<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลังงานอัดงบ 2.4 พันล้านบาท อุ้มเศรษฐกิจฐานราก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค. 2564 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;เปิดเผยภายการหารือร่วมกับพล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ผ่านระบบวีดีทัศน์ทางไกลเกี่ยวกับแนวทางการขอรับการสนับสนุนงบประมาณกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สำหรับจังหวัดทั่วประเทศ ว่าตามที่กองทุนฯ มีงบประมาณที่ได้รับจัดสรรจำนวน 6,500 ล้านบาท โดยงบประมาณส่วนที่สำคัญ&amp;nbsp;คืองบประมาณที่จะใช้ในทางการสนับสนุนโครงการภายใต้กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก จำนวน 2,400 ล้านบาท ที่มุ่งส่งเสริมให้ชุมชนทั่วประเทศนำเทคโนโลยีพลังงานไปใช้ในการสร้างงาน สร้างรายได้&amp;nbsp;โดยจะกระจายไปในโครงการสำคัญๆ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กลุ่มใหญ่ ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.สถานีพลังงานชุมชน&amp;nbsp;เป็นการส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานภายใต้แนวคิด ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ โดยสามารถขอรับการสนับสนุนเทคโนโลยีเดี่ยว หรือหลายเทคโนโลยีที่ประกอบกัน ได้แก่ เทคโนโลยีระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์แบบเคลื่อนที่,&amp;nbsp;เตาชีวมวลประสิทธิภาพสูง,&amp;nbsp;ชุดครอบหัวเตาแก๊สประสิทธิภาพสูง,&amp;nbsp;ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์,ระบบผลิตแก๊สชีวภาพจากของเสีย เป็นต้น&amp;nbsp;2. ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;สำหรับบ่อบาดาล โซลาร์เซลล์ขนาด 2.5 กิโลวัตต์ และถังพักน้ำขนาดบรรจุ 20 ลบ.ม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) การผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าใช้&amp;nbsp;สำหรับพื้นที่ที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง/ไม่มีไฟฟ้า (ออฟ กริด)&amp;nbsp;ได้แก่ บ้านอยู่อาศัย กลุ่มชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และ โรงเรียนในสังกัดของรัฐบาล&amp;nbsp;สำหรับกรอบวงเงิน&amp;nbsp;2,400&amp;nbsp;ล้านบาทจะแบ่งเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ส่วน ส่วนแรกให้แก่จังหวัดๆ ละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;76&amp;nbsp;จังหวัด รวม&amp;nbsp;1,900&amp;nbsp;ล้านบาท ส่วนกรอบวงเงินที่เหลือ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ล้านบาท จะใช้เป็นงบกลางสำหรับรองรับโครงการระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร (บ่อบาดาล) ที่เกินกรอบวงเงินของจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ส่วนราชการภูมิภาค และส่วนราชการส่วนกลางที่มีที่ตั้ง&amp;nbsp;ในจังหวัด สามารถยื่นขอรับการสนับสนุนกับทางจังหวัดได้ โดยจะมีคณะกรรมการบริหารจังหวัดแบบบูรณาการ (กบจ.) เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบกลั่นกรองเรียงลำดับความสำคัญก่อนที่จะให้ อปท.ส่วนราชการภูมิภาค หรือส่วนราชการส่วนกลางที่มีที่ตั้งในจังหวัดยื่นข้อเสนอเข้าระบบให้กับกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ทั้งนี้ จะได้มีการกำชับให้หน่วยงานจัดทำระบบตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผลโครงการ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญเรื่องความพร้อมในการบำรุงรักษา ประชาชนจะต้องใช้งานได้จริง คาดว่าจะเปิดรับข้อเสนอโครงการเข้าระบบภายใน&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยกองทุนฯจะประกาศเกณฑ์รายละเอียด ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89885</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก, กองทุนอนุรักษ์พลังงาน, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210113/image_big_5ffe68ebb9adf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2018 19:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2018 19:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมการพัฒนาชุมชน ชวนเที่ยวงาน &#039;OTOP ภูมิภาค 2562&#039; กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน แถลงข่าวการจัดงาน &amp;ldquo;OTOP ภูมิภาค 2562&amp;rdquo; เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด สินค้า OTOP พร้อมกระตุ้นเกิดการหมุนเวียนระบบเศรษฐกิจในชุมชน ณ ร้านค้าสวัสดิกกร กรมกกรพัฒนาชุมชน ชั้น 1 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิสิต กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชนเป็นหน่วยงานหลักในการ ขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนนำภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สั่งสมมาแต่อดีต มาผสมผสานกับทรัพยากรในชุมชน แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน และจำหน่ายสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวและชุมชน ก่อให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจในระดับฐานรากของประเทศ โดยภาครัฐจะให้การสนับสนุนทั้งในด้านการบริหารจัดการ การผลิต การพัฒนามาตรฐานและคุณภาพผลิตภัณฑ์ การส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุน และการส่งเสริมช่องทางการตลาด โดยโครงการ OTOP ภูมิภาค เป็นโครงการหนึ่งที่ช่วยเพิ่มช่องทางการตลาด และเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ นำผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาและทรัพยากร ท้องถิ่น มาร่วมแสดงและจำหน่ายให้แก่ประชาชนทุกภูมิภาคได้ชมและเลือกซื้อสินค้า เพื่อเผยแพร่และ เชื่อมโยงภูมิปัญญาในแต่ละถิ่น ซึ่งนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์โอทอป&amp;nbsp;พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดการหมุนเวียนระบบเศรษฐกิจในชุมชนและประชาชนในท้องถิ่นให้มีรายได้เพิ่มขึ้น &amp;nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ ภายใต้แนวคิด OTOP ทั่วไทยรวมไว้ในที่เดียว &amp;ldquo; OTOP One Stop Shopping Market &amp;nbsp;ตลาดโอทอปช็อปฟิน อิน ครบวงจร&amp;rdquo; ซึ่งจะเป็นการนำเอาสินค้าโอทอปที่คัดสรรมาอย่างดีจากทั่วประเทศ และอาหาร ชวนชิมที่มีชื่อเสียงของแต่ละจังหวัด ยกทัพรวมกันมาจัดแสดงและจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดที่เป็นจุดจัดงานในโดมติดแอร์ ภายในงานจะตกแต่งด้วยสีสันที่เก๋ไก๋ สร้างบรรยากาศให้เสมือนตลาดครบวงจร ที่ทำให้ผู้มาเยือนมีความสุขกันกับการช้อป มีความสนุกกับการชมและได้ดูโชว์ และมีความเอร็ดอร่อยกับการชิมอาหารสุดยอดฝีมือจากต่างจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิสิต กล่าวว่า งานครั้งนี้กำหนดจัดงานรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;5 ครั้งๆละ 7 วัน ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 7-13 ธ.ค.61 ณ บริเวณลานเอนกประสงค์ บริเวณถนนพุทธภูมิ จ.นครศรีธรรมราช ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 7-13 ธ.ค.61 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลาง จ.นครราชสีมา ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 26 ม.ค.-1 ก.พ.62 &amp;nbsp;ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลาง จ.ขอนแก่น ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 18-24 ก.พ.62 ณ ลานสะพานหิน จ.ภูเก็ต และครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 15-21 มี.ค.62 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลาง จ.ชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมภายในงาน มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP &amp;nbsp;ระดับ 3-5 ดาว ทั่วประเทศจำนวน 270 ราย ภายในเต็นท์โดมขนาดใหญ่ติดแอร์ตลอดงาน ซึ่งจัดแสดงสินค้าจำแนกออกเป็น 5 ประเภทผลิตภัณฑ์ ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก และสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร การจำหน่ายอาหารชวนชิมที่มีชื่อเสียงของแต่ละจังหวัด การสาธิตกระบวนการในการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ การแสดงศิลปวัฒนธรรมและมินิคอนเสริตทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่พลาดไม่ได้คือ กิจกรรมส่งเสริมการขาย หากซื้อสินค้ารวมมูลค่าครบ 1,000 บาทสามารถนำใบเสร็จมารับคูปองชิงโชคหนึ่งใบ เขียนชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ส่งในกล่องชิงรางวัลที่จุดประชาสัมพันธ์ภายในงาน เพื่อจับรายชื่อผู้โชคดี ลุ้นรับรางวัลสร้อยคอทองคำทุกวันๆ ละ 1 เส้น และลุ้นรับจักรยานยนต์&amp;nbsp;ในวันสุดท้ายของการจัดงานทุกจังหวัด โดยการจัดงาน ทั้ง 5 ครั้ง ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้สู่ชุมชน 200 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23659</URL_LINK>
                <HASHTAG>OTOP ภูมิภาค 2562, กรมการพัฒนาชุมชน, กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก, ทรัพยากรในชุมชน, ภูมิปัญญาท้องถิ่น, สินค้าโอทอป, หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181206/image_mid_5c0916a5a5cd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
