<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดอน&#039; ยัน 2 กระทรวงไม่ขัดแย้งจัดหาวัคซีน จวกคนโยงให้เป็นปัญหาทำประเทศเสียผลประโยชน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.64 - เวลา 08.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลกำลังเจรจาสั่งซื้อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จากสหภาพยุโรป (อียู) เพิ่มอีกว่า&amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศได้รับมอบหมายเป็นเพียงฝ่ายติดต่อ โดยเราถือเป็นจุดเริ่มต้นในการไปหาว่าประเทศไหนมีวัคซีนอะไร และประเทศไหนพร้อมจะขาย โดยเราจะให้ทูตไปติดต่อประสานงาน&amp;nbsp;ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ตัดสินใจเลือกว่าจะซื้อวัคซีนนั้นๆหรือไม่&amp;nbsp;เมื่อเราติดต่อได้แล้ว กระทรวงสาธารณสุขก็ต้องมาพิจารณาว่าเข้าแผนที่ได้วางไว้หรือไม่&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีระบบการจัดสรรวัคซีน 3 ระบบ คือ 1.การรับบริจาค 2.การแลกเปลี่ยน และ 3.การซื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ถ้าประเทศไหนบอกว่าไม่ต้องการเงิน และพร้อมจะให้เรา&amp;nbsp;เราก็ยินดีรับ&amp;nbsp;หรือบางประเทศที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ แต่เขาต้องการขายเพื่อเอาเงิน เราก็ซื้อ ขณะที่การแลกเปลี่ยนนั้น ถ้าประเทศใดมีวัคซีน เขาให้เราก่อน แล้วถ้าเรามีวัคซีนเหลือ เราก็เอาไปใช้คืนเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่ากระทรวงการต่างประเทศกับกระทรวงสาธารณสุขไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไหร่&amp;nbsp;นายดอน กล่าวว่า&amp;nbsp;คนพูดกันไปเอง ขอยืนยันว่าไม่มีปัญหาอะไรเลย เพราะเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องช่วยกัน กระทรวงการต่างประเทศมีทูตอยู่ทั่วโลก เรามอบหมายให้ทูตไปติดต่อแล้วมาแจ้งกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;ซึ่งเขาจะไปวางแผนเรื่องการใช้วัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป็นเรื่องแปลกที่มีคนพยายามพูดโยงอย่างนั้นอย่างนี้ให้มีปัญหากัน ทั้งที่ไม่มีปัญหา&amp;nbsp;ผมเข้าใจว่าเป็นเรื่องการเมือง เพราะเห็นมีปัญหาอยู่อย่างเดียวที่พยายามทำให้เกิดปัญหา คือการเมืองในบ้านเรานั่นเอง หลายประเทศบอกว่าเขาไม่มาหรอก ให้พวกคุณไปทะเลาะกันให้เรียบร้อยก่อน&amp;rdquo; นายดอน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีได้กำชับอะไรในเรื่องการประสานกับต่างประเทศหรือไม่&amp;nbsp;นายดอน กล่าวว่า&amp;nbsp;ไม่มี เพราะที่ผ่านมา เราติดต่อทำความตกลงเองมา 7 ปีอยู่แล้ว ซึ่งราบรื่นมาตลอด และเรารายงานนายกรัฐมนตรีให้รับทราบตลอดเช่นกัน&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีจึงไม่ต้องห่วง เพราะอะไรอยู่แล้ว ตอนนี้ถือว่าการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศในการติดต่อกับประเทศต่างๆ มีความเสถียรและรู้ว่าจะต้องทำอะไร จังหวะไหน อย่างไร เพื่ออะไร&amp;nbsp;แต่ตนอยากให้สื่อมวลชนช่วยทำความเข้าใจกับคนในประเทศเราด้วย อย่าให้มีปัญหา มิฉะนั้นจะทำให้เรื่องที่ควรจะเดินต่อ ไม่สามารถเดินหน้าได้&amp;nbsp;จึงต้องช่วยกันออกข่าวเตือนประชาชนบ้าง เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ&amp;nbsp;เพราะถ้าเราทำให้มีปัญหาอยู่ตลอดเวลา ก็จะทำให้เกิดปัญหาอีกในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116133</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงต่างประเทศ, ดอน ปรมัตถ์วินัย, บริจาควัคซีน, วัคซีนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_61398c8e38fab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 20:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 20:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานทูตไทยในปักกิ่งเตือน&#039;ไวรัสโคโรนา&#039;ฉบับที่2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;26 ม.ค. 63 - เพจเฟซบุ๊ก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้โพสต์ข้อความเรื่องประกาศสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง เรื่อง การแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในจีน ฉบับที่ 2 โดยมีเนื้อหาว่า เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2563 คณะกรรมาธิการด้านสาธารณสุขแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีน(National Helth Commission of the People&amp;rsquo;s Republic of Chin) ได้ประกาศยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019-nCoV (新型冠状病毒) (สถานะณ วันที่ 25 มกราคม 2563 เวลา 24.00 น) ทั่วทั้งประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,975 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 324 ราย เสียชีวิต 56 ราย ผู้สงสัยว่าอาจได้รับเชื้ออีก 2,684 ราย นอกจากนี้ยังมีบุคคล 23,431 รายที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยได้เข้ารับการสังเกตอาการแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุด สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงขอแจ้งมายังคนไทยที่ยังพำนักอยู่ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ดังนี 1.ผู้ที่พำนักในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดหลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่สาธารณะที่แออัด อากาศไม่ถ่ายเท เมื่อออกไปข้างนอกต้องสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการพบปะกับบุคคลที่กลับมาจากเมืองที่มีโรคระบาด ควรยกเลิกแผนการเดินทางไปมณฑลหูเป้ย นครอู่ฮั่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
2.รักษาสุขอนามัย หมั่นลงมือ ก่อนหลังทานอาหาร์ หลังเข้าห้องน้ำ ต้องล้างมือด้วยน้ำยาล้างมือหรือสบู่ หรือเจลล้างมือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ใช้เวลาในการล้างมืออย่างน้อย 20 วินาที เวลาไอหรือจามให้ใช้กระดาษทิชชู่หรือแขนเสื้อป้องกัน 3.ไม่ซื้อและทานอาหารป่า ลดการไปตลาดอาหารสด อาหารทะเล และฟาร์มสัตว์ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่าและปศุสัตว์ เมื่อนำเนื้อสัตว์และไข่มาประกอบอาหารควรปรุงให้สุก แยกเขียงและมีดที่ใช้กับอาหารสุกและอาหารดิบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
4.หากมีบุคคลที่มีประวัติเดินทางและพำนักที่นครอู่ฮั่น ควรแยกดูอาการที่บ้าน 14 วัน ไม่ควรไปพบปะหรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น หากระหว่างการแยกดูอาการ พบว่าตนหรือสมาชิกในบ้านมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น เป็นไข้ ไม่มีแรง ไอแห้ง ให้สวมหน้ากากอนามัยและไปพบแพทย์ในทันที 5.ติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานทางการของจีนและให้ความร่วมมือกับมาตรการของทางการจีน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
6.ขอให้คนไทยที่ยังคงพำนักอยู่ในสาธารณรัฐประชาชนจีนในขณะนี้ โปรดลงทะเบียนแจ้งชื่อและข้อมูลการติดต่อโดยสแคน OR Code ที่อยู่ด้านล่างของประกาศฉบับนี้หรือผ่านเว็บไซต์ http://thaiconsulpek.mikecm.comUP1YCSG เพื่อที่สถานเอกอัครราชทูตฯ สามารถติดต่อหรือแจ้งข้อมูลข่าวสารในกรณีเกิดสถานการณ์เร่งด่วนฉุกเฉิน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน กำลังติดตามสถานการณ์และประสานงานกับหน่วยงานทางการจีนอย่างใกล้ชิด หากมีเหตุฉุกเฉินสามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบพื้นที่ของท่านได้ตลอด รายละเอียดตามเอกสารแนบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55556</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงต่างประเทศ, คนไทยในจีน, จีน, สถานทูตไทยในปักกิ่ง, ไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200126/image_big_5e2d97c1a417b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ทรัมป์’ร่อนสารถึง‘บิ๊กตู่’ ยินดีเป็นนายกฯอีกสมัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กระทรวงต่างประเทศเผย &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ส่งสารแสดงความยินดีกับ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นั่งนายกฯ อีกสมัย ในฐานะหุ้นส่วนและมิตรเก่าแก่ พร้อมให้การสนับสนุนการคืนสู่ประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้พัฒนาความเป็นพันธมิตรเต็มประสิทธิภาพ ปากหวานอยากเจออีก ขณะที่ &amp;quot;เทวัญ&amp;quot; เผยเตรียมจีบนายกฯ จัดรายการพบประชาชนทางทีวีอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่เอกสาร ใจความว่า &amp;quot;เมื่อวันที่ 31 ก.ค. นายโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มีสารแสดงความยินดีต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสที่ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยและต่อการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งได้ระบุด้วยว่า ในฐานะหุ้นส่วนและมิตรที่เก่าแก่ สหรัฐพร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินการของรัฐบาลไทย โดยการกลับคืนสู่ประชาธิปไตยของไทยได้เปิดโอกาสอย่างมากให้สหรัฐและไทยสามารถพัฒนาความเป็นพันธมิตรที่มีมายาวนานได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งนี้ นายทรัมป์ยินดีที่ได้พบกับนายกรัฐมนตรีระหว่างการเข้าร่วมการประชุมผู้นำ G20 ที่นครโอซากา และหวังว่าจะได้พบกันอีกครั้งเร็วๆ นี้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ยังคงถูกพรรคฝ่ายค้านโจมตีอย่างหนักจากประเด็นถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้อยความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงงานที่ได้รับมอบหมายว่า หลักๆ ตนได้กำกับดูแลในส่วนของสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) กรมประชาสัมพันธ์ และสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ซึ่งในส่วนของ สคบ. ตนได้รับการร้องเรียนว่าการดำเนินการเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความล่าช้า ซึ่งเมื่อตนเข้ามาดูแลแล้ว ก็ยืนยันจะทำให้ดีที่สุด รวดเร็ว และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ ไม่ใช่เสือกระดาษอย่างที่มีการพูดถึงอย่างแน่นอน ขอเวลาตนทำงานก่อน และเชื่อว่าจากนี้จะค่อยๆ ปรับดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงงานในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ที่กำกับดูแล จะยังคงให้มีรายการนายกฯ พบประชาชนเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ นายเทวัญกล่าวว่า คิดอยู่เหมือนกัน แต่ขอคุยกับนายกรัฐมนตรีก่อนว่าจะยังคงให้มีรายการของนายกฯ เหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ แต่ส่วนตัวเห็นว่า รายการลักษณะอย่างนี้ก็น่าจะดีเพราะเป็นการสื่อสารให้ประชาชนทราบว่ารัฐบาลได้ทำอะไรไปบ้าง แต่ในส่วนของรายการอาจจะทำในรูปแบบใหม่ให้ดูสนุกขึ้น และอาจจะต้องขยายไปในโซเชียลฯ ต่างๆ ด้วยเพื่อให้มีความหลากหลาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับงานในส่วนของพระพุทธศาสนานั้น นายเทวัญกล่าวว่า จะมีการหารือกันเกี่ยวกับบัตรประชาชนพระ ซึ่งทางสำนักพุทธฯ ได้รายงานให้ทราบว่า ที่ผ่านมามีการทำบัตรประชาชนพระ 60-70% แล้ว และสำหรับพระสงฆ์ที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันจะเห็นข่าวอยู่บ่อยๆ นั้น จะมีการพูดคุยกับทางเจ้าที่ตำรวจ ซึ่งอาจจะมีการเปิดศูนย์ออนไลน์รับเรื่องราวต่างๆ หากใครไปพบคนที่แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ หรือไปเจอพระสงฆ์ที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสม ก็สามารถร้องเรียนมาที่ศูนย์นี้ได้ ซึ่งจะมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วไปดูทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงภาพรวมการอภิปรายนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมาว่า รัฐบาลมีการกระทำขัดรัฐธรรมนูญในหลายมาตรา ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 161 เรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนทำงานของคณะรัฐมนตรี รวมไปถึงการจัดทำนโยบายที่ขัดกับรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ในมาตรา 162 และ 164 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลไม่มีการพูดถึงในส่วนของงบประมาณที่จะนำมาใช้ในแผนงานที่รัฐบาลประกาศไว้ ว่าจะนำงบประมาณมาจากไหน รัฐบาลเลือกที่จะไม่ลงรายละเอียดที่มาของงบประมาณ ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ว่าแต่ละนโยบายที่รัฐบาลประกาศออกมาจะใช้งบประมาณจากไหน ซึ่งการแสดงเจตนาของรัฐบาลเป็นการกระทำที่ไม่รับผิดชอบต่อประชาชนและรัฐสภา สมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมีการบรรจุถึงโครงการนโยบายและที่มาของงบประมาณอย่างชัดเจน แต่ของรัฐบาลนี้ไม่ให้ความสำคัญ ซึ่งหากวันนี้เป็นรัฐบาลเพื่อไทยแล้วทำคำแถลงนโยบายแบบนี้ ไม่พ้นต้องโดนยื่นถอดถอนอย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.เชียงใหม่ยังกล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีที่ ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการถวายสัตย์ปฏิญาณของรัฐบาลว่า &amp;ldquo;สักวันหนึ่งจะรู้ว่าทำไมไม่ควรพูด&amp;rdquo; ว่าถือเป็นการพูดที่สร้างความสับสนให้กับประชาชน และไม่เป็นผลดีกับสังคม ประโยคที่นายวิษณุกล่าวน่าจะเป็นประโยคที่ไม่สมควรพูดมากที่สุดมากกว่า
ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ระบุว่า จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคลิปจากสื่อมวลชนต่างๆ เผยแพร่ยืนยันได้ว่า พลเอกประยุทธ์กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 161 &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาที่ตามมาจึงเกิดการถกเถียงกันอย่างมากจากกระแสสังคมนักวิชาการและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องออกมาแสดงความกังวลว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายและมีผลสมบูรณ์หรือไม่ และมีผลกระทบทางการเมืองทำให้คณะรัฐมนตรีเข้ารับทำหน้าที่โดยถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหลักสากลและจารีตประเพณีในระบบประชาธิปไตยในอารยธรรมโลก การกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณของผู้นำประเทศก่อนทำหน้าที่รัฐบาล มีความสำคัญเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งทุกๆ รัฐบาลจะต้องทำหน้าที่กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตามข้อกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัดและถูกต้องทุกประการ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นและเงื่อนไขบังคับก่อนที่จะเข้าทำหน้าที่รัฐบาล ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในการทำหน้าที่บริหารประเทศ โดยเฉพาะในประเทศไทย รัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรตามรัฐธรรมนูญต้องปฏิญาณตนก่อนรับหน้าที่ อาทิ ตุลาการ ผู้พิพากษา รัฐมนตรี ซึ่งถือว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายสูงสุด คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนรินท์พงศ์ระบุว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์จะต้องกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณให้ครบถ้อยคำ ซึ่งถือเป็นสาระสำคัญอันเป็นองค์ประกอบของการถวายสัตย์ฯ ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ พล.อ.ประยุทธ์กลับถวายสัตย์ปฏิญาณโดยตัดถ้อยคำว่า &amp;ldquo;ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ&amp;rdquo; ออกไป ซึ่งถือเป็นสาระสำคัญในการที่นายกรัฐมนตรีไม่สามารถละทิ้งถ้อยคำสำคัญนี้ได้อย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การปฏิญาณไม่ครบถ้อยคำที่บัญญัติไว้ จะมีผลกระทบทางการเมืองอย่างรุนแรง ถึงขนาดอาจทำให้รัฐบาลชุดนี้เป็นโมฆะ ไม่สามารถทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินได้ต่อไป ซึ่งเป็นผลพวงมาจากพลเอกประยุทธ์ทำหน้าที่ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ และอาจนำไปสู่ข้อกล่าวหาร้ายแรงในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และมาตรา 157 ได้เช่นกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนรินท์พงศ์แนะนำว่า ทางออกที่ดีที่สุดคือให้ผู้เกี่ยวข้องในรัฐบาลรีบออกมาชี้แจงและทำความเข้าใจในเรื่องนี้ เพื่อให้สังคมได้รับทราบถึงเหตุที่เกิดขึ้น โดยออกมาแสดงความรับผิดชอบยอมรับความบกพร่อง และรีบแก้ไขข้อบกพร่องโดยเร็ว เพราะหากยังปล่อยให้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินเนิ่นนานไป ก็จะแก้ไขสิ่งต่างๆ ได้ยาก และจะเป็นปัญหากับสิ่งที่รัฐบาลได้ทำลงไปก่อนหน้านี้แล้ว
&amp;quot;พิชัย&amp;quot;ติทุกเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในงานเสวนาหัวข้อ &amp;ldquo;วิพากษ์ &amp;amp; เสนอแนะ นโยบายรัฐบาลประยุทธ์การแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และการป้องกันผลกระทบจากสงครามการค้าโลก ทำได้จริงหรือภาพลวงตา&amp;rdquo; จัดโดยสภาที่ 3 ว่ารู้สึกเป็นห่วงเศรษฐกิจของไทยในปีนี้อย่างมาก เพราะสัญญาณเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันยังแย่ถึงแย่มาก การขยายตัวในไตรมาสที่สองที่จะประกาศกลางเดือนนี้ น่าจะออกมาแย่มากพอๆ กับไตรมาสแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ที่น่าตกใจและประหลาดใจอย่างมากคือ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เพิ่งแสดงความไม่รู้เรื่องทางเศรษฐกิจในการอภิปรายนโยบาย กลับกล้ารับตำแหน่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ หลังจากที่เป็นนายกฯ ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ดูแลตำรวจ และดีเอสไอแล้ว และยังปล่อยให้เกิดระเบิดใน กรุงเทพฯ 5 แห่งในเวลาใกล้กันได้ และยังจะมาดูแลเศรษฐกิจที่ไม่ถนัดอีก ซึ่งจะยิ่งทำลายความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจปีนี้ทำให้สงสัยว่าเศรษฐกิจจะดีได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัยเชื่อว่า การที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ผลักดันให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแทนตัวเอง มีเหตุผล 2 ประการคือ นายสมคิดน่าจะทราบดีว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้อย่างไรก็ย่ำแย่ &amp;nbsp;การตั้ง พล.อ.ประยุทธ์เท่ากับเป็นการปัดความรับผิดชอบในความล้มเหลวทางเศรษฐกิจในปีนี้ให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ และนายสมคิดทราบดีว่าไม่สามารถคุมรองนายกฯ และรัฐมนตรีเศรษฐกิจจากพรรคร่วมรัฐบาลอื่นได้ ขนาดช่วง 5 ปีที่คุมได้หมดยังทำเศรษฐกิจล้มเหลว นี่คุมไม่ได้เลยจะยิ่งล้มเหลวเข้าไปใหญ่ จึงอาศัย พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาช่วยคุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีต รมว.แรงงานกล่าวว่า การที่นายสมคิดอภิปรายในสภา ซึ่งฟังแล้วเหมือนจะดี คล้ายว่าความผิดพลาดล้มเหลวทั้งหมดในปัจจุบันเกิดจากรัฐบาลก่อนหน้านี้ ทั้งๆ ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ทำมา 5 ปีแล้ว แต่ไม่มีผลงานอะไร และพูดเหมือนว่าได้วางรากฐานไว้แล้ว ทั้งๆ ที่ไม่ได้สร้างรากฐานอะไรไว้เลย เอาเรื่องที่ยังไม่เกิดมาเป็นผลงาน ซึ่งที่ผ่านมาเป็นความล้มเหลวทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงอยากให้ข้อคิด 8 ประเด็น ดังนี้ 1.การที่นายสมคิดบอกว่าสามารถทำเศรษฐกิจของประเทศเติบโตมาทุกปี จาก 1% มา 3% มา 3.3 มา 3.8 จนมา 4% แต่ ปีนี้จะทรุดอีก ซึ่งใช้เวลาถึง 5 ปี ซึ่งเป็นการเติบโตที่ต่ำกว่าศักยภาพมาก และเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำที่สุดในอาเซียนมาตลอด เหมือนอยู่ในภาวะกบต้ม แต่นายสมคิดกลับกล้านำมาเป็นผลงาน ความจริงคือการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจต้องฟื้นแบบก้าวกระโดด เช่น ในปี 54 ที่เศรษฐกิจโตเพียง 0.1% เพราะน้ำท่วมใหญ่ แต่พอปี 55 กลับโตได้ถึง 7.2% เป็นต้น หรือในสมัย รัฐบาลอภิสิทธิ์ช่วงวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์เศรษฐกิจติดลบ 2.3% แต่อีกปีถัดมาก็โตได้ 7.5% ไม่ได้โตแบบซึมๆ เหมือน 5 ปีที่ผ่านมา และยังกล้านำมาโม้อีก
เศรษฐกิจแย่เพราะ กปปส.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2. ตามที่นายสมคิดได้โทษรัฐบาลก่อนหน้านี้ ทำเศรษฐกิจไทยปี 2556 โตได้เพียง 2.9% ปี 2557 โต 1% ในไตรมาสแรกปี 2558 ติดลบ 4% แต่นายสมคิดไม่ได้บอกว่าสาเหตุหลักของเศรษฐกิจตกต่ำมาจากการประท้วงปิดบ้านปิดเมืองของ กปปส. ซึ่งนำมาสู่การปฏิวัติ จึงทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ เพราะถ้าไม่ประท้วงเศรษฐกิจจากปี 2555 ที่โตได้ถึง 7.2% จะส่งโมเมนตัมให้ปี 2556 โตได้ 4% และปีต่อๆ มาน่าจะโตได้ 4-5 % เป็นอย่างต่ำ ไม่ใช่ 2-3% เหมือน 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหากโยงไปถึงการอภิปรายในสภาที่เผยกันว่ามี การเตรียมการกันมา 3 ปีแล้ว อีกทั้งแกนนำ กปปส.ก็ได้เป็นรัฐมนตรีกันหลายคนใน ครม.นี้ ก็คงน่าจะพอบอกได้ว่าใครควรรับผิดชอบกับเศรษฐกิจที่ตกต่ำในช่วงนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.นายสมคิดอ้างว่าการส่งออกไทยตกต่ำมาตลอด เพราะเศรษฐกิจโลกไม่ดี ซึ่งไม่จริง ตอนเศรษฐกิจโลกดีเศรษฐกิจไทยก็ไม่ดี ขยายตัวต่ำมาตลอด ส่งออกย่ำแย่มาตลอด ในขณะที่ประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนาม กลับขยายการส่งออกได้มากมาตลอด ซึ่งขึ้นกับการบริหารของรัฐบาลมากกว่า 5 ปี ส่งออกไทยโตเฉลี่ยเพียงปีละ 2% กว่าเท่านั้น 4. นายสมคิดอ้างว่านักลงทุนไทยไม่ลงทุนเพราะความเสี่ยงทางการเมือง ความจริงคือไม่เฉพาะแต่นักลงทุนไทยเท่านั้น นักลงทุนต่างประเทศก็ยิ่งไม่ลงทุน สิ่งที่นายสมคิดไม่พูดถึงคือความเสี่ยงทางการเมืองนี้เกิดมาจากการทำปฏิวัติรัฐประหารใช่หรือไม่ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่การแข่งขันของไทยลดต่ำลงตามการประเมินของ WEF ซึ่งการปฏิวัตินี้ใครเป็นคนทำ นอกจากนี้ การลงทุนใน EEC ยังอยู่ในระดับที่ต่ำมากไม่ได้มากจริงอย่างที่โม้ อยากให้นายสมคิดได้เปิดเผยตัวเลขการลงทุนที่แท้จริงในแต่ละปีทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.การที่นายสมคิดพูดเหมือนดูถูกคนจนว่าคนจนเห็นอะไรก็คว้าแล้ว เพราะคิดแบบนี้ใช่หรือไม่ ถึงตลอด 5 ปีรัฐบาลถึงทำให้ประชาชนลำบากและยากจนอย่างมาก และเพิ่งมาแจกเงินผ่านบัตรคนจนก่อนเลือกตั้งไม่นาน เพื่อหวังให้ประชาชนเลือกพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ อีกทั้งต้องการทำให้คนจนมากๆ เพื่อให้สามารถซื้อเสียงได้ใช่หรือไม่ เพราะสมัยเศรษฐกิจดี งานวิจัยบอกว่าซื้อเสียงไม่มีผลต่อการเลือกตั้ง 6.การที่นายสมคิดอ้างว่าไม่ได้ช่วยคนรวยเพราะคนรวยรวยอยู่แล้ว แต่ความจริงคือตลอด 5 ปีนี้ คนรวยของไทยรวยขึ้นไปอีกคนละหลายแสนล้าน จากการรายงานของนิตยสารฟอร์บส์ ในขณะที่คนจนจนลงมาก จนทำให้ประเทศไทยติดอันดับ 1 ของความเหลื่อมล้ำ นายสมคิดจะอธิบายได้อย่างไร
ฟันธงแก้เศรษฐกิจไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.การที่นายสมคิดอ้างว่าต่างประเทศจัดอันดับไทยดีขึ้น ก็อยากให้นายสมคิดได้ดูว่าอันดับที่ดีขึ้นนั้นดีกว่าสมัยก่อนการปฏิวัติหรือไม่ เช่น อันดับความสะดวกที่คุยนักคุยหนาว่าดีขึ้นอยู่ที่ 27 แต่ก่อนปฏิวัติอยู่ที่ 18 เป็นต้น อีกทั้งอยากให้พูดถึงหลายองค์กรหลักต่างประเทศที่จัดอันดับไทยแย่ลงด้วย และหลายสื่อหลักต่างประเทศที่วิจารณ์ไทยอย่างหนักด้วย เช่น วิจารณ์ไทยย้อนหลัง 30 ปี และบอกไทยเป็นคนป่วยของอาเซียนและจะป่วยหนัก 8.สมคิดบอกที่ประเทศมีปัญหาเพราะเอาชนะกันมากไป ต้องถามว่าใครเอาชนะมากไป ตลอด 10 กว่าปีนี้ ใครทำทุกวิถีทางที่จะชนะ ทั้งปฏิวัติและทั้งร่างรัฐธรรมนูญแปลกประหลาดที่ใช้กันอยู่ ขนาดดิอีโคโนมิสต์ยังบอก พล.อ.ประยุทธ์บิดทุกกฎหมายเพื่อสืบทอดอำนาจ และที่สำคัญคืออยากถามนายสมคิดว่า ตามข้อมูลที่ได้รับมา จริงหรือไม่ที่นายสมคิดเป็นคนไปบอก พล.อ.ประยุทธ์ให้เรียกนายพิชัยไปกักตัว 7 วันในปี 2558 เพราะห่วงว่านายพิชัยจะพูดความจริงทางเศรษฐกิจ จะทำให้ประชาชนไม่เชื่อถือนายสมคิด ถ้าเป็นจริง ก็อยากถามว่าใครกันแน่ที่เอาชนะมากเกินไป โดยไม่ดูความเสียหายของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่เป็นแค่บางเรื่องเท่านั้น หากจะเอาทุกเรื่องที่พูดไม่หมด หรืออาจจะไม่ตรงความจริงยังมีอีกมาก ดังนั้นจึงอยากให้นายสมคิดได้พูดให้ครบ และอยากให้ประชาชนได้พิจารณาทุกด้าน อย่าเชื่อแค่ลีลาและท่าทางการพูดโดยไม่พิจารณาความจริงว่าเศรษฐกิจไทยล้มเหลวมา 5 ปี และยังไม่มีทิศทางที่จะดีขึ้นได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เศรษฐกิจอีก 4 ปีข้างหน้า คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเหมือนที่ผ่านมา เพราะมีทีมเศรษฐกิจเดิม แม้จะมีรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาล ก็เป็นเพียงการเสริมทัพรอบนอกเท่านั้น ไม่ได้แก้ปัญหาหลักร่วมกับทีมเศรษฐกิจหลักของประเทศ โดยเฉพาะการแก้ปัญหายางพารา ที่ขณะนี้มาตรฐานยางสากลกำลังเปลี่ยนกฎใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นกระบวนการของไทยก็ต้องเปลี่ยนด้วย ไม่ใช่แก้ปัญหาเพียงนำยางพารามาทำถนนเท่านั้น ส่วนปาล์มน้ำมันในต่างประเทศก็กำลังจะลดการใช้ลง ประเทศไทยเองก็ต้องปฏิรูปโครงสร้างเกษตรกรครั้งใหญ่ เพราะนโยบายประกันรายได้คงไม่เพียงพอ พร้อมมองว่านโยบายต่างๆ ของรัฐบาลส่วนใหญ่เป็นประชานิยม ขณะที่การเลือกตั้งที่ผ่านมาก็เป็นเพียงการสร้างฐานเสียงเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42647</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงต่างประเทศ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ส่งสารแสดงความยินดี, หนังสือพิมพ์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190803/image_big_5d457f2f6bffa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 07:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 07:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับใจชาวตะวันออกกลางด้วย&#039;ผ้าไทย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;เปิดรันเวย์แฟชั่นผ้าไทยที่สถานทูตไทยประจำสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยกรรมวิธีการทอที่วิจิตรพิสดารหลากหลายรูปแบบของผ้าไทย เช่น มัดหมี่ ขิด จก แพรวา รวมถึงความมุ่งมั่นในการนำผ้าไทยสู่สากลเพื่อเพิ่มมูลค่าและคุณค่าความเป็นไทยให้กับประเทศไทย ทำให้ โครงการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศ ประจำปี 2562 เส้นทางประเทศในตะวันออก ณ สหรับอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อเร็วๆ นี้ ทีมประเทศไทยประกอบด้วยกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการต่างประเทศ จัดโรดโชว์ยิ่งใหญ่ โดยชูผ้าไทยเป็นพระเอก สร้างความประทับใจให้เชื้อพระวงศ์ นักธุรกิจ สตรีชาวตะวันออกกลางผู้ที่มีรสนิยมสนุกกับแฟชั่น ซึ่งมาร่วมงานคับคั่ง ณ สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในงานเทศกาลไทยครั้งนี้บอกเล่าถึงพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอนุรักษ์ ฟื้นฟู สร้างสรรค์ ให้คนไทยและทั่วโลกได้เห็นความงดงามของผ้าไทยผ่านชุดไทยพระราชนิยม เป็นชุดประจำชาติของสตรีไทยในปัจจุบัน เกิดขึ้นจากพระราชดำริของราชินีในรัชกาลที่ 9 ได้แก่ ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยจักรี ชุดไทยดุสิต ชุดไทยจักรพรรดิ ชุดไทยศิวาลัย ชุดไทยเรือนต้น และชุดไทยจิตรลดา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;8 ชุดไทยพระราชนิยม งดงามด้วยเอกลักษณ์ไทย เทิดพระเกียรติราชินีใน ร.9&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกชุดมีความงดงามและเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ความเป็นไทย เปรียบเสมือนทูตทางวัฒนธรรมที่ทำให้ผู้ชมร้องว้าว นอกจากนี้ยังมีวีดิทัศน์สาธิตการถักทอออกมาเป็นลายผ้าต่างๆ แถมยังเปิดโอกาสให้ลองออกแบบลวดลายผ้าไทย ถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ของชาวอาบูดาบี กิจกรรมผ้าไทยรูปแบบใหม่หลอมรวมในธีม &amp;quot;THAI Textiles THE TOUCH OF THAI&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแสดงแฟชั่นผ้าไทยเป็นอีกไฮไลต์ ผู้ร่วมงานได้ชมคอลเลคชั่นผ้าไทยร่วมสมัย ฝีมือการออกแบบของเหล่าดีไซเนอร์จากโครงการของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยที่ยกระดับผ้าไทยสู่สายตาชาวโลก แต่ละชุดบนรันเวย์จำลองในสถานทูต ดูทันสมัย เปรี้ยว ชิก มีสไตล์คนรุ่นใหม่ ไม่ล้าสมัย สวมใส่ได้จริง โดยเป้าหมายเพื่อขยายตลาดผ้าไทยออกสู่กลุ่มลูกค้าชาวตะวันออกกลางมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;เจ้าหญิงเฮนด์ บินต์ ไฟซอล อัล กอซีมี แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และธฤษ คีรีรัฐนิคม อุปทูตกรุงอาบูดาบี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าหญิงเฮนด์ บินต์ ไฟซอล อัล กอซีมี แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เสด็จทรงร่วมงานเทศกาลไทย ทรงสนพระทัยนิทรรศการผ้าไทยและการแสดงแฟชั่นตั้งแต่ต้นจนจบ เจ้าหญิงรับสั่ง ประเทศไทยกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีความสัมพันธ์ที่ดี ตนเคยไปเยือนประเทศไทยหลายครั้งทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ททท.ยกย่องให้เป็นทูตเชิงสัญลักษณ์ ประทับใจคนไทยนิสัยโอบอ้อมอารี การมาร่วมงานครั้งนี้ทำให้ชื่นชอบผ้าไทยมากยิ่งขึ้น ผ้าไทยมีเอกลักษณ์แห่งความเป็นไทยและเป็นผ้าทอที่มีคุณภาพสูง ปัจจุบันเครื่องแต่งกายผ้าไทยมีรูปแบบทันสมัย&amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; ชาวตะวันออกกลางมีรสนิยมด้านแฟชั่น มีโอกาสสูงที่ผ้าไทยจะเติบโตในตลาดตะวันออกกลาง หากประเทศไทยจะส่งเสริมดีไซเนอร์ให้ประยุกต์ใช้ผ้าไทยออกแบบเครื่องแต่งกายให้เข้ากับรสนิยมของท้องถิ่น เชื่อว่า ชาวตะวันออกกลางจะนิยมสวมใส่ผ้าไทยมากขึ้น&amp;quot; เจ้าหญิงนครอาหรับเอมิเรตส์กล่าวด้วยรอยยิ้ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชูผ้าไทยออกแบบทันสมัยสวมใส่ไม่ตกเทรนด์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองทัพผ้าไทยและการแสดงศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนนิทรรศการผ้าไทย ซึ่งมี วธ.รับผิดชอบ วีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประธานเปิดงานเทศกาลไทย กล่าวว่า การส่งเสริมผ้าไทยในตะวันออกกลางถือเป็นครั้งแรกที่ วธ.ร่วมเผยแพร่เชิงรุก นอกจากนี้ยังมีอาหารไทย ดนตรี และศิลปวัฒนธรรมไทย ซึ่งผลตอบรับน่าพอใจมาก ผู้ร่วมงานให้ความสนใจทั้งการแสดงชุดไทยพระราชนิยม 8 ชุด และแฟชั่นโชว์ผ้าไทยร่วมสมัย ก่อนหน้านี้จัดกิจกรรมที่รัฐคูเวต ต่อด้วยสหรัฐอาหรับอเมริเรตส์ และปิดท้ายโครงการที่กรุงมานามา รัฐบาห์เรน ทุกภาคส่วนในนามทีมไทยแลนด์ร่วมกันจัดเทศกาลไทยอย่างเต็มที่ ซึ่งจะขยายการเผยแพร่ผ้าไทยในเส้นทางประเทศต่างๆ ให้ครอบคลุม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; ผ้าไทยเป็นจุดดึงดูดให้คนสนใจและสร้างความเข้าใจด้านศิลปวัฒนธรรมไทย ส่งผลดีต่อการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว สำหรับการบุกตลาดในตะวันออกกลาง ปัจจุบัน วธ.เริ่มส่งเสริมดีไซเนอร์ในการใช้ผ้าไทยออกแบบเครื่องแต่งกายของชาวมุสลิม โดยสนับสนุนให้ไปศึกษาและเข้าใจในวิถีชีวิต 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อพัฒนาต่อยอด อนาคตไทยจะมีดีไซเนอร์รุ่นใหม่ผลิตผลงานสู่ตลาดภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้น&amp;quot; วีระกล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;วีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วธ. เป็นประธานเปิดงานเทศกาลไทย เสนอมรดกภูมิปัญญาผ้าไทยสู่สากล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รมว.วัฒนธรรมบอกด้วยว่า ทุกปีชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ร้อยละ 11 นิยมไปท่องเที่ยวเมืองไทย ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ รวมทั้งสนับสนุนสินค้าไทย ประชาชนมีรายได้สูงเป็นอันดับต้นๆ สำหรับผ้าไทยทางกระทรวงพาณิชย์เดินหน้าวิเคราะห์ตลาดและมีแผนส่งเสริมการลงทุน ซึ่ง วธ.จะร่วมสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับรสนิยมของชาวยูเออี โครงการโรดโชว์ครั้งนี้ยังส่งผลโดยตรงต่อการเผยแพร่ผ้าไทยสู่ประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลางด้วย ทั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นโครงการจะมีการประเมินผล และนำเสนอกิจกรรมใหม่ๆ ในเรื่องผ้าไทยที่น่าสนใจเพิ่มขึ้น เพราะผ้าไทยเป็นตลาดสำคัญในอนาคต รัฐบาลไทยส่งเสริมอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องประดับ จากการเผยแพร่กิจกรรมในโครงการมีการสร้างเครือข่ายดีไซเนอร์กับชาติต่างๆ แล้ว แต่ทุกความสำเร็จจำเป็นจะต้องร่วมมือกันทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32763</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงต่างประเทศ, กระทรวงวัฒนธรรม, ข่าวไทยโพสต์, ชุดไทยพระราชนิยม, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, ผ้าไทยร่วมสมัย สศร., สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เจ้าหญิงเฮนด์ บินต์ ไฟซอล อัล กอซีมี แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, แฟชั่นผ้าไทย, และธฤษ คีรีรัฐนิคม อุปทูตกรุงอาบูดาบี, โครงการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศ ประจำปี 2562 เส้นทางประเทศในตะวันออก ณ สหรับอาหรับเอมิเรตส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190402/image_big_5ca2a95b46d25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจงบัวแก้วยื่นขอตัว&#039;ยิ่งลักษณ์&#039; เหตุอังกฤษประสานมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค. 61 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกระทรวงการต่างประเทศยื่นขอตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ร้ายข้ามแดนต่อประเทศอังกฤษ ว่า เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ระหว่างการรับประทานอาหารเที่ยง นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ได้เล่าให้ฟังว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตำรวจและอัยการเป็นผู้ริเริ่มต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่มีอะไรพิเศษ กระทรวงการต่างประเทศมาทราบภายหลังแล้วด้วยซ้ำไป ส่วนเขาจะว่าอย่างไรเป็นเรื่องของอังกฤษ ไม่ได้เน้นย้ำอะไรเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้จะยื่นขอตัวน่าจะเป็นอัยการในฐานะผู้ประสานงานกับทางการอังกฤษนั้น นายวิษณุ ตอบว่า เป็นความต้องการจากอังกฤษ เหมือนเป็นการทาบทาม ยังไม่เข้าสู่กระบวนการจริงๆ แต่เรื่องต้องเริ่มจากทางตำรวจไม่ใช่อยู่ดี ๆ กระทรวงการต่างประเทศจะนึกขึ้นได้แล้วขอไป ยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ริเริ่มเรื่องนี้มา และเข้าใจว่ามีการส่งเรื่องไปแล้วตามลำดับ เพราะทำมาระยะหนึ่งแล้ว แล้วมีการขอให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยย้ำไปอีกครั้ง เป็นการขอความร่วมมือให้กระทรวงต่างประเทศรับรู้ เราก็แจ้งไปว่าเรารับรู้และสนธิสัญญาที่อ้างไว้ แม้จะเก่าแล้วยังสามารถใช้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า อังกฤษต้องตีความว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า แน่นอน เพราะเป็นหลักของกฎหมายระหว่างประเทศ ที่จะไม่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนในคดีที่เป็นเรื่องทางการเมือง หรือมนุษยธรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14497</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงต่างประเทศ, บัวแก้ว, ยิ่งลักษณ์, ยื่นขอตัว, วิษณุ, อังกฤษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b113f079acaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
