<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.ส่ง 60,000 นักศึกษา-ประชาชนลงพื้นที่ทำงานกับชุมชน เตรียมขอ ครม. อีก 4,900 ตำบลให้ครบ 7,900 ตำบลทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 1 ก.พ. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดตัวโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ มี ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. เป็นประธานและมีผู้บริหาร อว. เข้าร่วม พร้อมได้มีการวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ไปยัง 76 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการ โดย ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าวว่า โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ เป็นโครงการที่สร้างอนาคตให้กับ&amp;nbsp; 3,000 ตำบลทั่วประเทศ รวมทั้งสร้างอนาคต สร้างโอกาส สร้างรายได้ให้กับนักศึกษาและประชาชน 60,000 คนที่ อว.จ้างงาน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแบ่งเป็นบัณฑิตจบใหม่ไม่เกิน 3 ปี 30,000 คน นักศึกษาชั้นปีที่ 3-4 จำนวน 15,000 คน และประชาชนอีก 15,000 คน ทั้งนี้ ตนรอวันนี้มานาน เดือน ก.พ. อาจจะมีวันสำคัญมากมาย แต่วันที่ 1 ก.พ. คือวันที่สำคัญที่สุดสำหรับตน นั่นคือการส่งคน 60,000 คนสู่ 3,000 ตำบล&amp;nbsp; ที่ตนรอมาตั้งแต่ปลายปี 2563 หลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณ 10,000 ล้านบาทให้ อว. ไปจ้างงานเพื่อทำให้การว่างงานทุเลาลง พร้อมกับสร้างทักษะใหม่ให้กับผู้ได้รับการจ้างงานทั้ง 60,000 คน&amp;nbsp; และที่สำคัญให้คนรู้ว่าบัดนี้มหาวิทยาลัยออกจากหอคอยงาช้างแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.อว. กล่าวต่อว่า โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบลฯ มีเป้าหมาย 3 ประการ ประการแรก พัฒนาคน โครงการนี้ถือเป็นครั้งแรกประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย อาจารย์มหาวิทยาลัย นักศึกษาและประชาชนลงไปทำงานชุมชนพร้อมกัน เพราะฉะนั้นเดือนแรกต้องรีบทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทันที&amp;nbsp; เมื่อจะรบแล้วต้องชนะ เพราะสิ่งที่ อว.จะดำเนินการต่อก็คือการนำเสนอ ครม. เพื่อให้เกิดการจ้างงานในอีก 4,900 ตำบล ซึ่งจะทำให้มีนักศึกษา ประชาชน และอาจารย์มหาวิทยาลัยลงไปทำงานทุกตำบลทั่วประเทศ คือ 7,900 ตำบล ประการที่ 2 การลงพื้นที่ครั้งนี้ จะเป็นการเก็บข้อมูลเพื่อทำบิ๊กดาต้าของประเทศ ซึ่งแต่ละกระทรวงก็ฝากให้ อว.ช่วยไปดำเนินการ และประการที่ 3 เราไม่สนใจแค่ว่านักศึกษาได้ทำงานแต่สนใจว่านักศึกษาจะได้รับการฝึกทักษะเพิ่มขึ้น มีมุมมองและวิธีคิดที่ทันสมัย เพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยเฉพาะทักษะในเรื่องของเทคโนโลยีดิจิทัล การเงิน การลงทุน ภาษาและสังคม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91647</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการอุดมศึกษา, ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210201/image_big_6017b40a501e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2020 21:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2020 21:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เด็กพิการเรียนไหนดี&#039; เพิ่มโอกาสเข้าศึกษา แนะสิทธิการเรียนคนพิการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถิติรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านคนพิการในประเทศไทย ประจำปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ&amp;nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;คนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการได้รับการศึกษา 1,533,159 คน ในจำนวนนี้ศึกษาระดับชั้นประถมศึกษามากที่สุด อยู่ที่ 1,249,795 คน รองลงมาได้แก่ระดับชั้นมัธยมศึกษา&amp;nbsp;169,606 คน ประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา 35,085 คน ไม่ระบุการศึกษา 24,402 คน และอุดมศึกษา 21,220 คน&amp;nbsp;จากสถิติดังกล่าวชี้ว่า คนพิการส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงการศึกษา&amp;nbsp;สาเหตุส่วนใหญ่มาจากปัจจัยแวดล้อมในครอบครัว สภาพร่างกายที่อาจจะทำให้ผู้ดูแลมองว่า ไม่เอื้อต่อการเรียน รวมถึงสถานะทางการเงินที่มีส่วนทำให้คนกลุ่มนี้ขาดโอกาสเข้าถึงการศึกษา นำมาสู่การจัดงาน&amp;ldquo;เด็กพิการเรียนไหนดี&amp;#39;64&amp;nbsp;ตอน&amp;nbsp;ปั้นฝันเป็นตัว&amp;rdquo; เพื่อให้คนพิการได้รับการสนับสนุนด้านการศึกษาอย่างเหมาะสม สามารถพัฒนาความรู้ทักษะทางวิชาการและทักษะอาชีพ&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาตนเอง สังคม และประเทศต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;งานเด็กพิการเรียนไหนดี&amp;#39;64 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ&amp;nbsp;(สสส.)&amp;nbsp;ร่วมกับ บริษัท กล่องดินสอ จำกัด จัดขึ้นที่ทรู ไอคอน&amp;nbsp;ฮอลล์ ชั้น 7&amp;nbsp;ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เมื่อวันก่อน ภายในงานมีกิจกรรมให้นักเรียนคนพิการได้เรียนรู้ระบบการสอบเข้าเพื่อศึกษาต่อ&amp;nbsp;การให้ความรู้เรื่องสิทธิทางการเรียนของคนพิการ&amp;nbsp;การรับเข้าและดูแลนักศึกษาพิการจากศูนย์บริการนักศึกษาพิการของมหาวิทยาลัยและอาชีวศึกษากว่า&amp;nbsp;18&amp;nbsp;สถาบัน&amp;nbsp;อีกทั้งมีกิจกรรมเวิร์คชอปปั้นฝันเป็นตัว การทำแฟ้มสะสมผลงาน และเทคนิคการสอบสัมภาษณ์&amp;nbsp;รวมถึงเพิ่มพลังใจจากการรับฟังรุ่นพี่นักศึกษาคนพิการ&amp;nbsp;ที่มาบอกเล่าประสบการณ์การเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยเพื่อให้นักเรียนคนพิการได้รับข้อมูลด้านการศึกษาที่รอบด้าน&amp;nbsp;เป็นแนวทางในการตัดสินใจวางแผนการศึกษาต่อที่ชัดเจนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์&amp;nbsp;เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ&amp;nbsp;กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;ประธานในพิธี กล่าวว่า&amp;nbsp;งานเด็กพิการเรียนไหนดีนับเป็นนวัตกรรมทางการศึกษา&amp;nbsp;เพราะเป็นงานแรก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ของประเทศไทยที่เปิดกว้างและเห็นความสำคัญของการสร้างสังคมที่ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; กระทรวงการอุดมศึกษาฯ&amp;nbsp;มีทุนการศึกษาสนับสนุนคนพิการในการศึกษาต่อระดับชั้นปริญญาตรี&amp;nbsp;และพยายามขับเคลื่อนให้สิทธิ์เข้าถึงการเรียนฟรีของคนพิการให้เพิ่มมากขึ้น ปรับสภาพแวดล้อมให้นักศึกษาพิการเข้าเรียนได้&amp;nbsp;และจะขยายความร่วมมือทำข้อตกลงให้มีมหาวิทยาลัยภาคเอกชนได้รับทุนสนับสนุนเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาพิการได้มากขึ้น&amp;nbsp; &amp;rdquo;ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางภรณี&amp;nbsp;ภู่ประเสริฐ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;สสส. พยายามส่งเสริม เพิ่มทักษะให้เด็กพิการทุกคนได้รับโอกาสเข้าถึงระบบการศึกษาอย่างเท่าเทียมเหมือนเด็กทุกคน ด้วยการสร้างความรู้ที่ตรงศักยภาพคนพิการ ให้มองเห็นเส้นทางที่ใช่สู่อาชีพที่ชอบ เพราะเชื่อว่าสิ่งที่เรียนรู้ไปจะสามารถทำให้คนกลุ่มนี้นำไปพัฒนาต่อยอดสร้างเป็นรายได้มั่นคง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีโดยที่ไม่รู้สึกแตกต่างจากคนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; โจทย์ใหญ่ที่ สสส. ตั้งใจทำ คือ สร้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้เด็กที่พิการเท่าเทียมในสังคม แม้ร่างกายของเขาจะแตกต่าง แต่ศักยภาพและทักษะของคนกลุ่มนี้ล้ำเลิศไม่แพ้กับเด็กทุกคน โดยสร้างพื้นที่ชุมชนออนไลน์ผ่านเพจ &amp;ldquo;เด็กพิการเรียนไหนดี&amp;rdquo; และกลุ่มเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;&amp;ldquo;เด็กพิการอยากเรียนมหา&amp;#39;ลัย&amp;rdquo; และปีที่ผ่านมามีเด็กพิการสนใจศึกษาต่อระดับชั้นปริญญาตรีร้อยละ 76 ที่เหลือสนใจวิชาสายอาชีพ ปวช.-ปวส. มากขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;นางภรณี&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายเมธี ธิติปฏิพัทธ์ พิการทางการเห็น&amp;nbsp;&amp;nbsp;นิสิตชั้นปีที่ 1&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาจีนธุรกิจ&amp;nbsp;ซึ่งมาร่วมงานเด็กพิการเรียนไหนดีเมื่อปีที่แล้ว เล่าว่า&amp;nbsp;เมื่อครั้งเรียนชั้น&amp;nbsp;ม.6 โรงเรียนโพธิสัมพันธ์พิทยาคาร&amp;nbsp;จ.ชลบุรี&amp;nbsp;กำลังหาข้อมูลที่จะศึกษาต่อด้านภาษาจีน&amp;nbsp;เพราะด้วยตนอยู่เมืองพัทยาได้พบกับชาวจีนค่อนข้างมาก&amp;nbsp;จึงมีความคิดว่าหากสามารถสื่อสารภาษาจีนได้จะเป็นสิ่งดี&amp;nbsp;เมื่อได้พบกับบูธแนะแนวการศึกษาของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่มีหลักสูตรรองรับและสนับสนุนสื่อการเรียนการสอนสำหรับคนพิการทางการเห็น&amp;nbsp;จึงได้สอบเข้าเรียนในที่สุดและได้รับความช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวธนัญชกร สันติพรธดา&amp;nbsp;พิการทางการเห็น &amp;nbsp;นักศึกษาชั้นปีที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ&amp;nbsp;คณะศึกษาศาสตร์สาขาสังคมศึกษา&amp;nbsp;โดยใช้ความสามารถสอบคัดเลือกเข้าศึกษาในระบบกลาง&amp;nbsp;(Admission)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการสอบแข่งขันกับเด็กไม่พิการด้วย&amp;nbsp;และในงานเด็กพิการเรียนไหนดีครั้งนี้ เธอเป็นหนึ่งในรุ่นพี่ที่เข้ามาขับเคลื่อนงานผ่านกิจกรรมต่างๆ เพราะมุ่งหวังอยากให้รุ่นน้องคนพิการได้รับความรู้เรื่องการสอบเข้าและการเรียนต่อในระดับชั้นอุดมศึกษา&amp;nbsp;เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดกับคนพิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; ดีใจที่มีงานนี้เกิดขึ้นให้กับรุ่นน้องคนพิการ เพราะมองว่างานที่ส่งเสริมด้านการศึกษาแก่คนพิการจริง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;นั้นมีน้อยมาก และจะทำให้น้อง&amp;nbsp;ๆ คนพิการได้รับความรู้จากงานนี้ไปเพิ่มมากขึ้นจริงๆ&amp;rdquo;​ นางสาวธนัญชกร กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
	


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81664</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการอุดมศึกษา, กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), คนพิการ, นสพ.ไทยโพสต์, บริษัท กล่องดินสอ จำกัด, เด็กพิการเรียนไหนดี&#039;64</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201024/image_big_5f9439344ff78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2020 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2020 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อว. ลงพื้น ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี ขับเคลื่อน“โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นางสาวนิสากร จึงเจริญธรรม อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ผู้บริหาร อว. และคณะทำงาน ร่วมประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ในโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย การผลักดัน Regional BCG และนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนและสร้างอาชีพของ อว. รวมถึงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Re-inventing University) และมีการนำเสนอภาพรวมของงานวิจัย นวัตกรรมและการบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีโดยผู้บริหารมหาวิทยาลัย รวมถึงได้เยี่ยมชมนิทรรศการการจ้างงานประชาชนตามนโยบาย อว. ณ อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในเรื่องโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย และการผลักดัน Regional BCG และนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนและสร้างอาชีพของ อว. รวมถึงโครงการ Re-inventing University และมีการการนำเสนอภาพรวมของงานวิจัย นวัตกรรมและการบริการวิชาการของ มรส. โดยผู้บริหารมหาวิทยาลัย จากนั้นได้เยี่ยมชมนิทรรศการการจ้างงานประชาชนตามนโยบาย อว. (อว. จ้างงาน) งานประชุมดังกล่าวจัดขึ้นที่ สำนักอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รองปลัด อว. บรรยายในที่ประชุมเรื่อง &amp;ldquo;บทบาทของ อว. กับการส่งเสริมมหาวิทยาลัยในเชิงพื้นที่&amp;rdquo; โดยกล่าวถึงภาพรวมของโครงการที่ อว. ส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยนำองค์ความรู้ การวิจัย นวัตกรรมต่างๆลงสู่พื้นที่เพื่อพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น ทั้งโครงการยุวชนสร้างชาติ ที่ประกอบไปด้วยโครงการย่อยได้แก่ ยุวชนอาสา/บัณฑิตอาสา/ยุวสตาร์ทอัพ โครงการอว.สร้างงาน ที่มีการจ้างงานประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด 2019 ผ่านการจ้างงานของมหาวิทยาลัย ซึ่งถือว่าประความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมโครงการ 39 มหาวิทยาลัย เกิดการจ้างงานประชาชนที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมในโครงการอว.สร้างงานระยะที่ 2 อีกกว่า 10,000 อัตราทั่วประเทศ จากนั้น รองปลัด อว. ได้นำเสนอภาพรวมของโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นอีก 1 โครงการสำคัญที่ อว. กำลังขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยนำองค์ความรู้ การวิจัยรวมถึงนวัตกรรมต่างๆลงสู่ชุมชน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ โดยโครงการดังกล่าวคาดหวังให้เกิดการจ้างงานคนในพื้นที่ทั้งในกลุ่มของนักศึกษา บัณฑิตและประชาชน ได้ข้อมูลด้านต่างๆในรายตำบล เพิ่มทักษะที่จำเป็นในอนาคตให้กับบัณฑิต เกิดการทำงานเป็นเครือข่ายของมหาวิทยาลัยร่วมกับชุมชนและภาคีต่างๆ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รองปลัด อว. กล่าวตอนหนึ่งว่า การลงพื้นที่ของ อว. ในครั้งนี้มีเป้าหมายหลักๆคือ การติดตามโครงการ อว.สร้างงานในระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีได้ช่วยกระทรวงในการดำเนินการจ้างงานประชาชนที่ได้รับผลกระทบกว่า 200 อัตรา โดยมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการในการพัฒนาคนที่ได้รับการจ้างงาน ให้เป็นวิศวกรสังคมเพื่อลงไปช่วยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในชุมชน เป้าหมายที่สองคือ เพื่อพบปะกับนักวิจัย ผู้บริหารมหาวิทยาลัยในการทำความเข้าใจโครงการและนโยบายต่างๆของกระทรวง อาทิโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย ซึ่งกำลังจะเริ่มดำเนินโครงการผ่านเงินกู้สี่แสนล้านบาท ในการให้มหาวิทยาลัยเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาเพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูณราการ โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีก็ได้เข้าร่วมในโครงการนี้ด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เราตั้งเป้าหมายของโครงการในระยะที่ 1 ไว้ที่ 3,000 ตำบล โดยจะใช้มหาวิทยาลัยกว่า 70 มหาวิทยาลัยของรัฐที่กระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ในการดำเนินการโครงการ โดยใน 1 ตำบลจะมี 1 มหาวิทยาลัยเป็นผู้เข้าไปดูแลในลักษณะ System Integrator หรือผู้ที่จะทำหน้าที่บูรณาการเชิงระบบในการเข้าไปพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งในแต่ละตำบลจะมีการจ้างงานอย่างน้อย 20 อัตราทั้งบัณฑิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไปในพื้นที่ในการดำเนินการ นอกจากนี้ยังมีการทำความเข้าใจในนโยบายอื่นๆของอว. ทั้ง นโยบายเรื่อง BCG การพลิกโฉมมหาวิทยาลัย ว่าเรามีการดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหนและดำเนินการต่ออย่างไรเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนมหาวิทยาลัยไปสู่การพัฒนาพื้นที่อย่างแท้จริง รองปลัด อว. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72072</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการอุดมศึกษา, ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล, โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f165afe6fa04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2026 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2018 19:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมออุดม&#039;ชี้เกณฑ์ขอตำแหน่งอ.มหา&#039;ลัยควรยืดหยุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;หมออุดม&amp;rdquo; เร่งไขก๊อกปัญหาอุดมศึกษา ชี้เกณฑ์ขอตำแหน่งวิชาการอาจารย์มหาวิทยาลัยควรทบทวนให้ยืดหยุ่นขึ้น &amp;nbsp;ย้ำต้องเปิดกว้างรวมจัดการศึกษาผ่านออนไลน์ &amp;nbsp;มั่นใจกระทรวงอุดมฯ จะขับเคลื่อนมหา&amp;#39;ลัยไทยเข้มแข็ง คำนึงถึงความหลากหลาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ก.พ.นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่มีนักวิชาการเสนอให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือมหาวิทยาลัยแก้ไขปัญหาต่างๆ นั้น ขณะนี้การแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำของเงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งน้อยกว่าครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร้อยละ 8 อยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนเรื่องเงื่อนไขการขอตำแหน่งผลงานทางวิชาการที่แข็งเกินไปนั้น เรื่องนี้เป็นอำนาจการพิจารณาของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ซึ่งกรรมการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก ตนเข้าใจว่า ทางกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเองคงมีเหตุในการดำเนินการเพื่อความเข้มข้นและเป็นมาตรฐาน&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้ &amp;nbsp;แต่ตนคิดว่า กฏเกณฑ์ที่ใช้ในปัจจุบันนั้นมีความตายตัวเกินไป ไม่ยืดหยุ่น คิดว่าอาจจะต้องมีการพิจารณาทบทวนเพื่อจะช่วยกันผลักดันอุดมศึกษาไปข้างหน้า รวมทั้งจะต้องมีการเปิดกว้างเรื่องประเภทของผลงานทางวิชาการ เช่น การจัดการศึกษาผ่านระบบออนไลน์ เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อุดม กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการสนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนาอาจารย์นั้น รัฐบาลมีการสนับสนุนอยู่แล้ว&amp;nbsp;


สล็อต789&amp;nbsp; และได้มีเพิ่มเติมในส่วนของโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ด้วย อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่า มหาวิทยาลัยจะต้องปรับตัวและวางแผนในการพัฒนาบุคลากร เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะด้านเทคโนโลยีหรือด้านอื่นๆ รวมถึงอาจารย์จะต้องมองด้วยว่า ควรพัฒนาตัวเองในจุดไหนให้รองรับความเปลี่ยนแปลง เพื่อที่จะผลิตบัณฑิตให้มีศักยภาพรอบด้านและเท่าทันสถานการณ์ของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ผมเชื่อว่า&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย เมื่อกระทรวงการอุดมศึกษาเกิดขึ้นจะเข้ามามีบทบาทในหลายเรื่องของอุดมศึกษาไทย เพราะเราได้กำหนดบทบาทไว้ในร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ.... เช่น เรื่องการวางแผนผลิตกำลังคน เรื่องการให้วิจัยเป็นหน้าที่หลักของมหาวิทยาลัย เป็นต้น ซึ่งจะทำให้อุดมศึกษามีความเข้มแข็งและขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน โดยคำนึงถึงความหลากหลากของมหาวิทยาลัย ไม่ใช่การตัดเสื้อตัวเดียวให้ทุกคนใส่อีกต่อไป&amp;rdquo; รมช.ศธ.กล่าว&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2452</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการอุดมศึกษา, หมออุดม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a784fb9ece72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
