<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2025 18:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิจัย VISTEC คว้ารางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นปี 64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นักวิจัย VISTEC คว้ารางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี 2564 พร้อมรับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โชว์ศักยภาพสถาบันการศึกษาเน้นการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยสถาบันวิทยสิริเมธี หรือ VISTEC นี้ เป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นงานวิจัย ชั้นแนวหน้า ที่ก่อตั้งขึ้นโดย กลุ่ม ปตท. เพื่อสร้างบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ดีเลิศในระดับโลก ให้สามารถสร้างและใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การมอบรางวัลในครั้งนี้ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ประจำปี 2564 ว่ารางวัลดังกล่าวจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 39 โดยมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เปิดตัวผู้ได้รับรางวัลฯ และในปีนี้ คณะกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ นายวินิช พรมอารักษ์ นักวิจัยวัสดุนาโนสำนักวิชาวิทยาการโมเลกุล (School of Molecular Science and Engineering) สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ผู้คิดค้น &amp;ldquo;เทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ยุคใหม่และนวัตกรรมไฟส่องสว่างอนาคตเพื่อการปฏิรูปพลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืน&amp;rdquo; (New Solar Cell and Innovative Lighting Technology for Renewable Energy Transformation) ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้านนายจำรัส ลิ้มตระกูล ประธานคณะกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น กล่าวว่าการที่จะยกระดับประเทศไทยให้ก้าวไปสู่การพัฒนาแบบก้าวกระโดด และเปลี่ยนจากการเป็นผู้ซื้อเทคโนโลยีมาเป็นผู้สร้างนวัตกรรมเช่นเดียวกับประเทศชั้นนำในเอเชีย จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยด้านต่างๆ การส่งเสริมความเป็นเลิศในสาขาวิจัยที่สร้างศักยภาพให้กับประเทศ การสนับสนุนนักวิจัยและผู้นำกลุ่มนักวิจัยขั้นแนวหน้า และที่สำคัญคือการสนับสนุนให้เกิดการลงทุนด้านการวิจัย เพื่อเร่งสร้างนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย วิศวกร ฯลฯ ที่มีคุณภาพให้เพียงพอต่อความต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้การมอบรางวัลดังกล่าว จึงเป็นหนึ่งในกลไกการสนับสนุน และสร้างนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยในระดับสากลที่รอบรู้และมีความเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการพึ่งพาตนเอง โดยใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมในการขับเคลื่อนประเทศให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนอย่างแท้จริง และนำความรู้ไปขับเคลื่อนการพัฒนาที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศและสอดรับกับทิศทางในระดับนานาชาติได้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวินิช พรมอารักษ์ นักวิจัยวัสดุนาโน สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) กล่าวว่า การคิดค้นเทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ยุคใหม่และนวัตกรรมไฟส่องสว่างอนาคตเพื่อการปฏิรูปพลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืน เป็นการวิจัยและพัฒนาวัสดุกึ่งตัวนำอินทรีย์และการประยุกต์ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และสร้างนวัตกรรมใหม่ โดยนำวัสดุกึ่งตัวนำอินทรีย์ที่เป็นสารประกอบของคาร์บอน มาออกแบบในระดับโมเลกุลให้มีคุณสมบัติเป็นสารกึ่งตัวนำที่สามารถเปล่งแสงได้ดี ดูดกลืนแสงได้ดี หรือนำไฟฟ้าได้ดี &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถนำมาใช้แทนวัสดุกึ่งตัวนำซิลิคอนในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันได้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและเกิดนวัตกรรมใหม่ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาทิ ไดโอดเปล่งแสงอินทรีย์ (OLED) เซลล์แสงอาทิตย์ยุคใหม่ อิเล็กทรอนิกส์แบบยืดหยุ่นหรือพับงอได้ เช่น โทรศัพท์มือถือแบบพับงอได้ รวมถึงอิเล็กทรอนิกส์แบบพิมพ์ได้ โดยงานวิจัยนี้เป็นการบูรณาการด้านเคมี วัสดุศาสตร์ ฟิสิกส์ และวิศวกรรมศาสตร์เข้าด้วยกัน โดยสามารถนำองค์ความรู้ดังกล่าวมาทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อต่อยอดการพัฒนาวัสดุกึ่งตัวนำอินทรีย์ประสิทธิภาพสูงและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต้นแบบ สู่การผลิตในเชิงพาณิชย์และใช้งานได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม นายวินิช ปัจจุบันทำงานอยู่ที่สำนักวิชาวิทยาการโมเลกุล สถาบันวิทยสิริเมธี จังหวัดระยอง โดยที่ผ่านมาเคยได้รับรางวัลจากการมุ่งมั่นพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาทิ รางวัล CST High Impact Chemist Award จากสมาคมเคมีแห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ของศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทุนวิจัยเมธีวิจัยอาวุโส สกว. จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) รางวัลชนะเลิศ ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากการประกวดงานวิจัย PTTGC Open Innovation Challenge หัวข้อ &amp;ldquo;


g2g168p ทางเข้า มือถือ&amp;rdquo; เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ถือว่าการได้รับรางวัลดังกล่าวสามารถตอบสนองถึงวิสัยทัศน์ของ 


g2g168p&amp;nbsp;ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเป็นสถาบันการศึกษาที่มุ่งเน้นการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาด้านดังกล่าว โดยเชื่อว่าในอนาคตสถาบันฯ จะสามารถสร้างชื่อเสียงผ่านงานวิจัยและพัฒนาด้านอื่นๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119669</URL_LINK>
                <HASHTAG>VISTEC, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กลุ่ม ปตท., นักวิจัย VISTEC, นายวินิช พรมอารักษ์, นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์, รางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี 2564, สถาบันวิทยสิริเมธี, อว., เทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ยุคใหม่, เทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ยุคใหม่และนวัตกรรมไฟส่องสว่างอนาคตเพื่อการปฏิรูปพลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_6166ce29a1750.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 15:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เอนก” ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ปลื้ม “U2T“ ปรับบทบาทช่วยชาวบ้าน​ พร้อมตรวจแก้มลิงบึงชำอ้อ แหล่งบริหารจัดการน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.อว. ศ.ดร.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. และคณะผู้บริหาร ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือ U2T ที่ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ที่ ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และผลงานด้านการบริหารจัดการน้ำของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ในพื้นที่ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าวว่า ตนตั้งใจมาเยี่ยมเยียนและนำความห่วงใยจากรัฐบาลมามอบให้ชาวบ้าน ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งประสบภัยน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ เพราะพื้นที่แห่งนี้เป็นจุดรับน้ำจากทางเหนือมาแต่ไหนแต่ไร และตนยังนำถุงยังชีพ ที่มีทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง สิ่งของจำเป็น มามอบให้ซึ่งมีหลายชิ้นที่เป็นนวัตกรรมของ อว. เช่น เครื่องกรองน้ำของกรมวิทยาศาสตร์บริการ ที่สามารถกรองน้ำที่ท่วมอยู่เป็นน้ำสะอาดที่ดื่มกินได้ เรียกว่า เรามีใจ มีมือ มีเท้า และมีนวัตกรรมมาช่วยชาวบ้าน ที่สำคัญ เรายังมีกำลังคน คือ ผู้ได้รับการจ้างงานในโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือ U2T ซึ่งได้ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับชุมชนมากว่า 8 เดือน ก็ได้ปรับเปลี่ยนการทำงานมาช่วยชาวบ้านในสถานการณ์น้ำท่วม ทั้งการจัดกิจกรรมฝึกอบรมแปรรูปเพื่อถนอมอาหาร และการแปรรูปสมุนไพร เช่น ยาสเปร์ฉีดกันยุง ยาหม่อง เพื่อนำผลิตภัณฑ์ต่างๆ บรรจุในถุงยังชีพเพื่อแจกจ่ายผู้ทีได้รับผลกระทบ พร้อมกันนี้ยังจะมีการจัดกิจกรรมช่วยเหลือภายหลังน้ำลดด้วยการจัดทีม นักศึกษาด้านช่างมาช่วยซ่อมแซม อุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องยนต์การเกษตร เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.อว. กล่าวต่อว่า ชาว ต.บ้านกุ่ม ชื่นชมโครงการ U2T มาก เพราะได้เข้ามาช่วยพัฒนาชุมชนในหลายมิติ โดยเฉพาะการการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ด้วยตำบลแห่งนี้ เป็นบ้านเกิดของนายขนมต้ม นักมวยสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้คนไทยในเรื่องมวยไทยเป็นอย่างมาก ชาวบ้านจึงมีความต้องการที่จะพัฒนาให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสุขภาพ โครงการ U2T จึงเข้ามาช่วยพัฒนาในส่วนนี้ ภายใต้ความร่วมมือการทำงานแบบบูรณาการกับภาคเครือข่ายทั้งในส่วนของภาครัฐ และเอกชน ด้วยการทำโปรแกรม &amp;ldquo;ท่องเที่ยวย้อนตํานานที่บ้านกุ่ม&amp;rdquo; โดยชูประเด็น นายขนมต้มบรรพบุรุษของชุมชน ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว พร้อมจัดกิจกรรมการพัฒนาพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP 3 ผลิตภัณฑ์ เพื่อออกจําหน่ายสู่ตลาดผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปรุง และการพัฒนาด้านท่องเที่ยว ที่จะนำมาซึ่งการสร้างและกระจายรายได้ให้เกิดการหมุนเวียนภายในชุมชน ชุมชนสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายหลังการตรวจเยี่ยมและติดตามผลโครงการ U2T และให้กำลังประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว รมว.อว.พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางต่อไปยัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เพื่อติดตามผลงานด้านบริหารจัดการน้ำของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) โดยหลังรับฟังบรรยายสรุปการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ต่างๆ ทาง สสน.ได้นำ รมว.อว.และคณะไปเยี่ยมชมนวัตกรรมการบริหารจัดการน้ำของชุมชน โดยเริ่มที่การบริหารจัดการน้ำของแม่น้ำป่าสัก และคลองระพีพัฒน์ จากนั้นเยี่ยมชมพื้นที่แก้มลิงร่องสวนปาล์มน้ำมัน พร้อมกันนี้ได้เดินทางไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลบึงชำอ้อ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำด้วยเทคโนโลยีโทรมาตรตรวจวัดสภาพอากาศและระดับน้ำอัตโนมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118453</URL_LINK>
                <HASHTAG>U2T, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ช่วยน้ำท่วม, น้ำท่วม, ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ, ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ศ.ดร.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล, สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.), อว., โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156c994e838e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอบรางวัล Prime Minister Award เชิดชูศักยภาพกลุ่มสตาร์ทอัพและผู้พัฒนานวัตกรรมสู้วิกฤต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;15 กันยายน 2564 - กรุงเทพฯ/ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในงานพิธีประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพของประเทศ (Prime Minister Award: National Startup 2021) และผู้ที่มีส่วนร่วมในการนำนวัตกรรมเข้ามาแก้ไขปัญหาวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 19 (Prime Minister Award: Innovation For Crisis) ภายในงานสตาร์ทอัพ และ งานอินโนเวชั่น ไทยแลนด์ เอ็กซ์โป 2021 (STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO 2021)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า &amp;ldquo;รางวัล Prime Minister Award: National Startup 2021 จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อน เร่งสร้าง และพัฒนาสตาร์ทอัพที่เป็นรูปธรรมในลักษณะความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคการศึกษา ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 19 หรือ COVID-19 นั้น ทำให้เห็นการร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนในการแก้ปัญหาในสถานการณ์วิกฤต ซึ่งมีคุณค่าและเกิดประโยชน์อย่างยิ่งแก่ประเทศ ดังนั้น NIA จึงเห็นว่าในปีนี้ควรจัดมอบรางวัล Prime Minister Award: Innovation For Crisis เพิ่มขึ้น เพื่อเป็นกำลังใจและเชิดชูเกียรติแก่ผู้มีส่วนร่วมในการคิดค้น พัฒนา และสนับสนุนนวัตกรรมที่ช่วยแก้ไขวิกฤตในครั้งนี้ด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พิธีมอบรางวัล Prime Minister Award: National Startup 2021 และ Prime Minister Award: Innovation For Crisis มีวัตถุประสงค์เพื่อประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพของประเทศ และผู้ที่มีส่วนร่วมในการนำนวัตกรรมมาใช้แก้ไขปัญหาวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 19 และเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งสตาร์ทอัพของประเทศไทยให้มีศักยภาพทางธุรกิจและก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ดร.พันธุ์อาจ กล่าวเพิ่มเติม &amp;ldquo;NIA หวังว่าโครงการรางวัล Prime Minister Award: National Startup 2021 และ รางวัล Prime Minister Award: Innovation For Crisis ในงาน STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO 2021 ในครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดความสนใจในการเป็นผู้สนับสนุนระบบนิเวศของสตาร์ทอัพรายใหม่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย และกระตุ้นให้มีการนำนวัตกรรมมาใช้แก้ไขปัญหาวิกฤติระดับประเทศและระดับโลก รวมถึงเกิดการเผยแพร่ต้นแบบแนวทางการเป็นผู้สนับสนุนระบบนิเวศของสตาร์ทอัพและการใช้นวัตกรรมในประเทศมาแก้ปัญหาวิกฤตระดับโลกที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้หรืออนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รางวัล Prime Minister Award: National Startup 2021 ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.รางวัล Startup of the year เป็นรางวัลเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่สตาร์ทอัพในสาขาธุรกิจเป้าหมาย โดยต้องมีการจดทะเบียนบริษัทในประเทศไทย และดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัทต้องมีศักยภาพในการเติบโตสูง สร้างความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม ตลอดจนมีส่วนส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ เป็นต้นแบบที่ดีของสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ รวมถึงมีธรรมมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ SHIPPOP บริษัทบริการออนไลน์เชื่อมโยงขนส่งมาไว้ในระบบเดียว บริการหน้าร้านเพื่อรับส่งสินค้า ช่วยเหลือเกษตรกรในการขนส่ง สร้างรายได้ให้แก่คนทั่วไปจากสาขาที่เปิดให้บริการ มีอัตราการเติบโตกว่า 30% ในปัจจุบันมีมากกว่า 1,000 สาขา และมีการส่งพัสดุมากกว่า 1,000,000 ชิ้นต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.รางวัล Global Tech Startup of the year เป็นรางวัลเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่ สตาร์ทอัพในสาขาธุรกิจเป้าหมาย ที่มีการเริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทย หรือมีการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยมีศักยภาพในการเติบโตสูง สร้างความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมในวงกว้างระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นอย่างน้อย ตลอดจนมีส่วนส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ และมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ Builk บริษัทสร้างเว็บแอพพลิเคชั่นสำหรับบริหารธุรกิจก่อสร้าง เช็คราคาวัสดุก่อสร้างจากฐานข้อมูลการสั่งซื้อจริง ในปีที่ผ่านมาได้มีการเติบโตและกำไรเพิ่มขึ้นจากปีก่อน อีกทั้งยังมีการขยายไปต่างประเทศ ได้แก่ พม่า อินโดนีเซีย ลาว และกัมพูชา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.รางวัล Evangelist of the year เป็นรางวัลเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่ บุคคลต้นแบบ ที่มีศักยภาพ มีส่วนส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ สร้างความตระหนักรับรู้และชักนำบุคคลหรือองค์กรใหม่ๆเข้ามาในระบบนิเวศสตาร์ทอัพ เผยแพร่ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสตาร์ทอัพในวงกว้าง และสามารถยกระดับการเติบโตระบบนิเวศของสตาร์ทอัพของประเทศไทยสู่ระดับนานาชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ นายแซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ กรุงศรี ฟินโนเวต และ นางสาวปารดา ทรัพย์ประเสริฐ ผู้ร่วมก่อตั้งกองทุน 500 TukTuks &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4.รางวัล Investor of the year เป็นรางวัลเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่บริษัทร่วมลงทุนที่มีศักยภาพสร้างการเติบโตให้กับบริษัทสตาร์ทอัพ มีส่วนส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ การลงทุนสามารถสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศของสตาร์ทอัพในระดับประเทศ สามารถยกระดับการลงทุนของบริษัทร่วมลงทุนในตลาดของประเทศไทยสู่ระดับนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ 500 TukTuks กองทุนที่ร่วมผลักดันวงการสตาร์ทอัพไทยให้เติบโตแบบก้าวกระโดด และร่วมสร้างระบบนิเวศแห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบ (Disruptive Digital and Deep Technology Ecosystem) ในประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการร่วมลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพรวม 70 บริษัท ช่วยให้สตาร์ทอัพสามารถระดมทุนในรอบถัดไปได้รวมเกือบ 7,000 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5.รางวัล Best Brotherhood of the year เป็นรางวัลเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่บริษัทขนาดใหญ่ หรือ หน่วยงานภาครัฐที่มีศักยภาพสร้างการเติบโตให้กับบริษัทสตาร์ทอัพ มีส่วนส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ การส่งเสริมสามารถสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศของสตาร์ทอัพในระดับประเทศ สามารถยกระดับการเติบโตระบบนิเวศของสตาร์ทอัพของประเทศไทยสู่ระดับนานาชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ SCG บริษัทที่ผลักดันลงทุนในสตาร์ทอัพต่อเนื่อง มีแผนการลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาทเพื่อลงทุนสตาร์ทอัพที่น่าสนใจผ่าน AddVentures หน่วยงานลงทุนของบริษัทเป็นระยะเวลา 5 ปี ในกลุ่ม Industrial,Enterprise และ B2B โดย AddVentures by SCG เป็นบริษัทในรูปแบบ Corporate Venture Capital เพื่อเสริมศักยภาพวิสาหกิจเริ่มต้นทั่วโลกสนองนโยบายการทำ Digital Transformation&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รางวัล Prime Minister Award: Innovation for Crisis ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1. รางวัลประเภทหน่วยงานภาครัฐ (Government Sector) เป็นรางวัลเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติ หน่วยงานประเภทหน่วยงานภาครัฐ ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หน่วยงานในกำกับของรัฐที่มี พรบ. เฉพาะ สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต่างๆ และมีผลงานนวัตกรรมที่สนับสนุน ส่งเสริม และใช้ในการดำเนินการเพื่อการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (Covid 19) (เพิ่มเติม: ระบุลักษณะของผลงานที่สามารถส่งเข้าประกวด Product/ Process/ Public Service) โดยคุณลักษณะของนวัตกรรมต้องมีความใหม่ อรรถประโยชน์ สามารถนำไปใช้งานได้จริง มีจำนวนการใช้งานและมีศักยภาพที่ดีในการใช้งาน มีโอกาสในการพัฒนาและขยายผลในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ตำรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ สำหรับผลิตในโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยบูรพา ระบบการดูแลผู้ป่วยกักตัวสำหรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว (weSAFE@Home) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นวัตกรรมตู้ความดันบวกเพื่อใช้ในกระบวนการเก็บสิ่งส่งตรวจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เครื่องผลิตออกซิเจนสำหรับใช้ในโรงพยาบาลขนาดเล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2. รางวัลประเภทหน่วยงานภาคเอกชน (Private Sector) เป็นรางวัลเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติ หน่วยงานประเภทหน่วยงานภาคเอกชน เช่น องค์กรขนาดใหญ่ วิสาหกิจขนาดกลาง วิสาหกิจขนาดย่อมและขนาดย่อย ที่มีความเป็นนวัตกรรม ครอบคลุมถึงการบริการ การจัดการ มีการใช้งานจริงและเกิดผลกระทบที่เกี่ยวข้องด้านสุขภาพ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านในด้านหนึ่ง สามารถชี้แจงทุนจดทะเบียนบริษัทและงบประมาณของโครงการเพื่อสะท้อนถึงขนาดและคุณภาพของผลงาน มีความร่วมมือหรือบูรณาการจากหลายภาคส่วน ก่อให้เกิดความยั่งยืน และมีการพัฒนาต่อยอดหลังจบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท โอโบดรอยด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด แอพลิเคชั่นไข่ต้ม ฮอสพิทอล สมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคมไทย ตู้แช่เก็บวัคซีนที่ติดอุปกรณ์ Monitoring บริษัท ทีเคเค คอร์ปอเรชั่น จำกัด หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติสำหรับการบริการทางการแพทย์ บริษัท สมาร์ท เฮลท์เทค จำกัด ดีฟาร์ม DPharm&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3. รางวัลประเภทบุคคลทั่วไป (Individual Award) เป็นรางวัลเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติ ที่มอบให้แก่บุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่มีศักยภาพด้านการส่งเสริม สนับสนุนการแก้ปัญหา และรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีการดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 เดือน มีผลงานที่ก่อประโยชน์ต่อสังคม ระบบสาธารณสุข หรือการแก้ปัญหาสถานการณ์อย่างเป็นรูปธรรม มีการใช้นวัตกรรมในการดำเนินงาน และมีผลกระทบกับสังคมในวงกว้าง เป็นที่กล่าวถึงในสื่อสังคมออนไลน์อย่างแพร่หลาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ ศ.ดร.นพ.วิปร วิประกษิต คุณคริส โปตระนันทน์ และ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116790</URL_LINK>
                <HASHTAG>NIA, Prime Minister Award: Innovation For Crisis, Prime Minister Award: National Startup 2021, STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO 2021, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, การพัฒนาระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพของประเทศ, ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์, ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, สตาร์ทอัพ, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน), อินโนเวชั่น ไทยแลนด์ เอ็กซ์โป 2021</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_61419eafb9602.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>NIAจัดงาน STARTUP X INNOVATION THAILAND EXPO 2021 “เปล่งประกายแห่งเทคโนโลยีเชิงลึก”  เกษตร อาหาร การแพทย์ อวกาศ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ 15 – 18 ก.ย.นี้  ผ่านเว็บไซต์ https://site.nia.or.th</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ Nia กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ แถลงข่าวการจัดงาน Startup&amp;nbsp; x Innavation Thailand Expo 2021(SITE 2021) ภายใต้แนวคิด การเปล่งประกายแห่งเทคโนโลยีเชิงลึก &amp;ldquo;Deep Tech Rising&amp;hellip;The Next Frontier of Innovation&amp;rdquo; การยกระดับเทคโนโลยีเชิงลึก...นวัตกรรมด่านหน้าแห่งอนาคตที่จะมาขับเคลื่อนประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า จากวิกฤตโควิด-19 ในปี 2563 ส่งผลกระทบต่อวิถีการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ของคนในสังคม ทำให้หลายอุตสาหกรรมต้องปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมา NIA ก็ได้ควบรวม 2 งานยิ่งใหญ่แห่งปีด้านสตาร์ทอัพและนวัตกรรมเข้าด้วยกันกลายเป็นงาน &amp;ldquo;STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO&amp;rdquo; พร้อมปรับโฉมจากรูปแบบอีเว้นท์จริง (Physical) สู่รูปแบบออนไลน์ (Online) ผ่านแพลตฟอร์มอีเว้นท์ออนไลน์ในรูปแบบโลกนวัตกรรมเสมือนจริง (Virtual World) เต็มรูปแบบขึ้นเป็นครั้งแรกที่เป็นฝีมือคนไทย ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากคนในวงการทั้งสตาร์ทอัพและนวัตกรรม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.พันธุ์อาจ กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดงาน &amp;ldquo;STARTUP THAILAND x INNOVATION THAILAND EXPO 2021&amp;rdquo; หรือ SITE 2021 ในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 กันยายนนี้ ผ่านเว็บไซต์ https://site.nia.or.th ทุกกิจกรรมเข้าร่วมฟรี!! ภายใต้แนวคิดหลัก คือ &amp;ldquo;DEEP TECH RISING: The Next Frontier of Innovation&amp;rdquo; เพื่อนำเสนอโอกาสการยกระดับเทคโนโลยีเชิงลึกที่ถือเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตสำหรับการขับเคลื่อนประเทศใน 5 สาขา ได้แก่ เกษตร (AgTech) อาหาร (FoodTech) การแพทย์ (MedTech) อวกาศ (Space Tech) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนสําหรับบุคคล (AI Robotic Immersive IoT: ARI Tech) ซึ่งในกลุ่มเกษตร อาหารและการแพทย์ ยังสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Economy Model) อีกด้วย ทั้งนี้ ภายในงานประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1) Virtual Forum เวทีรวบรวมสุดยอดสตาร์ทอัพ นวัตกรชั้นนำของเมืองไทย และวิทยากรชื่อดังจากต่างประเทศ กว่า 60 ท่านมาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ กว่า 50 หัวข้อ&amp;nbsp; 2) Opportunity โอกาสสำคัญในการหาคู่ค้าทางธุรกิจ ผ่านกิจกรรมที่จัดขึ้น ทั้ง Marketplace ตลาดจำหน่ายสินค้าในรูปแบบเสมือนกว่า 200 บูธ Online Business Matching การจับคู่ธุรกิจกับหน่วยงานธุรกิจกว่า 30 บริษัท และ Online Business Consulting ที่บริการให้คำปรึกษาออนไลน์จากสุดยอดเมนเทอร์ ผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 ท่าน ใน 10 สาขาธุรกิจ 3) SHOW การแสดงสดผ่านทางออนไลน์ที่นำเรื่องราวที่น่าสนใจด้านดีพเทคที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อน และ 4) AWARD พิธีประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ Prime Minister Award ให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพของประเทศ และเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจให้แก่สตาร์ทอัพไทยให้ก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แพลตฟอร์มในปีนี้ถูกพัฒนาต่อยอดความอัจฉริยะจากเดิม ทั้งการสร้างประสบการณ์เสมือนจริงแบบไร้รอยต่อด้วยนิทรรศการรูปแบบ 360&amp;rsquo; virtual exhibition เสมือนเดินอยู่ในงานจริง และสามารถสนทนาสดกับผู้ประกอบการได้แบบเรียลไทม์ มีการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ชมกับนิทรรศการในโลกเสมือนผ่านการสร้างตัวตนของผู้เข้าชม (Avatar) รวมถึงการให้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการประมวลผลข้อมูลของแต่ละช่วงงานจากทุกความคิดเห็นของผู้เข้าชมผสมผสานกับเครื่องมือส่วน social listening เพื่อฟังเสียงจากทั่วโลก มาผ่านกระบวนการวิเคราะห์ช้อมูล เพื่อประเมินประสิทธิภาพงาน และทิศทางของแนวโน้มและเนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ตั้งเป้าจะผลักดันให้แพลตฟอร์มนี้กลายเป็นกลไกหนึ่งของการสร้างนวัตกรรมและการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมต่อไป และอยากเชิญชวนให้ผู้คนในแวดวงสตาร์ทอัพสายนวัตกรรม หรือคนที่สนใจเข้ามาพบปะกันในงานนี้ เพื่อร่วมเรียนรู้แลกเปลี่ยนแนวคิดในการก้าวข้ามวิกฤตไปด้วยกัน&amp;rdquo; ดร.พันธุ์อาจ กล่าวดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115517</URL_LINK>
                <HASHTAG>360’ virtual exhibition, Deep Tech Rising…The Next Frontier of Innovation, Nia, Physical, SITE 2021, Startup  x Innavation Thailand Expo 2021, Virtual World, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, การยกระดับเทคโนโลยีเชิงลึก, การเปล่งประกายแห่งเทคโนโลยีเชิงลึก, การแพทย์, ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน), อว., อวกาศ, อาหาร, เกษตร, โลกนวัตกรรมเสมือนจริง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131e5939e9aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อพวช. เปิดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ออนไลน์ “Science Delivery By NSM Season 2”   ส่งตรงถึงบ้าน รอบรู้รอบตัว สนุกง่าย ๆ แค่ปลายนิ้วผ่านช่อง YouTube NSM Thailand  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เดินหน้าปรับกลยุทธ์แพลตฟอร์มออฟไลน์สู่ออนไลน์อย่างต่อเนื่อง รับมือสถานการณ์โควิดระลอกใหม่ เพราะการเรียนรู้ต้องไม่ห่างตัว ชวนไปสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผ่านโครงการ &amp;ldquo;Science Delivery By NSM Season 2&amp;rdquo; วิทยาศาสตร์ส่งตรงถึงบ้าน สนุกสนานได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านช่องทาง YouTube NSMThailand ได้ทุกวัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า อพวช. ยังคงพัฒนา&amp;nbsp; และส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ในฐานะเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ จึงมุ่งมั่นส่งเสริมความรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนในสังคมผ่านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม แต่เมื่อสถานการณ์สภาวะวิกฤติจากโควิด-19ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง พฤติกรรมของผู้คนในสังคมจึงต้องปรับเปลี่ยนเข้าสู่วิถีชีวิตใหม่ (New Normal) อย่างไรก็ตาม อพวช. ยังคงเดินหน้าขยายโอกาสการเรียนรู้ผ่านโครงการ &amp;ldquo;Science Delivery By NSM Season 2&amp;rdquo; วิทยาศาสตร์ส่งตรงถึงบ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นแหล่งการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในรูปแบบออนไลน์ผ่านช่องทาง YouTube : NSMThailand ที่เน้นการเรียนรู้ออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ สนุกสนาน ได้ทุกที่ทุกเวลาทั่วทุกมุมโลก (Learning Science for anywhere anything) เพียงผ่านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ก็สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ในรูปแบบต่าง ๆ และท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์แบบออนไลน์ได้อย่างทั่วถึง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร.กรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่า อพวช.มีการผลิตรายการใหม่ๆ เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มากถึง 16 รายการ ที่มีความหลากหลายของเนื้อหารายการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่อยู่รอบตัวเรา ในช่วง Work From Home&amp;nbsp;หรือ เรียน Online หลากหลายรายการที่เหมาะสมกับทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นรายการเกี่ยวกับการดูแลด้านสุขภาพบอกเล่าในแง่มุมด้านวิทยาศาสตร์ มีรายการ Health me up และ Sport Hack ส่วนคนที่ชื่นชอบการทำอาหารเราก็มีรายการ คิดเช่น &amp;ndash; science โดยได้เชฟฟาง ณัฐพงศ์ หน่อชูเวช มาปรุงรสรังสรรค์เมนูจานเด็ดกับของดีคู่ครัวไทย สำหรับรายการด้านวิทยาศาสตร์ให้แง่ของประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ธรรมชาติวิทยา มีรายการ ย้อนรอยวิทย์, บ้านนาเมือง , เที่ยวทั่วทิศวิทย์ทั่วไทย, Research Tour&amp;nbsp; ส่วนเยาวชนที่สงสัยเรื่องราวต่าง ๆ ของวิทยาศาสตร์และหาสิ่งจูงใจเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ หรือกระตุ้นให้เยาวชนเกิดการเรียนรู้ อพวช. มีรายการ NSM Family Club โดยมีน้องอาเธอร์ และคุณแม่บอกมาเล่าเรื่องราววิทยาศาสตร์ง่าย ๆ ภายในบ้าน, รายการ Science Gangster เป็นรายการเรียลลิตี้ที่นำน้อง ๆ Influencer ที่ชนะการประกวดมาชวนคุณตะลุยท่องโลกวิทยาศาสตร์ , รายการด้านการประดิษฐ์แนววิทยาศาสตร์ก็มี Maker Man เป็นการประดิษฐ์หุ่นยนต์จากกระดาษ , รายการ Science Craft หรือรายการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เปิดโลกการสื่อสารผ่านรายการ Coding Explorer และมีรายการสำหรับผู้สูงวัยให้เข้าถึงการเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับการใช้แอปพลิเคชันอย่างถูกวิธีผ่านรายการวัยเก๋ารู้เท่าทันเทคโนโลยี ส่วนคนที่ชอบและรักสัตว์เลี้ยงภายในบ้านมีผู้เชี่ยวชาญมาบอกเล่าเรื่องราวดี ๆ กับรายการ Pet at Home และสำหรับใครที่ชอบปลูกต้นไม้ พืชผักสวนครัว หรือดอกไม้ภายในบ้านเรียนรู้ไปกับรายการ plant at home&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รายการดังกล่าวข้างต้นเป็นรายการที่ อพวช. คัดสรรและตั้งใจผลิตให้กับทุก ๆ คน เพื่อให้เกิดสังคมแห่งการตระหนักรู้ กระบวนการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ติดตามรายการ Science Delivery By NSM Season 2 วิทยาศาสตร์ส่งตรงถึงบ้าน พร้อมเสิร์ฟความสนุก กับคลิปใหม่ ๆ ในทุก ๆ วัน ได้ที่ช่อง YouTube NSMThailand : https://bit.ly/3CS79tQ นอกจากนี้สามารถติดตามสาระน่ารู้ เรื่องราวดี ๆ พร้อมกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมได้ที่ Facebook, Website, Twitter, Line, IG และ application tiktok NSM Thailand&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113872</URL_LINK>
                <HASHTAG>Health me up, Learning Science for anywhere anything, Science Delivery By NSM Season 2, Sport Hack, YouTube NSMThailand, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, คิดเช่น – science, ดร.กรรณิการ์ เฉิน, ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์, องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ, อพวช., เชฟฟาง ณัฐพงศ์ หน่อชูเวช, เดินหน้าปรับกลยุทธ์แพลตฟอร์มออฟไลน์, แหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e283356c5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอนก&quot; ชื่นชมภาคเอกชน​ช่วยสู้โควิด​ มอบห้องความดันลบแบบ​Modular Unit ให้โรงพยาบาลฝ้าวิกฤติ​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานมอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อส่งต่อให้โรงพยาบาลในกำกับ อว. มีนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้ส่งมอบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เปิดเผยว่า ตนมีความภูมิใจที่ อว. สามารถพัฒนาห้องความดันลบได้สำเร็จ ซึ่งความสามารถแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกประเทศ หรือทุกครั้งที่เกิดปัญหา ตนจึงมองประเทศไทยในแง่ดี เชื่อว่าทุกปัญหามีทางออก วิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ ก็เช่นกัน เรามีทางออก มีความหวัง มีอนาคต ที่สำคัญ เราได้เห็นความเข้มแข็งของภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้า ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ธุรกิจไม่ได้แปลว่าการหากำไรแต่อย่างเดียว ในยามที่บ้านเมืองเกิดปัญหาภาคเอกชนไทยพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการร่วมฝ่าฟันวิกฤติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รมว.อว. กล่าวต่อว่า&amp;nbsp; ห้องความดันลบแบบ Modular Unit มาจากฝีมือของสถาบันแสงซินโครตรอน ซึ่งปกติจะทำเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ในยามคับขันเช่นนี้ก็นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่มีอยู่มาปรับใช้ได้ทันการณ์ในราคาต้นทุนต่ำมาก และ ส.อ.ท. ได้นำพิมพ์เขียวที่พัฒนาขึ้นนี้ไปผลิตต่อ แม้แต่การผลิตชุดหมี PPE ที่แต่เดิมต้องซื้อในราคาหลักหมื่น แต่ตอนนี้เราทำให้ถูกลงได้ถึง 10 เท่า สามารถซักและใช้ซ้ำได้ ขณะที่ชุด PAPR&amp;nbsp; ที่มีราคาหลักแสน เราก็ผลิตได้ในราคาไม่ถึงหมื่น วัคซีนเราก็เริ่มคิดค้นและพัฒนาได้ในเวลาไล่เลี่ยกับประเทศตะวันตก และอีกไม่นานก็จะผลิตออกมาใช้ได้ ล่าสุด ยังผลิตยาฟาวิพิราเวียร์กันได้เอง ราคาเพียงแค่เม็ดละ 30 บาท ถูกกว่านำเข้า 3 - 4 เท่า ซึ่งทั้งหมดนี้ในเวลานี้ได้มีภาคเอกชนรับไปต่อยอดในเชิงธุรกิจแล้ว ในวิกฤติจึงมีโอกาสอย่างแท้จริง ความสามารถเหล่านี้ทำให้เราเห็นถึงโอกาสของประเทศไทย&amp;nbsp; ที่จะหลุดพ้นจากประเทศกับดักรายได้ปานกลาง เราต้องสร้างเศรษฐกิจใหม่บนฐานนวัตกรรม&amp;nbsp; เปลี่ยนอุตสาหกรรมเป็นอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งจะทำให้เราแข่งขันในระดับโลกได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราต้องร่วมมือร่วมใจกันต่อไป ต้องมีสติ มีความรักสามัคคี คนไทยสู้ได้เมื่อภัยมาเสมอ รัฐบาลพร้อมร่วมมือกับทุกฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากความหวังและให้เกียรติกับภาคเอกชนมาก และขอบคุณภาคเอกชนที่ตื่นตัวลุกขึ้นมาช่วยกู้วิกฤติในสถานการณ์คับขัน&amp;nbsp; อย่าง ส.อ.ท. ที่มีการออกมาตรการชัดเจนทั้งในเรื่องของการป้องกัน การรักษา และเยียวยา&amp;nbsp; และยังได้ช่วยกันออกแบบเครื่องเก็บวัคซีนประมาณร้อยกว่าเครื่องเพื่อรองรับการดูแลวัคซีนของประเทศ ตนขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้งประชาชนแน่นอน อีกไม่เกิน 3-4 เดือน สถานการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้น วัคซีนจะเข้ามาทันใช้แน่นอน เราต้องไม่ท้อแท้ ไม่ถดถอย ต้องช่วยกันอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้บ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัย&amp;rdquo; ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า&amp;nbsp; จัดตั้ง &amp;quot;กองทุน ส.อ.ท.ช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19&amp;quot; ภายใต้มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรมขึ้น เพื่อระดมทุนจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ สิ่งของที่จำเป็น อาทิ ห้องความดันลบแบบ Modular Unit ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคม, กลุ่มเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ส.อ.ท. โดยได้ร่วมกับ อว. จัดทำขึ้นเพื่อมอบให้แก่สถานพยาบาลในเครือ อว. และสถานพยาบาลที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้งาน โดยในวันนี้ ถือเป็นการส่งมอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit 2 ห้องแรก (สนับสนุนโดยธนาคารกสิกรไทย) ให้กับโรงพยาบาลรามาธิบดีเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp; ทั้งนี้ ส.อ.ท. มีเป้าหมายในการระดมทุนจัดหาห้องความดันลบแบบ Modular Unit จำนวน 50 ห้อง มูลค่ากว่า 6.5 ล้านบาท จึงขอเชิญร่วมบริจาคเงินเพื่อจัดหาห้องความดันลบช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ได้ที่ชื่อบัญชี มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรม เลขที่บัญชี 009-1-71583-0 ธนาคารกรุงไทยสาขาไทยเบฟควอเตอร์ (ใบบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 100%) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน ส.อ.ท.หมายเลข 1453 ทุกปัญหาอุตสา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111272</URL_LINK>
                <HASHTAG>Modular Unit, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กองทุน ส.อ.ท.ช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19, ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ธนาคารกสิกรไทย, นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, นายสุพันธุ์ มงคลสุธี, ภาคเอกชน, ยาฟาวิพิราเวียร์, ส.อ.ท., สถาบันแสงซินโครตรอน, สภาหอการค้า, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สู้โควิด, ห้องความดันลบ, อว., เครื่องเก็บวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffa8450dab1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอนก&quot; ชื่นชมภาคเอกชน​ช่วยสู้โควิด​ มอบห้องความดันลบแบบ​Modular Unit ให้โรงพยาบาลฝ้าวิกฤติ​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานมอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อส่งต่อให้โรงพยาบาลในกำกับ อว. มีนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้ส่งมอบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เปิดเผยว่า ตนมีความภูมิใจที่ อว. สามารถพัฒนาห้องความดันลบได้สำเร็จ ซึ่งความสามารถแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกประเทศ หรือทุกครั้งที่เกิดปัญหา ตนจึงมองประเทศไทยในแง่ดี เชื่อว่าทุกปัญหามีทางออก วิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ ก็เช่นกัน เรามีทางออก มีความหวัง มีอนาคต ที่สำคัญ เราได้เห็นความเข้มแข็งของภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้า ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ธุรกิจไม่ได้แปลว่าการหากำไรแต่อย่างเดียว ในยามที่บ้านเมืองเกิดปัญหาภาคเอกชนไทยพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการร่วมฝ่าฟันวิกฤติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รมว.อว. กล่าวต่อว่า&amp;nbsp; ห้องความดันลบแบบ Modular Unit มาจากฝีมือของสถาบันแสงซินโครตรอน ซึ่งปกติจะทำเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ในยามคับขันเช่นนี้ก็นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่มีอยู่มาปรับใช้ได้ทันการณ์ในราคาต้นทุนต่ำมาก และ ส.อ.ท. ได้นำพิมพ์เขียวที่พัฒนาขึ้นนี้ไปผลิตต่อ แม้แต่การผลิตชุดหมี PPE ที่แต่เดิมต้องซื้อในราคาหลักหมื่น แต่ตอนนี้เราทำให้ถูกลงได้ถึง 10 เท่า สามารถซักและใช้ซ้ำได้ ขณะที่ชุด PAPR&amp;nbsp; ที่มีราคาหลักแสน เราก็ผลิตได้ในราคาไม่ถึงหมื่น วัคซีนเราก็เริ่มคิดค้นและพัฒนาได้ในเวลาไล่เลี่ยกับประเทศตะวันตก และอีกไม่นานก็จะผลิตออกมาใช้ได้ ล่าสุด ยังผลิตยาฟาวิพิราเวียร์กันได้เอง ราคาเพียงแค่เม็ดละ 30 บาท ถูกกว่านำเข้า 3 - 4 เท่า ซึ่งทั้งหมดนี้ในเวลานี้ได้มีภาคเอกชนรับไปต่อยอดในเชิงธุรกิจแล้ว ในวิกฤติจึงมีโอกาสอย่างแท้จริง ความสามารถเหล่านี้ทำให้เราเห็นถึงโอกาสของประเทศไทย&amp;nbsp; ที่จะหลุดพ้นจากประเทศกับดักรายได้ปานกลาง เราต้องสร้างเศรษฐกิจใหม่บนฐานนวัตกรรม&amp;nbsp; เปลี่ยนอุตสาหกรรมเป็นอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งจะทำให้เราแข่งขันในระดับโลกได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราต้องร่วมมือร่วมใจกันต่อไป ต้องมีสติ มีความรักสามัคคี คนไทยสู้ได้เมื่อภัยมาเสมอ รัฐบาลพร้อมร่วมมือกับทุกฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากความหวังและให้เกียรติกับภาคเอกชนมาก และขอบคุณภาคเอกชนที่ตื่นตัวลุกขึ้นมาช่วยกู้วิกฤติในสถานการณ์คับขัน&amp;nbsp; อย่าง ส.อ.ท. ที่มีการออกมาตรการชัดเจนทั้งในเรื่องของการป้องกัน การรักษา และเยียวยา&amp;nbsp; และยังได้ช่วยกันออกแบบเครื่องเก็บวัคซีนประมาณร้อยกว่าเครื่องเพื่อรองรับการดูแลวัคซีนของประเทศ ตนขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้งประชาชนแน่นอน อีกไม่เกิน 3-4 เดือน สถานการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้น วัคซีนจะเข้ามาทันใช้แน่นอน เราต้องไม่ท้อแท้ ไม่ถดถอย ต้องช่วยกันอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้บ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัย&amp;rdquo; ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า&amp;nbsp; จัดตั้ง &amp;quot;กองทุน ส.อ.ท.ช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19&amp;quot; ภายใต้มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรมขึ้น เพื่อระดมทุนจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ สิ่งของที่จำเป็น อาทิ ห้องความดันลบแบบ Modular Unit ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคม, กลุ่มเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ส.อ.ท. โดยได้ร่วมกับ อว. จัดทำขึ้นเพื่อมอบให้แก่สถานพยาบาลในเครือ อว. และสถานพยาบาลที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้งาน โดยในวันนี้ ถือเป็นการส่งมอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit 2 ห้องแรก (สนับสนุนโดยธนาคารกสิกรไทย) ให้กับโรงพยาบาลรามาธิบดีเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp; ทั้งนี้ ส.อ.ท. มีเป้าหมายในการระดมทุนจัดหาห้องความดันลบแบบ Modular Unit จำนวน 50 ห้อง มูลค่ากว่า 6.5 ล้านบาท จึงขอเชิญร่วมบริจาคเงินเพื่อจัดหาห้องความดันลบช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ได้ที่ชื่อบัญชี มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรม เลขที่บัญชี 009-1-71583-0 ธนาคารกรุงไทยสาขาไทยเบฟควอเตอร์ (ใบบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 100%) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน ส.อ.ท.หมายเลข 1453 ทุกปัญหาอุตสา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111271</URL_LINK>
                <HASHTAG>Modular Unit, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กองทุน ส.อ.ท.ช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19, ธนาคารกสิกรไทย, นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, นายสุพันธุ์ มงคลสุธี, ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), มอบห้องความดันลบ, มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรม, ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ส.อ.ท., อว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffa8450dab1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
