะผู้วิจัยจะได้มีการเปิดกว้างให้กับผู้ประกอบการของไทยที่สนใจโดยเฉพาะ กลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากสารสกัดสมุนไพร ได้เข้ามาทำความรู้จักกับกระบวนการ&amp;nbsp; BioGreenoTech เพื่อการต่อยอด ยกระดับมาตรฐาน และพัฒนาธุรกิจจากสมุนไพรไทยให้สามารถก้าวไกลและเติบโตในตลาดโลก ตามที่ภาครัฐได้คาดหวังไว้ในนโยบาย Thailand 4.0 ที่ต้องการให้ธุรกิจไทยเติบโตโดยใช้เทคโนโลยีและงานวิจัยมาเป็นพื้นฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7259</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระชายดำ ไพล, กระเทียม, นวัตกรรม, นิสิตจุฬาฯ, สมุนไพร, “BioGreenoTech</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad598c4309ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
