<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอกชน&#039;หนุนรัฐเปิดเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค. 2564 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 (ศบค.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ภาคเอกชนเห็นด้วยอย่างมากในการเปิดประเทศวันที่ 1 พ.ย. นี้ เนื่องจากจะเป็นช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ เมื่อรวมกับมาตรการต่างๆที่ภาครัฐออกมา คาดว่าจะช่วยให้เกิดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้กว่า 5 หมื่น&amp;ndash; 1 แสนล้านบาท มีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจทั้งนี้ไม่ติดลบแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ส.อ.ท.ได้เสนอในที่ประชุมในการเปิดประเทศทุกจังหวัดทุกพื้นที่พร้อมกันไม่จำเป็นต้องเปิดจังหวัดนำร่องก่อน เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศ จะมีมาตรการการตรวจโรคมาแล้วในขั้นหนึ่ง ทั้งการฉีดวัคซีนและการตรวจคัดกรองโรค ซึ่งทางพล.อ.ประยุทธ์ ได้รับหลักการและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาความเหมาะสมและที่สำคัญการทำคู่มือการเดินทางเข้าพื้นที่แต่ละกลุ่มจังหวัด 3 กลุ่ม คือ พื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด (สีแดงเข้ม) , พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) , พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) ควรมีมาตรการที่เหมือนๆ กัน เช่น จังหวัดสีแดงเข้ม ก็ควรมีมาตรการเดียวกัน สีส้ม ก็ควรมีชุดมาตรการเดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ไม่เช่นนั้นจะสับสนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลพิจารณาข้อมูลการติดเชื้อและเสียชีวิตอย่างรอบคอบ พิจารณาข้อมูลทุกด้าน เพราะปัจจุบันยอดติดเชื้อและเสียชีวิตยังสูงอยู่ โดยเฉพาะติดเชื้อกลับมาแตะระดับหลักหมื่นคนต่อวันต่อเนื่องหลังลดลงไปก่อนหน้านี้ ซึ่งการคลายล็อกและมีการฉีดวัคซีนให้ประชาชนแม้จะปริมาณมาก แต่อยากให้ดูตัวอย่างของบางประเทศ อาทิ สิงคโปร์ อิสราเอล ที่คลายล็อกหลังฉีดวัคซีนแล้วแต่ก็กลับมาติดอีก เกิดการระบาดระลอกใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้อยากให้ภาครัฐเข้มงวดกับธุรกิจที่มีความเสี่ยง อาทิ ร้านอาหาร ปัจจุบันการให้บริการเริ่มใกล้100% เว้นระยะน้อยลง และบางร้านเริ่มเสิร์ฟแอลกอฮอล์ทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่ประชาชนเองก็ไม่ควรการ์ดตก เพื่อไม่ให้สถานการณ์กลับไปเหมือนเดิม ถูกล็อกดาวน์ อยากให้ทุกคนช่วยกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119790</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), สุพันธุ์ มงคลสุธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf6111d8087.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประยุทธ์สั่งเร่งใช้งบ! คลังแฉหนี้พุ่ง9ล้านล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ลั่นเดินหน้าไทยเข้มแข็ง สั่งทุกหน่วยงานราชการ-รัฐวิสาหกิจเร่งถลุงงบประมาณ ชี้ยามนี้ภาครัฐเป็นกำลังหลักกระตุ้นเศรษฐกิจ &amp;ldquo;คลัง&amp;rdquo; เปิดตัวเลขหนี้ใกล้แตะ 9 ล้านล้านบาท จ่อเต็มเพดาน 60%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ในระหว่างลงพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ถึงการโครงการไทยเข้มแข็ง ว่าโครงการดังกล่าวเป็นระดับนโยบาย ถ้านโยบายยังมีอยู่ก็ดำเนินต่อ โดยต้องรู้ว่ามีข้อติดขัดตรงไหน และจะเดินหน้าต่ออย่างไร ส่วนงบประมาณดำเนินงานมีอยู่แล้ว
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า เดือน ก.ย. เป็นเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ 2564 พล.อ.ประยุทธ์จึงมีข้อสั่งการทั้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และในที่ประชุมคณะกรรมการชุดต่างๆ ให้ทุกหน่วยรับงบประมาณเร่งเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด เพราะช่วงที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 งบประมาณภาครัฐจึงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ และขณะนี้เป็นช่วงท้ายปีงบประมาณ นายกฯ จึงให้ทุกหน่วยงานเร่งการเบิกจ่าย ทั้งส่วนงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบกลาง งบจากพระราชกำหนดเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ที่ได้รับอนุมัติและทำสัญญาผูกพันไปแล้ว เพื่อให้งบประมาณเข้าไปสู่ระบบเศรษฐกิจมากที่สุด
น.ส.ไตรศุลีกล่าวต่อว่า งบประมาณภายใต้ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ณ สิ้นเดือน ส.ค.2564 มีการอนุมัติแล้ว 269 โครงการ วงเงินรวม 996,008 ล้านบาท หรือ 99.60% คงเหลือ 3,991.06 ล้านบาท มีการเบิกจ่ายแล้ว 841,307 ล้านบาท หรือ 84.47% ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ แบ่งเป็นการเบิกจ่ายใน 1.แผนงาน/โครงการที่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และสาธารณสุข วงเงิน 63,898 ล้านบาท จำนวน 51 โครงการ 38,069 ล้านบาท หรือ&amp;nbsp; 59.58% 2.แผนงาน/โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเยียวยาชดเชยให้กับภาคประชาชน เกษตรกรและผู้ประกอบการ&amp;nbsp; 708,197 ล้านบาท จำนวน 20 โครงการ 684,411 ล้านบาท&amp;nbsp; หรือ 96.64% และ 3.แผนงาน/โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม 227,905 ล้านบาท จำนวน 225 โครงการ 118,827 ล้านบาท หรือ 53.07%
&amp;ldquo;ครม.เมื่อวันที่ 7 ก.ย.2564 ยังได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำกับติดตามหน่วยงานรับผิดชอบโครงการที่ได้รับอนุมัติจาก ครม.ให้ใช้จ่ายจากเงินกู้ตาม พ.ร.ก.เงินกู้ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ หากไม่สามารถดำเนินการแล้วเสร็จได้ภายในเวลาที่กำหนดให้เร่งจัดทำรายงาน ปัญหาและอุปสรรคเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ทราบต่อไป&amp;rdquo; น.ส.ไตรศุลี กล่าว
ขณะที่เว็บไซต์สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้เผยแพร่รายงานสถานะหนี้สาธารณะของประเทศ ณ สิ้นเดือน ก.ค.2564 พบว่ามียอดหนี้ 8,909,063.78ล้านบาท หรือคิดเป็น 55.59% ของจีดีพี ใกล้ระดับเพดานความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดไว้ไม่เกิน 60% โดยเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หนี้สาธารณะของไทยเพิ่มขึ้นประมาณ 8.3 หมื่นล้านบาท โดยยอดหนี้สาธารณะเดือน มิ.ย.2564 อยู่ที่ 8,825,097.81 ล้านบาท หรือ 55.20% ของจีดีพี
สำหรับหนี้สาธารณะเดือน ก.ค.2564 ที่เพิ่มสูงขึ้นมาจากการกู้โดยตรงของรัฐบาลเป็นส่วนใหญ่ โดยหนี้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 7,836,723.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือน มิ.ย.2564 ที่ 7,760,488.76 ล้านบาท ในส่วนนี้เป็นหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง 7,071,423.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า และเป็นการกู้เงินภายใต้ พ.ร.ก.โควิด-19 จำนวน 817,726.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า อยู่ที่ 732,726.05 ล้านบาท และเป็นการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณอีกด้วย ส่วนหนี้รัฐวิสาหกิจ อยู่ที่ 781,052.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือน มิ.ย.2564 ซึ่งอยู่ที่ 772,090.49 ล้านบาท ในส่วนนี้เป็นหนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน อยู่ที่ 399,141.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่&amp;nbsp; 398,843.56 ล้านบาท และหนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน อยู่ที่ 381,911.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 373,246.93 ล้านบาท ส่วนหนี้ของรัฐวิสาหกกิจที่ทำธุรกิจในภาคการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) อยู่ที่ 284,141.61 ล้านบาท ลดลงจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 285,356.96 ล้านบาท ขณะที่หนี้ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอื่น ๆ ลดลงจากเดือนก่อนหน้าเล็กน้อย อยู่ที่ 7,146.04 ล้านบาท
วันเดียวกัน รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย และอดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวถึงการจัดสรรเงินจากกองทุน SDRs จำนวน 6.5 แสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 21.7 ล้านล้านบาทของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ให้ประเทศสมาชิก ว่าจะส่งผลบวกต่อตลาดการเงินโลก ซึ่งการจัดสรรเงินจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของไอเอ็มเอฟสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของวิกฤตครั้งนี้ ซึ่งไทยที่ได้รับเงินจัดสรร 1.4 แสนล้านบาท หรือ 4.4 พันล้านดอลลาร์นั้น รัฐบาลควรหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อนำเงิน SDRs ที่ได้รับการจัดสรรมาใหม่จำนวนนี้มาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการคลัง โดยมุ่งไปที่การเยียวยาผู้ว่างงานและลงทุนทางการศึกษา การจัดซื้อวัคซีนและการลงทุนทางด้านสาธารณสุข
รศ.ดร.อนุสรณ์ยังกล่าวอีกว่า หากเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ต่ำกว่า 2% เป็นระยะเวลาหลายปีต่อเนื่องกัน มีความเสี่ยงจะเกิดวิกฤตหนี้สินทั้งภาครัฐและเอกชน และหากสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีทะลุ 60% ในปีหน้า การก่อหนี้สาธารณะเพิ่มเติมจึงต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง การขยับเพดานหนี้จาก 60% เป็น 70% หรือ 80% ต้องศึกษาวิจัยถึงผลดี-ผลเสียอย่างรอบคอบ และต้องมั่นใจว่าเงินกู้ที่เป็นภาระของประชาชนผู้เสียภาษีในอนาคตและปัจจุบันต้องไม่รั่วไหลหรือใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116491</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, รัฐวิสาหกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หนี้พุ่ง, หน่วยงานราชการ, เพดาน 60%, ไทยเข้มแข็ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613dfa588cdad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทรัพย์สินทางปัญญาชวนร่วมงาน IP FAIR 2021 บนแพลตฟอร์มออนไลน์เต็มรูปแบบ ชูตลาดไอเดียทรัพย์สินทางปัญญา สร้างโอกาสทางธุรกิจผ่านพ้นวิกฤตโควิดไปด้วยกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรมทรัพย์สินทางปัญญาจัด &amp;ldquo;มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา (IP Fair 2021)&amp;rdquo; งานออนไลน์เต็มรูปแบบ ผ่านเว็บไซต์ www.thailandipfair.com ระหว่างวันที่ 15 - 19 กันยายนนี้ ในงานมีทั้งตลาดไอเดียทรัพย์สินทางปัญญากว่า 200 รายการ การจับคู่ธุรกิจ เวทีสัมมนาด้านทรัพย์สินทางปัญญากว่า 10 สัมมนา บริการให้คำปรึกษาทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมร่วมเป็นกำลังใจอุดหนุนสินค้า GI กว่า 20 รายการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ คาดสร้างโอกาสทางธุรกิจ สร้างรายได้จากทรัพย์สินทางปัญญากระตุ้นเศรษฐกิจไทยฝ่าวิกฤติโควิด 19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า &amp;ldquo;หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของกรมทรัพย์สินทางปัญญา คือ การส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญามาสร้างรายได้ซึ่งจะนำมาสู่การขับเคลื่อนประเทศ การจัดกิจกรรม &amp;ldquo;มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา 2564&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;งาน IP Fair 2021&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 &amp;ndash; 19 กันยายน 2564 ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ตลาดไอเดีย สร้างโอกาส สร้างธุรกิจ&amp;rdquo; จึงเป็นอีกกิจกรรมสำคัญของกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่เต็มไปด้วยโอกาสทางธุรกิจจากการนำทรัพย์สินทางปัญญามาสร้างรายได้&amp;nbsp;เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ นักวิจัย นักประดิษฐ์ ผู้ประกอบการ Start up หรือผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการหาแรงบันดาลใจหรือมีความสนใจด้านนวัตกรรม ไม่ว่าจากการริเริ่มใหม่หรือ ต่อยอดจากฐานข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งในงานจะสะท้อนให้เห็นว่าทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;งาน IP Fair 2021 ในครั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจัดขึ้นเป็นปีที่ 19 ซึ่งด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 จึงทำให้กรมฯ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานมาเป็น Virtual Event บนแพลตฟอร์มออนไลน์เต็มรูปแบบ โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายที่จะทำให้ทุกท่านสามารถนำไอเดียมาสร้างเป็นรายได้ อาทิ โซนตลาดไอเดียทรัพย์สินทางปัญญา โซนจับคู่ธุรกิจ โซนสัมมนาทรัพย์สินทางปัญญา โซนให้คำปรึกษาทรัพย์สินทางปัญญา และโซนจำหน่ายสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กว่า 20 รายการ จึงขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างธุรกิจด้วยทรัพย์สินทางปัญญา โดยเข้าร่วมงาน &amp;ldquo;มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา 2564&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;IP Fair 2021&amp;rdquo; ได้ฟรี ตั้งแต่วันที่ 15 - 19 กันยายน 2564 ทางเว็บไซต์ www.thailandipfair.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางสายด่วนกรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร 1368&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115496</URL_LINK>
                <HASHTAG>IP Fair 2021, Virtual Event, www.thailandipfair.com, กรมทรัพย์สินทางปัญญา, กระตุ้นเศรษฐกิจ, ตลาดไอเดีย สร้างโอกาส สร้างธุรกิจ, ตลาดไอเดียทรัพย์สินทางปัญญา, นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์, ปรึกษาทรัพย์สินทางปัญญา, มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา 2564, สินค้า GI</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131c54886655.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.กนก&#039;หนุนรัฐบาลคลายล็อก1ก.ย.ต่อลมหายใจเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.64-ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประชุมศบค.ประกาศคลายล็อก&amp;nbsp;7 เรื่องสำคัญ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2564 เป็นต้นไป ประกอบด้วย 1) ให้นั่งทานอาหารในร้านได้ 50-70% ของที่นั่ง, 2) เปิดห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์, 3) เปิดร้านเสริมสวยและนวดฝ่าเท้า, 4) เปิดบริการสวนสาธารณะ สนามกีฬา,5) เปิดใช้อาคารสถานศึกษา แต่ไม่ให้เปิดการเรียนการสอน, 6) จัดกิจกรรมรวมกลุ่มได้แต่ไม่เกิน 25 คน,7) เปิดให้เดินทางระหว่างจังหวัดได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนด ส่วนการควบคุมไม่ให้ออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 21.00-04.00 น.ยังคงเหมือนเดิมว่า การคลายล็อคทั้ง 7 เรื่องนี้นับเป็นการเปิดให้เกิดกิจกรรมทางธุรกิจและการค้าเพื่อสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการเมื่อเกิดการซื้อขายขึ้นต่อเนื่องจะนำไปสู่การผลิตวัตถุดิบต้นน้ำ เช่น พืชผัก เนื้อสัตว์ &amp;nbsp; สินค้าต่างๆเป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;หวังว่าจะส่งผลต่อ SME และเกษตรกรที่อยู่ต้นน้ำต่อไป มาตรการทั้ง 7 เรื่องนี้ให้น้ำหนักกับชีวิตและธุรกิจของคนเมืองมากกว่าคนชนบท เมื่อเปิดศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าได้ ก็น่าจะเปิดตลาดชุมชนในชนบทได้ เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าและเกษตรกรสามารถนำผลผลิตของตนเองไปขายสร้างรายได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อการดำรงชีวิตของตนเองและครอบครัวได้บ้าง การคลายล็อคที่ประกาศนี้น่าจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเพื่อผ่อนคลายให้เศรษฐกิจขยับตัวได้ แต่ยังคงระมัดระวังมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวดอยู่ ถือได้ว่ารัฐบาลพยายามหา จุดสมดุลระหว่างมาตรการทางเศรษฐกิจกับมาตรการทางสาธารณสุขเพื่อให้คนไทยและประเทศไทยสามารถอยู่กับไวรัสโควิด 19 ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.ดร.กนก กล่าวว่า ประเด็นที่ต้องระมัดระวังคือมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดต้องเอาจริงเอาจังต่อไปตั้งแต่การเข้าเมืองผิดกฎหมายของแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน การเร่งฉีดวัคซีนให้เร็ว การปรับระบบ &amp;nbsp; &amp;nbsp;การดูแลผู้ป่วยในระบบ Home Isolation / Community Isolation, ศูนย์พักคอย, โรงพยาบาลสนาม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และ Hospitel ให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว รวมไปถึงการกระจายยารักษาไวรัสโควิด 19 คือ ฟ้าทะลายโจรที่มีคุณภาพ ราคาถูก ปลอดภัย มีประสิทธิภาพในการรักษา และเข้าถึงได้ง่าย ฟ้าทะลายโจรผลิตได้ในประเทศ ในขณะที่ยา Favipiravir ราคาแพงกว่า และยังผลิตได้จำนวนจำกัดในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;รัฐบาลยังต้องทำงานเชิงรุกเพื่อจัดการกับกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดคลัสเตอร์ใหม่ เช่น โรงงานขนาดเล็กที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ จนถึงบ่อนการพนันต่าง ๆ ที่ยังคงลักลอบกันเปิดอยู่ เป็นต้น เพราะการเกิดคลัสเตอร์ใหม่เป็นเหตุผลสำคัญของการประกาศล็อคดาวน์และเราต้องเตรียมตัวรับกับการกลายพันธุ์ของไวรัส &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสายพันธุ์เดลต้าไปเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิมและติดง่ายมากขึ้น ถ้าเป็นเช่นนั้นวัคซีน Sinovac และ AstraZeneca ที่ฉีดไปแล้วจะมีผลต่อการสร้างภูมิคุ้มกันและลดความรุนแรงของโรคได้แค่ไหน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลจะต้องเตรียมมาตรการทางการแพทย์ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ว่าจะจัดการกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างไร &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาแล้วคอยวิ่งตามแก้ปัญหาเช่นที่ผ่านมา ประเด็นสุดท้ายที่ขอฝากถึงรัฐบาล คือ การประกาศคลายล็อคเป็นการประกาศทางนโยบาย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนการปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายของนโยบายคือ&amp;ldquo;เศรษฐกิจเดินหน้า และควบคุมการระบาด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปพร้อมกัน&amp;rdquo;ต้องอาศัยการบริหารจัดการที่มีวินัยและเป็นระบบ ไม่ใช่ประกาศนโยบายแล้ว ถือว่าทุกอย่าง &amp;nbsp; จบแล้ว เพราะมันจะนำความล้มเหลวมาให้อีกครั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114945</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน, ศบค.ประกาศคลายล็อก, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20210423/image_mid_6082c20177949.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 19:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ศักดิ์สยาม’ บี้เร่งเบิกจ่ายงบคมนาคมปี64 ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมเร่งรัดติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2564 ว่า กระทรวงคมนาคมได้รับจัดสรรงบประมาณแผ่นดินปี 2564 (8 ส่วนราชการ 5 รัฐวิสาหกิจ) ในภาพรวม จำนวน 227,905.47 ล้านบาท มีแผนการเบิกจ่ายเงิน (1 ตุลาคม 2563-31 สิงหาคม 2564) จำนวน 223,148.68 ล้านบาท ซึ่ง ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2564 มีผลการเบิกจ่ายเงินแล้ว 151,633.95 ล้านบาท (คิดเป็น 66.53% ของงบประมาณที่ได้รับจัดสรร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ในส่วนของงบรายจ่ายลงทุนจำนวน 188,202.29 ล้านบาท มีแผนการเบิกจ่ายเงิน (1 ตุลาคม 2563-31 สิงหาคม 2564) จำนวน 188,202.29 ล้านบาท ซึ่ง ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2564 มีผลการเบิกจ่ายเงินแล้ว 122,203.59 ล้านบาท (คิดเป็น 64.93% ของงบประมาณที่ได้รับจัดสรร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนการลงนามในสัญญารายจ่ายลงทุนของกระทรวงคมนาคมนั้น มีรายการที่จะต้องลงนามในสัญญา จำนวน 9,853 รายการ วงเงินรวม 98,470.53 ล้านบาท โดยมีทั้งที่เป็นรายการรายจ่ายลงทุนปีเดียว รายการลงทุนผูกพันรายการใหม่ และรายการรายจ่ายลงทุนที่มีวงเงินเกิน 1,000 ล้านบาท ซึ่ง ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2564 สามารถลงนามในสัญญาแล้ว 9,766 รายการ วงเงิน 88,177.54 ล้านบาท (คิดเป็น 89.55% ของวงเงินที่ได้รับจัดสรร) และส่วนที่เหลือจะทยอยการลงนามในสัญญาให้ครบทุกรายการ ซึ่งจะส่งผลให้การเบิกจ่ายงบลงทุนของกระทรวงคมนาคมในแต่ละเดือนเพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับด้านงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ ปี 2564 จำนวน 10 รัฐวิสาหกิจ วงเงินรวม 102,919.56 ล้านบาท มีแผนการเบิกจ่ายตั้งแต่เดือน 1 ตุลาคม 2563-31 กรกฎาคม 2564 จำนวน 75,506.29 ล้านบาท ซึ่ง ณ สิ้นเดือน กรกฎาคม 2564 มีผลการเบิกจ่ายเงินแล้ว 59,197.84 ล้านบาท (คิดเป็น 57.52% ของวงเงินงบประมาณทั้งปี) โดยรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่สามารถเบิกจ่ายเงินได้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ได้รับทราบผลการเบิกจ่ายเงินของทุกหน่วยงาน และได้สั่งการให้หน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณแผ่นดินเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งหาแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อให้สามารถดำเนินงานและเบิกจ่ายเงินได้โดยเร็ว และในส่วนของงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ ขอให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจเร่งรัดเบิกจ่ายเงินให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด ซึ่งจะเป็นการช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113637</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, เร่งเบิกจ่ายงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611bacf0a399d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตีปี๊บภูเก็ตเปิดปท. ประเดิม4ไฟลต์บินตั้งเป้านักท่องเที่ยว5แสนคนฟัน3พันล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์&amp;quot; คึกคัก! นายกฯ ลงพื้นที่ 1 ก.ค.นี้ หวังนำร่องเปิดประเทศจุดเริ่มต้นกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดรับต่างชาติ 1 แสนคนในไตรมาส 3 นี้&amp;nbsp; ศบค.เพิ่มข้อปฏิบัติผู้ที่จะเดินทางเข้ามา เผยมี 4 เที่ยวบิน นทท. 249 คนจ่อบินเข้า แห่ลงทะเบียนขอซีโออีกว่า 4 พันคน &amp;quot;สุพัฒนพงษ์-สุชาติ-เสกสกล&amp;quot; ลงพื้นที่ล่วงหน้าเตรียมความพร้อม ชาวภูเก็ตจัดพิธีบวงสรวงก่อนเปิดจังหวัด ผู้ว่าฯ เมืองไข่มุกอันดามันลั่นยกระดับจุดคัดกรองเข้มข้น เผยนักท่องเที่ยวเลือกพักโรงแรมในพื้นที่ป่าตองเกือบ 4 ร้อยห้อง สสจ.ภูเก็ตแจงไม่พบสายพันธุ์อินเดีย ยันผู้ติดเชื้อ 5 รายเดินทางมาจาก กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปิดเศรษฐกิจท่องเที่ยวตามโครงการ Phuket&amp;nbsp; Sandbox จังหวัดภูเก็ต ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ หน่วยงานราชการได้เตรียมความพร้อมกันอย่างคึกคัก&amp;nbsp; โดยเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มีกำหนดลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดภูเก็ต ตรวจเยี่ยมระบบการคัดกรองผู้เดินทางเข้าออกจังหวัดภูเก็ตทางบก ทั้งยานพาหนะ บุคคล และเอกสารต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดโครงการ Phuket Sandbox จังหวัดภูเก็ต ณ ด่านตรวจภูเก็ต จากนั้นจะเป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินการมาตรการต่าง ๆ ภายใต้โครงการ Phuket Sandbox ร่วมกับส่วนราชการและภาคเอกชน ณ โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้&amp;nbsp; อำเภอเมืองภูเก็ต และเปิดโครงการ &amp;ldquo;ฮักไทย ฮักภูเก็ต&amp;rdquo;&amp;nbsp; (HUG THAIS HUG PHUKET) ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;ฮักไทย&amp;rdquo; ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต และตรวจเยี่ยมความพร้อมการอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว ณ อุทยานแห่งชาติสิรินาถ โอกาสนี้นายกฯ จะตรวจเยี่ยมการคัดกรองผู้เดินทางเข้าออกจังหวัดภูเก็ตทางอากาศ และให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศตามโครงการ Phuket Sandbox ที่สนามบินนานาชาติภูเก็ตด้วย ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานครในเย็นวันเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการลงพื้นที่ของนายกฯ ในครั้งนี้ว่า จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ช่วยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่องให้สามารถกลับมาฟื้นตัวโดยเร็ว เพิ่มโอกาสการจ้างงาน ต่อยอดสินค้าบริการในธุรกิจกิจการท่องเที่ยวระดับต่าง ๆ รวมถึงการลงทุนด้วย ซึ่งต้องดำเนินการควบคู่ไปกับนิวนอร์มอล หรือการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย&amp;nbsp; การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประมาณการนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ภายใต้โครงการ Phuket Sandbox จำนวน 100,000 คน ในไตรมาส 3&amp;nbsp; (เดือน ก.ค.-ก.ย.64) จะสร้างรายได้อยู่ที่ 8.9 พันล้านบาท ทั้งนี้ ตลอดเดือน ก.ค.64 มียอดจอง ( Booking) ของผู้โดยสารที่จะเข้ามา Phuket&amp;nbsp; Sandbox ประมาณ 11,894 คน ข้อมูลจาก 6&amp;nbsp; สายการบิน แบ่งเป็นผู้โดยสารขาเข้าประมาณ 8,281&amp;nbsp; คน ขาออก 3,613 คน คาดการณ์ปริมาณเที่ยวบินทั้งหมดประมาณ 426 เที่ยวบิน เฉลี่ยที่ประมาณ 13&amp;nbsp; เที่ยวบิน/วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ศบค.ได้กำหนดแผนการชะลอหรือยกเลิกโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ กรณีสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง หากมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 90&amp;nbsp; ราย/สัปดาห์ ในลักษณะการกระจายโรคในจังหวัดทั้ง 3&amp;nbsp; อำเภอ และมากกว่า 6 ตำบล ที่มีการระบาดเกิน 3&amp;nbsp; คลัสเตอร์ หรือมีการระบาดในวงกว้างที่หาสาเหตุหรือความเชื่อมโยงไม่ได้ รวมทั้งความพร้อมในการรองรับผู้ป่วย กรณีมีผู้ติดเชื้อครองเตียงโรงพยาบาลตั้งแต่ 80%&amp;nbsp; ของศักยภาพจังหวัดที่มีการพบการระบาดของเชื้อกลายพันธุ์แบบวงกว้างแบบควบคุมไม่ได้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แถลงชี้แจงถึงคำสั่ง ศบค.ฉบับที่ 7/2564&amp;nbsp; และการออกข้อกำหนดฉบับที่ 26 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อคืนวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการเปิดโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ว่าประกาศฉบับที่ 26 เป็นการเพิ่มข้อปฏิบัติใน (12) ที่กำหนดเกี่ยวกับผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร รองรับโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 ก.ค.เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีความเข้าใจตรงกันและให้ประชาชนมีความมั่นใจ เบื้องต้นได้รับรายงานว่าจะมีเที่ยวบินเดินทางเข้ามา 4 เที่ยวบิน&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 249 คน โดยมาจากอิสราเอล, เมืองอาบูดาบี&amp;nbsp; และกาตาร์
แห่ลงทะเบียนกว่า 4 พันคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ระบุว่า แนวทางปฏิบัติของผู้ที่จะเดินทางเข้ามาตามประกาศดังกล่าว จะเริ่มตั้งแต่ก่อนเดินทางที่จะต้องมีเอกสาร 5 อย่าง ประกอบด้วย 1.หนังสือรับรองว่าได้รับอนุญาตในการเดินทางเข้ามา 2.ใบรับรองแพทย์ว่าไม่ติดเชื้อโควิด-19 และมีการตรวจด้วยระบบสวอบมาแล้วไม่เกิน 72 ชั่วโมง 3.มีกรมธรรม์ที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์ 4.เอกสารระบุที่พักชัดเจน&amp;nbsp; และ 5.เอกสารรับรองว่าได้รับการฉีดวัคซีน ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาก็จะบินตรงไปที่เกาะภูเก็ต ส่วนผู้ที่มาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะต้องรวมจนได้จำนวนหนึ่งแล้วต่อเครื่องไปลงที่ภูเก็ต&amp;nbsp; โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะต้องไม่ปะปนกับกลุ่มอื่นๆ และเมื่อมาถึงภูเก็ตแล้วจะต้องอยู่ในภูเก็ต 14 วัน หากต้องการอยู่ต่อเกิน 14 วัน หรือจะไปท่องเที่ยวที่จังหวัดอื่น จะต้องมีการตรวจหาเชื้อโควิดในช่วงระหว่างนี้ คือในช่วงระหว่างวันที่ 6-7 และวันที่ 12-13 อย่างไรก็ตาม หากในช่วง 14 วันนักท่องเที่ยวต้องการกลับก่อนกำหนดก็สามารถกลับได้ทันที แต่จะไปจังหวัดอื่นไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการเตรียมการการออกหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย หรือซีโออี (Certificate of Entry&amp;ndash;COE) ให้ชาวต่างชาติ เพื่อรองรับนโยบายภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ว่า&amp;nbsp; กระทรวงการต่างประเทศได้ปรับปรุงระบบลงทะเบียนขอเอกสารซีโออีผ่านทางออนไลน์ในเว็บไซต์&amp;nbsp; www.coethailand.mfa.go.th สำหรับภูเก็ต&amp;nbsp; แซนด์บ็อกซ์ ได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ไทยที่ประจำการทั่วโลกเตรียมความพร้อม&amp;nbsp; และเปิดระบบลงทะเบียนดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุดมีผู้ที่ลงทะเบียนแล้ว 4,100 คน โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ทำหน้าที่ตรวจเอกสารยืนยันการได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 (Certificate of Vaccination) ซึ่งขณะนี้ตรวจอนุมัติแล้วกว่า 500 ราย และตั้งแต่ 29 มิ.ย.&amp;nbsp; สถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ไทยที่ประจำการทั่วโลกได้พิจารณาและกำลังทยอยออกเอกสารซีโออี สำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าโปรแกรม &amp;ldquo;ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์&amp;rdquo;&amp;nbsp; อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากสายการบินไทยสมายล์แจ้งว่า สายการบินไทยสมายล์จำเป็นต้องแจ้งยกเลิกการกลับมาให้บริการเส้นทางระหว่างประเทศภูเก็ต-ฮ่องกง ตามนโยบาย ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ ซึ่งเดิมจะเริ่มทำการบินในวันที่ 2 ก.ค. สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบินออกไปก่อน&amp;nbsp; เนื่องจากผู้โดยสารจากฮ่องกงได้ทยอยยกเลิกการเดินทางจำนวนมาก ส่งผลให้ยอดการจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าปรับลดลงจาก 30% เหลือเพียง 5% จนสายการบินไม่สามารถเปิดทำการบินได้เพราะไม่คุ้มที่จะทำการบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสาเหตุที่ทำให้ผู้โดยสารชาวฮ่องกงยกเลิกเที่ยวบิน เนื่องจากในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาประเทศไทยถูกฮ่องกงจัดให้เป็นเขตพื้นที่สีแดง หรือเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จากการกลับมาระบาดรุนแรงอีกระลอก ซึ่งมีข้อกำหนดให้ชาวฮ่องกงที่เดินทางกลับจากไทยจะต้องกักตัว 14 วันก่อนที่จะเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนา ซึ่งสร้างภาระค่าใช้จ่ายในการกักตัวและเสียเวลากักตัวนานเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงผลการสำรวจ&amp;nbsp; FTI Poll ครั้งที่ 7 ในเดือนมิถุนายน 2564 ภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;120 วัน เตรียมความพร้อมเปิดประเทศ&amp;rdquo; ว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท.ส่วนใหญ่มองว่าการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ควรพิจารณาจากความพร้อมและสถานการณ์ในการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นสำคัญ ซึ่งการจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพและจำนวนเพียงพอ รวมถึงการเร่งฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม 70% ของประชากรทั้งประเทศ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เป็นปัจจัยสำคัญที่ภาครัฐจะต้องเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดประเทศ
ทีมนายกฯ เตรียมความพร้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พร้อมหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง มีความพร้อมในการทำงานกับหน่วยร่วมปฏิบัติในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่จะเป็นพื้นที่นำร่องรองรับนักท่องเที่ยวตามด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ โดยจะดำเนินการตามมาตรการที่&amp;nbsp; ศบค. หรือศูนย์ปฏิบัติการมาตรการเดินทางเข้าออกประเทศและการดูแลคนไทยในต่างประเทศอนุมัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เวลา 11.45 น. นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน พร้อมด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เดินทางไปปฏิบัติราชการ ณ จังหวัดภูเก็ต โดยมีนายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, เรืออากาศตรีธานี ช่วงชู ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต (ผภก.), ผู้บริหาร และพนักงานท่าอากาศยานภูเก็ตให้การต้อนรับ ณ อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน จังหวัดภูเก็ต ณ ห้องประชุมตึก 3 ชั้น&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 21 ภูเก็ต มีผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงานเข้าร่วม เพื่อติดตามรายงานสถานการณ์ด้านแรงงาน และการดำเนินงานตามภารกิจเพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายรัฐบาล ในการเปิดประเทศตามโครงการ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์&amp;rdquo; เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เศรษฐกิจฟื้นตัวกลับมาโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุม สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมร่วมกับนายเถลิงศักดิ์ นุชประหาร หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp; เพื่อสรุปแนวทางการอำนวยความสะดวกและต้อนรับมวลชนที่มายื่นหนังสือร้องทุกข์ถึงนายกรัฐมนตรี ในวาระที่นายกฯ จะเดินทางมาที่จังหวัดภูเก็ตในวันที่ 1 ก.ค.นี้&amp;nbsp; โดยนายเสกสกลแจ้งว่า นายกฯ มีบัญชาและให้แนวทางว่าไม่ให้กีดกันขัดขวางประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนที่จะมายื่นหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในเรื่องอะไรก็ตาม ให้ผู้ร้องมั่นใจว่าทุกเรื่องจะนำเรียนถึงนายกฯ อย่างแน่นอน&amp;nbsp; และทุกเรื่องราวจะได้รับการพิจารณาเข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการแก้ไขปัญหาให้รวดเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.30 น. นายนิตินัย ศิริสมรรถการ&amp;nbsp; กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย&amp;nbsp; จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในการประชุมเตรียมความพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (Phuket&amp;nbsp; Sandbox) เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ที่พร้อมเดินทางมายังจังหวัดภูเก็ตในวันที่ 1 ก.ค.64 ณ ห้องประชุมชั้น 5 อาคารสำนักงานท่าอากาศยานภูเก็ต
ด่านคัดกรองคุมเข้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp; กล่าวว่า รัฐบาลเลือกภูเก็ตเป็นพื้นที่ปฏิบัติการนำร่องรับนักท่องเที่ยว Phuket Sandbox ทางจังหวัดได้แปลงนโยบายรัฐบาลสู่การปฏิบัติและมีความหวังว่า เมื่อเปิดเมือง 1 ก.ค.นี้จะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมไปพร้อมกับการควบคุมโรคโควิดให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับสถานการณ์โรคจากภายนอกยังมีปัญหาพอสมควร&amp;nbsp; มาตรการที่ต้องเสนอคือ ยกระดับการตรวจคัดกรองโรคที่ด่านตรวจทางบก ที่ด่านท่าฉัตรไชย ต้องควบคุมเชื้อที่จะเข้ามาให้ได้ โดยต้องเพิ่มกำลังคนและระบบเทคโนโลยีในการตรวจโรค ตรวจบุคคลเข้าออก ตรวจสิ่งของ จะเริ่มในวันที่ 1 ก.ค.นี้ หน้าตาของด่านตรวจที่ท่าฉัตรไชยจะเปลี่ยนไปมาก จะมีความเข้มข้นมากขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากข้อมูลรายงานการเข้ามาของนักท่องเที่ยว Phuket Sandbox พบว่ามีการจองห้องพักสูงสุด ในพื้นที่ป่าตอง 383 ห้อง จำนวน 1,671 คน คิดเป็น 4.36 รายต่อ 1 บุกกิง และแยกพักเดี่ยวจำนวน 149&amp;nbsp; คน ส่วนพื้นที่เชิงทะเลและกะรน นักท่องเที่ยวเลือกเข้าพักรองลงมาจากพื้นที่ป่าตอง นอกจากนี้คนไทยที่จะเข้ามาภูเก็ตในช่วงเปิด Phuket Sandbox ตามเป้าหมายของ ททท.ตั้งไว้ 500,000 คน รายได้ 3,000 ล้านบาท&amp;quot; นายณรงค์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ตามที่ได้มีการเสนอข่าวผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย โดยมีข้อความระบุว่า &amp;quot;ด่วน ภูเก็ตเจอโควิดสายพันธุ์อินเดียเมื่อวาน 5 ราย เช้าวันนี้อีก 5 ราย ก่อนเปิดเกาะภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์นั้น&amp;quot; ขอชี้แจงว่าขณะนี้จังหวัดภูเก็ตยังไม่พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์อินเดีย ขอวิงวอนการนำเสนอข้อมูลข่าวต่างๆ ผ่านสื่อออนไลน์ขอให้มีการตรวจสอบ และควรได้รับการยืนยันจากหน่วยงานผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความสับสนและสร้างความเสียหายแก่จังหวัดภูเก็ต ในส่วนของผู้ติดเชื้อวันนี้ 5&amp;nbsp; รายซึ่งเดินทางมาจากกรุงเทพฯ ขณะนี้ 3 รายได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนอีก 2&amp;nbsp; รายอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวนโรค ในส่วนของกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงที่มีประมาณ 20 คน สำนักงานสาธารณสุขได้นำตัวเข้าสู่กระบวนการกักตัวในสถานที่ที่จังหวัดกำหนด&amp;nbsp; หรือที่เรียกว่า LQ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเช้าวันเดียวกัน ประชาชนชาวภูเก็ตตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรภาคเอกชน เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และบวงสรวงท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร ที่วัดม่วงโกมารภัจจ์ ประกอบพิธีทางศาสนาพุทธและพราหมณ์เพื่อความเป็นสิริมงคลและเสริมสร้างขวัญและกำลังใจ ให้การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อให้สามารถฟื้นเศรษฐกิจและสามารถควบคุมโรคได้จนประสบความสำเร็จตามที่วางไว้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108226</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, นำร่องเปิดประเทศ, ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc87add372b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 09:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 09:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เตรียมอัดแสนล้านดันเศรษฐกิจโต0.3% คลังการันตีฐานะประเทศยังแกร่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค. 2564 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังคาดว่าการใช้จ่ายเม็ดเงินจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019เพิ่มเติม พ.ศ. 2564วงเงินไม่เกิน5แสนล้านบาทเพื่อดูแลสถานการณ์โควิด-19 ในกรณีที่มีการใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ก็จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 0.3% จากที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.3-2.8% ในปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คาดว่าการใช้จ่ายเม็ดเงินตาม พ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติม วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาทนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล ในการออกมาตรการต่าง ๆ ซึ่งจะพิจารณาจากสถานการณ์โควิด-19 ตามความเหมาะสม ซึ่งอาจจะไม่ได้นำมาใช้แจกผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น คนละครึ่ง เราชนะ ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การใช้จ่ายเม็ดเงิน 5 แสนล้านบาท จะต้องพิจารณาโครงการอื่น ๆ ด้วย อาจไม่ได้นำมาแจกเยียวยาทั้งหมด ซึ่งสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ จะเป็นผู้พิจารณาโครงการต่าง ๆ ส่วนหนึ่งก็ต้องใช้ในการจ้างงาน รวมทั้งมาตรการจากกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการดูแลสถานการณ์โควิด-19ด้วย&amp;quot; นางสาวกุลยา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ยืนยันว่าการกู้เงินเพิ่มอีก 5 แสนล้านบาท ไม่ส่งผลต่อวินัยการคลัง ระดับหนี้สาธารณะยังอยู่ในกรอบ 60% ของจีดีพี รวมถึงฐานะการคลังก็ไม่น่าเป็นห่วง แม้ว่าการจัดเก็บรายได้รัฐในปี 2564 จะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่เงินคงคลังต้นงวดปีงบประมาณ 2564 ยังมีอยู่ในระดับ 5 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวกุลยา กล่าวอีกว่า ส่วนข้อเสนอของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ต้องการให้กระทรวงการคลังทบทวนระยะเวลาโครงการคนละครึ่ง ให้เร็วขึ้นเป็นเดือน มิ.ย. 2564จากเดิมเดือน ก.ค. 2564 และเพิ่มวงเงินต่อรายเป็น 6 พันบาท จาก 3 พันบาทนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฝ่ายนโยบาย แต่โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 มีระยะเวลาถึงสิ้นปี 2564 ซึ่งในระหว่างนี้อาจมีการพิจารณารายละเอียดมาตรการตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104331</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, กระทรวงการคลัง, กุลยา ตันติเตมิท, อัดงบ 1 แสนล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a0d7b2c94c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
