<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวง พม. kick off โครงการ “เรามีเรา” ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากโควิดในเขต กทม. 50 เขต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวง พม. / วันนี้ (19 พฤษภาคม) นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานเปิดตัวกิจกรรมหรือ kick off &amp;nbsp;โครงการ&amp;ldquo;เรามีเรา&amp;rdquo; ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนเราจะตามไปช่วย พร้อมปล่อยขบวนรถ พม. ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิค-19 ในเขต กทม. นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสำคัญได้แก่ 1. การบริจาคเงินและสิ่งของสำหรับกลุ่มเปราะบางจากภาคีเครือข่ายและภาคเอกชน 2. การเปิดตัวศิลปินอาสา พม. ที่บริเวณหน้าอาคารกระทรวง พม.ถนนกรุงเกษม สะพานขาว กรุงเทพฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นเวลา 10:00 น นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว. พม. พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานต่างๆได้ลงพื้นที่ที่ชมรมผู้สูงอายุศูนย์บริการสาธารณสุข 4 แฟลตดินแดง อาคาร 64 เขตดินแดง เพื่อมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้กับผู้แทนชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนั้นผู้บริหารกระทรวง พม. ได้ลงพื้นที่ชุมชนในเขต กทม. 7 เขต เพื่อมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้กับผู้แทนชุมชน คือเขตราชเทวี เขตดุสิต เขตบางเขน เขตห้วยขวาง เขตวัฒนา เขตบางแค และเขตวังทองหลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เขตวังทองหลาง นายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ได้ลงพื้นที่เพื่อมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้แทนชุมชนในเขตวังทองหลาง เพื่อนำไปมอบให้แก่กลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19จำนวน 100 ชุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103425</URL_LINK>
                <HASHTAG>Kick Off, กระทรวง พม., จุติ ไกรฤกษ์, ทีมเรามีเรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a4b18dde556.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุติ ไกรฤกษ์’ แถลงข่าว ‘’งานพรปีใหม่ 2564 จากใจกระทรวง พม.’   มอบของขวัญให้กลุ่มเป้าหมาย  พร้อมเปิดตัว ‘พม.แอมบาสเดอร์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์ รมว.พม.กับผู้บริหารกระทรวงและ &amp;lsquo;พม.แอมบาสเดอร์&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กระทรวง พม./ &amp;lsquo;จุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;rsquo; รมว.พม. แถลงข่าว &amp;lsquo;งานพรปีใหม่ 2564 จากใจกระทรวง พม.&amp;rsquo; โดยให้หน่วยงานในสังกัดมอบของขวัญให้กลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; เด็ก-แม่เลี้ยงเดี่ยว-สตรี-ผู้พิการ-ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ฯลฯ พร้อมคัดคนเก่งฝึกและสร้างอาชีพจังหวัดละ 1 คน&amp;nbsp; โดยโลตัสสนับสนุนงบคนละ 30,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเปิดตัว &amp;lsquo;พม.แอมบาสเดอร์&amp;rsquo; เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์กิจกรรมของกระทรวง&amp;nbsp; คือ &amp;lsquo;นางสาวไทยปี 2562&amp;rsquo;,&amp;nbsp; &amp;lsquo;บุ๋ม&amp;rsquo; ปนัดดา วงศ์ผู้ดี,&amp;nbsp; &amp;lsquo;นีโน่&amp;rsquo; เมทนี บูรณศิริ,&amp;nbsp; &amp;lsquo;ฝน&amp;rsquo; ธนสุนธร&amp;nbsp; และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;lsquo;ชาคริต แย้มนาม&amp;rsquo;&amp;nbsp; ด้านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; จับมือกรมกิจการผู้สูงอายุ-ผู้พิการซ่อมแซมปรับปรุงบ้านให้กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; คนพิการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ด้อยโอกาส รวม 25,064 ครัวเรือน&amp;nbsp; ขณะที่การเคหะฯ สร้างบ้านให้ผู้มีรายได้น้อยเช่าราคาถูก 20,000 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (23 ธันวาคม) ระหว่างเวลา 13.00-14.00 น. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกฤษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เป็นประธานในการแถลงข่าว &amp;lsquo;งานพรปีใหม่ 2564 จากใจกระทรวง พม.&amp;rsquo; โดยมีผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด 8 หน่วยงาน&amp;nbsp; และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายจุติ (นั่งซ้าย) พิธีแถลงข่าว &amp;lsquo;งานพรปีใหม่ 2564 จากใจกระทรวง พม.&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;มอบของขวัญเด็ก 6,464 ชุด-ฝึกอาชีพ 1,000 คนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม.&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; อีกไม่กี่วันจะสิ้นปี 2563 แล้ว สิ่งที่ตนคิดว่ากระทรวง พม.จะต้องทำและจะต้องจัดหาก็คือของขวัญที่จะให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายในปี 2564&amp;nbsp; โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; เด็ก&amp;nbsp; ผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; สตรี&amp;nbsp; แม่เลี้ยงเดี่ยว&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยเริ่มจากเด็กในสถานสงเคราะห์หรือสถานรับเลี้ยงเด็กของกระทรวง พม. จำนวน 4,000 ชุด&amp;nbsp; และเด็กที่อยู่อยู่ในชุมชนใกล้เคียงอีก 2,464 ชุด&amp;nbsp; โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชนรับไปดำเนินงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;อีกกลุ่มหนึ่งที่ผมเป็นห่วง คือ แม่เลี้ยงเดี่ยว พ่อเลี้ยงเดี่ยว &amp;nbsp;ซึ่งในปีหน้าปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคมคงจะหนักกว่าปีนี้&amp;nbsp; โดยผมได้มอบหมายให้กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ฝึกอาชีพให้กลุ่มเป้าหมายจำนวน 1,000 คนทั่วประเทศ&amp;nbsp; และคัดคนที่มีความสามารถ&amp;nbsp; คนเก่ง&amp;nbsp; จังหวัดละ 1 คน รวม 77 คน &amp;nbsp;โดยโลตัสจะสนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพพร้อมเงินทุนมูลค่ารวมคนละ 30,000 บาท&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายจุติกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้กระทรวง พม.จะสนับสนุนการซ่อมแซมปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; และผู้ที่อยู่ในชุมชน&amp;nbsp; โดยให้หน่วยในสังกัดร่วมกันดำเนินการ&amp;nbsp; คือ กรมกิจการผู้สูงอายุ กรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) รวม 25,064 หลัง และการเคหะแห่งชาติจะสร้างบ้านให้กลุ่มเป้าหมายผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศเช่าราคาถูก&amp;nbsp; จำนวน 20,000 หลัง &amp;nbsp;ค่าเช่าเดือนละ 999 บาทขึ้นไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;และภารกิจที่สำคัญของกระทรวง พม. อีกด้านหนึ่ง&amp;nbsp; คือการให้บริการกับคนที่มีปัญหา และการแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที โดยเรามีการทำงานแบบบูรณาการทั้งในกระทรวงที่เรียกว่า &amp;lsquo;ONE HOME&amp;rsquo; และการบูรณาการข้ามกระทรวง 8 กระทรวงหลัก และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ โดยมีศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 &amp;nbsp;ที่จะสามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ภายใน 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;โดยการประสานงานกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พมจ.) ทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวง พม.จะทำงานตามนโยบายของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; คือ &amp;lsquo;เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rsquo; และจะเป็นเพื่อนท่าน ช่วยท่านทุกกลุ่ม&amp;nbsp; หากมีปัญหาให้ติดต่อ 1300 กระทรวง พม.&amp;rdquo; นายจุติกล่าว&amp;nbsp; และอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่&amp;nbsp; โดยขอพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 รัชกาลที่ 10 และพระราชินี&amp;nbsp; ได้โปรดอวยพรทุกท่านให้มีความสุขสวัสดี&amp;nbsp; มีความเข้มแข็ง&amp;nbsp; อยู่รอดปลอดภัย&amp;nbsp; และประสบความเจริญรุ่งเรือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เด็กๆ มาร่วมงานแถลงข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เปิดตัว 5 แบรนด์แอมบาสเดอร์ &amp;lsquo;นางสาวไทย-พิธีกร-นักร้องดัง&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับแบรนด์แอมบาสเดอร์หรือฑูตของกระทรวง พม.ที่มาเปิดตัว และจะมาช่วยประชาสัมพันธ์โครงการและกิจกรรมต่างๆ ของกระทรวง พม.ในปี 2564 ประกอบด้วย &amp;nbsp;&amp;lsquo;บิ้น&amp;rsquo; สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์&amp;nbsp; เภสัชกร นางสาวไทยปี 2562 นางงามนานาชาติ 2019 และ 2020 &amp;nbsp;ที่จะมาช่วยด้านกิจการเด็กและเยาวชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;รมว.พม.กับแอมบาสเดอร์หรือ &amp;lsquo;ฑูตกระทรวง พม.&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;lsquo;บุ๋ม&amp;rsquo; ปนัดดา วงศ์ผู้ดี อดีตนางสาวไทย ปี 2543 &amp;nbsp;พิธีกรและผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์&amp;nbsp; จะมาช่วยงานด้านกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;การลดความรุนแรงในครอบครัว&amp;nbsp; &amp;lsquo;นีโน่&amp;rsquo; เมทนี&amp;nbsp; บูรณศิริ&amp;nbsp; พิธีกรและนักแสดง &amp;nbsp;ช่วยประชาสัมพันธ์การเคหะแห่งชาติ นักร้อง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;lsquo;ฝน&amp;rsquo; &amp;nbsp;ธนสุนธร นักร้อง &amp;nbsp;ที่เป็นแบบอย่างของนักสู้ชีวิตที่จะมาช่วยงานกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ &amp;nbsp;และ &amp;lsquo;ชาคริต แย้มนาม&amp;rsquo;&amp;nbsp; นักแสดง&amp;nbsp; รวมทั้ง &amp;lsquo;น้องปีใหม่&amp;rsquo; ผู้พิการที่ร่วมเป็นแอมบาสเดอร์ช่วยงานด้านคนพิการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พอช.มอบของขวัญ &amp;lsquo;บ้านพอเพียง 15,000 หลัง&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; กล่าวว่า&amp;nbsp; ในปีงบประมาณ 2564 พอช. มีแผนดำเนินการโครงการบ้านพอเพียงชนบททั่วประเทศจำนวน 15,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; โดยโครงการนี้เป็นการสนับสนุนให้ครัวเรือนที่มีความเดือดร้อน&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนผุพัง&amp;nbsp; ทรุดโทรม&amp;nbsp; มีฐานะยากจน&amp;nbsp; ได้ซ่อมแซมปรับปรุงบ้านเรือนให้มีความมั่นคง&amp;nbsp; แข็งแรง&amp;nbsp; มีความปลอดภัย&amp;nbsp; เหมาะสมกับการอยู่อาศัย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;โครงการบ้านพอเพียงชนบท พอช.จะให้ชุมชนท้องถิ่นเป็นแกนหลักในการดำเนินงาน&amp;nbsp; ใช้องค์กรในชุมชนที่มีอยู่แล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; สำรวจข้อมูล&amp;nbsp; และคัดเลือกครอบครัวที่มีความเดือดร้อน &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีทีมช่างชุมชนร่วมสำรวจและช่วยคำนวณวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้&amp;nbsp; มีการจัดเวทีประชาคมเพื่อให้ชาวชุมชนร่วมกันรับรองสิทธิ&amp;nbsp; เพื่อให้ได้ครอบครัวที่มีความเดือดร้อนจริงๆ&amp;nbsp; ร่วมกันจัดซื้อวัสดุพร้อมกันในปริมาณมากเพื่อให้ได้ส่วนลด&amp;nbsp; และใช้ช่างชุมชน&amp;nbsp; ช่างจิตอาสา&amp;nbsp; ทหารช่วยกันซ่อมสร้าง&amp;nbsp; ทำให้ประหยัดงบประมาณและเวลา&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; โครงการมอบของขวัญของกระทรวง พม.ในปี 2564 นี้&amp;nbsp; พอช.ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรี พม.ให้ดำเนินการร่วมกับกรมอื่นๆ โดย พอช.มีกลุ่มเป้าหมายเป็นครัวเรือนที่มีฐานะยากจนทั่วประเทศรวม&amp;nbsp; 15,000 ครัวเรือน &amp;nbsp;(แบ่งเป็น 5 ภูมิภาคๆ ละ 2,900 ครัวเรือน&amp;nbsp; และภาคประชาสังคมรับไปดำเนินการ 500 ครัวเรือน) ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ &amp;nbsp;ส่วนกรมกิจการผู้สูงอายุ&amp;nbsp; และกรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กลุ่มเป้าหมายเป็นครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง &amp;nbsp;ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; และผู้พิการ &amp;nbsp;หน่วยงานละ 4,000 ครัวเรือนเศษ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวม 3 หน่วยงานจำนวน&amp;nbsp; 25,640 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้โครงการบ้านพอเพียงชนบท เป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) โดย พอช.รับผิดชอบประมาณ &amp;nbsp;1 ล้านครัวเรือน (การเคหะฯ ประมาณ 2 ล้านครัวเรือน) โครงการบ้านพอเพียงชนบท พอช.เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุบงบประมาณในการซ่อมแซมบ้านเรือนไม่เกินครัวเรือนละ 19,000 บาท&amp;nbsp; ปัจจุบัน (กันยายน 2563) ดำเนินการแล้วทั่วประเทศ&amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp;62,795 ครัวเรือน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87805</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวง พม., งานพรปีใหม่ 2564, จุติ  ไกรฤกษ์, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe302ba17168.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 15:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ.-สธ.-พม.จับมือหาทางให้โอกาส &quot;เยาวชนตั้งครรภ์ในวัยเรียน&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ก.ย.63-ที่ห้องราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) - ศธ. กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการให้โอกาสเด็กและเยาวชนที่ตั้งครรภ์ในสถานศึกษาได้รับการศึกษาอย่างเหมาะสม &amp;nbsp;ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วยนายสากล ม่วงศิริ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง พม. ร่วมลงนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญในการหามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ดังนั้นทั้ง 3 กระทรวงจะร่วมมือกันทำงานในการให้โอกาสเด็กและเยาวชนที่ตั้งครรภ์ในวัยเรียนให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเหมาะสม ซึ่งจากนี้ไปจะร่วมกันบูรณาการทำงานทั้งการลดความเหลื่อมล้ำ การดูแลสภาพร่างกายและจิตใจของนักเรียนที่ตั้งครรภ์ รวมถึงการให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายณัฏฐพล กล่าวว่า ศธ.จะเป็นหลักในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ &amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหลายเรื่องของปัญหาสังคม เพราะเราจะทำแค่การลงนามความร่วมมือไม่ได้ แต่เราต้องให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปติดตามตรวจสอบปัญหาและนำไปสู่การแก้ไขปัญหา รวมถึงการจัดทำฐานข้อมูลบิ๊กดาต้าก็เป็นเรื่องสำคัญที่ ศธ.จำเป็นต้องสร้างฐานข้อมูลระหว่าง ศธ. สธ. และพม.ในการหาข้อมูลเด็กที่มีปัญหา เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด เพราะหากเราสามารถให้ความรู้เรื่องสุขศึกษาได้อย่างเหมาะสมให้แก่เด็กในรูปแบบยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ตนเชื่อว่าปัญหาสังคมเหล่านี้จะลดจำนวนลงอย่างแน่นอน ส่วนประเด็นที่มองว่าเรื่องนี้จะเป็นดาบสองคมหรือไม่ หากเปิดโอกาสให้เด็กท้องได้รับโอกาสทางการศึกษานั้น ตนไม่อยากให้คิดเช่นนั้น เนื่องจากเราไม่ได้สนับสนุนการตั้งครรภ์ในวัยเรียน แต่เมื่อปัญหาการท้องในวัยเรียนเกิดขึ้นแล้วโรงเรียนจะต้องมีความเข้าใจในการดูแลและแก้ปัญหาให้นักเรียน ซึ่งขณะนี้ ศธ.อยู่ระหว่างการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนจึงเชื่อว่าจะมีการป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสากล กล่าวว่า ในส่วนของ พม.จะจัดสวัสดิการดูแลให้ความช่วยเหลือคุณแม่วัยใสทั้งการดูแลป้องกันระหว่างที่เด็กตั้งครรภ์ โดยจะมีการฝึกอาชีพให้แก่เด็กที่เมื่อคลอดบุตรแล้วไม่อยากเรียนต่อ รวมถึงหากมีกรณีที่แม่วัยใสคนใดไม่ประสงค์จะเลี้ยงดูบุตรของตนเอง เนื่องจากไม่มีความพร้อมในการดูแลทาง พม.ก็จะจัดครอบครัวอุปถัมภ์ดูแลให้อย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77394</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., #สธ., กระทรวง พม., ตั้งครรภ์ในวัยเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200914/image_big_5f5f2ca134561.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุติ  ไกรฤกษ์’  รมว.พม.รับมอบข้อเสนอเชิงนโยบาย  การประชุมในระดับชาติสภาองค์กรชุมชนตำบลประจำปี 2563 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม. (ที่ 4 จากขวา) ร่วมงานประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ / &amp;lsquo;จุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;rsquo; รมว.พม.ร่วมงานประชุมในระดับชาติสภาองค์กรชุมชนตำบลประจำปี 2563&amp;nbsp; โดยรับมอบข้อเสนอจากผู้แทนสภาองค์กรชุมชน &amp;nbsp;เพื่อส่งต่อ ครม.พิจารณาดำเนินตาม พ.ร.บ.สภาฯ พ.ศ.2551 โดยปีนี้มีข้อเสนอแนะและแก้ไขปัญหาหลายด้าน &amp;nbsp;เช่น ส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&amp;nbsp; เสนอทบทวนเมืองอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา&amp;nbsp; การชดเชย&amp;nbsp; จัดหาที่อยู่อาศัยให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากรถไฟรางคู่ที่ จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; ปัญหาโรงงานขยะอุตสากรรมในภาคตะวันออก&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างสภาองค์กรชุมชนกับหน่วยงานต่างๆ 10 หน่วยงาน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาองค์กรชุมชนจัดตั้งขึ้นตาม &amp;lsquo;พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551&amp;rsquo;&amp;nbsp; มีบทบาทและภารกิจในการส่งเสริมให้ชุมชนและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาตำบลในด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติ &amp;nbsp;การอนุรักษ์ศิลปะ&amp;nbsp; วัฒนธรรม&amp;nbsp; เสนอแนะปัญหาและแนวทางแก้ไข หรือความต้องการของประชาชนอันเกี่ยวกับการจัดทําบริการสาธารณะของหน่วยงานของรัฐ &amp;nbsp;หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; กำหนดให้มีการประชุมสภาฯ ในระดับตำบลอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง&amp;nbsp; และประชุมในระดับชาติอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; โดยในปีนี้สภาองค์กรชุมชนดำเนินการมาครบ 12 ปี&amp;nbsp; มีการจัดตั้งสภาฯ ทั่วประเทศแล้ว 7,794 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;บรรยากาศการประชุมสภาองค์กรชุมชนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันนี้ (10 กันยายน)&amp;nbsp; ตั้งแต่เวลา 8.30-14.00 น.&amp;nbsp; มีการจัดประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; ประจำปี 2563 ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนสภาองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; หน่วยงานภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; และภาคประชาสังคม&amp;nbsp; เข้าร่วมงานประมาณ 450 คน&amp;nbsp; มีนายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะรัฐมนตรีรักษาการตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนฯ เดินทางมารับข้อเสนอเชิงนโยบายจากที่ประชุม&amp;nbsp; เพื่อนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณาแก้ไขปัญหาตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 มาตรา 32 (2) และ (3)&amp;nbsp; รวมทั้งร่วมมอบโล่รางวัลให้แก่สภาองค์กรชุมชนตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลงานดีเด่น รวม 15 รางวัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม.รับมอบข้อเสนอเชิงนโยบายจากที่ประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; ถือเป็นรากแก้วของประชาธิปไตย&amp;nbsp; เป็นสภาแห่งเดียวที่มาจากเสียงของพี่น้องประชาชนระดับรากหญ้า &amp;nbsp;ปัจจุบันจัดตั้งสภาฯ แล้ว จำนวน 7,794 ตำบล&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมาชิก 250,000 คน &amp;nbsp;สิ่งที่สำคัญ &amp;nbsp;คือ&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนนี้ &amp;nbsp;กำหนดทิศทางของตนเอง โดยไม่ต้องรอนโยบายของกระทรวง พม. &amp;nbsp;โดยขณะนี้มีสภาองค์กรชุมชนที่เข้มแข็ง 24%&amp;nbsp; และยังต้องพัฒนา 76 % &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องทำให้ดี &amp;nbsp;นอกจากนั้นต้องไม่ทิ้งใครไว้ด้านหลังแม้กระทั่งกลุ่มชาติพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้สภาองค์กรชุมชนมีบทบาทอย่างมากที่จะต้องเริ่ม &amp;nbsp;เพราะเรามีกองทุนวันละบาท &amp;nbsp;เรามีวินัยการออม&amp;nbsp; ซึ่งเป็นเพียงประเด็นหนึ่งที่สภาองค์กรชุมชนต้องเจอวิกฤต &amp;nbsp;โรคระบาดอาจจะต้องเจออีกหลายเดือน &amp;nbsp;ขณะเดียวกันต้องเดินหน้าพัฒนาชุมชนต่อไป&amp;nbsp; คนที่เคยมีรายได้กลายเป็นคนไม่มีรายได้ คนที่เคยรวยกลายเป็นคนที่พอมีพอกิน&amp;nbsp; จึงต้องทำงานอย่างหนักจากรัฐบาล&amp;nbsp; จากบนลงล่าง &amp;nbsp;จากสภาฯ จากล่างขั้นบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในฐานะที่กระทรวง พม. มีความเข้าใจสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; จึงต้องมาร่วมทำงานกับท่าน สมาชิกสภาองค์กรชุมชน จำนวน 250,000 คน &amp;nbsp;หากฐานรากของประชาธิปไตยเข้มแข้ง เชื่อว่าจะสามารถพ้นภัย &amp;nbsp;คนไทยต้องรักกัน &amp;nbsp;สามัคคีกัน&amp;nbsp; ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;nbsp; วันนี้มาด้วยใจเห็นความรักสามัคคี&amp;nbsp; เห็นความตั้งใจจริง &amp;nbsp;ขอให้กำลังใจและแสดงความยินดีกับท่านที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเสนอเชิงนโยบายจากที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;นายวิรัตน์&amp;nbsp; พรมสอน &amp;nbsp;ประธานที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; นอกจากสภาองค์กรชุมชนตำบลแต่ละแห่งจะมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นต่างๆ&amp;nbsp; แล้ว&amp;nbsp; พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 มาตรา 32 &amp;nbsp;ยังระบุว่า &amp;ldquo;ให้ที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลดำเนินการเรื่องต่างๆ&amp;nbsp; ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;(1) กําหนดมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดตั้งและการพัฒนาสภาองค์กรชุมชนในระดับตําบลให้เกิดความเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้&amp;nbsp; เพื่อเสนอให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;(2) ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายและแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp; สังคมและกฎหมาย รวมทั้งการจัดทําบริการสาธารณะของหน่วยงานของรัฐ&amp;nbsp; หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลต่อพื้นที่มากกว่าหนึ่งจังหวัด&amp;nbsp; ทั้งด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; สังคม&amp;nbsp; คุณภาพชีวิต&amp;nbsp; และสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;(3) สรุปปัญหาที่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ประสบ&amp;nbsp; และข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 7.5pt; text-align: center;&quot;&gt;วิรัตน์&amp;nbsp; พรมสอน&amp;nbsp; ประธานที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;ข้อเสนอจากสภาองค์กรชุมชนตามมาตรา 32 (2)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;โดยในปีนี้มีข้อเสนอเชิงนโยบายจากที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลฯ ตามมาตรา 32 (2) &amp;ldquo;ความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp; สังคม&amp;nbsp; และกฎหมาย&amp;nbsp; รวมทั้งจัดการบริการสาธารณะของหน่วยงานของรัฐ&amp;nbsp; หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลต่อพื้นที่มากกว่าหนึ่งจังหวัด&amp;nbsp; ทั้งด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; สังคม&amp;nbsp; คุณภาพชีวิต&amp;nbsp; และสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยมีข้อเสนอประเด็นนโยบายจากที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; ประจำปี 2563 &amp;nbsp;เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1.สนับสนุนตำบลเข้มแข็งและพื้นที่จัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp; 1.1 ขอให้รัฐบาล &amp;nbsp;คณะรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp;กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวกับการพัฒนาตำบลเข้มแข็ง &amp;nbsp;สนับสนุนการดำเนินงานและงบประมาณต่อกิจการขับเคลื่อนสภาองค์กรตำบล ให้เป็นไปตามภารกิจของ พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 (มาตรา 21) การอนุรักษ์/ฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรม,การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1.2 ขอให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สนับสนุนแผนงาน โครงการ และงบประมาณการพัฒนาเชิงพื้นที่ให้กับสภาองค์กรชุมชนในระดับพื้นที่ตำบล จังหวัด เพื่อนำไปสู่การพัฒนาหรือผลักดันกลไกให้ดำเนินการไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดการบูรณาการการทำงานระหว่างกันที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของแต่ละพื้นที่และเกิดประสิทธิผลอย่างเป็นรูปธรรม &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2.ส่งเสริมฟื้นฟูอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ&amp;nbsp; 2.1 ขอให้รัฐบาล คณะรัฐมนตรี สนับสนุน พ.ร.บ.ส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ&amp;hellip;. เพื่อให้ร่างกฎหมายนี้มีความสอดคล้องกับปัญหาและความต้องการชุมชนและกลุ่มชาติพันธุ์ได้มีส่วนร่วมและมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;2.2 ขอให้รัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เคารพ ยอมรับ ส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธ์และชนเผ่าพื้นเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2.3. ขอให้รัฐบาลรับรองสิทธิในการถือครองที่ดินและการใช้ทรัพยากรตามจารีตประเพณีของชนเผ่าพื้นเมือง 2.4 ขอให้รัฐบาล กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรม &amp;nbsp;มอบหมายให้ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร&amp;nbsp; เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนกลไกเครือข่ายของชาติพันธุ์ต่างๆ เป็นกลไกหลักในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาและการพัฒนาคุณภาพชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3.สนับสนุนการจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&amp;nbsp; 3.1 ขอให้กระทรวงทรัพยากรฯ เป็นเจ้าภาพหลักในการสนับสนุนการจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควันร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม สำนักงานกองทุนสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯลฯ ผู้แทนภาคธุรกิจเอกชน ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน ท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3.2 ขอให้รัฐบาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด สนับสนุนให้องค์กรชุมชนอาสาสมัคร เครือข่ายป่าชุมชน สภาองค์กรชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในทุกพื้นที่เสี่ยงทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;ข้อเสนอจากสภาองค์กรชุมชนตามมาตรา 32 (3)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;มาตรา 32 (3) &amp;ldquo;สรุปปัญหาที่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ประสบและข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไข เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีข้อเสนอจากที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล ประจำปี พ.ศ. 2563 &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1.จะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต &amp;nbsp;1.1.ขอให้รัฐบาลทบทวนโครงการนี้ &amp;nbsp;โดยต้องยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 &amp;nbsp;และมติเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 &amp;nbsp;เพราะปัจจุบันจังหวัดสงขลามีนิคมอุตสาหกรรมอยู่แล้วถึง 2 แห่ง คือ นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ (ฉลุง) และเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา ซึ่งรัฐบาลควรจะต้องสร้างมาตรการส่งเสริมสนับสนุนและเชิญชวนให้ภาคเอกชนได้เข้าไปใช้ประโยชน์พื้นที่ทั้งสองแห่งให้เต็มพื้นที่เสียก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1.2 หากรัฐบาลจะเดินหน้าเพื่อพัฒนาอำเภอจะนะต่อไป ต้องมีการศึกษาการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) และการศึกษา EHIA ตามมาตรา 58 เพื่อเป็นข้อมูลนำมากำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ เพราะการพัฒนาที่ยั่งยืนไม่อาจจะเกิดจากการพัฒนาอุตสาหกรรมเพียงด้านเดียว และขอให้มีการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt; text-align:justify&quot;&gt;2.เขตพัฒนาโครงการรถไฟทางคู่ จังหวัดขอนแก่น นครราชสีมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.1 ขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดกลไกการดำเนินงานแบบมีส่วนร่วมในกรณีการโยกย้ายและการชดเชยทรัพย์สินสำหรับผู้ได้รับผลกระทบที่อาศัยในเขตแนวเส้นทาง รถไฟ &amp;nbsp;และเวนคืนที่ดินช่วงที่เบี่ยงนอกเขตทางรถไฟ &amp;nbsp;ควรชดเชยในราคาตลาด &amp;nbsp;โปร่งใส &amp;nbsp;เป็นธรรมจัด&amp;nbsp; และหาที่อยู่อาศัยใหม่ที่เหมาะสม และมีมาตรการในการกำกับ ติดตามความเป็นอยู่ของผู้ถูกอพยพและเยียวยาในส่วนต่าง ๆ &amp;nbsp;2.2 กรณีที่รางรถไฟตัดผ่านชุมชน จำเป็นต้องสร้างทางการเชื่อมเพื่อให้ทั้งสองฝั่งสามารถไปมาหาสู่กันได้อย่างปลอดภัย และไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนมากนัก&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt; text-align:justify&quot;&gt;3.ผลกระทบจากโรงงานประกอบกิจการขยะ 5 จังหวัด ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.1 ขอให้รัฐบาล กระทรวงอุตสาหกรรม ประเมินศักยภาพของพื้นที่ในการรองรับ การขยายตัวของโรงงานกิจการขยะ&amp;nbsp; 3.2 ขอให้รัฐบาลมอบหมายให้มีหน่วยงานกำกับดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมและมลพิษที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมแยกจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) โดยให้มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการกำกับดูแลตามกฎหมาย เนื่องจากปัจจุบัน กรอ. ทำหน้าที่เป็นทั้งหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรม และเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านมลพิษอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt; text-align:justify&quot;&gt;3.2 ขอให้รัฐบาลต้องมีนโยบายให้มีผู้ประกอบการที่มีเทคโนโลยีกำจัดขยะพิษเข้ามามากขึ้น การแก้ปัญหาการจัดการขยะพิษ และการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม ต้องดำเนินการพร้อมการสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีเทคโนโลยีและความพร้อมในการจัดการกากอุตสาหกรรมมากขึ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.3 ขอให้รัฐบาลมีนโยบายห้ามนำเข้าขยะทุกประเภทจากต่างประเทศโดยถาวร&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาองค์กรชุมชนลงนามบันทึกความร่วมมือ 9 หน่วยงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;นอกจากการประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลประจำปี 2563 ดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; ในวันนี้ (10 กันยายน) ยังมีการบันทึกการลงนามความร่วมมือระหว่างสภาองค์กรชุมชนกับหน่วยงานต่างๆ รวม 10 หน่วยงาน&amp;nbsp; เนื่องจากสภาองค์กรชุมชนฯมีการจัดตั้งเกือบเต็มพื้นที่ประเทศ&amp;nbsp; (ปัจจุบันจัดตั้งแล้ว 7,794&amp;nbsp; แห่ง)&amp;nbsp; ทำให้สามารถขับเคลื่อนงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่ลงนามได้กว้างขวาง&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานที่ร่วมลงนาม&amp;nbsp; ประกอบด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1.สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (สบนร.)&amp;nbsp; 2.สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)&amp;nbsp; (พันตำรวจโทร.ไพศิษฎร์ สังคหะ รองเลขาธิการ) 3.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) (นายนิยม&amp;nbsp; เติมศรีสุข&amp;nbsp; เลขาธิการ) &amp;nbsp;4.สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)&amp;nbsp; 5.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;6.กองดัชนีเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp; สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า&amp;nbsp; กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp; &amp;nbsp;(นายวิชานัน นิวาตจินดา&amp;nbsp; ผู้อำนวยการกองดัชนีเศรษฐกิจการค้า)&amp;nbsp; 7.สำนักประสานสนับสนุนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาวะรองรับสังคมสูงวัย (สป.สว.)&amp;nbsp; 8.ศูนย์วนศาสตร์เพื่อคนกับป่า (RECOFTC)&amp;nbsp; 9.มูลนิธิการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp; ภาคเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ 10.สภาเกษตรกรแห่งชาติ (นายรัตนะ สวามีชัย&amp;nbsp; เลขาธิการ) โดยมีนายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp; เป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความร่วมมือครั้งนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;การลงนามบันทึกความร่วมมือของ 10 หน่วยงานกับสภาองค์กรชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;สภาองค์กรชุมชนจับมือ ป.ป.ส.ขับเคลื่อนพืชกระท่อมในพื้นที่นำร่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) &amp;nbsp;และกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; มีความพยายามที่จะ&amp;nbsp; &amp;lsquo;ปลดล็อกพืชกระท่อม&amp;rsquo; &amp;nbsp;ออกจากพืชยาเสพติด&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อนำมาเป็นพืชสมุนไพร&amp;nbsp; ใช้ทางการแพทย์&amp;nbsp; การพาณิชย์&amp;nbsp; อุตสาหกรรม&amp;nbsp; และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันต่างประเทศ&amp;nbsp; เช่นเดียวกับกัญชาที่มีการปลด ล็อกไปก่อนหน้านี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; ได้มีมติเมื่อวันที่ 3 มีนาคม&amp;nbsp; 2563 &amp;nbsp;เห็นชอบในหลักการให้ปลดกระท่อมออกจากพืชยาเสพติด&amp;nbsp; โดยมีการจัดทำเป็นร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ...) พ.ศ..... (การยกเลิกพืชกระท่อมจากยาเสพติดให้โทษ) เพื่อให้ผ่านเป็นกฎหมายออกมาใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ป.ป.ส.จึงบันทึกความร่วมมือกับสภาองค์กรชุมชนและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของสภาองค์กรชุมชน ในการขับเคลื่อนนโยบายพืชกระท่อม&amp;nbsp; การบริหารจัดการพืชกระท่อมอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; การศึกษาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และสร้างรายได้แก่ประชาชน&amp;nbsp; รวมถึงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการนำไปใช้ในทางที่ผิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; มิให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&amp;nbsp; สังคม&amp;nbsp; และความมั่นคงของชาติ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีวัตถุประสงค์&amp;nbsp; 1.เพื่อสร้างกลไกการขับเคลื่อนงานร่วมกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;2.เพื่อสร้างการขับเคลื่อนกระบวนการแก้ไขปัญหาร่วมกัน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;การป้องกัน &amp;nbsp;การเฝ้าระวัง และการบำบัด &amp;nbsp;3.สนับสนุนงานวิชาการและการวิจัยเพื่อสร้างความเข้มแข็งชุมชนทุกมิติ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;การเก็บข้อมูลสารพันธุกรรม&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;เลขาธิการ ป.ป.ส.ร่วมลงนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77055</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวง พม., จุติ  ไกรฤกษ์, องค์กรชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f59eecdf0560.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2020 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุติ  ไกรฤกษ์  รมว.พม.’ เยี่ยมประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ จ.สุราษฎร์ธานี มอบงบสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน-บ้านพอเพียงชนบท 721 หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม.เยี่ยมประชาชนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุราษฎร์ธานี/ ระหว่างวันที่ 7-8 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ทีม One Home พม. จังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ พบปะเยี่ยมเยียมประชาชนที่ด้อยโอกาสและประสบปัญหาทางสังคม&amp;nbsp; พร้อมทั้งมอบงบสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน-บ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายซ่อมสร้างบ้านเรือนที่ยากจนในปีนี้รวม 721 ครัวเรือน&amp;nbsp; งบประมาณ 13 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันที่ 7 สิงหาคม &amp;nbsp;เวลา 08.30 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ทีม One Home พม. จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มเป้าหมายที่ประสบปัญหาทางสังคมที่ตำบลท่าทองใหม่ &amp;nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์&amp;nbsp; และชุมชนนิคมสร้างตนเองพระแสง &amp;nbsp;อำเภอพระแสง &amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างทั่วประเทศ &amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;ตั้งแต่เด็กแรกเกิด &amp;nbsp;เยาวชน &amp;nbsp;ผู้สูงอายุ &amp;nbsp;คนพิการ &amp;nbsp;คนไร้ที่พึ่ง &amp;nbsp;และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม &amp;nbsp;ซึ่งวันนี้ตนในฐานะตัวแทนของรัฐบาลได้เดินทางมาพบประชาชนด้วยตัวเอง &amp;nbsp;ด้วยการลงพื้นที่ตำบลท่าทองใหม่ &amp;nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์ &amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. จำนวน 5 ครอบครัว &amp;nbsp;พร้อมมอบถุงยังชีพ&amp;nbsp; เงินสงเคราะห์กลุ่มเประบาง &amp;nbsp;รถเข็นสำหรับคนพิการ จำนวน 20 คัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม.มอบรถเข็นสำหรับคนพิการจำนวน 20 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น รมว.พม.และคณะ&amp;nbsp; ได้เดินทางไปที่ชุมชนนิคมสร้างตนเองพระแสง &amp;nbsp;อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี สังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวง พม. ที่มีภารกิจในการจัดสรรที่ดินให้กับผู้ที่อยู่ในนิคมเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;สวนปาล์มน้ำมัน &amp;nbsp;สวนยางพารา&amp;nbsp; ฯลฯ &amp;nbsp;โดย รมว.พม. ได้เยี่ยมชมกิจกรรม &amp;nbsp;ชิม ชม โชว์ ผลิตภัณฑ์ผู้สูงอายุ &amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบเงินทุนการศึกษาให้กับเด็กในครอบครัวยากจน &amp;nbsp;จำนวน 36 ทุน ๆ ละ 1,000 บาท &amp;nbsp;และส่งมอบนมผงสำหรับเด็กที่ครอบครัวได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จำนวน 10 ราย &amp;nbsp;เพื่อให้เด็กที่จะโตเป็นอนาคตของชาติมีความแข็งแรง &amp;nbsp;และควรมีโอกาสได้เรียนหนังสือ เพราะการลงทุนด้านการศึกษาจะเป็นโอกาสให้พวกเขาในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การลงพื้นที่ครั้งนี้ &amp;nbsp;ทำให้เห็นถึงปัญหาอุปสรรคของประชาชนว่ามีอะไรบ้าง &amp;nbsp;และจะได้ช่วยแก้ไขอย่างรวดเร็ว วันนี้เราจะไม่มาแค่แจกรถเข็น &amp;nbsp;มอบเงิน &amp;nbsp;และจากไป &amp;nbsp;แต่เราจะดูแลและติดตามความคืบหน้าของการช่วยเหลือในระยะยาว &amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ประสบปัญหาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพต่อไป &amp;nbsp;ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายว่า กระทรวง พม. ไม่ได้ทำงานเพียงกระทรวงเดียวอีกต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเราจะทำงานบูรณาการร่วมกับกระทรวงอื่นๆ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม.เยี่ยมประชาชนที่ อ.ท่าฉาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในวันนี้ (8 สิงหาคม) &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายจุติ ไกรกฤษ์ &amp;nbsp;รมว.พม. พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวง พม. นายถาวร &amp;nbsp;พรหมฉิม นายอำเภอท่าฉาง&amp;nbsp; และนายสมชาติ ภาระสุวรรณ &amp;nbsp;ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) &amp;nbsp;เดินทางไปยังโครงการบ้านพอเพียงชนบทตำบลเขาถ่าน&amp;nbsp; อำเภอท่าฉาง&amp;nbsp; เพื่อเยี่ยมและมอบบ้านพอเพียงชนบทให้กับประชาชนที่เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย 5 ราย&amp;nbsp; ดำเนินการโดยเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนในพื้นที่&amp;nbsp; ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเขาถ่าน &amp;nbsp;และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องตามโครงการบ้านพอเพียงชนบทประจำปีงบประมาณ 2563&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ทำงานอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;วันนี้มีความพร้อม &amp;nbsp;สามารถซ่อม-สร้างบ้านได้อีกมาก&amp;nbsp; โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลขับเคลื่อนเรื่องบ้านพอเพียง &amp;nbsp;จะช่วยขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; และต้องสนับสนุน พอช.ให้ดำเนินงานได้เต็มที่&amp;nbsp; และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการสร้างบ้านพอเพียงจนสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บ้านพอเพียงเป็นบ้านที่เกิดขึ้นตามมติของชุมชนในตำบล&amp;nbsp; โดยการผ่านเวทีประชาคมที่เห็นร่วมกันว่าครอบครัวใดสมควรจะได้รับ&amp;nbsp; ไม่ใช่ว่าหน่วยงานต้องเป็นผู้ชี้เป้าหรือชี้นำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเป็นฐานรากของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง&amp;nbsp; เพราะว่าฟังเสียงของชาวบ้านส่วนใหญ่&amp;nbsp; เป็นการสนองตอบการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในชุมชน&amp;nbsp; เพราะชุมชนเป็นผู้พิจารณากันเอง&amp;nbsp; ปัจจุบันมีสภาองค์กรชุมชนตำบลจำนวน 7 พันกว่าตำบลทั่วประเทศไทย ซึ่งในปี 2563 นี้ได้ของบประมาณบ้านพอเพียง จำนวน 11,500 หลัง&amp;nbsp; โดยจะให้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นผู้ขับเคลื่อนเรื่องบ้านพอเพียงต่อไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;รมว.พม.กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติกล่าวในตอนท้ายว่า &amp;nbsp;กระทรวง พม. มุ่งดูแลเรื่องที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมทั้งโครงการบ้านเช่าราคาถูกเดือนละ 999 บาท &amp;nbsp;โดยการเคหะแห่งชาติ &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ เพิ่มพูนทักษะ &amp;nbsp;เตรียมพร้อมหลังสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานในวิถีชีวิตใหม่ &amp;nbsp;โดยรัฐบาลพร้อมเป็นพี่เลี้ยงให้โอกาสกับทุกคน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการเดินทางมาพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีในครั้งนี้&amp;nbsp; รมว.พม.ได้มอบงบประมาณสนับสนุนการซ่อมสร้างบ้านเรือนผู้เดือดร้อน&amp;nbsp; ฐานะยากจน&amp;nbsp; ตามโครงการบ้านพอเพียงชนบทรวม 46 ตำบล จำนวน 721 ครัวเรือน &amp;nbsp;งบประมาณ 13,750,500 บาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งบประมาณพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท &amp;nbsp;ฟื้นฟูชุมชนจากวิกฤตโควิด 19 &amp;nbsp;จำนวน 47 ตำบล &amp;nbsp;วงเงิน 3,135,000 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;และงบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 44 ตำบล สมาชิก 51,864 &amp;nbsp;คน วงเงิน 15,559,200&amp;nbsp; บาท &amp;nbsp;และมอบถุงยังชีพให้กับผู้ด้อยโอกาสในชุมชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวันจุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุวรรณรัตน์ ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า โครงการบ้านพอเพียงชนบท จังหวัดสุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;ดำเนินการตั้งแต่ปี 2560 และในปี 2563 ได้รับการสนับสนุนจำนวน 46 ตำบล 721 ครัวเรือน งบประมาณ 13,750,500 สร้าง-ซ่อมเสร็จแล้ว 227 ครัวเรือน &amp;nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการ 494 ครัวเรือน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโครงการบ้านพอเพียงชนบทตำบลเขาถ่าน ได้รับการสนับสนุนในปี 2563&amp;nbsp; จำนวน 21 ครัวเรือน งบประมาณ 399,000 บาท &amp;nbsp;ปัจจุบันดำเนินการสร้าง-ซ่อมแล้วเสร็จ จำนวน 18 ครัวเรือน เหลืออีก 3 ครัวเรือนอยู่ระหว่างดำเนินการ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านพอเพียงชนบทตำบลเขาถ่านได้ใช้กลไกของสภาองค์กรชุมชนตำบลในการขับเคลื่อนงานร่วมกับภาคีพัฒนาในพื้นที่ เพื่อร่วมกันสร้าง &amp;nbsp;ซ่อม&amp;nbsp; ออกแบบ&amp;nbsp; และวางแผนการทำงานทั้งระบบเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้กับผู้ยากไร้ในชุมชนให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; แข็งแรง&amp;nbsp; มีสภาพเหมาะสมแก่การอยู่อาศัย รวมถึงส่งเสริมเชื่อมโยงงานพัฒนาอื่นๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนที่มีความเดือดร้อนให้ดียิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม.มอบบ้านพอเพียงให้ประชาชนที่ ต.เขาถ่าน&amp;nbsp; อ.ท่าฉาง&amp;nbsp; จ.สุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73854</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวง พม., กลุ่มเปราะบาง, จุติ  ไกรฤกษ์, บ้านพอเพียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2f543002aa1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.พม.ประเดิมมอบบ้านให้ผู้ด้อยโอกาสที่ จ.อุบลฯ-ระยอง  ด้าน พอช.เดินหน้าบ้านพอเพียง-ซ่อมสร้าง 11,500 หลังทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กระทรวง พม./ &amp;lsquo;จุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;rsquo; รมว.พม.ประเดิมมอบบ้านพอเพียงให้ผู้ด้อยโอกาสที่จังหวัดอุบลราชธานีและระยองในวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์นี้&amp;nbsp; ตามโครงการ &amp;lsquo;มอบของขวัญปีใหม่จากใจรัฐบาลโดย พม.&amp;rsquo; โดยสนับสนุนการซ่อมสร้างบ้านเรือนครอบครัวที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านชำรุดทรุดโทรมให้มีความมั่นคงแข็งแรง&amp;nbsp; เหมาะสมแก่การอยู่อาศัย&amp;nbsp; ตามโครงการบ้านพอเพียงชนบทของ พอช.ที่ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน &amp;nbsp;มีเป้าหมาย 11,500 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ใช้งบประมาณ 218.5 ล้านบาท&amp;nbsp; ตั้งเป้าซ่อมสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดภายในมิถุนายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตามที่รัฐบาลมอบหมายให้ทุกหน่วยงานดำเนินโครงการ &amp;lsquo;มอบของขวัญปีใหม่จากใจรัฐบาล&amp;rsquo; ให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; เนื่องในโอกาสปีใหม่ พ.ศ.2563&amp;nbsp; ซึ่งในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้จัดเตรียมของขวัญด้านที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo; จำนวน&amp;nbsp; 11,500 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ซึ่งโครงการนี้เป็นการสนับสนุนให้ครอบครัวที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; มีสภาพไม่ปลอดภัย&amp;nbsp; ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หลังคารั่ว&amp;nbsp; เสาเรือนผุ&amp;nbsp; บันไดโยกคลอน&amp;nbsp; พื้นบ้าน&amp;nbsp; ฝาบ้าน&amp;nbsp; ห้องน้ำ&amp;nbsp; ห้องครัวชำรุด&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ได้ซ่อมแซมบ้านเรือนให้มีความมั่นคง&amp;nbsp; แข็งแรง&amp;nbsp; มีความปลอดภัยในการอยู่อาศัย&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณครัวเรือนหนึ่งไม่เกิน 19,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้&amp;nbsp; นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และผู้บริหารกระทรวง พม. จะเดินทางมาที่บ้านโนนสร้างคำ&amp;nbsp; ตำบลไร่ใต้&amp;nbsp; อ.พิบูลมังสาหาร&amp;nbsp; จ.อุบลราชธานี&amp;nbsp; เพื่อมอบของขวัญปีใหม่&amp;nbsp; 2563 &amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo;&amp;nbsp; หลังแรกในจังหวัดอุบลราชธานี (จากทั้งหมด 213 หลัง) ให้แก่ครอบครัวนางหนูจันทร์ เกาะแก้ว&amp;nbsp; อายุ 54 ปี&amp;nbsp; ชาวบ้านตำบลไร่ใต้&amp;nbsp; ซึ่งมีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านเดิมเป็นเพิงไม้ผุพัง&amp;nbsp; โดยชุมชนและทหารจากมณฑลทหารบกที่ 22 &amp;nbsp;จ.อุบลราชธานีช่วยกันสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ขนาด 4X6 ตารางเมตร&amp;nbsp; โครงสร้างเป็นปูนและไม้&amp;nbsp; ก่อด้วยอิฐบล็อค&amp;nbsp; เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 26-31 &amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp; ใช้เวลาก่อสร้าง 6 วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;บ้านนางหนูจันทร์และสามีก่อนสร้าง (ซ้าย) ช่างอาสาช่วยกันสร้างบ้าน (ขวา)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้นางหนูจันทร์และสามีมีอาชีพปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ 3 ไร่&amp;nbsp; แต่ได้รับความเสียหายเนื่องจากน้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูก&amp;nbsp; ทำให้ไม่มีรายได้&amp;nbsp; ต้องรับจ้างทำงานทั่วไป&amp;nbsp; แต่ไม่มีงานมากนัก&amp;nbsp; เนื่องจากทั้งคู่สภาพร่างกายไม่แข็งแรง&amp;nbsp; โดยนางหนูจันทร์ป่วยเป็นโรคผิวหนัง&amp;nbsp; และมีปัญหาเรื่องโพรงจมูก&amp;nbsp; ส่วนสามีสติปัญญาไม่สมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ในวันดังกล่าว&amp;nbsp; รัฐมนตรี พม.จะมอบงบประมาณโครงการบ้านพอเพียงชนบท ปี 2563 ที่จะดำเนินการในจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp;213 &amp;nbsp;หลังคาเรือน &amp;nbsp;งบประมาณรวม 4,047,000 บาท ให้แก่ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี &amp;nbsp;มอบงบประมาณซ่อมแซมบ้านผู้สูงอายุ จำนวน 5 หลัง งบประมาณรวม 128,000 บาท&amp;nbsp; มอบงบประมาณซ่อมแซมบ้านผู้พิการ &amp;nbsp;จำนวน 2 หลัง &amp;nbsp;งบประมาณรวม &amp;nbsp;40,000 บาท &amp;nbsp;มอบงบประมาณปรับสภาพแวดล้อมบ้านผู้สูงอายุ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่งความสุข ลดทุกข์ปรับโถ&amp;rdquo; (ซ่อมแซมห้องสุขา) 1 หลัง งบประมาณ&amp;nbsp; 5,000 บาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมอบเงินสงเคราะห์ครอบครัว จำนวน 8 ครอบครัว งบประมาณรวม 24,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์&amp;nbsp; รัฐมนตรี พม.จะเดินทางไปที่ตำบลหนองบัว&amp;nbsp; อำเภอบ้านค่าย&amp;nbsp; จังหวัดระยอง&amp;nbsp; เพื่อเป็นประธานใน งาน &amp;lsquo;Kick Off มหกรรมบ้านพอเพียง : ซ่อมบ้าน สร้างโอกาส ส่งความสุข ปี 2563&amp;rsquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการซ่อมสร้างบ้าน &amp;nbsp;10 &amp;nbsp;หลังแรก&amp;nbsp; (จากทั้งหมด 1,525 หลังใน 8 จังหวัดภาคตะวันออก) และมอบบ้านพอเพียงหลังแรกที่สร้างบ้านใหม่ให้แก่ผู้สูงอายุครอบครัวนายอัมรินทร์ อุ่นเรือน &amp;nbsp;ซึ่งมีฐานะยากจน&amp;nbsp; บ้านเดิมเป็นเพิงก่อสร้างด้วยเศษไม้&amp;nbsp; หลังคาสังกะสี&amp;nbsp; สภาพผุผังทรุดโทรม &amp;nbsp;ถูกปลวกทำลาย &amp;nbsp;โดยชาวชุมชน&amp;nbsp; และช่างอาสาช่วยกันสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ขนาด 5X7 ตารางเมตร&amp;nbsp; ชั้นเดียว&amp;nbsp; ก่อสร้างด้วยอิฐบล็อค&amp;nbsp; ใช้งบประมาณจาก พอช.&amp;nbsp; ตามโครงการบ้านพอเพียงชนบท 18,000 บาท &amp;nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง (พมจ.ระยอง) 40,000 บาท&amp;nbsp; งบจากศูนย์คนไร้ที่พึ่ง 3,000 บาท&amp;nbsp; และการสนับสนุนสร้างห้องสุขาจากบริษัทสุภัทราแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;บ้านนายอัมรินทร์ก่อนสร้าง (ซ้าย) ขณะกำลังสร้าง (ขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายอัมรินทร์มีอายุ 62 ปี&amp;nbsp; อาศัยอยู่กับภรรยา&amp;nbsp; มีอาชีพรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รับจ้างเก็บน้ำยาง&amp;nbsp; มีรายได้วันละประมาณ 150 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปลูกสร้างบ้านในที่ดินของน้องสาวมานานกว่า 20 ปี &amp;nbsp;ในช่วงปลายปี 2562 นายอัมรินทร์และภรรยาประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ล้มทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ไหปลาร้า ทำให้ทำงานหนักไม่ได้ ประกอบกับมีผู้จ้างงานน้อย จึงไม่มีรายได้ &amp;nbsp;เมื่อมีโครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; คณะกรรมการในตำบล&amp;nbsp; ซึ่งประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้านและ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) ได้มาสำรวจครอบครัวผู้เดือดร้อน&amp;nbsp; และเสนอให้มีการซ่อมสร้างบ้านให้แก่นายอัมรินทร์&amp;nbsp; แต่เนื่องจากสภาพบ้านเดิมผุผังทรุดโทรม&amp;nbsp; ไม่สามารถรื้อซ่อมแซมได้&amp;nbsp; จะต้องสร้างบ้านใหม่โดยการช่วยเหลือและสนับสนุนจากหลายฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ผมรู้สึกดีใจที่ได้บ้านหลังใหม่&amp;nbsp; ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาช่วยกันหางบมาให้&amp;nbsp; ขอบคุณคนที่มาช่วยสร้างบ้านด้วย เพราะลำพังผมกับเมียก็ไม่มีปัญญาที่จะหาเงินมาสร้างใหม่&amp;nbsp; เพราะมีรายได้พอกินไปวันๆ เท่านั้น&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายอัมรินทร์บอกความรู้สึก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้รัฐมนตรี พม.จะมอบงบประมาณบ้านพอเพียง ภาคตะวันออก 8 จังหวัด ปี 2563 &amp;nbsp;จำนวน 1,525 หลัง&amp;nbsp; งบประมาณรวม 27,360,000 บาท&amp;nbsp; มอบบ้านพอเพียงจังหวัดระยองที่สร้างเสร็จแล้วปี 2562 จำนวน 212 หลัง &amp;nbsp;มอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ช่างชุมชน&amp;nbsp; หน่วยงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร้านค้าที่ให้การสนับสนุนโครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; รวมทั้งมอบของขวัญปีใหม่สำหรับผู้สูงอายุจังหวัดระยอง &amp;ldquo;ส่งความสุข&amp;nbsp; ลดทุกข์ปรับโถ&amp;rdquo; (ซ่อมห้องสุขา) โดยภาคเอกชนจังหวัดระยอง (CSR ระยอง) และมอบงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดระยอง &amp;nbsp;จำนวน 4 ล้านบาทจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองให้แก่ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชน จ.ระยอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ดำเนินการโดย พอช.ว่า&amp;nbsp; ในปี 2563 &amp;nbsp;พอช. มีแผนงานสนับสนุนให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยในเมืองและชนบทมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน &amp;nbsp;รวม 21,115 ครัวเรือน &amp;nbsp;รวมงบประมาณ 1,708 ล้านบาทเศษ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.ร่วมยกเสาเอกสร้างบ้านใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;แยกเป็น 1.โครงการบ้านมั่นคง จำนวน 5,500 ครัวเรือน &amp;nbsp;2.โครงการบ้านพอเพียงชนบท (ซ่อมสร้างบ้านที่ทรุดโทรม มีฐานะยากจน) จำนวน 11,500 ครัวเรือน &amp;nbsp;3.โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมประชากร 3,115 ครัวเรือน&amp;nbsp; และ 4.ที่อยู่อาศัยชั่วคราว&amp;nbsp; กรณีไฟไหม้&amp;nbsp; ไล่รื้อ&amp;nbsp; 1,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ดำเนินการโดย พอช. มีเป้าหมายทั้งหมดประมาณ 1,050,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยมีวิสัยทัศน์ คือ &amp;ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนกระบวนการดำเนินโครงการบ้านพอเพียงนั้น&amp;nbsp; จะให้องค์กรชุมชนที่มีการจัดตั้งอยู่ในพื้นที่แล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการตำบล&amp;nbsp; เป็นแกนหลักในการดำเนินโครงการ&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่การจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อสำรวจข้อมูลครัวเรือนที่มีความเดือดร้อน&amp;nbsp; โดยมีทีมช่างชุมชนช่วยสำรวจ&amp;nbsp; คำนวณวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการซ่อมแซมบ้านเรือน&amp;nbsp; นำข้อมูลจากการสำรวจครัวเรือนมาจัดเวทีประชาคมให้ชาวชุมชนช่วยกันรับรองสิทธิ&amp;nbsp; เพื่อให้ได้ครัวเรือนที่มีความเดือดร้อนจริง&amp;nbsp; จากนั้นชุมชนจะเสนอโครงการมายัง พอช. เพื่ออนุมัติโครงการและงบประมาณ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช. ชี้แจงกระบวนการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการซ่อมสร้างบ้านเรือนนั้น&amp;nbsp; ชุมชนและครัวเรือนที่เดือดร้อนจะช่วยกันซ่อมสร้าง โดยนำงบประมาณที่ได้รับมาจัดซื้อวัสดุพร้อมกันในปริมาณมาก&amp;nbsp; ทำให้ได้ส่วนลด ใช้แรงงานจิตอาสา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หน่วยทหารในพื้นที่&amp;nbsp; และช่างชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ซ่อมสร้างได้เร็วและประหยัดงบประมาณ&amp;nbsp; ในกรณีที่สภาพบ้านทรุดโทรมและผุพังมาก&amp;nbsp; ไม่สามารถรื้อเพื่อซ่อมแซมได้&amp;nbsp; จำเป็นต้องสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ชุมชนและหน่วยงานในท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; เทศบาล&amp;nbsp; รวมทั้งภาคเอกชนจะช่วยกันสนับสนุนงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์เพิ่มเติม&amp;nbsp; ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5-7 วันจนได้บ้านหลังใหม่&amp;nbsp; ถือเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp; ทั้งภาครัฐ&amp;nbsp; เอกชน&amp;nbsp; และชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;นายสมชาติกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; โครงการบ้านพอเพียงชนบทจำนวน&amp;nbsp; 11,500 หลังทั่วประเทศ &amp;nbsp;ขณะนี้กำลังดำเนินการในทุกภูมิภาค&amp;nbsp; แยกเป็น&amp;nbsp; 1.ภาคเหนือ จำนวน 2,200 ครัวเรือน 2.ภาคอีสาน 2,700 ครัวเรือน 3.ภาคกลางและตะวันตก 2,200 ครัวเรือน &amp;nbsp;4. กรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก 2,200 ครัวเรือน และ 5.ภาคใต้ 2,200 ครัวเรือน งบประมาณไม่เกินครัวเรือนละ 19,000 บาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 218,500,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;ทั้งนี้โครงการบ้านพอเพียงชนบท เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 ปัจจุบัน (มกราคม 2563) ดำเนินการซ่อมสร้างแล้วเสร็จ &amp;nbsp;รวม 39,194 ครัวเรือน ในพื้นที่ 2,391 ตำบล ใช้งบประมาณ 713 ล้านบาทเศษ ส่วนในปี 2563 &amp;nbsp;จำนวน 11,500&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ใช้งบประมาณ&amp;nbsp; 218.5 ล้านบาท&amp;nbsp; ตามแผนงานจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนมิถุนายนนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55872</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวง พม., ที่อยู่อาศัย, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, บ้าน., บ้านพอเพียง, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., ‘จุติ  ไกรฤกษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e326d591ec8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2020 17:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2020 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยผลสำรวจคนไร้บ้านทั่วประเทศพบ 2,719 ราย เสนอรัฐสนับสนุนสร้างบ้านกลางให้คนตกงาน-ผู้ป่วยมีที่อยู่อาศัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวง พม./ เผยผลสำรวจพบคนไร้บ้านทั่วประเทศ 2,719 ราย เป็นชายมากกว่าหญิง&amp;nbsp; อยู่ในกรุงเทพฯ มากที่สุด ขณะเดียวกันพบว่าคนไร้บ้านมีอายุคาดเฉลี่ยเสียชีวิตที่ 60 ปี&amp;nbsp; ต่ำกว่าอายุคาดเฉลี่ยคนไทยทั่วไปที่ 75 ปี&amp;nbsp; กระทรวง พม.และภาคีเครือข่ายจัด &amp;lsquo;เวทีเสวนาสาธารณะผลการสำรวจแจงนับคนไร้บ้านสู่การขยายผลเชิงปฏิบัติการและนโยบาย&amp;rsquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นำข้อมูลการจากสำรวจมาแก้ไขปัญหาเชิงนโยบาย&amp;nbsp; ส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น&amp;nbsp; นายกสมาคมคนไร้บ้านเสนอให้รัฐสนับสนุนการสร้างบ้านกลางในชุมชนทั่วประเทศเพื่อให้คนตกงาน คนป่วยติดเตียง ไม่มีค่าเงินจ่ายเช่าบ้านได้มีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ไม่ต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (24 มกราคม) ระหว่างเวลา 9.00-16.00 น. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; มีการจัด &amp;lsquo;เวทีเสวนาสาธารณะผลการสำรวจแจงนับคนไร้บ้านสู่การขยายผลเชิงปฏิบัติการและนโยบาย&amp;rsquo; ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ โดยมีนายสุทธิ&amp;nbsp; จันทรวงษ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวง พม. เป็นประธาน&amp;nbsp; มีผู้บริหารหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)&amp;nbsp; กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส.&amp;nbsp; สมาคมคนไร้บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; สถาบันวิจัยสังคม &amp;nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งหมดประมาณ 120 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิ&amp;nbsp; จันทรวงษ์&amp;nbsp; อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; รัฐบาลมีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำในสังคม&amp;nbsp; โดยเฉพาะในกลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและด้อยโอกาส&amp;nbsp; โดยให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ในกลุ่มประชากรที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มคนไร้บ้าน&amp;nbsp; โดยการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านในจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; และปทุมธานี&amp;nbsp; แต่ยังมีกลุ่มคนไร้บ้านที่ยังใช้ชีวิตเร่ร่อนในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp; กระทรวง พม.จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายสำรวจข้อมูลกลุ่มคนไร้บ้านในปี 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และกำหนดเป็นนโยบายในการแก้ไขปัญหากลุ่มคนไร้บ้านในทุกมิติ&amp;nbsp; เช่น การคุ้มครองสิทธิ&amp;nbsp; การฟื้นฟู&amp;nbsp; และการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวนพพรรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรหมศรี&amp;nbsp; เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; กระบวนการสำรวจข้อมูลคนไร้บ้านมีการพูดคุยสร้างความเข้าใจกับภาคีและหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; ในเดือนเมษายน 2562 &amp;nbsp;หลังจากนั้นจึงมีการลงนามร่วมกันของ 9 หน่วยงานเพื่อร่วมกันสำรวจข้อมูล&amp;nbsp; คือ 1.สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 2.กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ 3.กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น 4.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 5.สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 6. สมาคมคนไร้บ้าน 7.มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; 8.เครือข่ายสลัม&amp;nbsp; 4 ภาค&amp;nbsp; และ 9. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินการสำรวจแจงนับคนไร้บ้าน&amp;nbsp; เริ่มต้นในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2562&amp;nbsp; โดยเก็บข้อมูลในเขตเทศบาลขนาดเล็กและขนาดกลางในแต่ละจังหวัด &amp;nbsp;รวมทั้งหมด 124 อำเภอ&amp;nbsp; 77 จังหวัด&amp;nbsp; โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีเส้นทางรถไฟผ่าน&amp;nbsp; เพราะคนไร้บ้านมักจะใช้รถไฟในการเดินทาง&amp;nbsp; โดยใช้ผู้เก็บข้อมูลจำนวนมากกว่า 500 คน&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากองค์กรและหน่วยงานระดับพื้นที่ในการร่วมสำรวจแจงนับ จำนวน 86 องค์กร/หน่วยงาน &amp;nbsp;ทั้งสถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถื่น และภาคประชาสังคมในระดับพื้นที่ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักงานโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต&amp;nbsp; สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ จ.นครสวรรค์ &amp;nbsp;คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัยสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายพัฒนาสิทธิชุมชนภาคใต้&amp;nbsp; กลุ่มเพื่อนฅนไร้บ้าน ขอนแก่น, เครือข่ายครูข้างถนน จ.อุดรธานี&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน&amp;nbsp; แผนงานพัฒนาองค์ความรู้คนไร้บ้าน เพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะคนไร้บ้าน&amp;nbsp; สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การสำรวจแจงนับคนไร้บ้านครั้งนี้ &amp;nbsp;ใช้วิธีการแจงนับ (counting) ในแต่ละพื้นที่ในคืนเดียว &amp;nbsp;หรือเรียกในภาษาอังกฤษว่า &amp;ldquo;One Night Count&amp;rdquo; (ONC) หรือ &amp;ldquo;The Point-in-Time&amp;rdquo; &amp;nbsp;(PIT) &amp;nbsp;ซึ่งเป็นวิธีการที่ลดความเสี่ยงในการนับซ้ำคนไร้บ้านในแต่เมือง &amp;nbsp;ผ่านการกำหนดเส้นทางการสำรวจแจงนับของแต่ละทีมที่มีความชัดเจนและไม่ทับซ้อน &amp;nbsp;และดำเนินการแจงนับในช่วงเวลากลางคืนอันเป็นช่วงที่คนไร้บ้านมีการเคลื่อนย้ายต่ำและปรากฎให้เห็นได้ชัดในพื้นที่สาธารณะหรือในศูนย์พักที่คนไร้บ้านพักพิง วิธีการแจงนับดังกล่าวนี้ถูกนำมาใช้ในการแจงนับคนไร้บ้านในหลายเมืองของโลก อาทิ ซาสฟราซิสโก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชิคาโก &amp;nbsp;ซีแอตเติล &amp;nbsp;และปารีส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การสำรวจแจงนับคนไร้บ้านทั้งประเทศในครั้งนี้ &amp;nbsp;พบคนไร้บ้านทั้งในพื้นที่สาธารณะและศูนย์พักคนไร้บ้านแบบเปิดของทั้งภาคประชาสังคมและภาครัฐ (บ้านอิ่มใจ กรุงเทพมหานคร) จำนวนทั้งสิ้น 2,719 คน &amp;nbsp;จำแนกเป็นเพศชายร้อยละ 86 และเพศหญิงร้อยละ 14 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่วงอายุที่พบส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 57 อยู่ในช่วงวัยแรงงานตอนปลาย (อายุ 40-59 ปี) และมีสัดส่วนผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) อยู่ที่ร้อยละ 18 ในประเด็นของการอยู่อาศัยส่วนใหญ่จะเป็นการอยู่ตัวคนเดียว ประมาณร้อยละ 52&amp;rdquo; นายอนรรฆเผยผลสำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลจากการสำรวจในครั้งนี้ได้นำมาวิเคราะห์และพบข้อมูลที่น่าสนใจ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การกระจายตัวของคนไร้บ้านในแต่ละจังหวัด&amp;nbsp; พบว่า &amp;nbsp;คนไร้บ้านส่วนใหญ่จะอาศัยใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ในระดับประเทศและระดับภูมิภาค &amp;nbsp;ซึ่งกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;เป็นจังหวัดที่มีคนไร้บ้านมากที่สุด (ประมาณร้อยละ 38) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองลงมา คือ นครราชสีมา (ร้อยละ 5) เชียงใหม่ (ร้อยละ 4) สงขลา (ร้อยละ 4) ชลบุรี (ร้อยละ 3) และขอนแก่น (ร้อยละ 3) &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสนใจว่าการแจงนับในครั้งนี้ พบคนไร้บ้านในพื้นที่ของทุกจังหวัด &amp;nbsp;นอกจากนี้การแจงนับยังพบว่ามีคนไร้บ้านที่มีความพิการที่เห็นได้ชัด &amp;nbsp;ประมาณร้อยละ 4 &amp;nbsp;และมีปัญหาสุขภาพจิตที่เห็นได้ชัด ประมาณร้อยละ 7.60 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.คนไร้บ้านสูงอายุมีสัดส่วนการอยู่คนเดียว (ร้อยละ 60) มากกว่าคนไร้บ้านกลุ่มอื่นอย่างเห็นได้ชัด &amp;nbsp;ส่วนหนึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการไม่มีที่พึ่งพิงในภาวะหรือช่วงวัยที่ต้องการพึ่งพิง &amp;nbsp;ในทางเดียวกัน &amp;nbsp;มีความเป็นไปได้ว่าการไร้บ้านของผู้สูงอายุหรือผู้สูงอายุไร้บ้านอาจมีลักษณะของการไร้บ้านแบบตัวคนเดียว (ซึ่งต้องมีการศึกษาต่อไปในอนาคต)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.คนไร้บ้านเพศหญิงส่วนใหญ่จะมีลักษณะการอยู่เป็นครอบครัวหรืออยู่รวมกับคนไร้บ้านคนอื่นมากกว่าคนไร้บ้านเพศชาย &amp;nbsp;ส่วนหนึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากการต้องการความปกป้องหรือพึ่งพิง &amp;nbsp;นอกจากนี้ &amp;nbsp;ข้อมูลการสำรวจประชากรคนไร้บ้านในกรุงเทพมหานครของ สสส. เมื่อปี 2558 &amp;nbsp;ยังพบข้อมูลที่สอดคล้องกัน &amp;nbsp;รวมถึงสัดส่วนคนไร้บ้านในศูนย์พักคนไร้บ้านแบบเปิดของภาคประชาสังคมและบ้านอิ่มใจ (ศูนย์พักของ กทม.) ที่จะมีสัดส่วนของเพศหญิงมากกว่าเพศชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จำนวนคนไร้บ้าน การผันแปร ความเหลื่อมล้ำ และการเสียชีวิตของคนไร้บ้าน&amp;nbsp; การแจงนับของคนไร้บ้านได้ชี้ให้เห็นว่าภาวะไร้บ้านเป็นเพียงช่วงหนึ่งของชีวิตของคนไร้บ้านแต่ละคน &amp;nbsp;ในทางเดียวกัน &amp;nbsp;ประเด็นคนไร้บ้านอาจมิใช่ปัญหาในตนเอง &amp;nbsp;หากแต่ประเด็นคนไร้บ้านสะท้อนให้เห็นหรือเป็นผลลัพธ์ของปัญหาทางสังคม&amp;nbsp; ทั้งความเหลื่อมล้ำทางสังคม ปัญหาความยากจน &amp;nbsp;หลักประกันทางสังคมที่ไม่เพียงพอ &amp;nbsp;และปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เป็นเงื่อนไขให้คนกลุ่มหนึ่งเข้าสู่ภาวะไร้บ้าน&amp;rdquo; นายอนรรฆกล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีงานศึกษาของชญานิศวร์ &amp;nbsp;โคโนะ &amp;nbsp;ชี้ให้เห็นว่าอายุเฉลี่ยหรืออายุคาดเฉลี่ยอันเป็นตัวชี้วัดคุณภาพชีวิตที่สำคัญของคนไร้บ้านอยู่ต่ำกว่าอายุคาดเฉลี่ยของประชากรทั่วไปในหลายประเทศ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;สหราชอาณาจักร และในประเทศไทย&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คนไร้บ้านมีอายุเฉลี่ยที่เสียชีวิตประมาณ 60 ปี &amp;nbsp;ต่ำกว่าอายุคาดเฉลี่ยของประชากรไทยที่อยู่ที่ 75 ปีถึงประมาณ 15 ปี&amp;nbsp; และต่ำกว่าอายุคาดเฉลี่ยของภูมิภาคอาเซียนที่อยู่ที่&amp;nbsp; 71 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชิน&amp;nbsp; เอี่ยมอินทร์&amp;nbsp; นายกสมาคมคนไร้บ้าน&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี&amp;nbsp; โรงงานปิด&amp;nbsp; คนจะตกงานมากขึ้น&amp;nbsp; ดังนั้นจึงเป็นไปได้หรือไม่&amp;nbsp; ที่จะให้ชุมชนต่างๆ ที่มีโครงการบ้านมั่นคงสร้างบ้านกลางขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อให้คนที่ไม่เงินค่าเช่าบ้าน&amp;nbsp; คนตกงานได้เข้าไปอยู่อาศัย&amp;nbsp; โดยหน่วยงานรัฐเข้าไปสนับสนุน&amp;nbsp; เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คนเหล่านี้กลายเป็นคนไร้บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีปัญหากลุ่มผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียง&amp;nbsp; แต่ครอบครัวต้องมีภาระในการดูแล&amp;nbsp; และต้องทำงานเลี้ยงชีพ&amp;nbsp; จึงไม่มีเวลาที่จะดูแลผู้สูงอายุ&amp;nbsp; จึงนำผู้สูงอายุมาไว้ที่ศูนย์คนไร้บ้าน&amp;nbsp; หรือบางทีโรงพยาบาลก็เอาผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียงมาไว้ที่ศูนย์คนไร้บ้าน&amp;nbsp; ทำให้ศูนย์มีภาระแต่ก็ต้องรับเอาไว้เพื่อมนุษยธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นจึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนการดูแลครอบครัวผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียง&amp;nbsp; เพื่อไม่ให้ครอบครัวเป็นภาระ&amp;nbsp; และปล่อยให้ผู้สูงอายุกลายเป็นคนไร้บ้าน&amp;nbsp; รวมทั้งอยากให้หน่วยงานรัฐสนับสนุนเรื่องการสร้างบ้านกลางเพื่อรองรับคนที่ตกงาน&amp;nbsp; คนที่ไม่มีรายได้&amp;nbsp; ไม่มีค่าเช่าบ้าน&amp;nbsp; เพื่อไม่ให้กลายเป็นคนไร้บ้านเพิ่มขึ้นอีก&amp;nbsp; นอกจากนี้ก็อยากให้มีแต่งตั้งคณะทำงานจากหน่วยงานต่างๆ เข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านอย่างจริงจังต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายกสมาคมคนไร้บ้านเสนอทางออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวพรรณทิพย์&amp;nbsp; เพชรมาก&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.สนับสนุนให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหาตามโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ส่วนกลุ่มคนไร้บ้าน&amp;nbsp; รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้าน 3 แห่ง&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; เชียงใหม่&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; และปทุมธานี&amp;nbsp; ส่วนจังหวัดที่ยังไม่มีศูนย์คนไร้บ้านนั้น&amp;nbsp; หากจังหวัดใดมีคนไร้บ้านจำนวนมาก&amp;nbsp; ก็อาจจะสำรวจข้อมูลเพื่อขอใช้สถานที่ที่เป็นอาคารรกร้างของรัฐนำมาให้คนไร้บ้านได้ใช้ประโยชน์&amp;nbsp; โดยการประสานความร่วมมือและความช่วยเหลือของหลายฝ่าย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อบจ.&amp;nbsp; โรงพยาบาล&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อเป็นการเริ่มต้นหรือการนำร่องก่อนที่จะดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัด &amp;lsquo;เวทีเสวนาสาธารณะผลการสำรวจแจงนับคนไร้บ้านสู่การขยายผลเชิงปฏิบัติการและนโยบาย&amp;rsquo;&amp;nbsp; เป็นการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มคนไร้บ้าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ของกระทรวง พม.&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณเพื่อก่อสร้างศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านจำนวน 3 แห่ง (เชียงใหม่&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; ปทุมธานี) งบประมาณรวม&amp;nbsp; 118 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; ขณะนี้เปิดดำเนินการแล้วที่จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp; และขอนแก่น&amp;nbsp; ส่วนที่จังหวัดปทุมธานีอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง&amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อเป็นศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านจำนวน 698 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศูนย์คนไร้บ้านที่ จ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55403</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ, กระทรวง พม., คนไร้บ้าน, ที่อยู่อาศัย, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., สุทธิ  จันทรวงษ์  ฃ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2ac412659bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
