<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2021 10:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;  จี้อธิบดีกรมราชทัณฑ์รับผิดชอบคลัสเตอร์เรือนจำ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.2564 นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่เรือนจำทั่วประเทศว่า ขอเรียกร้องให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกมาแสดงความรับผิดชอบกรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดคลัสเตอร์เรือนจำ พร้อมเปิดเผยข้อมูลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตามระดับความรุนแรง เพื่อแยกการรักษาให้เป็นไปตามหลักการแพทย์ในการรักษาโรคระบาดในเรือนจำด้วย &amp;nbsp;และขอให้เร่งฉีดวัคซีนให้ผู้ต้องขังทั้ง 100% โดยเร็วที่สุดในฐานะประชาชนคนไทยที่ควรมีสิทธิ์ได้รับการดูแลเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่รัฐบาลเตรียมเปิดให้ฉีดวัคซีนเป็นการทั่วไปพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่เดือนมิถุนายนรัฐบาลอาจกำลังตีความข้อเสนอแนะการเปิดฉีดวัคซีนกับคนทุกกลุ่มของพรรคเพื่อไทยและภาคประชาชนตื้นเขินเกินไป จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค ประเทศไทยยังคงมีพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด สีแดงเข้มอยู่ 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ซึ่งมีผู้ติดเชื้อใหม่รายวันเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละเกือบ 2,000 คน ขณะที่วัคซีนที่จะได้มาในเดือนมิถุนายนยังมีจำกัดเพียง 6ล้านโดสเท่านั้น ดังนั้นควรเร่งฉีดให้ประชากรที่มีความพร้อมเฉพาะในพื้นที่สีแดงเข้มและในเรือนจำก่อน จะเป็นประโยชน์ในการควบคุมโรคมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หาก ศบค.ยังบ้ายุกระจายวัคซีนล็อตนี้ไปทั่วประเทศแบบไม่มียุทธศาสตร์ วัคซีนจะกระจุกตัวในกลุ่มผู้มีอิทธิพลในแต่ละจังหวัด ไม่มีประโยชน์ในทางควบคุมโรคหรือช่วยให้เปิดเศรษฐกิจได้ในเร็ววัน&amp;rdquo; นายชนินทร์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103059</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, กระตุ้นการระบาดของโควิด-19, ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ, อธิบดีกรมราชทัณฑ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e0479284fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิด-19 ฉุดดัชนีครองชีพ-ครัวเรือนตกรูด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค. 2564&amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มต้นขึ้นในเดือนเม.ย. ส่งผลกระทบให้ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนในเดือนเม.ย. ปรับตัวลดลงอย่างมากอยู่ที่ 37.0 จาก 40.4 ในเดือนมี.ค. มีนัยต่อความเปราะบางของกำลังซื้อครัวเรือนจากจังหวะเวลาเกิดการระบาดหนัก ในขณะที่มาตรการเยียวยาเพิ่มเติมยังไม่ออกมา รวมถึงราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มอย่างมาก&amp;nbsp;โดยสะท้อนจากดัชนีที่ปรับลดลงในทุกองค์ประกอบ โดยเฉพาะในส่วนของมุมมองต่อการมีรายได้และงานทำ รวมถึงค่าใช้จ่ายของครัวเรือนที่ไม่รวมภาระหนี้ ความกังวลที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวสอดคล้องไปกับทิศทางของดัชนีราคาผู้บริโภคที่ปรับสูงขึ้นในรอบ 8 ปี ซึ่งจะยิ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของครัวเรือนในระยะข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนใน 3 เดือนข้างหน้าพบว่าปรับตัวลดลงเช่นกันอยู่ที่ 39.4 จาก 41.5 ในเดือนมี.ค. สอดคล้องไปกับมุมมองของศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่มองว่าดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนยังเผชิญกับความเสี่ยงหลากหลายด้าน&amp;nbsp;ตลาดแรงงานในภาพรวมยังไม่ฟื้นตัวโดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว ดังนั้นกำลังซื้อของครัวเรือนจะถูกกระทบอย่างมากจากรายได้ที่มีแนวโน้มลดลง ในขณะที่ฐานะทางการเงินของครัวเรือนมีแนวโน้มเปราะบางลงเรื่อยๆ ต่อเนื่องมาจากการระบาดในครั้งก่อนๆ แม้ว่าภาครัฐจะมีมาตรการช่วยเหลือออกมาเพื่อบรรเทาผลกระทบอยู่บ้างแต่ขนาดไม่เท่ากับมาตรการเยียวยาในรอบก่อน&amp;nbsp;(เม.ย.-พ.ค.63)&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ&amp;nbsp;นอกจากการเร่งดำเนินการจัดหาและฉีดวัคซีนแล้ว มาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจเพื่อประคับประคองภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจอาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมจากมาตรการเยียวยาที่ ครม. มีมติในวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102504</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นการระบาดของโควิด-19, ารครองชีพของครัวเรือน, ในเดือนเม.ย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a241ae3981.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.สหรัฐตบหน้าทรัมป์ ‘ฮ่องกง’ไวรัสรีเทิร์นซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาหักหน้า &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; เตือนกลับสู่ภาวะปกติเร็วไปอาจกระตุ้นการระบาดของโควิด-19 ที่ควบคุมไม่ได้ ขณะยอดอเมริกันสังเวยรายวันกลับมาเกือบ 2,000 ศพอีกครั้ง คองเกรสดันกฎหมายให้อำนาจทรัมป์แซงก์ชันจีนหากดื้อปิดบังข้อมูล &amp;nbsp;บราซิลหนักอันดับ 6 ของโลกดับเพิ่มเป็นสถิติใหม่ ฮ่องกงพบไวรัสรีเทิร์นครั้งแรกในรอบ 24 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในหลายประเทศยังน่าวิตก ถึงแม้ว่าแนวโน้มที่ดีขึ้นมากในประเทศที่สถานการณ์รุนแรงเช่นในยุโรปตะวันตก จะทำให้หลายประเทศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เป็นลำดับแล้ว ข่าวเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2563 ยกตัวอย่างว่า ออสเตรียและเยอรมนีประกาศเปิดพรมแดนระหว่างกันอีกครั้งหลังจากปิดไปนาน 2 เดือน และฝรั่งเศสก็เริ่มเปิดโรงเรียนประถมและเนิร์สเซอรีแล้ว โดยมีข้อบังคับให้สวมหน้ากากอนามัยหรือใช้ผ้าปิดปากจมูกและเว้นระยะห่างทางสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เป็นยอดสะสมทั่วโลกจากมากกว่า 195 ประเทศและดินแดน ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการที่รวบรวมโดยมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ ถึงเวลา 18.00 น.ของวันพุธ อยู่ที่มากกว่า 4.278 ล้านราย และเสียชีวิต 292,316 ราย หลายประเทศยังมีอัตราการติดเชื้อหรือเสียชีวิตที่น่ากังวล โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา, รัสเซีย และบราซิล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สหรัฐอเมริกามีผู้เสียชีวิต 1,894 คนในช่วง 24 ชั่วโมงนับถึงเวลา 20.30 น.วันอังคารตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นยอดที่กลับมาสูงเท่าเดิมอีกครั้งหลังจากลดลงเหลือไม่ถึง 1,000 ศพเมื่อวันอาทิตย์และวันจันทร์ ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตแบบเรียลไทม์ของสหรัฐอเมริกาในเว็บไซต์ของจอห์นฮอปกินส์วันพุธอยู่ที่ 82,389 ราย จากผู้ติดเชื้อสะสม 1,370,016 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันอังคาร ดร.แอนโธนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านการรับมือโควิด-19 ให้การต่อสภาคองเกรสเป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน โดยเขากล่าวเตือนถึงอันตรายร้ายแรงหากจะกลับคืนสู่การใช้ชีวิตตามปกติเร็วเกินไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;หากชุมชน หรือมลรัฐ หรือภูมิภาค ไม่ปฏิบัติตามแนวทางของรัฐบาลกลาง แล้วเริ่มเปิดกิจกรรมใหม่ ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจร้ายแรงอย่างแท้จริง&amp;quot; เขากล่าวถึงแนวทางของรัฐบาลกลางว่าด้วยการเริ่มกิจกรรมใหม่อย่างปลอดภัย ซึ่งขั้นตอนสำคัญขั้นแรกคือ ต้องมีผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 14 &amp;nbsp;วัน &amp;quot;มีความเสี่ยงแท้จริงที่จะกระตุ้นการระบาดที่พวกคุณอาจไม่สามารถควบคุมได้&amp;quot; ดอกเตอร์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เขากล่าวด้วยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจริงเพราะโรคระบาดโควิด-19 น่าจะสูงกว่าตัวเลขอย่างเป็นทางการมาก เนื่องจากมีผู้ป่วยเสียชีวิตตามบ้านอีกจำนวนมากโดยที่ยังไม่ทันถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เฟาซีให้การต่อกรรมาธิการวุฒิสภาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามผลักดันให้รีบเปิดเศรษฐกิจโดยเร็ว โดยทรัมป์ทวีตว่า ตัวเลขกำลังลดลงในพื้นที่ส่วนใหญ่ของสหรัฐอเมริกาที่ต้องการเปิดและกำลังเดินหน้าต่ออีกครั้งอย่างปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้ได้โดยเร็วก่อนถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีเดือนพฤศจิกายนปีนี้ ผลงานด้านเศรษฐกิจเคยเป็นกลยุทธ์หลักในการหาเสียงของเขา แต่ระยะหลังทรัมป์เปลี่ยนกลยุทธ์มาโจมตีบทบาทของจีนในฐานะต้นตอของโรคระบาดนี้แทน โดยวันเดียวกันนั้น &amp;nbsp;ส.ว.พันธมิตรของทรัมป์ในวุฒิสภาช่วยสนับสนุนอีกแรง ด้วยการเสนอร่างกฎหมายเพื่อให้อำนาจทรัมป์คว่ำบาตรจีน หากจีนไม่เปิดเผยข้อมูลอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;พรรคคอมมิวนิสต์จีนต้องรับผิดชอบต่อบทบาทของพวกเขาที่สร้างความเสียหายร้ายแรงในการแพร่ระบาดครั้งนี้&amp;quot; ส.ว.จิม อินโฮฟ จากพรรครีพับลิกันกล่าว พร้อมกับโจมตีจีนว่า การหลอกลวงเรื่องต้นกำเนิดและการแพร่กระจายไวรัสของจีนทำให้โลกเสียเวลาอันมีค่าและมีชีวิตต้องสูญเสีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาเดียวกับที่ ส.ว.พรรครีพับลิกันพยายามกล่าวโทษจีนอยู่นั้น ส.ส.พรรคเดโมแครตได้เปิดเผยร่างงบช่วยเหลือมูลค่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นงบก้อนโตที่สุดสำหรับใช้ในการต่อสู้กับโรคระบาด และเป็นงบใช้จ่ายฉุกเฉินแก่ชาวอเมริกันหลายล้านครัวเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่รัสเซีย ซึ่งประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เพิ่งประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ เมื่อวันอังคาร ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกส่วนตัวของปูติน เพิ่งประกาศว่าตัวเขาก็ติดเชื้อโควิด-19 เช่นกัน โดยมีอาการป่วยเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้พบปะกับปูตินมานานกว่า 1 เดือนแล้ว วันเดียวกันนั้นรัสเซียมียอดผู้ติดเชื้อรายวันเกินหมื่นรายอีกวัน โดยติดเชื้อเพิ่ม 10,028 คนภายใน 24 ชั่วโมง และทำให้ยอดรวมที่รายงานในวันพุธเพิ่มเป็น 242,271 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 96 คน รวมเป็น 2,212 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อมูลของจอห์นฮอปกินส์ ผู้ติดเชื้อสะสมของรัสเซียมากเป็นอันดับ 2 ของโลกแล้ว ขณะที่ตัวเลขอย่างเป็นทางการของประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมเกิน 1 แสนรายในลำดับรองลงไป ได้แก่ สเปน &amp;nbsp;228,030 ราย, สหราชอาณาจักร 227,741 ราย, อิตาลี 221,216 ราย, ฝรั่งเศส 178,349 ราย, บราซิล &amp;nbsp;178,214 ราย, เยอรมนี 173,274 ราย, ตุรกี 141,475 ราย และอิหร่าน 110,767 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิต 10 อันดับแรกของโลก สหราชอาณาจักรมีมากเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐอเมริกา ที่ 32,769 ราย, อิตาลี 30,911 ราย, ฝรั่งเศส 26,994 ราย, สเปน 26,920 ราย, บราซิล 12,461 &amp;nbsp;ราย, เบลเยียม 8,843 ราย, เยอรมนี 7,755 ราย, อิหร่าน 6,733 ราย และเนเธอร์แลนด์ 5,529 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บราซิลเป็นอีกประเทศที่แนวโน้มยังน่าวิตก เมื่อวันอังคารมีรายงานผู้เสียชีวิตในรอบ 24 ชั่วโมง มากเป็นสถิติใหม่ที่ 881 คน และผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,258 คน สถานการณ์ของบราซิลรุนแรงที่สุดในภูมิภาคลาตินอเมริกาและหนักเป็นอันดับ 6 ของโลก แม้ผู้เชี่ยวชาญจะระบุว่า ตัวเลขการติดเชื้อที่แท้จริงของบราซิลอาจสูงกว่ายอดอย่างเป็นทางการถึง 15 เท่า เนื่องจากยังมีการตรวจเชื้อน้อยมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเอเชียกำลังมีความกังวลเรื่องการกลับมาแพร่เชื้อไวรัสระลอกที่สอง หลังจากเมืองอู่ฮั่นที่พบการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ครั้งแรกในโลกเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในชุมชน และทำให้เจ้าหน้าที่เตรียมแผนตรวจเชื้อประชากรทั้ง 11 ล้านคนของเมืองนี้ ขณะเดียวกันจีนยังพบการแพร่เชื้อเพิ่มในเมืองจี๋หลิน ของมณฑลจี๋หลินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือติดชายแดนรัสเซียและเกาหลีเหนือ โดยทางการได้สั่งปิดเมืองนี้แล้ว ห้ามประชากรมากกว่า 4 ล้านคนออกนอกพื้นที่ ยกเว้นผู้ที่ผ่านการตรวจและปลอดเชื้อภายใน 48 ชั่วโมง และสั่งปิดโรงเรียนและระบบขนส่งมวลชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกงของจีน ก็มีรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อ 2 ราย เป็นการกลับมาพบการติดเชื้อไวรัสครั้งแรกของฮ่องกงในรอบ 24 วัน ผู้ติดเชื้อเป็นคุณย่าวัย 66 ปี และหลานวัย 5 ขวบ ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังพยายามหาต้นตอของเชื้อ เนื่องจากทั้งคู่และครอบครัวไม่เคยมีประวัติเดินทางหรือติดต่อกับผู้ที่ผ่านการยืนยันว่าติดเชื้อ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65866</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กระตุ้นการระบาดของโควิด-19, ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อ, สหรัฐอเมริกา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebbf3ad1fe38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
