<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 18:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 18:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนสลัมนับพันร่วมรณรงค์วันที่อยู่อาศัยสากลเรียกร้อง 4 ข้อ แนะรัฐแบ่งปันที่ดิน-หาบ้านเช่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนะหน่วยงานรัฐแบ่งปันที่ดินให้คนมีรายได้น้อย-หาบ้านเช่าสำหรับคนจนเมืองเหตุวิกฤตโควิดทำเดือดร้อนหนัก-ไร้ที่อยู่อาศัย คนสลัมนับพันร่วมรณรงค์วันที่อยู่อาศัยสากลเรียกร้อง 4 ข้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมที่สหประชาชาติกำหนดให้เป็นวันที่อยู่อาศัยสากล ชาวบ้านในนามเครือข่ายสลัม 4 ภาค จำนวน 1,500 คน ได้เดินขบวนรณรงค์และได้เดินทางไปยังกระทรวงคมนาคมเพื่อเจรจากรณีที่มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากโครงการขนาดใหญ่ เช่นโครงการก่อสร้างทางรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ทั้งนี้เครือข่ายสลัม 4&amp;nbsp;ภาคและเครือข่ายชุมชนคนเมืองที่ได้รับผลกระทบรถไฟ ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์โดยมีเนื้อหาว่าสถานการณ์ความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย หรือการไร้ที่อยู่อาศัย เป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน &amp;nbsp;และยังเป็นปัญหาใหญ่ของคนจนเมือง ที่ส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพชีวิต ปัญหาการไล่รื้อ และการดำเนินคดีกับคนจน เพื่อบีบบังคับให้ออกจากที่ดินที่เป็นที่อยู่อาศัย เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังจะเกิดขึ้นต่อไป เนื่องจากรัฐบาลไม่ตระหนัก และไม่ให้ความสำคัญ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่สถานการณ์ความรุนแรงของการไล่รื้อจากโครงการพัฒนาของรัฐเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วทุกภูมิภาค โดยเฉพาะโครงการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งในระบบราง และการพัฒนาเศรษฐกิจบนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ส่งผลกระทบกับชุมชนที่ตั้งบ้านเรือนบนที่ดินการรถไฟ ต้องถูกรื้อย้ายออกเป็นจำนวนมากถึง &amp;nbsp;397 ชุมชน &amp;nbsp;39,848 หลังคาเรือน ครอบคลุม 36 จังหวัด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลให้เกิดการชะลอตัวในทางเศรษฐกิจ คนจนเมืองหลายกลุ่มต้องประสบปัญหาในการประกอบอาชีพ คนจำนวนมากรายได้ลดลง บางส่วนต้องตกงาน เป็นปัญหาที่ซ้ำเติมให้การดำเนินชีวิตมีความยากลำบากมากขึ้น &amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานผู้เช่าบ้านราคาถูกในเมือง ต้องออกจากห้องเช่ามาใช้ชีวิตในที่สาธารณะ เป็นคนไร้บ้านหน้าใหม่ ซึ่งถ้าไม่มีนโยบาย หรือมาตรการในการช่วยเหลือสนับสนุน คนกลุ่มนี้อาจต้องกลายเป็นคนไร้บ้านถาวร หรือแม้แต่ผู้ที่ยังสามารถอยู่ในห้องเช่า พวกเขาอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อการหลุดออกมาจากห้องเช่าได้ตลอดเวลา&amp;rdquo;ในแถลงการณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
แถลงการณ์ระบุว่า เครือข่ายสลัม 4 ภาค พบว่ากลุ่มคนจนเมืองที่ประสบปัญหาในด้านที่อยู่อาศัย มี 3 กลุ่มหลัก ๆ คือ กลุ่มคนในชุมชนแออัด, &amp;nbsp;กลุ่มแรงงานผู้เช่าบ้านราคาถูกในเมือง และกลุ่มคนเร่ร่อนไร้บ้าน &amp;nbsp;ที่รัฐบาลยังไม่มีนโยบายการจัดการทรัพยากรที่ดินที่มีประสิทธิภาพ เพื่อจะให้ชุมชนได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง และสอดคล้องกับสภาพปัญหาของคนแต่ละกลุ่ม &amp;nbsp;เครือข่ายสลัม 4 ภาค จึงมีข้อเสนอเพื่อให้รัฐบาลดำเนินการเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก บนหลักการของการแบ่งปันที่ดินรัฐในเมือง รองรับการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยให้กับคนจน &amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการโครงการก่อสร้างทางรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน , โครงการพัฒนาที่ดินย่านมักกะสัน , กม.11 และย่านบางซื่อ และโครงการก่อสร้างแก้มลิงบึงมักกะสัน ที่เครือข่ายสลัม 4 ภาค ได้มีกระบวนการในการทำงานแก้ปัญหาร่วมกับกระทรวงคมนาคม จนได้แนวนโยบายที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมอบหมายไว้ในการประชุมอนุกรรมการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม โดยให้ รฟท. จัดหาที่ดินรองรับชุมชนในย่านมักกะสัน กม. 11 &amp;nbsp;และย่านบางซื่อนั้น นายกรัฐมนตรีต้องประสานงานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เร่งรัดดำเนินการตามมติคณะอนุกรรมการฯกระทรวงคมนาคมโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.รัฐบาลต้องมีนโยบายให้หน่วยงานที่ดูแลที่ดินของรัฐประเภทต่าง ๆ &amp;nbsp; แบ่งปันที่ดิน เพื่อจัดเป็นที่อยู่อาศัยให้กับคนจนที่ไร้ที่อยู่อาศัย 3.กรณีผู้ที่ต้องออกจากห้องเช่า จากผลกระทบของภาวะวิกฤตโควิด ต้องจัดหาที่อยู่อาศัยรองรับชั่วคราวระยะสั้น 3-6 เดือน ในเมือง ใกล้แหล่งประกอบอาชีพ โดยลดเงื่อนไขข้อจำกัดในการเข้าพัก เพื่อให้สอดคล้องกับความเดือดร้อน และวิถีชีวิตในการประกอบอาชีพ 4.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับชาติ และระดับท้องถิ่น ต้องพัฒนานโยบายการจัดที่พักอาศัยสำหรับเช่าราคาถูกในเมือง ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของกลุ่มคนจนเมือง ที่เป็นแรงงานผู้เกื้อหนุนหล่อเลี้ยงคนเมือง ให้มีโอกาสเข้าถึงสวัสดิการด้านที่อยู่อาศัยราคาถูกจากรัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118751</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ที่อยู่อาศัย, เครือข่ายสลัม 4 ภาค, ไล่รื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615adf87374d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคม อ่วมน้ำท่วม 22 จังหวัดกระทบถนน ทล.-ทช 200 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ก.ย.2564-นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในการแถลงข่าวถึงสถานการณ์และการดำเนินงานเกี่ยวกับอุทกภัยในภาคคมนาคมว่า ศูนย์ Command Center ภัยพิบัติ กระทรวงคมนาคม ได้สรุปรายงานอุทกภัยในเส้นทางคมนาคมเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (29 ก.ย.64) พบว่า มีโครงข่ายคมนาคมที่ได้รับผลกระทบ 22 จังหวัด จำนวน 150 เส้นทาง 200 แห่ง การจราจรผ่านได้ 132 แห่ง ผ่านไม่ได้ 68 แห่ง &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยังต้องเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำจากกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) โดยเฉพาะในจังหวัดชัยภูมิ เนื่องจากในพื้นที่ยังมีปริมาณน้ำมาก และหลายเส้นทางยังไม่สามารถสัญจรได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงข่ายคมนาคมที่ได้รับผลกระทบ 22 จังหวัด จำนวน 150 เส้นทาง 200 แห่งนั้น แบ่งเป็น 1.เส้นทางของกรมทางหลวง (ทล.) 17 จังหวัด &amp;nbsp;68 เส้นทาง 112 แห่ง ผ่านได้ 75 ผ่านไม่ได้ 37 แห่ง เช่น จ.ชัยภูมิ จำนวน 6 สาย 8 แห่ง อาทิ ทล.201, ทล.205, ทล.225, ทล.2170, ทล.2179, ทล.2217, จ.นครราชสีมา จำนวน 12 สาย 17 แห่ง อาทิ ทล.2, ทล.201, ทล.205, ทล.226, ทล.2068, ทล.2073, ทล.2150, ทล.2160, ทล.2217, ทล.2226, ทล.2369, ทล.2421 เป็นต้น 2.เส้นทางของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) 15 จังหวัด &amp;nbsp;78 เส้นทาง 81 แห่ง ผ่านได้ 57 แห่ง ผ่านไม่ได้ 24 แห่ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้รับผลกระทบ 1 เส้นทาง 4 แห่ง ผ่านไม่ได้ทั้ง 4 แห่ง ทำให้วันนี้ (29 ก.ย.64) ปิดเส้นทางเดินขบวนรถในเส้นทางกรุงเทพ-หนองคาย (ขบวนรถไฟที่ 75 / 76, 433 / 434 งดเดิน) สำหรับเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ 4 แห่ง ดังนี้ 1.ระหว่างสถานีบำเหน็จณรงค์-จัตุรัส 2.ระหว่างสถานีบ้านเหลื่อม-หนองพลวง 3.ระหว่างสถานีห้วยยายจิ๋ว-บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ และ 4.ในเขตสถานีโนนสูงด้านเหนือ (ด้านสถานีบ้านคงพลอง) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ไม่สามารถเดินรถได้ 3 เส้นทาง 3 แห่ง เนื่องจากมีปริมาณน้ำท่วมสูง จึงได้ปรับแผนการเดินรถดังนี้ 1.งดการเดินรถ กรุงเทพฯ-คลองลาน 2.ปรับเส้นทางรถโดยสารอุตรดิตถ์ สาย 100 (เปลี่ยนเส้นทางมาวิ่งเส้น นครสวรรค์-พิษณุโลก-บ้านกงไกรลาศ-สุโขทัย) 3.ปรับเส้นทางรถโดยสารชัยภูมิ สาย 25 และสาย 29 เปลี่ยนวิ่งเส้นทางแยกสีดา-บัวใหญ่-ชัยภูมิ 4.รถโดยสารกรุงเทพ-นครสวรรค์ เปลี่ยนเป็นวิ่งเส้นทางหลวงหมายเลข 1 และ 5.งดใช้สถานีขนส่งจังหวัดสุโขทัย เปลี่ยนจุดรับ-ส่งผู้โดยสาร เป็นบริเวณหน้าปั๊ม ปตท. ใกล้แยกบางแก้วแทน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.กรมเจ้าท่า จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกรมเจ้าท่า ในพื้นที่โดยให้เฝ้าติดตามผลกระทบจากพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ และได้เข้าดำเนินการให้การช่วยเหลือประชาชนในหลายพื้นที่ พร้อมทั้งตั้งศูนย์อำนวยการฯ และศูนย์อำนวยความสะดวก จำนวนรวมทั้งสิ้น 56 จุด รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ช่วยเหลือฯ และเตรียมความพร้อมทางรถรวม 81 คัน, ทางเรือรวม 64 ลำ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จท. ยังได้จัดชุดถุงยังชีพ น้ำดื่ม แจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงจุดอำนวยความสะดวกที่ส่วนราชการจัดไว้ ในส่วนของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ยังไม่มีรายงานการได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118219</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, พิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน, ศูนย์ Command Center ภัยพิบัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_615409df58a3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แรมโบ้’เผยประชาชนปลื้มแนวคิด’ลุงตู่’ปรับภูมิทัศน์ทางรถไฟ-ท่าเรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ &amp;nbsp;2 ฝั่งถนนเขตทางรถไฟ และท่าเรือ ของกระทรวงคมนาคม ซึ่งถือเป็นโครงการที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไปดำเนินการ เนื่องจากนายกฯ เห็นถึงประโยชน์ในการพัฒนาพื้นที่โดยรอบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งทำให้เกิดความสวยงาม ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น &amp;nbsp;และมีความปลอดภัยในการสัญจร โดยโครงการที่กระทรวงคมนาคมจะดำเนินการเป็น 2 ระยะ รวม 767 โครงการ เช่น แผนงานปรับภูมิทัศน์ริม 2 ข้างทาง จำนวน 20 สายทาง ,แผนงานเพิ่มศักยภาพจุดพักรถบรรทุก จำนวน 40 จุด, แผนงานปรับปรุงหมวดทางหลวงทั่วประเทศ จำนวน 584 แห่ง เพื่อเป็นจุดบริการและแวะพักของประชาชนที่ขับรถทางไกล, โครงการจัดกิจกรรมสีสันประเทศไทย สะพานภูมิพล เพื่อเพิ่มความสง่างามให้กับสะพานของพ่อ ในช่วง พ.ย. 64-ม.ค. 65 และโครงการประดับไฟสะพานมหาเจษฎาบดินทรทนุสรณ์ &amp;nbsp;,โครงการเสริมทัศนียภาพริมทางรถไฟ จำนวน 9 เส้นทาง ด้วยพันธุ์ไม้สวยงามประจำถิ่น &amp;nbsp;พร้อมทั้งพัฒนาเส้นทางโดยสารสายหลักของประเทศ จำนวน 2 เส้นทาง เช่น แนวเส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน และช่วงบางซื่อ-รังสิต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากการพัฒนาโครงการใหญ่ๆ ของประเทศแล้ว นายกฯยังมีแนวคิดพัฒนาโครงการต่างๆเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งนอกจากเพื่อความสวยงามแล้ว ทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับประชาชนในชุมชนอีกด้วย ขณะเดียวกันนายกฯยังไม่หยุดคิดที่จะแก้ไขปัญหาไปพร้อมๆกับการพัฒนา ให้กับประเทศเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน&amp;rdquo;นายสุภรณ์กล่าวและว่า หลังจากที่นายกฯ มีข้อสั่งการไปแล้ว รมว.คมนาคมได้สัมภาษณ์ให้ข่าวโครงการนี้มีเสียงตอบรับจากประชาชนทั่วประเทศว่าเป็นโครงการที่ดีขอสนับสนุน และชื่นชมฝากมาถึงท่านนายกฯ และรัฐบาลอยากให้รีบลงมือทำโดยเร็วเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและการพัฒนาประเทศให้เศรษฐกิจดีขึ้นด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118197</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ท่าเรือ, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, เขตทางรถไฟ, โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152ded019023.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039; สั่งตั้งคณะทำงานสางปัญหาที่ดินของหน่วยงานในกระทรวงคมนาคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ก.ย.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม ว่าได้ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กรมทางหลวง (ทล.) และกรมเจ้าท่า (จท.) โดยสั่งการให้จัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงคมนาคม, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, รฟท. และภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการของ รฟท. เพื่อบูรณาการการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใน 30 วัน
&amp;nbsp;
นอกจากนี้ได้มอบหมายให้ รฟท. ลงพื้นที่ร่วมกับภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการต่าง ๆ เพื่อรับทราบปัญหาอย่างชัดเจน และกำหนดแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน พร้อมกันนี้ได้เร่งรัดให้ รฟท. พิจารณาคิดอัตราค่าเช่าใหม่ให้เป็นไปตามอัตราค่าเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยของชุมชนพระราม 6 เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ สำหรับกรณีชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างทางด่วนยกระดับพระรามสอง &amp;ndash; วังมะนาว ต.ท่าจีน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ให้ ทล. เร่งดำเนินการตรวจสอบจำนวนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โครงการให้ชัดเจน พร้อมสำรวจความต้องการของประชาชน
&amp;nbsp;
นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าส่วนกรณีโครงการก่อสร้างสำนักงานแขวงการทาง ชุมชนสะพานร่วมใจ เขตดอนเมืองกรุงเทพฯ นั้นให้ ทล. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ร่วมกับภาคประชาชนเพื่อหาข้อสรุปต่อไป โดยได้มอบนโยบายการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม โดยให้ยึดแนวทางการจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องกันในทุกด้านร่วมกับภาคประชาชนในการแก้ปัญหา และการลงพื้นที่เพื่อสำรวจข้อมูลข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116291</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง (ทล.), กรมเจ้าท่า (จท.), กระทรวงคมนาคม, การรถไฟแห่งประเทศไทย, ที่ดิน, แก้ไขปัญหาด้านที่ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613b2a2d526a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมเร่งเบิกจ่ายโค้งสุดท้ายงบปี 64 คาดสิ้นเดือน ก.ย.พุ่ง91%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมวคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมเร่งรัดติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2564 ของกระทรวงคมนาคม (งบแผ่นดิน) ว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมเพื่อติดตามการดำเนินงาน การลงนามในสัญญา เพื่อเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2564 ของหน่วยงานในสังกัดฯ ให้สามารถเบิกจ่ายเงินได้ตามเป้าหมายของรัฐบาล ซึ่งจะเป็นการช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้รับจัดสรรงบประมาณแผ่นดินปี 2564 (8 ส่วนราชการ, 5 รัฐวิสาหกิจ) ในภาพรวม จำนวน 227,899.22 ล้านบาท มีแผนการเบิกจ่ายเงิน (1 ต.ค. 2563-31 ส.ค. 2564) จำนวน 223,148.68 ล้านบาท ซึ่ง ณ สิ้น ส.ค. 2564 มีการเบิกจ่ายเงินแล้ว 165,064.03 ล้านบาท หรือ 72.43% ของงบประมาณที่ได้รับจัดสรร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า กระทรวงคมนาคมได้ประมาณการผลการเบิกจ่ายงบประมาณ ณ สิ้นปีงบประมาณ 2564 (ก.ย. 2564) กระทรวงคมนาคมจะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ 91% หรือวงเงิน 207,388.29 ล้านบาท ซึ่งจะมีกันงบประมาณไว้ใช้ในปี 2565 วงเงิน 26,350.32 ล้านบาท ซึ่งเบิกจ่ายได้มากกว่าปีงบประมาณ 2563 ประมาณ 12-14% โดยเหตุที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ครบ 100% ตามที่รัฐบาลกำหนดไว้นั้น สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) รวมถึงการร้องเรียนหลังการประกวดราคา ส่งผลให้การดำเนินการมีความล่าช้าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหน่วยงานส่วนราชการที่เบิกจ่ายได้มากที่สุด คือ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อยู่ที่ 90.91% หรือวงเงิน 231.82 ล้านบาท รองลงมา คือ กรมการขนส่งทางราง (ขร.) เบิกจ่ายได้ 90.74% หรือวงเงิน 112.28 ล้านบาท และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เบิกจ่ายได้ 90% หรือวงเงิน 43,887.30 ล้านบาท ส่วนหน่วยงานส่วนราชการที่เบิกจ่ายได้น้อยที่สุด คือ กรมท่าอากาศยาน (ทย.) เบิกจ่ายได้ 66.64% หรือวงเงิน 3,784 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะขณะที่ ในส่วนของงบรายจ่ายลงทุน จำนวน 188,177.30 ล้านบาท มีแผนการเบิกจ่ายเงิน (1 ต.ค. 2563-31 ส.ค. 2564) ให้ครบ 100% ซึ่ง ณ สิ้น ส.ค. 2564 มีการเบิกจ่ายเงินแล้ว 132,819.50 ล้านบาท หรือ 72.42% ของงบประมาณที่ได้รับจัดสรร คงเหลือการเบิกจ่ายอีก 55,357.80 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการลงนามในสัญญารายจ่ายลงทุน กระทรวงคมนาคมมีรายการที่จะต้องลงนามในสัญญาในรายการที่จะต้องลงนามในสัญญา จำนวน 9,853 รายการ วงเงินรวม 98,470.53 ล้านบาท แบ่งเป็น รายจ่ายลงทุนปีเดียว จำนวน 9,606 รายการ วงเงินปี 2564 รวม 84,241 ล้านบาท (รายการรายจ่ายลงทุนปีเดียว รายการลงทุนผูกพันรายการใหม่ และรายการรายจ่ายลงทุนที่มีวงเงินเกิน 1,000 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ณ สิ้น ส.ค. 2564 ลงนามในสัญญาแล้ว 9,600 รายการ วงเงิน 84,164.50 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 6 รายการ วงเงิน 76.48 ล้านบาทจะทยอยการลงนามในสัญญาให้ครบทุกรายการ ภายใน ก.ย. 2564 ซึ่งจะส่งผลให้การเบิกจ่ายงบลงทุนของกระทรวงคมนาคมในแต่ละเดือนเพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม สำหรับรายการรายจ่ายลงทุนผูกพันรายการใหม่ 231 รายการ วงเงินปี 2564 จำนวน 10,609.56 ล้านบาท ลงนามแล้ว 183 รายการ วงเงิน 4,990.04 ล้านบาท และยังไม่ลงนาม 48 รายการ วงเงิน 5,619.52 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ภายใน ก.ย. 2564จะลงนามเพิ่มอีก 44 รายการ และลงนามไม่ทันใน จำนวน 4 รายการ ประกอบด้วย โครงการของกรมทางหลวง (ทล.) 2 โครงการ คือ 1.สายสามแยกปลาลัง-อ.เหนือคลอง ตอน 1 จ.กระบี่ วงเงิน 120 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.สายสามแยกปลาลัง-อ.เหนือคลอง ตอน 2 จ.กระบี่ วงเงิน 140 ล้านบาท, โครงการของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) 1 รายการ คือ ถนนสาย ข1 ผังเมืองรวมเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ วงเงิน 31.62 ล้านบาท และโครงการของสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม (สปค.) 1 รายการ คือ โครงการปรับปรุงสถานีภาคพื้นของระบบช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัย COSPASS-SARSAT ฯ วงเงิน 60 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของรายการรายจ่ายลงทุน วงเงิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 16 รายการ (วงเงินปี 2564 จำนวน 3,620 ล้านบาท ลงนามแล้ว 10 รายการ วงเงิน 2,108 ล้านบาท และยังไม่ลงนาม 6 รายการ วงเงิน 1,512 ล้านบาท โดยจะลงนามครบภายใน ก.ย. 2564 ประกอบด้วย โครงการของ ทล. จำนวน 5 รายการ และ ทย. 1 รายการ ได้แก่ 1. สาย บ.น้ำปลีก-บ.หนองผือ ตอน 2 จ.อำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี วงเงิน 200 ล้านบาท 2.สายทางเลี่ยงเมืองเชียงของ จ.เชียงราย วงเงิน 220 ล้านบาท 3.สาย อ.สุวรรณภูมิ &amp;ndash; ยโสธร จ.ร้อยเอ็ด จ.ยโสธร จ.อำนาจเจริญ วงเงิน 222 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 290 กับทางหลวง หมายเลข 304 จ.นครราชสีมา วงเงิน 316 ล้านบาท 5.สายทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ด้านตะวันออก ตอนแยกทางหลวง หมายเลข 117-บรรจบทางหลวงหมายเลข 225 ตอน 4 จ.นครสวรรค์ วงเงิน 194 ล้านบาท และ 6.งานก่อสร้างต่อเติมความยาวทางวิ่งพร้อมระบบไฟฟ้าสนามบิน และองค์ประกอบอื่นๆ ท่าอากาศยานตรัง วงเงิน 360 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ส่วนงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ ปี 2564 (5 รัฐวิสาหกิจ) ภาพรวมวงเงินรวม 37,947.65 ล้านบาท ณ สิ้น ส.ค. 2564 มีการเบิกจ่ายเงินแล้ว 28,741.70 ล้านบาท หรือ 75.74% ของวงเงินงบประมาณทั้งปี&amp;nbsp; โดยรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่สามารถเบิกจ่ายเงินได้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ประมาณการผลการเบิกจ่ายงบประมาณ ณ สิ้นปีงบประมาณ 2564 (ก.ย. 2564) จะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ 88.04% หรือวงเงิน 33,409.86 ล้านบาท ซึ่งจะมีกันงบประมาณไว้ใช้ในปี 2565 วงเงิน 3,883.33 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116035</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, เบิกจ่ายงบ 64</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf2f985bbc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 07:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 07:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำกันใหม่จ้า!รถไฟฟ้าเปลี่ยนชื่อสถานี17แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;08 ก.ย.2564 - เพจกรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคมได้โพสต์เนื้อหาสั้นๆ และอินโฟกราฟฟิกระบุว่า สรุปชื่อสถานีรถไฟฟ้า ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการกำกับและบริหารจัดการระบบขนส่งทางราง ครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2564 และครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2564 #กรมการขนส่งทางราง #การขนส่งทางราง #ระบบขนส่งทางราง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ชื่อใหม่ที่เปลี่ยนจะเป็นสถานีในรถไฟฟ้า 4 เส้นทาง ประกอบด้วย รถไฟฟ้าสายสีส้ม 5 สถานี, รถไฟฟ้าสายสีม่วง 3 สถานี, รถไฟฟ้าสายสีชมพู 7 สถานี และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง 2 สถานี ทั้งนี้การเปลี่ยนชื่อสถานีมีทั้งการเปลี่ยนในชื่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115983</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, รายชื่อ, สถานีรถไฟฟ้า, อินโฟกราฟฟิก, เพจกรมการขนส่งทางราง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61380645c5417.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ระดมกำลังติดตั้งระบบไฟฟ้า รพ.สนามใต้ร่มพระบารมี เร่งรองรับผู้ป่วย COVID-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (28 กรกฎาคม 2564) นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ในฐานะโฆษก MEA และ นายไพฑูรย์ กุหลาบแก้ว ผู้ช่วยผู้ว่าการ MEA พร้อมด้วย พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ในฐานะผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดิน และ ผู้แทนจากหน่วยงาน บมจ.ท่าอากาศยานไทย กระทรวงคมนาคม ผู้แทนจาก กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และผู้แทนจิตอาสาพลังแผ่นดิน ร่วมเปิดโรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดินแห่งที่ 3 ภายใต้ชื่อ รพ.สนามใต้ร่มพระบารมี เพื่อเทิดพระเกียรติเนื่องในมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และเพื่อรองรับการดูแลผู้ป่วย COVID-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่คลังสินค้าขาออกที่ 4 ท่าอากาศยานดอนเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MEA ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลระบบไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ได้ระดมกำลังให้การสนับสนุนการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าเร่งด่วนเพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าจากจำนวนผู้ป่วยของโรงพยาบาลสนามที่แจ้งความประสงค์ โดยที่ผ่านมา ได้ดำเนินการปรับปรุงระบบไฟฟ้าในด้านต่าง ๆ เช่น การพาดสายไฟฟ้า การติดตั้งชุดหม้อแปลงไฟฟ้า ตู้แผงเมนสวิตช์แรงต่ำ พร้อมเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า ซึ่ง MEA ได้ปรับระบบไฟฟ้าเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในโรงพยาบาลสนาม ทั้งในด้านระบบแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ ระบบปั๊มน้ำและอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ และยังได้วางแผนเตรียมการรองรับการจ่ายไฟฟ้าที่อาจมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งที่ผ่านมา ได้ดำเนินการกับโรงพยาบาลสนามต่าง ๆ เช่น รพ.สนามศูนย์กีฬาบางกอกอารีนา (เอราวัณ 2) โรงพยาบาลบุษราคัม&amp;nbsp;รพ.สนามพลังแผ่นดิน รพ.สนามสมุทราปราการรวมใจ 5 (WHA) รพ.สนามราชพิพัฒน์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ MEA มีความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือแก่โรงพยาบาลสนามทุกแห่ง ทั้งด้านการออกแบบ และการติดตั้งระบบไฟฟ้า พร้อมจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าและให้บริการแก้ไขไฟฟ้าขัดข้องตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถติดต่อสอบถาม รวมถึงแจ้งเหตุได้ที่ MEA Smart Life Application หรือช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Line : MEA Connect, Twitter : @mea_news, Instagram : meafanclub และศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้น และช่วยให้ประชาชนได้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปพร้อมๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Energy for city life, Energize smart living&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111479</URL_LINK>
                <HASHTAG>Energize smart living, Energy for city life, MEA, MEA Smart Life Application, กรมธนารักษ์, กระทรวงการคลัง, กระทรวงคมนาคม, การไฟฟ้านครหลวง, จิตอาสาพลังแผ่นดิน, ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า, นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน, นายไพฑูรย์ กุหลาบแก้ว, บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT), พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา, พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, รพ.สนามใต้ร่มพระบารมี, แก้ไขไฟฟ้าขัดข้องตลอด 24 ชั่วโมง, โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ, โรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_61020e8b1dbcf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
