<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2020 20:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2020 20:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังย้ำกรุงไทยยังเป็นของรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ย.2563 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;พิจารณาสถานะของธนาคารกรุงไทย หลังจากที่กฤษฎีกาตีความให้ธนาคารกรุงไทย พ้นจากการเป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติ&amp;nbsp;(พ.ร.บ.)&amp;nbsp;งบประมาณ เนื่องจากธนาคารกรุงไทยไม่ได้รับการจัดสรรจากงบประมาณแผ่นดิน จึงต้องมีการทำความชัดเจนในเรื่องนี้

ทั้งนี้ แม้ว่าธนาคารกรุงไทยจะไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว แต่ ครม.&amp;nbsp;ก็ต้องมีมติที่ชัดเจนว่า ธนาคารกรุงไทยยังอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.&amp;nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธปท.)&amp;nbsp;และยังนับว่าเป็นหน่วยงานของรัฐ เนื่องจากมีการถือหุ้นโดยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ ธปท.&amp;nbsp;จึงต้องเสนอให้กรุงไทยมีหน้าที่เป็นหน่วยงานของรัฐเหมือนเดิม

นายอาคม กล่าวว่า แม้ว่ากรุงไทยจะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ แต่ก็ยังสามารถดำเนินการตามนโยบายและโครงการของรัฐได้เหมือนเดิม ทั้งโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน และโครงการช้อปดีมีคืน รวมถึงการเปิดบัญชีของหน่วยงานรัฐที่เชื่อมโยงกับกรมบัญชีกลาง ก็ยังดำเนินการได้เหมือนเดิมต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสวัสดิการพนักงานกรุงไทย เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงสถานะจากรัฐวิสาหกิจมาเป็นหน่วยงานของรัฐ ก็ต้องไปพิจารณาก่อนว่ามีรายละเอียดเปลี่ยนแปลงในประเด็นอะไรบ้าง ซึ่งต้องลงไปดูในรายละเอียดเป็นขั้นตอนต่อไป
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83312</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคลัง, กรุงไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201109/image_big_5fa8f61da2d42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2020 17:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2020 17:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;สั่งคลังหาแพ็กเกจเยียวยาอาชีพอิสระ-ลูกจ้างรายวัน ชงครม.เคาะ17มี.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค. 63 &amp;ndash; ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่า รัฐบาลทราบถึงกรณีที่การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อประชาชนในหลายกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบอาชีพอิสระ และผู้ทำงานรับจ้างที่ได้รับค่าตอบแทนรายวัน โดยหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 17 มี.ค.นี้ จะมีแนวทางที่ชัดเจนออกมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาแนวทางการเยียวยาให้ครบถ้วน นอกเหนือจากเดิมที่ได้จัดเตรียมมาตรการ สำหรับการช่วยเหลือธุรกิจการท่องเที่ยวและเรื่องอื่นๆ โดยจะให้มีมาตรการเยียวยาผู้ประกอบอาชีพอิสระ และผู้ทำงานรับจ้างที่ได้รับค่าตอบแทนรายวัน ซึ่งคนส่วนนี้จะได้รับผลกระทบหากสถานประกอบการใดต้องปิดพักการทำงานในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคดังกล่าว นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังเร่งหามาตรการรองรับกรณีของแรงงานต่างด้าวจำนวนมากที่จะลาหยุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์เพื่อเดินทางกลับประเทศบ้านเกิด โดยจะต้องมีการตรวจคัดกรองโรคคนเหล่านี้ในช่วงที่เขาจะเข้าประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันไปประสานงานกับนายจ้างหรือผู้ประกอบการในการดำเนินการดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า กระทรวงสาธารณสุขได้รายงานในที่ประชุมว่า เชื้อไวรัสนี้จะติดตามแพร่กระจายไปเมื่อมีการเคลื่อนย้ายของบุคคลจำนวนมาก ดังนั้นหากให้มีการหยุดยาว ก็อาจจะทำให้มีกลุ่มคนจำนวนมากเดินทางไปที่ต่างๆ หรือกลับสู่ภูมิลำเนา ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการเผยแพร่เชื้อดังกล่าวไปยังพื้นที่จังหวัดต่างๆ มากขึ้น จึงควรมีแนวทางการเลื่อนวันหยุดยาวออกไปก่อน อย่างไรก็ตาม มาตรการหลายๆอย่างที่ออกมาจากในการประชุมศูนย์บริหารฯ ในวันที่16 มี.ค. จะถูกนำเสนอเข้าสู่การขอความเห็นชอบจากของที่ประชุม ครม.อีกครั้งในวันที่ 17 มี.ค. ขณะเดียวกันจะมีมาตรการบางส่วนที่สามารถทำได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการปิดประเทศด้วยหรือไม่ รมว.ดิจิทัลฯ กล่าวว่า สาระสำคัญจริงๆ อยู่ที่กระทรวงสาธารณสุขและฝ่ายแพทย์ การประชุมทุกอย่างของเรายึดแนวทางการพิจารณาสถานการณ์จริงจากฝ่ายแพทย์ก่อน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขยังยืนยันว่ากระบวนการต่างๆ ที่ได้เตรียมพร้อมไว้เป็นเรื่องของการเตรียมการสำหรับการรักษาพยาบาล เพื่อพร้อมรับสถานการณ์ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งมีการประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน โดยนำสถานการณ์ด้านการแพทย์และการรักษาพยาบาลมาเป็นตัวตั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59950</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคลัง, ครม., พุทธิพงษ์  ปุณณกันต์, เยียวยา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200113/image_big_5e1c425a3dd3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
