<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.เตือนอย่าแห่ซื้อ&quot;N95&quot;ใช้ไม่ถูกวิธีช่วยอะไรไม่ได้ แนะหน้ากากอนามัยป้องกันได้50% ถ้าเสริมทิชชู่อีก3-4ชั้นยิ่งเวิร์ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.62- ที่ศูนย์การแพทย์และสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขมีการแถลงข่าวการเฝ้าระวังผลกระทบสุขภาพจากสภาพจากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล โดยมี &amp;nbsp;นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย นายเถลิงศํกดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นพ.สุนทร สุนทรชาติ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต และ นพ.กิติพงศ์ พนมยงค์หัวหน้ากลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี &amp;nbsp;ร่วมกันแถลงข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายแพทย์สุขุม &amp;nbsp;กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้เปิดศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข (EOC) ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยมีกรมอนามัย กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ ร่วมปฏิบัติงาน และประสานการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กรมควบคุมมลพิษ พร้อมทั้งมีการเชื่อมต่อข้อมูลเพื่อติดตามสถานการณ์ทางโซเชียลมิเดีย ช่องทางอื่นๆ และ รพ.อื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์ เฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีค่า PM 2.5 เกินมาตรฐานจนกว่าสถานการณ์จะเบาลง โดยยกระดับจาก EOC ของกรมอนามัยที่เปิดมาตั้งแต่เริ่มพบปัญหาฝุ่นละออง เมื่อเดือนธันวาคม 2561 พร้อมทั้งกรมควบคุมโรค ได้ติดตามเฝ้าระวังผลกระทบสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น หอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด และจำนวนผู้ป่วยที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลเครือข่ายกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งมีการสื่อสารเตือนภัยให้ประชาชนทราบความเสี่ยงและป้องกันดูแลสุขภาพของตนเองได้ ซึ่งจะมีการดำเนินการจนกว่าสถานการณ์จะเรียบร้อยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า เราพบข้อเท็จจริงว่าการใส่หน้ากาก N 95 แม้ว่าจะสามารถป้องกันได้กว่า 90 % แต่เวลาใส่ก็ต้องใส่ให้แน่นมากพอที่จะป้องกันก็สามารถป้องกันได้เยอะ หากใส่แล้วไม่อึดอัดใส่แล้วสบายดี นั่นแสดงว่าไม่ถูกวิธี ซึ่งหากใส่ไม่ถูกต้องก็แทบไม่มีผลในการป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก และเมื่อเทียบกับหน้ากากทั่วไปถือว่ามีราคาแพง อย่างไรก็ตามหน้ากากN95 ไม่ใช่เป็นเพียงคำตอบเดียว จริงๆมาตรการต่างๆ จะต้องเอามาประมวลและใช้ร่วมกัน ซึ่งหน้ากากอนามัยที่เราใช้ทั่วไป ก็สามารถป้องกันได้ส่วนหนึ่งจากงานวิจัยสามารถป้องกันได้ 50 % ซึ่งหากในช่วงที่รอรถเมล์ในช่วงที่มีฝุ่นละอองก็สามารถใช้ป้องกันได้ในระดับหนึ่ง และจากการวิจัยหากเอาทิชชู่เข้าไปอีก 3-4 ชั้นก็สามารถป้องกันได้มากขึ้นอีก &amp;nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน ซึ่งไม่อยากให้พี่น้องประชาชนตระหนกและไม่เร่งวิ่งหาซื้อหน้ากาก N 95&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเถลิงศํกดิ์ กล่าวว่า จากการตรวจวัดทั้ง กทม .พบว่ามี เส้นทางจราจร 22 เขต มีค่าฝุ่นละอองเกินกว่าค่ามาตรฐาน จากการตรวจวัดในช่วง 7 โมงเช้า อยู่ที่ประมาณ 46-90 ไมโครกรัม แต่สถานการณ์ล่าสุดอยู่ที่ 18 ไมโครกรัม ซึ่งต้องเรียนว่าไม่ได้สูงตลอดทั้งวัน จะมีการขึ้นๆลงๆทั้งวัน ดังนั้นในการรับข้อมูลต้องตรวจเช็คดูว่าข้อมูลเหล่านั้นมาจากที่ไหน ซึ่งมีทั้งจากแหล่งที่เชื่อถือได้และเชื่อถือไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.พรรณพิมล &amp;nbsp;วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบสุขภาพของประชาชน ซึ่งในเรื่องของฝุ่นละอองมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระบวนการทำงาน มีการเตรียมการมาตั้งแต่ช่วง พ.ย. ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่าปลายธ.ค. ตอเนื่องมา ม.ค. กทม.จะมีสถานการณ์ที่ส่งผลต่อค่าฝุ่นละอองที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งจากการทำงานร่วมกับทั้งทางกรมควบคุมมลพิษ และ กทม. มีการทำแผนเตรียมการ พบว่าตั้งแต่วันที่ 5ธ.ค. เริ่มมีการสะสมของตัวค่าฝุ่นละออง &amp;nbsp;ซึ่งได้ออกประกาศค่าเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็กแบ่งเป็น 5 สีตามระดับความเสี่ยงต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นไปตามค่าคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ มีคำแนะนำในการปฏิบัติตัวของประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยง โดยสีส้มและสีแดงเป็นสีที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยคุณภาพอากาศระดับสีส้ม (เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) คือเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนทั่วไปควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมและออกกำลังกายกลางแจ้ง กลุ่มเสี่ยงให้ลดการทำกิจกรรมและออกกำลังกายกลางแจ้ง แต่หากคุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีแดง (เกิน 90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) เป็นระดับที่มีผลต่อสุขภาพ ประชาชนทั่วไปควรลดหรืองด และกลุ่มเสี่ยงให้งดการทำกิจกรรมและออกกำลังกายกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กเมื่อออกนอกบ้าน หากมีอาการผิดปกติเช่น หายใจติดขัด แน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะ หรือหมดสติ ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว ผู้มีโรคประจำตัวควรเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.พรรณพิมล &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า สำหรับการเลือกสวมใส่หน้ากากเพื่อป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กนั้น ขอให้ประเมินความเสี่ยงของตนเองว่ามีความเสี่ยงสูงหรือไม่ เช่น อาศัยอยู่ในพื้นที่และช่วงเวลาที่มีค่า PM 2.5 สูง และกลุ่มคนที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือ ต้องทำงานหนักกลางแจ้งเป็นระยะเวลานาน ๆ เช่น ตำรวจจราจรที่ทำงานกลางแจ้ง วินมอเตอร์ไซด์รับจ้าง คนงานที่ทำงานก่อให้เกิดฝุ่น เป็นต้น ควรสวมใส่หน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้ ตั้งแต่มาตรฐาน N95 ขึ้นไป และใส่ให้ถูกวิธีจึงจะป้องกันได้ กลุ่มที่มีโรคประจำตัวได้แก่ หอบหืด โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด ควรขอคำปรึกษากับแพทย์ประจำตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26630</URL_LINK>
                <HASHTAG>N95, กระดาษทิชชู่, กระทรวงสาธารณสุข, ฝุ่น2.5ไมครอน, หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3d9b7de7beb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
