<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับกราวรูด 35 มือโพสต์เฟคนิวส์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.64 - ที่อาคารศูนย์ราชการตึก กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชั้น 9 พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ &amp;nbsp;ผู้บังคับการ กองบังคับการข่าวกรองยาเสพติด กองบัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติด (ผบก.ขส.บช.ปส.) หัวหน้าชุดประสานงานกับกระทรวงดิจิทัลฯและสำนักงาน กสทช. &amp;nbsp;แถลงผลการปราบปรามผู้กระทำผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และการดำเนินการโดยการใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ระหว่างวันที่ 18 ธ.ค. 2563 ถึง 4 ก.พ. 2564 รวมทั้งสิ้นจำนวน 35 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเป็นการโพสต์ข่าวว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 4 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นต้นโพสต์ ที่โพสต์ข้อความขึ้นมาใหม่ ไม่ได้แชร์จากข้อความเดิม จึงถูกดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่เหลืออีก 31 คน ถูกตักเตือนและสั่งให้แก้ไขข่าว หรือลบโพสต์ โดยเป็นโพสต์เกี่ยวกับกลุ่มแรงงานต่างด้าวพังกำแพงเพื่อหลบหนีการกักกันโรค จำนวน 5 คน , โพสต์บอกว่าโควิด-19 ไม่ใช่ไวรัส แต่เป็นเชื้อแบคทีเรียที่เกิดจากรังสี 5G จำนวน 1 คน , โพสต์เกี่ยวกับการงดเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงโควิด-19 จำนวน 25 คน ซึ่งโพสต์ในกลุ่มนี้จะมีลักษณะที่ไม่ตรวจสอบข่าวให้ดีก่อน และนำไปโพสต์โดยมีเจตนาเพื่อเตือนคนรอบข้าง เจ้าหน้าที่จึงเพียงตักเตือนและให้แก้ไขโพสต์เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.พันธนะ ฝากเตือนประชาชนว่า แม้ตำรวจจะยังไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ที่แชร์ข้อความอันเป็นเท็จ และเน้นดำเนินคดีกับต้นโพสต์ รวมถึงผู้กระทำความผิดบางส่วนมีเจตนาเพื่อแจ้งเตือนคนรอบข้าง แต่ก็ถือว่าเป็นเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย จึงขอให้ประชาชนที่จะโพสต์ หรือแชร์ข่าวสารใดๆ ให้ตรวจสอบข้อมูลเพื่อความถูกต้องก่อนนำไปโพสต์หรือแชร์ต่อ โดยเฉพาะหากเป็นข่าวสารเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ก็สามารถติดตามการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92098</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210205/image_big_601cfbad700b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 20:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 20:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกนนำม็อบทวงคืนพอร์นฮับ ถาม &#039;รมว.ดิจิทัล&#039; ปิดเว็บทำให้สังคมดีขึ้นหรือ ชี้ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ย.63 - นายปกรณ์ พรชีวางกูร แกนนำม็อบทวงคืนเว็บหนังผู้ใหญ่ (พอร์นฮับ) ประกาศนัดชุมนุมประท้วงหน้ากระทรวงดิจิทัลฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนติดตามดูเว็บนี้มานานแล้ว แต่ภายหลังจากเว็บไซต์ PornHub ถูกปิดทำให้วันนี้ผู้ชุมนุมจะนำเรื่องนี้มาพูดกันที่นี่ และยังขยายต่อไปถึงการปิดกั้นสื่อมากมาย เพราะการไล่ปิดไล่ห้ามแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ช่วยอะไร การปิดเว็บโป๊ทำให้สังคมดีขึ้นเหรอ หรือการมีเว็บโป๊ไม่เข้าใจว่าทำให้สังคมเลวร้ายลงได้อย่างไร ทั้งที่เป็นการสิทธิของประชาชน ไม่ว่าประเทศไหนจะมีปัญหากับเว็บโป๊เลย จึงต้องตั้งคำถามถึงนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) ว่าไล่ปิดทุกอย่าง แต่สิ่งเดียวที่ปิดไม่ได้คือการปิดเว็บไซต์การพนันออนไลน์ ซึ่งทำลายสถาบันครอบครัว ดังนั้นรัฐมนตรีดีอีเอส ควรพิจารณาตัวเองได้ว่าควรอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีอีกหรือไม่ เพราะปิดกั้นหรือลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน&amp;nbsp;นอกจากนี้จะมีการปราศรัยในเรื่องการครอบครองเซ็กทอยส์ และกฎหมายการค้าประเวณีอีกด้วย ก่อนจะยุติการชุมนุมในเวลา 20.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82721</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดิจิทัล, ท่อน้ำเลี้ยงม็อบ, ปกรณ์ พรชีวางกูร, ม็อบ3นิ้ว, ม็อบพอร์นฮับ, เว็บพอร์นฮับ, แกนนำม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa15816a0ea7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2020 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2020 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวง DES ชวนคนไทยร่วมบริจาคมือถือเก่าให้มีค่า สร้างปัญญาให้น้องในโครงการ 2,500 กล้องจลุทรรศน์ จาก 2,500 โทรศัพท์มือถือเก่า เพื่อ 2,500 โรงเรียนชายขอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยฝ่ายประถม, ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ และบริษัทเลนส์แอนด์สมาร์ทคลาสรูมจำกัด ขอเชิญชวนบริจาคโทรศัพท์มือถือเก่า ตั้งแต่วันนี้ -&amp;nbsp; 31 มกราคม 2564 เพื่อนำไปทำกล้องจุลทรรศน์ดิจิทัลที่สามารถถ่ายภาพและต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ได้ เป็นสื่อการเรียนการสอนให้กับน้องๆในโรงเรียนขนาดเล็ก ในโครงการ 2,500 กล้องจลุทรรศน์ จาก 2,500 โทรศัพท์มือถือเก่า เพื่อ 2,500 โรงเรียนชายขอบ ผู้ที่สนใจสามารถบริจาคได้ 4 จุดรับบริจาคมือถือของโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาาศาลาพระเกี้ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ร้าน Element 72 ทุกสาขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ส่งไปรษณีย์ มาที่โครงการ 2,500 กล้องจุลทรรศน์จากมือถือเก่า เพื่อโรงเรียนชายขอบ เลขที่ 50 ซ.กาญจนาภิเษก 008 แยก 10 แขวงบางแค เขตบางแค กทม. 10160&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) แจ้งวัฒนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามเพิ่มเติม :&amp;nbsp; 063 527 3627&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มือถือเก่าของพี่ๆมีค่าสามารถสร้างปัญญาให้น้อง มาร่วมปันขยะไร้ค่าในมือคุณให้เป็นเครื่องมือการเรียนรู้สำหรับน้องๆ กันเถอะ&amp;nbsp; ซึ่งโครงการ2,500 กล้องจลุทรรศน์ จาก 2,500 โทรศัพท์มือถือเก่า เพื่อ 2,500 โรงเรียนชายขอบนี้ ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสงัคมภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ หรือ สดช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76048</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200831/image_big_5f4c9d0a7d1ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีโอที รับซองประมูล 5G ตอบรับนโยบายกระทรวงดิจิทัล เพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายพิพัฒน์&amp;nbsp; ขันทอง กรรมการ บริษัท&amp;nbsp; ทีโอที จำกัด (มหาชน) รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp; พร้อมคณะผู้บริหาร เดินทางไปสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อรับซองเอกสารสำหรับการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการ 5G เพื่อให้เกิดบริการภาครัฐบนเครือข่าย 5Gสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนสามารถเข้าถึงบริการดีๆ ของสังคมให้บริการ 5G ตามนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์&amp;nbsp; ขันทอง กรรมการ บมจ.ทีโอที รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp; กล่าวว่า ทีโอที ได้เข้ารับเอกสารประมูลคลื่นความถี่โทรคมนาคมย่าน 700 MHz, 1800 MHz, 2600 MHz และ26 GHz ที่สำนักงาน กสทช. จะจัดประมูลในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 ทั้งนี้ การประมูลคลื่นครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่สนับสนุนให้ ทีโอที ในฐานะหน่วยงานภาครัฐร่วมประมูลเพื่อนำไปพัฒนาบริการสาธารณประโยชน์ต่อสังคมในพื้นที่ห่างไกล ต่อการแพทย์ สาธารณสุข การศึกษา ความมั่นคง และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0&amp;nbsp; โดย ทีโอที จะนำหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมดังกล่าวไปศึกษาเงื่อนไขต่างๆ อย่างรอบคอบ รวมถึงการหารือบริษัทที่ปรึกษาเพื่อศึกษาความเหมาะสมในการเข้าประมูลคลื่นความถี่ และมูลค่าที่เหมาะสมนำเสนอคณะกรรมการบมจ.ทีโอที เพื่อนำเสนอกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมตามขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ฯ เพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ ทีโอที ในฐานะหน่วยงานรัฐ มีศักยภาพความพร้อมด้านโทรคมนาคมและบริการดิจิทัลที่จะตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ เป็นกลไกหลักของรัฐบาลในการขับเคลื่อน 5G ของประเทศ เป็นความภาคภูมิใจของ ทีโอที ที่จะมีส่วนในการให้บริการบนเครือข่าย 5G ทั้งในด้านของบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการเพื่อสาธารณะในพื้นที่ห่างไกล เป็นประโยชน์สังคมและประเทศชาติ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54521</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, กระทรวงดิจิทัล, ทีโอที, พิพัฒน์  ขันทอง ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1d6c99e8611.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอบ&#039;โบว์&#039;ให้ได้ก่อน!ข่าวปลอมภาพตัดต่อทำไมรัฐจับไม่ได้ แล้วค่อยซื้อระบบตรวจสอบใบหน้าบุคคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ&amp;nbsp;เฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค.61- &amp;nbsp;น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนจะซื้ออะไรอย่างนี้ อยากให้รัฐตอบโบว์ให้ได้ก่อนว่าทำไมคดีข่าวปลอมและภาพตัดต่อจำนวนมากที่เราแจ้งความกับปอท.ไปเมื่อ 6 เดือนก่อนไม่มีความคืบหน้า ในขณะที่เวลาประชาชนแชร์โพสต์วิจารณ์รัฐบาล ทั้งแอดมินและคนแชร์ถูกจับได้ในสองสามวัน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เว็บไซต์กระทรวงดิจิทัลได้ลงข่าวในหน้าประกาศจัดซื้อจัดจ้าง ในโครงการที่ชื่อว่า &amp;lsquo;ระบบตรวจสอบเปรียบเทียบใบหน้าบุคคลบนสื่อสังคมออนไลน์&amp;rsquo; โดยได้รับจัดสรรงบประมาณทั้งหมด 39,897,200 บาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25189</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดิจิทัล, คดีข่าวปลอม, ภาพตัดต่อ, ระบบตรวจสอบเปรียบเทียบใบหน้าบุคคลบนสื่อสังคมออนไลน์, โบว์ อยากเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c2429246fa98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 22:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 06:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เน็ตประชารัฐ ‘แท้ง’ โอนภารกิจให้กระทรวงดีอีทำแทนกสทช. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติให้ชะลอการประมูลการติดตั้งโครงการเน็ตประชารัฐจำนวน 15,733 หมู่บ้าน เนื่องจากที่ประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) มีมติให้กระทรวงดีอีดำเนินการการติดตั้งเอง โดยเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.ระบุว่า ดีอีคาดว่าจะนำงบประมาณที่เหลือประมาณ 2,655 ล้านบาทจากการติดตั้งโครงการในระยะแรก 24,700 หมู่บ้านมาดำเนินการ คาดว่าจะใช้งบประมาณ 2,440 ล้านบาทไปทำการติดตั้งระหว่างเดือนมี.ค.-ธ.ค.61 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนงบประมาณในการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลาโครงการ 5 ปี รวมถึงการขยายโครงข่ายไปถึงโรงเรียนทุกโรงเรียนในพื้นที่ที่ กสทช.ติดตั้งไปแล้วจำนวน 3,196 แห่ง, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน 812 แห่ง และการตั้งศูนย์ยูโซเน็ตและศูนยดิจิทัลชุมชน จะเสนอให้ใช้เงินของกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ(กองทุนกทปส.) ดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายฐากร กล่าวว่า ที่ประชุม กสทช.ยังได้มีมติอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 ที่ผ่านคณะกรรมการดีอีแล้วจำนวน 3,820 ล้านบาท แบ่งเป็นงบรายจ่ายประจำ 2,075 ล้านบาท และงบลงทุนเดิม 1,744 ล้านบาท แต่ไม่มีการกำหนดกรอบวงเงินงบการลงทุนใหม่เนื่องจากคณะกรรมการ กสทช.ชุดปัจจุบันอยู่ระหว่างการรักษาการณ์ รวมถึงการปรับโครงสร้างสำนักงาน กสทช.ตามที่คณะทำงานศึกษาการปรับโครงสร้างได้ทำรายงานมายังสำนักงานฯ แล้ว ซึ่งการปรับโครงสร้างใหม่ควรเป็นอำนาจของบอร์ด กสทช.ชุดใหม่เป็นผู้พิจารณา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4529</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดิจิทัล, กระทรวงดีอี, กสทช., เน็ตประชารัฐ, แท้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5aa0071469775.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
