<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2018 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่องานสวนสนามกลายเป็นสนาม อิหร่านจึงต้องโต้กลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 กันยายน กองทัพอิหร่านจัดงานสวนสนามที่เมือง (Ahvaz &amp;ndash; ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้) เกิดเหตุผู้ก่อการร้ายอย่างน้อย 4 คนโจมตีผู้ร่วมงานด้วยอาวุธสงคราม มีผู้เสียชีวิต 26 คน บาดเจ็บเกือบ 70 ราย ผู้ก่อการร้ายทั้ง 4 เสียชีวิตหรือถูกจับกุม ทางการอิหร่านกล่าวโทษรัฐบาลสหรัฐ ซาอุฯ กับสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์มีส่วนเกี่ยวข้อง อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ชี้ว่าศัตรูหวังสร้างความปั่นป่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัปดาห์ต่อมาอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่กลุ่มก่อการร้ายทางภาคตะวันออกของซีเรีย 6 ลูก เป้าหมายดังกล่าวอยู่ห่างจากฐานปล่อยขีปนาวุธ 570 กิโลเมตร เป็นขีปนาวุธรุ่น Zolfaqar กับ Qiam มีพิสัย 750 กับ 800 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขีปนาวุธอย่างน้อย 1 ลูกมีข้อความว่า &amp;#39;Death to America&amp;#39;, &amp;#39;Death to Israel&amp;#39;, &amp;#39;Death to Al Saud&amp;#39; และประโยคที่ให้ความหมายตามบทบัญญัติศาสนาว่า &amp;ldquo;ต่อสู้กับเพื่อนซาตาน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่ของแปลกใหม่ ประเด็นการตีความ :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่ขีปนาวุธมีข้อความดังกล่าวย่อมถูกตีความได้ว่ารัฐบาลอิหร่านมิได้มุ่งโจมตีกลุ่มก่อการร้ายเท่านั้น ยังต้องการสื่อว่าใครเป็นศัตรูที่ต้องทำลาย และเป็นศัตรูที่เกี่ยวข้องกับบทบัญญัติตามหลักศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การตอบโต้ด้วยขีปนาวุธไม่ใช่ของแปลกใหม่ เมื่อมิถุนายน 2017 อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่ผู้ก่อการร้ายหลังรัฐสภาอิหร่านถูกโจมตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหากถอยไปอีกปีเมื่อมีนาคม 2016 อิหร่านได้ทำเรื่องถูกตีความให้น่ากลัวพอกันด้วยการทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง 2 ลูก รุ่น Qadr-H กับ Qadr-F พลจัตวา Amir Ali Hajizadeh ผู้บัญชาการทหารอากาศแห่งกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolution Guards Corps Aerospace Force) แถลงหลังทดสอบว่าเป็นการซ้อมรบตามแผนป้องกันประเทศ ใช้ยิงศัตรูของอิหร่านโดยเฉพาะอิสราเอล อิหร่านไม่มีแผนรุกรานใครแต่พร้อมยิงขีปนาวุธใส่ผู้ที่คิดทำลายล้างอิหร่าน ระบอบไซออนนิสต์ (Zionist regime) เป็นเป้าหมาย &amp;ldquo;เป็นเหตุผลว่าทำไมจึงออกแบบขีปนาวุธพิสัย 2,000 กิโลเมตร ขีปนาวุธดังกล่าวสามารถยิงถึงเป้าหมายระยะ 2,000 กิโลเมตรในเวลา 12-13 นาที อาวุธดังนี้มีเพื่อป้องกันประเทศ ไม่ละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์ ไม่ได้ติดหัวรบนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่ออิหร่านรายงานว่าบนตัวขีปนาวุธดังกล่าวมีข้อความ &amp;ldquo;อิสราเอลต้องถูกลบออกจากหน้าประวัติศาสตร์&amp;rdquo; หรือออกจากแผ่นดินโลกเป็นภาษาฮีบรู (Hebrew)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเขียนเป็นภาษาฮีบรูบ่งบอกว่าต้องการให้คนอิสราเอลอ่าน ต้องการสื่อสารถึงอิสราเอลโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประโยคต้องการ &amp;ldquo;ลบอิสราเอลออกจากแผนที่&amp;rdquo; หรือประโยคที่มีความหมายคล้ายกันเป็นคำพูดที่ถูกกล่าวถึงเสมอๆ เช่นเมื่อเดือนตุลาคม 2005 ประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) ประกาศว่า &amp;ldquo;อิสราเอลจะต้องถูกลบออกจากแผนที่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงเป็นอีกครั้งที่ประโยคดังกล่าวปรากฏผ่านสื่อระหว่างประเทศ ตอกย้ำเป้าหมาย ทัศนคติที่รัฐบาลอิหร่านมีต่อพวกไซออนนิสต์ คำถามสำคัญคืออิหร่านหวังเพียง &amp;ldquo;ป้องกันประเทศ&amp;rdquo; หรือปรารถนา &amp;ldquo;ลงมือทำลายศัตรู&amp;rdquo; (เป็นฝ่ายบุก) หากวันใดพร้อมที่จะทำเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้ามองจากมุมนายกฯ เนธันยาฮูย่อมได้คำตอบว่าอิหร่านหวังมีอาวุธนิวเคลียร์เพื่อโจมตีอิสราเอล เป็นเหตุผลให้รัฐบาลอิสราเอลอ้างความชอบธรรมที่จะต่อต้านโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ปิดล้อมคว่ำบาตรจนกว่าอิสราเอลจะเห็นว่าตนปลอดภัยซึ่งหมายถึงระบอบอิหร่านต้องถูกล้มล้าง ดังที่ปรากฏในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายคนเชื่ออีกว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 สงครามนิวเคลียร์ล้างโลกที่จะเกิดในอนาคตมีต้นเหตุมาจากอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อิหร่านส่งสารเตือน :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าวิเคราะห์แบบพื้นฐาน การยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ 6 ลูกทำลายกลุ่มก่อการร้ายเป็นเพียง &amp;ldquo;ปฏิกิริยาตอบโต้&amp;rdquo; อีกมุมมองคือเป็นการรบติดพัน เนื่องจากทุกวันนี้กองกำลังติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุนกำลังต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายในซีเรียกับอิรักอยู่แล้ว ต่างยิงกันไปยิงกันมา ครั้งนี้ฝ่ายผู้ก่อการร้ายเพียงฉวยโอกาสลงมือก่อเหตุในเขตประเทศอิหร่านเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากมองย้อนหลัง 1 ปีในเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายโจมตีรัฐสภา ศัตรูยังคงหาช่องก่อเหตุเป็นระยะ กลุ่มก่อการร้ายอาจเป็นกลุ่มเดียวกันหรือคนละกลุ่ม และน่าจะมีมากกว่า 1 กลุ่ม ยากที่อิหร่านจะปราบปรามหรือสกัดได้หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากคำกล่าวหาของอิหร่านถูกต้อง กลุ่มเหล่านี้มีรัฐบาลต่างชาติสนับสนุน ยิ่งเชื่อได้ว่าเหตุก่อการร้ายเช่นนี้จะเกิดขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อิหร่านจะสามารถปราบปรามรัฐบาลหรือระบอบศัตรูที่เอ่ยถึงได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความบาดหมางที่ดำเนินต่อไป :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในอีกด้านหนึ่งทุกวันนี้รัฐบาลสหรัฐ ซาอุฯ กับพวกกำลังเล่นงานอิหร่านอย่างหนักหน่วงอยู่แล้ว การประกาศถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ (JCPOA) ของรัฐบาลทรัมป์ การยกระดับมาตรการคว่ำบาตร ขู่ห้ามบริษัทเอกชนทุกแห่งทั่วโลกทำธุรกิจกับอิหร่าน มีผลต่อเศรษฐกิจอิหร่านอย่างชัดเจน ซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจสังคมภายในที่มีอยู่แล้วในรุนแรงกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การประกาศว่าอีกฝ่ายเป็นศัตรูเป็นคำพูดที่คุ้นชิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดในช่วงประชุมสมัชชาสหประชาชาติ รัฐบาลสหรัฐ รัฐบาลซาอุฯ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ อิสราเอลส่งสัญญาณร่วมจุดยืนล้มล้างระบอบอิหร่าน ทั้งนี้จะรอให้การเมืองอิหร่านร้อนจนระเบิดออกมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝ่ายรัฐบาลอาหรับกล่าวหาเรื่อยมาว่าอิหร่านแทรกแซงกิจการภายในของตน ทั้งยังเป็นรัฐอุปถัมภ์ก่อการร้าย Adel al-Jubeir รมต.กระทรวงการต่างประเทศซาอุฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;อิหร่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับโลกอาหรับจึงต้องถูกขับออกไป&amp;rdquo; &amp;ldquo;เราจะเจรจากับประเทศที่ต้องการฆ่าเราได้อย่างไร&amp;rdquo; ประโยคนี้หากตีความแบบการทูตคือกำลังสื่อว่าระบอบอิหร่านเป็นภัยคุมคามที่น่ากลัวร้ายแรง หากตีความตรงตัวอักษรคือการชี้ว่าเป็นศัตรูที่อยู่ร่วมโลกไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน Yousef al-Otaiba เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ประจำสหรัฐกล่าวว่าแรงกดดันจากภายนอกเป็นกุญแจและจำต้องมีเพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอิหร่าน ต้องปิดล้อมอิหร่านทุกทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่รัฐบาลสหรัฐ พวกซาอุฯ และอิสราเอลต่างพูดเป็นนัยหรือพูดตรงๆ ว่าต้องการล้มล้างระบอบอิหร่านแต่ยังไม่สำเร็จ ถ้อยคำรุนแรงที่ปรากฏจึงไม่ใช่อะไรแปลกใหม่เช่นกัน ที่พอจะแตกต่างจากเดิมคือ ความร่วมมือ 3 เส้าระหว่างรัฐบาลสหรัฐ พวกซาอุฯ และอิสราเอลปรากฏให้เห็นเด่นชัดมากขึ้นทุกที ไม่ใช่อะไรที่ต้องปิดลับอีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าวิเคราะห์โดยมองที่เหตุก่อการร้ายนี้เพียงเรื่องเดียวอาจได้ข้อสรุปอย่างหนึ่ง หากมองภาพกว้างมองย้อนอดีตจะพบว่าอิหร่านเคยตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่กลุ่มก่อการร้าย จึงไม่ใช่ของแปลกใหม่ เป็นการโต้กลับเมื่อถูกเล่นงานด้วยอาวุธเป็นครั้งๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมรภูมิต่อต้านก่อการร้ายทั้งในอิรักกับซีเรียต่างมีกองกำลังติดอาวุธที่รัฐบาลอิหร่านสนับสนุน กองกำลังเหล่านี้ยังคงอยู่ ยังรบในซีเรีย ดังนั้น สงครามต่อต้านผู้ก่อการร้ายดำเนินต่อไป และผู้ก่อการร้ายย่อมหาทางโต้กลับและทำอยู่แล้ว เป็นสงครามที่ต่างฝ่ายต่างต่อสู้กันและกัน ดังนั้น หากยึดว่าเหตุยิงในการสวนสนามเป็นฝีมือผู้ก่อการร้าย ย่อมควรสรุปว่าเหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของสงครามในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลอิหร่านต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อตอบโต้ โดยไม่กังวลว่าสหรัฐกับพวกจะโต้กลับหรือไม่ เพราะที่กระทำต่ออิหร่านในขณะนี้รุนแรงมากอยู่แล้ว สื่อบางสำนักบทวิเคราะห์บางชิ้นพยายามชักนำให้คิดรู้สึกรุนแรง บ้างเอ่ยถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 (ไม่กี่เดือนก่อนก็คาดเดาว่าเกาหลีเหนือกับสหรัฐจะทำสงครามนิวเคลียร์) เป็นความจริงที่อิหร่านกับปรปักษ์หลายประเทศกำลังทำสงครามในระดับหนึ่ง เช่นการคว่ำบาตรเศรษฐกิจ ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ การตีความว่าสมรภูมิซีเรียคือสมรภูมิตัวแทน (proxy war) แต่ยังไม่ร้ายแรงถึงขั้นเป็นสงครามโลกในความหมายว่าใช้อาวุธสงครามห้ำหั่นกันทั้งโลก แต่ไม่ได้แปลว่าความเป็นปรปักษ์จะลดน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โลกที่เป็นอยู่จริงเป็นเช่นว่า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ : Adel al-Jubeir รมต.กระทรวงการต่างประเทศซาอุฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มา : https://www.facebook.com/ksamofa/photos/a.501311693212397/2506948445982035/?type=3&amp;amp;theater&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19233</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงข่าวกรองอิหร่าน, ชาญชัย คุ้มปัญญา, ซาอุดิอาระเบีย, สถานการณ์โลก, สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2018 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2018 21:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งเศสโทษกระทรวงข่าวกรองอิหร่าน เบื้องหลังแผนระเบิดใกล้กรุงปารีส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฝรั่งเศสกล่าวหากระทรวงข่าวกรองอิหร่านอยู่เบื้องหลังแผนวางระเบิดโจมตีกลุ่มฝ่ายค้านพลัดถิ่นของอิหร่านใกล้กรุงปารีส ที่ทางการฝรั่งเศสสกัดแผนไว้ได้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน (ซ้าย) จับมือประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ขณะพบกันนอกรอบการประชุมสมัชชาองค์การสหประชาชาติ ที่นิวยอร์ก เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันอังคารที่ 2 ตุลาคม รัฐบาลฝรั่งเศสประกาศยึดทรัพย์ผู้ต้องสงสัยอิหร่าน 2 คน และทรัพย์สินที่เป็นของกระทรวงข่าวกรองและกระทรวงความมั่นคงอิหร่าน เพื่อเป็นมาตรการตอบโต้ หลังจากสามารถสกัดแผนลอบวางระเบิดการประชุมใกล้กรุงปารีส ของขบวนการประชาชนมูจาฮีดินอิหร่าน (เอ็มอีเค) กลุ่มต่อต้านที่โดนรัฐบาลอิหร่านเนรเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงเศรษฐกิจฝรั่งเศส แถลงร่วมกันเมื่อวันอังคารว่า ฝรั่งเศสจำเป็นต้องตอบโต้การเตรียมก่อเหตุร้ายแรงขึ้นบนแผ่นดินของตน และขอย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับการก่อการร้ายทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในดินแดนแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่การทูตฝรั่งเศสเผยกับเอเอฟพีว่า กองกำลังความมั่นคงสรุปว่า ผู้ที่สั่งปฏิบัติการเตรียมวางระเบิดครั้งนี้คือกระทรวงข่าวกรองของอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บาห์รัม คาเซมี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์เอเอฟพีเมื่อวันอังคาร ปฏิเสธข้อกล่าวหา และว่า ถ้ามีความเข้าใจผิดในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง หรือในเรื่องการสมรู้ร่วมคิด ฝรั่งเศสและอิหร่านควรจะนั่งลงและคุยกันในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อิหร่าน 2 คนที่ฝรั่งเศสประกาศยึดทรัพย์คือ อัสซาโดลเลาะห์ อาซาดี กับซาอิด ฮาเชมี โมกาดาม ซึ่งคนหลังนี้แหล่งข่าวระบุเป็นหัวหน้าปฏิบัติการวางแผนก่อเหตุระเบิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มเอ็มอีเคหลายพันคนจัดประชุมที่ศูนย์นิทรรศการแห่งหนึ่งชานกรุงปารีสเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน&amp;nbsp; หลังจากนั้นฝรั่งเศสออกมาเผยว่ามีผู้วางแผนก่อเหตุระเบิดในการประชุม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19040</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงข่าวกรองอิหร่าน, ฝรั่งเศส, ฝ่ายค้านอิหร่าน, อิหร่าน, แผนวางระเบิด, ใกล้กรุงปารีส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181003/image_big_5bb4d0af1b279.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
