<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2025 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิพัฒน์&#039; ย้ำ 1 พ.ย.  15 จังหวัดพร้อมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว 100%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 2564 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่าตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีการประกาศออกมาว่าวันที่ 1 พ.ย.นี้ มีความพร้อม 100%ประเทศไทยจะเปิดประเทศโดยไม่ต้องกักตัว โดยเงื่อนไขคือต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม หรือครบโดส และต้องมีหลักฐานผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ที่รับรองผลด้วยประเทศต้นทางไม่เกิน 72 ชั่วโมง(ชม) และมีการตรวจหาเชื้ออีกครั้ง เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อผลเป็นลบ (negative) จะสามารถเดินทางท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัว 14วัน หรือ 7 วัน เหมือนในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยววันที่ 1 พ.ย.นั้น มี 15จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดระนอง(เกาะพยาม) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (อ.หัวหิน) จังหวัดเพชรบุรี (อ.ชะอำ) และเข้ามาสู้กรุงเทพมหานคร ส่วนภาคตะวันออกจังหวัดชลบุรี (เมืองพัทยา อ.บางละมุง อ.สัตหีบ) ภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่ (อ.เมือง อ.แม่ริม อ.แม่แตง อ.ดอยเต่า) ภาคอีสาน จังหวัดเลย(อ.เชียงคาน) ส่วนจะมีเพิ่มเติมจังหวัดไหนอีกนั้นต้องรอประเกาศเพิ่มเติมจาก ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ศบค. เรื่องนี้ถือเป็นการตอบโจทย์นายกรัฐมนตรีที่จะเปิดประเทศภายใน 120 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่จะเดินทางเข้ามานั้น ต้องเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงด้านโควิด-19 ตํ่าสุด ล่าสุด มีประมาณเกือบ 50 ประเทศ ซึ่งเร็วๆนี้ ศบค.จะประเทศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ซึ่งชัดเจนว่าประเทศใหญ่ๆ เช่น สหรัฐอเมริการ &amp;nbsp;สหราชอาณาจักร (UK) สวิตเซอร์แลนด์ &amp;nbsp;สเปน เยอรมัน อิตาลี และรัชเซีย ส่วนทางเอเชีย ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และอินเดีย ประเทศเหล่านี้อยู่ในจำนวนประเทศที่ ศบค.จะประกาศออกมาเพื่อรับนักท่องเที่ยว มองว่าเป็นมิติใหม่และเป็นการก้าวล้ำหน้าอีกหลายๆประเทศที่ได้มีการประกาศเปิดประเทศไปก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนการนำระะบบ Thailand Pass ซึ่งเป็นระบบ web-based ให้ผู้เดินทางทั้งคนไทยและต่างชาติเข้าไปลงทะเบียน กรอกข้อมูลและอัพโหลดเอกสารต่างๆ ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทยแทนการลงทะเบียนเพื่อขอรับหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (Certificate of Entry : &amp;nbsp;COE) เนื่องจากการข้อ COE ค่อนข้างยุ่งยาก เมื่อเราใช้ Thailand Pass ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงกรอกข้อมูลจะทำให้เร็วขึ้น ซึ่งรัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พยายามจะลดขั้นตอนเพื่อให้กลับสู่สภาพเดิมให้ได้เร็วที่สุด ดังนั้นเมื่อเราลดขั้นตอนได้ การที่เราทำให้เกิดความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเข้ามา จะเป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น&amp;rdquo;นายพิพัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวครั้งนี้ ตั้งเป้าว่าภายในเดือนพ.ย.และ ธ.ค.นี้ ใน15 จังหวัดทั้งหมด คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเดือนละ 5 แสนคน ภายใน 2 เดือนจะมีนักท่องเที่ยว 1 ล้านคน ส่วนในไตรมาส1/2565 คาดว่าจะเป็นความที่พีคสุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในไประเทศไทย โดยได้มีการพูดคุยกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ถึงแผนปี2565 หากสถานการณ์โควิดคลี่คลายเป็นไปตามที่วางไว้ โดยมีแผนพร้อมที่จะเปิดทั้งประเทศทุกจังหวัด คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา จำนวน 10-15 ล้านคน และจะมีรายได้จากการท่องเที่ยว1.1-1.5 ล้านล้านบาท ส่วนในปี 2564 ที่ได้มีการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ถือว่ารายได้ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย คือ 1 แสนคนภายใน 3 เดือน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 4 หมื่นคน เป้าตกไป 6 หมื่นคน แต่สิ่งที่ได้มาทดแทนคือการรายได้จากนักท่องเที่ยวใช้จ่าย 6 หมื่นบาทต่อคน จากเดิม4 หมื่นต่อคน ดังนั้นจะเห็นได้ว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เป็นผู้ที่มีรายจ่ายสูง แต่ที่เราได้กลับมาประเมินค่าไม่ได้คือการสร้างชื่อเสียงของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่ได้สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก ในขณะที่เพื่อบ้านในเอเชียไม่มีใครกล้าเปิดรับนักท่องเที่ยวและเปิดประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีความกล้าหาญ นายกรัฐมนตรีมีความกล้าหาญ ที่จะเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์และรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ต้องบอกว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ชาวต่างชาติไม่ได้เอาโควิดมาแพร่ระบาดให้คนไทยและคนไทยไม่ได้เอาโควิดไปติดนักท่งอเที่ยว และที่สำคัญเมื่อนักท่องเที่ยวกลับจากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ หรือออกนอกประเทศไทยสู่ประเทศต้นทาง ไม่พบว่าเอาเชื้อโควิดไปจากประเทศไทย ดังนั้นแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีมาตรการคุมเข้มมาตรการ D - M - H - T &amp;nbsp;ด้านสาธารณะสุขอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรามีความพร้อมในการเปิดประเทศ ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ แต่ขณะเดียวกันต้องติดตามสถานการณ์ภายใน 2 สัปดาห์ หากไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรง สามารถเปิดแน่นอน แต่หากเกิดคลัสเตอร์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19กันทุกจังหวัด หรือเกิดการติดเชื้อวันละ 3-4 หมื่นคน กรณีนี้เราต้องหยุด แต่ในลักษณะการเสียชีวิตลดลงเรื่อยๆไม่ถึงหลักร้อย เราเดินหน้าได้อย่างแน่นอน&amp;rdquo;นายพิพัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;giga888
lucac4
bkkgaming
tiger126
ubet89
3mbet
pgplay168
m358
chapo88
zata888
dara168
mslot99
betflik19
megame888
550ww
win9999
Jun88
zeed777plus
bigwin168
vodka168
scg9
superbet vip
cr168
iconxfun
fin88
bigboxfun
panama888
winbet55
789pro
betflix1688
fenix168
nexobet
ufalion168
168bet
bgame777
okcasino
run24
nemo168
pgdog
rich6et
zeed191
aress77
xe998
goatza88
bkm222
play97
live911
chalu
rpm888
megaways
1zlot
thorin99
easyroman
pattaya168
hunter1688
789step
ufavision
dark168
wing1688
pk789
e699
flowbet1234
playrich
g2g168p
uplay168
za88
gkbet888
g2gbetx
g2g59
g2g45
g2ggalaxy
tgaslot
betflix282
g79g
tkb666
vkr168
123direct
zeus789
zbet911
pk711
g2g888
betflixdc
g2gmajor
beo89
g2gbet168
lv177
madibet
metalslot
p6slot
pgslot999
pk999
sa168
slot1234
t6slot
ufa369
unix789
axie789th
g2grich888th
g2gmagicth

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120049</URL_LINK>
                <HASHTAG>1 พ.ย., 15 จังหวัด, กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, พิพัฒน์ รัชกิจประการ, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616cdbd062b31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 23:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 23:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมต.กีฬารับปากผลักดันกีฬาสูงอายุเต็มสูบปูทางสู่ระดับโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.จารึก อารีย์ราชการัณย์&amp;nbsp; รองประธานและคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยในฐานะ นายกสมาคมกีฬาผู้สูงอายุไทย และในฐานะประธานคณะอำนวยการแข่งขันกีฬาสูงอายุ &amp;ldquo;ไทยแลนด์ โอเพ่น มาสเตอร์ เกมส์ 2020&amp;rdquo;&amp;nbsp; พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา , นายวิฒน์ วิกรานตโนรส&amp;nbsp; คณะกรรมการจัดการแข่งขัน และนายศุกรีย สุภาวรีกุล ฝ่ายประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; เข้าพบ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp; เพื่อนำเสนอเรื่องการจัดการแข่งขันกีฬาผู้สูงอายุ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ไทยแลนด์ โอเพ่น มาสเตอร์ เกมส์ 2020&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 63 ที่ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในการเข้าพบนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อนำเสนอถึงการจัดการแข่งขัน กีฬาสูงอายุ &amp;ldquo;ไทยแลนด์ โอเพ่น มาสเตอร์ เกมส์ 2020&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 13-20 กันยายน 2563&amp;nbsp; ซึ่งจัดทั้งหมด 14 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กรีฑา, แบดมินตัน , บาสเกตบอล, ลีลาศ, ฟุตบอล,กอล์ฟ, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, วู้ดบอล, เกืทบอล, ตะกร้อ,เปตอง, เทนนิส, เพาะกาย&amp;nbsp; ซึ่งครั้งนี้ทางคณะกรรมการได้นำเสนอ 6 ประเด็น ประกอบด้วย กีฬาสูงอายุในประเทศไทยและในบริบทขององค์กรกีฬาระหว่างประเทศ, การแข่งขันกีฬาสูงอายุระหว่างประเทศ,การแข่งขันกีฬาสูงอายุในไทยและการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติ, แนวคิดการจัดตั้งองค์กรบริหารกีฬาผู้สูงอายุในประเทศไทย , การส่งเสริม สนับสนุน กีฬาสูงอายุในไทย, การแข่งขันกีฬาสูงอายุ ไทยแลนด์ โอเพ่น มาสเตอร์เกมส์ 2020 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมกีฬาผู้สูงอายุไทย ร่วมกับ สมาคมกีฬาที่มีการแข่งขันในการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติ พิจารณาเห็นว่า การจัดแข่งขันกีฬาสูงอายุในปัจจุบันเป็นที่แพร่หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศไทยกำลังเป็นที่สนใจของสังคมไทยอย่างกว้างขวาง การจัดให้มีมหกรรมกีฬาสูงอายุระดับประเทศจึงมีความสอดคล้องตามนโยบายของรัฐ และแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่มีเป้าหมายให้การกีฬาเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิตประชาชนทุกภาคส่วน และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างคุณค่าทางสังคมและส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่สังคมไทยกำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตการระบาดของ โควิด-19 จึงได้ร่วมกันจัดการแข่งขัน &amp;ldquo;ไทยแลนด์ โอเพ่น มาสเตอร์ เกมส์ 2020&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งเป็นการต่อยอดการแข่งขันกีฬาสูงอายุของชาติ เติมเต็มระบบการแข่งขันกีฬาของประเทศ เป็นการพัฒนามาตรฐานกีฬาให้ทัดเทียมกับวิวํมนาการของนานาประเทศ โดยมีเป้าหมายเตรียมความพร้อม ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน มาสเตอร์เกมส์ ระดับทวีป จนถึง เวิล์ด มาสเตอร์เกมส์ ในอนาคต ซึ่งในปีนี้นั้นงบประมาณในการจัดการแข่งขันนั้นอยู่ที่ 18 ล้านบาท โดยในที่ประชุมนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรี กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันว่าจะผลักดันกีฬาสูงอายุอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การแข่งขันตรงนี้คำว่าอาวุโสไม่ใช่ว่าแค่คนอายุ 60 ปีขึ้นไป เท่านั้นแต่ในทีนี่ 30 ปีขึ้นไปก็ถือว่าเป็นอาวุโสแล้วแต่กีฬาของแต่ละชนิดว่าคำว่าอาวุโสจะใช้เกณฑ์อายุเท่าไหร่ แต่สิ่งที่สำคัญที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วมกับสมาคมกีฬาผู้สูงอายุจะจัดการแข่งขัน&amp;ldquo;ไทยแลนด์ โอเพ่น มาสเตอร์ เกมส์ 2020&amp;rdquo;&amp;nbsp; เพื่อเป็นการเปิดอีกช่องทางหนึ่งในการที่จะบอกว่า การจัดการแข่งขันกีฬาอาวุโส เป็นการนำรายได้เข้ามาสู่ตลาดของไทย&amp;nbsp; นักกีฬา 1 ท่านต้องมีผู้ติดตามลูกหลานหรือคนที่มาช่วยดูแล หรืออาจจะเป็นผู้ติดตามนักกีฬาที่เคยเป็นอดีตทีมชาติที่ดังๆ เป็นไอดอลของตัวเอง ตรงนี้ก็เป็นการสนับสนุนและเป็นการส่งเสริม แต่ที่สิ่งที่ตนต้องการจะทำตรงนี้เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการแข่งขันกีฬาอาวุโสเรามุ่งหวังที่จะจัดการแข่งขันในระดับนานาชาติ สมมุติว่า เอเชียแปซิฟิก เบื้องต้นซึ่งมีนโยบายว่าอาจจะขอจัดในปีหน้าแต่ถ้าเป็นไปได้เราอยากจะจัดในระดับเวิล์ดมาสเตอร์&amp;nbsp; ซึ่งตรงนี้เท่าที่คุยกันค่าใช้จ่ายนั้นส่วนใหญ่นักกีฬาจะเป็นผู้ออกเอง ค่าที่พักค่าเดินทางออกเอง สิ่งเรานี้ตนคิดว่าเป็นการจัดกิจกรรมหรือจัดมหกรรมกีฬาผู้อาวุโสเป็นลักาณะของเอากีฬามาเป็นการท่องเที่ยวด้วย ซึ่งเมื่อเข้ามาแล้ว แน่นอนว่าคุณต้องพักผ่อน ตรงนี้เราถือว่าเป็นการนำรายได้เข้าอีกทางหนึ่งของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การจัดการแข่งขันในเดือนกันยายนนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นว่า เราจัดแล้วประชาสัมพันธ์ออกไปให้ชาวโลกรับทราบว่าเรามีการจัดการแข่งขันกีฬาอาวุโสในประเทศไทย ตนก็พร้อมที่จะให้ทาง ททท. เข้าร่วมและส่งสถานทีท่องเที่ยวในประเทศไทยหลังจากแข่งขันกีฬาเสร็จว่าควรไปที่ไหน&amp;nbsp; เราได้คุยกับทางรองผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย ถึงการจัดการแข่งขันครั้งนี้ซึ่งงบประมาณในปีนี้ทางการกีฬาแห่งประเทศไทยได้วางบประมาณไว้เรียบร้อยแล้ว และสำหรับปีหน้ากำลังทำงบประมาณไว้สำหรับปีหน้าที่ 25 ล้านบาท ที่จะจัดการแข่งขันในระดับนานาชาติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทางกกท. ได้เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว และทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยินดีที่จะสนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา กล่าวว่า การประชุมในวันนี้นั้นทางสมาคมกีฬาผู้สูงอายุได้มาพบท่านรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อนำเรียนเกี่ยวกับการจัดการแข่งขัน &amp;ldquo;ไทยแลนด์ โอเพ่น มาสเตอร์ เกมส์ 2020&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งรายการนี้การกีฬาแห่งประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนอยู่เพราะเราได้เล็งเห็นว่าการแข่งขันลักษณะนี้จะเป็นประโยชน์ไม่ใช่แค่เฉพาะนักกีฬาอย่างเดียว แต่จะเป็นประโยชน์ ของประเทศเพราะว่าเกมลักษณะนี้นั้นเป็นการลงทุนที่น้อยแต่กำไรเยอะ หมายถึงนักกีฬาที่มาตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไปจะเป็นวัยทำงานมีศักยภาพที่จะช่วยเหลือตัวเองสูงและหลายประเทศได้ใช้กิจกรรมในลักษณะนี้สร้างรายได้ให้กับประเทศไทย เพราะฉะนั้นในประชุมวันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นให้มีการจัดการแข่งขันในระดับนานาชาติ ที่เป็นรูปแบบมหกรรมเป็นครั้งแรก การมารวมตัวกันเป็นมหกรรมเราจะปูทางการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เวิล์ดมาสเตอร์เกมส์ในอนาคต ถ้าในระดับเวิล์ดมาสเตอร์เกมส์นั้นคนจะเข้ามามาก อย่างล่าสุดที่ นิวซีแลนด์ จัดแข่งขัน 10 วัน 28 ชนิดกีฬามีประเทศเข้าร่วมกว่า 100 ประเทศ นักกีฬา 28,000 กว่าคน เพราะฉะนั้นคนเหล่านี้จะเข้ามาใช้เงินต่างๆ ดังนั้นในที่ประชุมมีความเห็นว่าเราจะก้าวเป็นขั้นบันได อาจจะเป็นในระดับภูมิภาคก่อน ในระดับอาเซียก่อน ก็จะเป็นซีมาสเตอร์เกมส์ หรือ เอเชียแปซิฟิกค่อยๆต่อยอดไปเวิล์ดมาสเตอร์เกมส์ ตรงนี้ตนถือเป็นนโยบายหลักของเราในอนาคตในแง่ของรายได้เรื่องของสปอร์ต ริซึ่มซึ่งจะแตกต่างจากเรื่องของกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ คือตัวนี้จะเป็นตัวสร้างรายได้เข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71369</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, กีฬา, สมาคมกีฬาผู้สูงอายุไทย, ไทยแลนด์ โอเพ่น มาสเตอร์ เกมส์ 2020</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0c8f3c8c886.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สองล้อพร้อมจัดการแข่งขัน รอกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาอนุมัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สองล้อพร้อมจัดการแข่งขันจักรยานประเภทลู่-ถนน-เสือภูเขา ชิงแชมป์ประเทศไทย ในรูปแบบ &amp;ldquo;New Normal&amp;rdquo; วอนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย รวมทั้ง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เร่งดำเนินการพิจารณา และลงนามอนุมัติแผนจัดการแข่งขันโดยด่วน เพื่อให้ทุกสมาคมกีฬาเดินหน้าจัดการแข่งขันตามคู่มือที่นำเสนอไปแล้วได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เสธ.หมึก&amp;rdquo; พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากการที่ได้หารือกับ ผู้แทนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และผู้แทนศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ในเรื่องการออกคู่มือการจัดการแข่งขันกีฬาในห้วงเวลาที่โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มีการแพร่ระบาด ล่าสุด ทางสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ยังคงรอการอนุมัติและลงนามประกาศอย่างเป็นทางการจาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อที่จะเดินหน้าจัดการแข่งขันจักรยานทั้งประเภทลู่, ถนน และเสือภูเขา ในรูปแบบ &amp;ldquo;New Normal&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกเดชา กล่าวว่า เท่าที่ติดตามขั้นตอน ได้รับทราบว่าขณะนี้คู่มือจัดการแข่งขันจักรยานแบบ &amp;ldquo;New Normal&amp;rdquo; ในประเภทลู่ ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง &amp;ldquo;ควีนส์สิรกิติ์&amp;rdquo; ประจำปี 2563 ทั้ง 4 สนาม ที่กำหนดสนามแรก ระหว่างวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2563 ที่สนามเวลโลโดรม หัวหมาก รวมถึงจักรยานประเภทถนน ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน &amp;ldquo;คิงส์ภูมิพล&amp;rdquo; และการแข่งขันจักรยานประเภทเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2563 สนามที่ 3 ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม 2563 ที่เขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี อีกทั้งคู่มือจัดการแข่งขันของสมาคมกีฬาอื่น ๆ ที่มีแผนจัดการแข่งขันในช่วงครึ่งปีหลังต่างก็อยู่ระหว่างการรออนุมัติเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากการหารือกับสมาคมกีฬาต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่มีประเด็นห่วงใยเหมือน ๆ กัน คือแต่ละสมาคมอยากจะให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตลอดจนการกีฬาแห่งประเทศไทย เร่งดำเนินการพิจารณาและลงนามอนุมัติแผนจัดการแข่งขันของแต่ละชนิดกีฬาโดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยด่วน หากสามารถอนุมัติและลงนามได้ภายในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2563 ก็จะทำให้แต่ละสมาคมกีฬาสามารถเดินหน้าเตรียมการจัดการแข่งขันตามคู่มือในส่วนที่ยังต้องรอการอนุมัติได้ทันที มิเช่นนั้นการดำเนินการก็จะล่าช้าออกไปอีก ซึ่งก็จะส่งผลกระทบต่อนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;rdquo; พลเอกเดชา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกสมาคมกีฬาจักรยานฯ กล่าวอีกว่า ในส่วนของสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ก็ได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขในระบบ New Normal ทั้งเรื่องไม่มีผู้ชม และมาตรการรักษาระยะห่างป้องกันการแพร่ระบาดตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรองรับการแข่งขันจักรยานประเภทลู่ ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน &amp;ldquo;ควีนส์สิรกิติ์&amp;rdquo; สนามที่ 1 ซึ่งกำหนดแข่งระหว่างวันที่ 3-5 กรกฎาคม ไว้พร้อมแล้ว รวมไปถึงการเตรียมแผนสำหรับจัดการแข่งขันจักรยานประเภทถนนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน &amp;ldquo;คิงส์ภูมิพล&amp;rdquo; และการแข่งขันจักรยานประเภทเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สนามที่ 3 ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม 2563 ที่เขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พลเอกเดชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางสมาคมกีฬาจักรยานฯ ก็ยังคงมีความเป็นห่วงการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานระดับนานาชาติสองรายการ ประกอบด้วย การแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ &amp;ldquo;ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2020&amp;rdquo; ที่เลื่อนจากเมื่อเดือนเมษายน มาเป็นวันที่ 6-16 ตุลาคม 2563 และการแข่งขันจักรยานประเภทลู่นานาชาติ &amp;ldquo;ยูซีไอ แทร็ค เอเชีย คัพ 2020&amp;rdquo; ที่เลื่อนไปจัดการแข่งขันในเดือนพฤศจิกายน 2563 เนื่องจากการเตรียมการในเรื่องการเชิญทีมต่างชาติยังไม่สามารถดำเนินการได้จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในเรื่องนี้ ฝ่ายเทคนิคของสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ได้วางแนวทางการเชิญทีมต่างชาติไว้ว่า จะหารือไปทางสหพันธ์จักรยานนานาชาติ หรือ ยูซีไอ ขอผ่อนปรนหลักเกณฑ์การเชิญทีมระดับอาชีพ เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วเป็นทีมจากยุโรป และอเมริกา ส่วนในทวีเอเชียก็มักจะมาจากประเทศจีน, ญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้ ซึ่งก็มีแนวโน้มว่าจะยังคงมีปัญหาในเรื่องการจำกัดการเดินทางจากการแพร่ระบาดที่ยังคงไม่สามารถควบคุมได้ โดยทางสมาคมฯ ยื่นข้อเสนอไปยัง ยูซีไอ ให้ผ่อนปรนสามารถเชิญทีมระดับสโมสรสมัครเล่นเข้าร่วมการแข่งขันในระดับ 2.1 ได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรออนุมัติจาก ยูซีไอ ขณะเดียวกัน ทางสมาคมฯ ก็ยังมีการประสานงานด้านข้อมูลที่จำเป็นด้านการสาธารณสุข กับกระทรวงสาธารณสุข และ ศบค. เพื่อปรับแผนรับสถานการณ์จริงตลอดเวลา&amp;rdquo; พลเอกเดชา กล่าวเสริมในตอนท้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69284</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, #โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่, กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, กีฬาจักรยาน, สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200621/image_big_5eeefe64e48c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66268</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 18:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะกรรมการกีฬาอาชีพเห็นชอบเยียวยาคนวงการมวย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกีฬาอาชีพ ครั้งที่ 3/2563 โดยมี นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ และกรรมการที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 18 พ.ค.&amp;nbsp; ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาระสำคัญของการประชุมวันนี้ คือการพิจารณางบประมาณในการช่วยเหลือกลุ่มกีฬาอาชีพ โดยหลังจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ต่างๆ&amp;nbsp; ในการช่วยเหลือเยียวยากลุ่มกีฬาอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิค-19) ได้เรียกประชุมรับฟังข้อมูลผลกระทบ ความเดือดร้อน เมื่อวันที่ 22-24 เม.ย.ที่ผ่านมา จาก 13 ชนิดกีฬาและผู้มีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือ ทั้ง 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.นักกีฬาอาชีพ,2.บุคลากรกีฬาอาชีพ,3.สมาคมกีฬาอาชีพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.สโมสรกีฬาอาชีพ,และ5.ผู้จัดการแข่งขัน และได้ส่งรายชื่อนักกีฬาและบุคคลากรกีฬาอาชีพที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตาม พรบ.กีฬาอาชีพ ให้กระทรวงการคลังตรวจสอบสิทธ์ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนเรียบร้อยแล้ว
ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติงบประมาณให้ความช่วยเหลือ เยียวยา ฯ กลุ่มกีฬาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 182,200,000 บาท โดยอนุมัติปรับแผนงบประมาณประจำปี จำนวน 75,592,584 บาท และเห็นชอบเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ อีกจำนวน 106,607,416 บาท ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบปรับปรุงคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการกีฬาอาชีพ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงาน จาก 8 คณะ เหลือ 4 คณะ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.คณะอนุกรรมการกฎหมายกีฬาอาชีพ 2.คณะอนุกรรมการนโยบายส่งเสริมและพัฒนากีฬาอาชีพ 3.คณะอนุกรรมการกลั่นกลองเพื่อพิจารณาให้การคุ้มครอง การช่วยเหลือ การส่งเสริม และการสนับสนุนกีฬาอาชีพ และ4.คณะอนุกรรมการกำกับ ติดตาม เร่งรัด และประเมินผลการดำเนินงานกีฬาอาชีพ
เวลา 15.00 น. วันเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการกีฬามวย ครั้งที่ 3/2563 พิจารณาอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือ เยียวยา บุคคลในวงการกีฬามวยที่ลงขึ้นทะเบียนต่อสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย&amp;nbsp; ทั้ง 7 กลุ่ม ได้แก่ 1.นักมวย อายุ 15-17 ปี และนักมวย 18 ปีขึ้นไป 2.ผู้ฝึกสอน 3.ผู้ตัดสิน 4.หัวหน้าค่ายมวย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5.ผู้จัดการนักมวย 6.ผู้จัดรายการแข่งขัน และ 7.นายสนามมวย ที่ประชุมอนุมัติกรอบวงเงินทั้งสิ้น จำนวน 79,150,000 บาท โดยอนุมัติปรับแผนงบประมาณประจำปี จำนวน 25,642,000 บาท และเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ อีกจำนวน 53,508,000 บาท ต่อไป ทั้งนี้ในการเบิกจ่ายต้องเป็นไปตามคุณสมบัติที่ระเบียบให้ความช่วยเหลือฯ กำหนด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมต.ว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยหลังการประชุมว่า ในวันนี้ที่ประชุมพิจารณาเรื่องช่วยเหลือเยียวยาบุคลากรกีฬาอาชีพโดยเอาเงินส่วนที่ กกท. มีอยู่แล้ว ประมาณ 75 ล้านบาทเศษ และจะขอจากกองทุนอีก 106 ล้านบาทเศษ รวมเป็นเงิน 182 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเยียวยาขั้นต้น ส่วนที่เป็นการเยียวยาสมาคมต่างๆ ทางกระทรวงจะนำเรื่องเสนอในการประชุมคณะกรรมการกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ เพื่อจะขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการประชุมคราวต่อไป ในส่วนของสมาคม สโมสร เราจะช่วยเหลือสมาคมละ 500,000 บาท ซึ่งมีจำนวน 110 สโมสร รวมเป็นเงิน 55 ล้านบาท ซึ่งทางกระทรวงจะนำเรื่องเสนอต่อคณะกรรมการกองทุนฯ เพื่อขอเงินจากกองทุนฯ และในส่วนของนักกีฬาจะได้รับคนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน&amp;nbsp; ซึ่งหลังจากนี้ถ้ายังไม่มีการแข่งขันหลังจาก 3 เดือน ก็ต้องรอนโยบายจากรัฐบาลต่อไปว่าจะมีการเยียวยาเพิ่มเติมหรือไม่ ถ้าหากทางรัฐบาลมีการเยียวยาเพิ่มเติมจำนวนเท่าไหร่ ทางกระทรวงก็จะทำเรื่องเยียวยาให้กับนักกีฬาเทียบเคียงไปกับทางรัฐบาล โดยจะเริ่มจ่ายเงินในเดือนมิถุนายนทั้งหมด คาดว่าจะจ่ายครั้งเดียวรวมของทั้ง 3 เดือนเลย เป็นเงิน 15,000 บาท/คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมต.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวเพิ่มเติ่มว่า สำหรับการประชุมคณะกรรมการกีฬามวย โดยนักกีฬามวยกลุ่มอายุ ไม่ถึง 18 ปี ซึ่งไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินเยียวยาจากทางรัฐบาล ตรงนี้ก็เป็นกลุ่มแรกที่เราจะให้การเยียวยา และในกลุ่มที่มีอายุเกิน 18 ปี จะเอารายชื่อไปหารือกับกระทรวงการคลังว่ามีรายชื่อซ้ำซ้อนกับที่ได้รับจากทางกระทรวงการคลังหรือไม่ ถ้าหากมีรายชื่อซ้ำซ้อนก็จะไม่ได้รับการเยียวยาจากเรา โดยที่ประชุมอนุมัติใช้เงินทั้งหมดโดยประมาณ 79 ล้านบาทเศษ โดยจะทำการเยียวยาให้เร็วที่สุด เมื่อได้รับเงินจากกองทุนฯมา ทาง กกท. จะให้การเยียวยารวมครั้งเดียวเลยเป็นเวลา 3 เดือน ถ้าหากยังไม่ได้รับการเยียวยาตั้งแต่ต้น ก็จะได้รับเงิน 15,000 บาท ทีเดียวเลย ลักษณะเดียวกับกีฬาอาชีพ แต่ตรงนี้เรามีต่อเนื่องไปว่านอกจากนักมวยแล้วยังมีครูมวย และบุคลากรทางกีฬามวย หัวหน้าค่ายมวยและโปรโมเตอร์ด้วย ซึ่งเราจะดูความเหมาะสมว่าวงเงินที่ได้รับจากกองทุนกีฬาเท่าไหร่ เราก็จะดูตามความสำคัญแต่นักมวยเราจะให้ความสำคัญลำดับที่1 ครูมวยลำดับที่2 แล้วก็ลดลงมาตามวงเงินที่ได้รับ แต่คาดว่าเงินที่เราขอทางกองทุนน่าจะได้รับตามที่ขอไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ กล่าวว่า ในการประมาณการงบประมาณทางฝ่ายเลขาฯ มีการบวกเพิ่มไว้อีก 2 เดือน กลายเป็น 5 เดือน ที่เราจะช่วยเหลือแต่ว่าในความเป็นจริงเราจะต้องดูมาตรการของรัฐบาลควบคู่กันด้วย เพียงแต่ว่าในเรื่องของตัวเลขเราจะต้องประมาณการเต็มไว้ก่อน แต่อย่างไรก็ตามทางคณะกรรมการกีฬามวยก็ระบุว่า อยากจะให้ช่วยเหลือเหมือนกันกีฬาอาชีพ เหมือนกับมาตรการของรัฐบาลก่อน คือ 3 เดือน ดังนั้นงบประมาณจึงหายไปประมาณ 33 ล้านบาท เราจะขอตั้งงบประมาณตรงนี้ไว้ 79 ล้านบาทเศษก่อน และขอกองทุนเพิ่มอีกบางส่วน อย่างไรก็ตามหากดำเนินการไปแล้วทางรัฐบาลมีมาตรการที่จะคุมเข้มนานขึ้น เราอาจจะทำเรื่องประมาณการและขอการสนับสนุนใหม่อีกครั้งหนึ่ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองผู้ว่าการฯ กล่าวต่อว่า สำหรับตัวเลขจำนวนนักมวยและบุคลากรที่จะให้การเยียวยาต้องพิจารณาบุคคลที่มาขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายกับ กกท. ก่อน แต่เนื่องจากในบุคลากรพวกนี้ส่วนหนึ่งได้รับเงินจากภาครัฐแล้วที่ได้รับเงินเยียวยาจากโครงการเราไม่ทิ้งกัน ฉะนั้นเราก็ต้องตัดส่วนนั้นออก ซึ่งจะช่วยในส่วนที่ยังไม่ได้รับเงินจากตรงนั้น ซึ่งขณะนี้รายชื่อทั้งหมดฝ่ายเลขาฯ ได้ส่งไปที่กระทรวงการคลังเพื่อตรวจสอบแล้วว่ามีการซ้ำซ้อนกันหรือไม่ อย่างไรก็ตามจะมีบุคคลที่ตกหล่น ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ ซึ่งขณะนี้เราเปิดให้ขึ้นทะเบียนเพิ่มเติม จนถึง 31 พ.ค.นี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66268</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, #โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่, กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, มวยสากล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec2703fc326a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะกรรมการกีฬามวยอนุมัติ 25 ล้านเศษ เร่งเยียวยานักมวยและผู้ฝึกสอนที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานมวยฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกีฬามวย ครั้งที่ 2/2563 โดยมี นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์&amp;nbsp; และกรรมการที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 10 เม.ย.&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่ ประเทศไทยมีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยคณะรัฐมนตรีมีมติใช้มาตรการปิดสถานที่ซึ่งผู้คนไม่ได้มาชุมนุมเป็นกิจวัตร แต่มาเพื่อทำกิจกรรมที่มีการเบียดเสียด ใกล้ชิด และเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อง่าย ทางปาก (ตะโกน เชียร์) สัมผัส ถูกเนื้อ ถูกตัว หรือใช้สิ่งของร่วมกันเช่น สนามมวย สนามกีฬา โรงมหรสพ ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&amp;nbsp; ซึ่งผลของการดำเนินการภายใต้มาตรการของรัฐบาลทำให้ การจัดการแข่งขันกีฬามวย การอบรม และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกีฬามวย ไม่สามารถ&amp;nbsp; ที่จะดำเนินการได้ ทำให้เกิดผลกระทบต่ออาชีพนักมวย ผู้ฝึกสอน ในวงกว้างจากการไม่มีรายได้ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ได้รายงานเสนอแผนเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนของนักมวย และหัวหน้าค่ายมวยที่ได้รับผลกระทบจากการออกคำสั่งนายทะเบียนในสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสฯ ให้ระงับการแข่งขันกีฬามวย ภายใต้มาตราการของรัฐบาล โดยให้ความช่วยเหลือเพื่อการดำรงชีพสำหรับจำนวนนักมวยที่ได้รับผลกระทบจากการออกคำสั่งนายทะเบียนฯ และได้ขึ้นทะเบียนต่อสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย&amp;nbsp; จำนวน 2,000 คน และผู้ฝึกสอน จำนวน 500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบอนุมัติหลักการปรับแผนงบประมาณประจำปี 2563 ของสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย จำนวน 25,642,000 บาทเพื่อให้ความช่วยเหลือเยียวยาให้กับนักมวยและผู้ฝึกสอนที่ได้รับผลกระทบและได้ขึ้นทะเบียนต่อสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวยเบื้องต้น ระหว่างขอรับงบประมาณช่วยเหลือจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติเพิ่มเติม โดยมอบหมายฝ่ายเลขาฯ นำรายชื่อนักมวยและผู้ฝึกสอนที่ขึ้นทะเบียนฯ ข้างต้นไปตรวจสอบกับกระทรวงการคลังให้ถูกต้อง ว่าผู้ใดทีได้ลงทะเบียนรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล เพื่อเป็นข้อมูลคัดกรองเบื้องต้นและไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกันให้กับคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการให้การช่วยเหลือต่อไป ซึ่งมี&amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ เรืองเวส เป็นประธานอนุกรรมการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าการ กกท. เปิดเผยหลังการประชุมว่า ประเด็นสำคัญในการประชุมหารือในวันนี้คือเรื่องของการพิจารณาให้ความช่วยเหลือนักกีฬามวยและบุคลากรในวงการมวยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ COVID-19 ได้มีการหารือและเร่งรัดการดำเนินการต่างๆ เพื่อให้การช่วยเหลือนักมวยกับผู้ฝึกสอน&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย 2 กลุ่มนี้ กกท.จะเร่งให้การช่วยเหลือ โดยการเร่งประสานข้อมูลกับกระทรวงการคลังตรวจสอบรายชื่อที่ได้รับการช่วยเหลือ เงินจำนวน 5,000 บาท จากโครงการรัฐบาล เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน และนอกเหนือจากที่เร่งประสานข้อมูลจากกระทรวงการคลังแล้ว ทาง กกท.จะต้องดูแลส่วนที่ไม่ได้รับประโยชน์จากเงินการดูแล จำนวน 5,000 บาท ของโครงการของรัฐบาลด้วยในกลุ่มนี้ยกตัวอย่างเช่น ในกระบวนการของกระทรวงการคลังนั้นผู้ที่สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ จะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป แต่ในทะเบียนมวยนักกีฬาอายุ15 ปีขึ้นไป ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เห็นแล้วว่าจะไม่ได้รับการช่วยเหลือจากกระทรวงการคลังอย่างเเน่นอน ที่ประชุมจึงได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อที่จะพิจารณาเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ต่างๆในการให้การช่วยเหลือ โดยในวันนี้คณะกรรมการกีฬามวยได้อนุมัติปรับแผน จัดสรรเงินจำนวน 25 ล้านบาทเศษในเบื้องต้น มาช่วยเหลือสนับสนุนให้บุคลากรในวงการกีฬามวย โดยเฉพาะนักกีฬามวยที่ไม่ได้รับสิทธิจากรัฐบาล เพราะฉะนั้นทุกคนที่อยู่ในระบบและได้ลงทะเบียนเป็นนักกีฬามวยและผู้ฝึกสอนอยู่ในระบบสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ของ กกท. ก็จะได้รับการดูและอย่างเท่าเทียมกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62767</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, #โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่, กกท., กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย, ดร.ก้องศักด ยอดมณี, ผู้ว่าการ กกท., รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200410/image_big_5e9071b0f1a43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 17:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธีราทร-กันตภณ-พาณิภัค&#039; สุดยอดนักกีฬา วันกีฬาแห่งชาติ 2562</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์&amp;nbsp; รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในงานประกาศเกียรติคุณนักกีฬาและบุคลากรทางการกีฬาดีเด่น เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี 2562 โดยมี&amp;nbsp; ดร.ก้องศักด&amp;nbsp; ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ,นักกีฬา และบุคลากรทางการกีฬาที่ได้รับรางวัล ร่วมงาน ณ อินดอร์สเตเดี้ยม สนามกีฬาหัวหมาก กกท. เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; ซึ่งมีผู้ได้รับรางวัล ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักกีฬาสมัครเล่นชายดีเด่น ได้แก่ นายกันตภณ&amp;nbsp; หวังเจริญ (แบดมินตัน), รองดีเด่น ได้แก่ นายเพิ่มพล ธีรพัฒน์พาณิชย์ (เจ็ตสกี) และนายอาดีลัน&amp;nbsp; เจ๊ะแมง (ปันจักสีลัต), นักกีฬาสมัครเล่นหญิงดีเด่น ได้แก่ นางสาวพาณิภัค&amp;nbsp; วงศ์พัฒนกิจ (เทควันโด), รองดีเด่น ได้แก่ นางสาววรัตน์ฐนันท์&amp;nbsp; ศุภ์กฤศธเนส (สนุกเกอร์) และร้อยโทหญิง จุฑาธิป&amp;nbsp; มณีพันธุ์ (จักรยาน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักกีฬาเยาวชนสมัครเล่นชายดีเด่น ได้แก่ นายกุลวุฒิ&amp;nbsp; วิทิตศานต์ (แบดมินตัน), รองดีเด่น ได้แก่&amp;nbsp; เด็กชายพันวา&amp;nbsp; บุนนาค (แข่งเรือใบ) และนายอธิชัย&amp;nbsp; เพิ่มทรัพย์ (มวยสากลสมัครเล่น) นักกีฬาเยาวชนสมัครเล่นหญิงดีเด่น ได้แก่ นางสาวอาฒยา&amp;nbsp; ฐิติกุล (กอล์ฟ), รองดีเด่น ได้แก่ นางสาวพิทยาภรณ์&amp;nbsp; ไชยวรรณ (แบดมินตัน)และนางสาวกานต์รวี&amp;nbsp; สมพันธ์ (เทควันโด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักกีฬาอาชีพดีเด่น ได้แก่ นายธีราทร&amp;nbsp; บุญมาทัน (ฟุตบอล), รองดีเด่น นายเทพไชยา&amp;nbsp; อุ่นหนู (สนุกเกอร์), นักกีฬามวยไทยอาชีพดีเด่น ได้แก่ นายสุนทร&amp;nbsp; แสงเงิน ฉายา &amp;quot;เขี้ยวพยัคฆ์ (จิตรเมืองนนท์) ม.รัตนบัณฑิต&amp;quot;, รองดีเด่น&amp;nbsp; นายพงศกร&amp;nbsp; สิทธิเดช ฉายา &amp;quot;แสงมณี&amp;nbsp; แสงมณีเสถียรมวยไทยยิม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักกีฬาพิการชายดีเด่น ได้แก่ นายประวัติ&amp;nbsp; วะโฮรัมย์ (วีลแชร์เรสซิ่ง),&amp;nbsp; รองดีเด่น นายวรวุฒิ&amp;nbsp; แสงอำภา (บอคเซีย) นักกีฬาพิการหญิงดีเด่น นางสาวขวัญสุดา&amp;nbsp; พวงกิจจา (เทควันโด),&amp;nbsp; รองดีเด่น สุนีย์ภรณ์ ถนอมวงค์&amp;nbsp; (กรีฑา) ,ชนิดกีฬาทีมดีเด่น (sports) ได้แก่ ตะกร้อ ทีมชุดชาย และ วอลเลย์บอล ทีมหญิง ,ประเภทกีฬาทีมดีเด่น (event) ได้แก่ แบดมินตัน คู่ผสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ฝึกสอนนักกีฬาสมัครเล่นดีเด่น ได้แก่ นายเทศนา&amp;nbsp; พันธ์วิศวาส (แบดมินตัน), ผู้ฝึกสอนนักกีฬาต่างประเทศดีเด่น ได้แก่ Mr. Li&amp;nbsp; Xiaole (จักรยาน),&amp;nbsp; ผู้ฝึกสอนนักกีฬาอาชีพดีเด่น ได้แก่ นายธวัชชัย&amp;nbsp; ดำรงอ่องตระกูล (ฟุตบอล), ผู้ฝึกสอนนักกีฬาส่วนภูมิภาคดีเด่น ได้แก่ นายศุภผล&amp;nbsp; ตันตระกูล (ยิงปืน จ.นครสวรรค์)&amp;nbsp; และผู้ฝึกสอนนักกีฬาคนพิการดีเด่น ได้แก่ นายสุพรต&amp;nbsp; เพ็งพุ่ม (วีลแชร์เรสซิ่ง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยดีเด่น ได้แก่ สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยดีเด่น ได้แก่ สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมกีฬาจังหวัดดีเด่น ได้แก่ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดจันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุคลากรทางการกีฬาดีเด่น ประกอบด้วย ผู้บริหารดีเด่น ได้แก่ พลเอก เดชา&amp;nbsp; เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย, นักวิชาการดีเด่น ได้แก่ ผศ.ถาวร&amp;nbsp; กมุทศรี (นักสรีรวิทยา), ผู้จัดการทีมดีเด่น ได้แก่ นายธวัช&amp;nbsp; กุมุทพงษ์พานิช (ตะกร้อ) และผู้ตัดสินดีเด่น ได้แก่ นางสาวจตุพร&amp;nbsp; เหมวรรณโณ (เทควันโด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัลสำหรับนักกีฬาดีเด่นของสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย จำนวน 172 รางวัล และสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด จำนวน 154 รางวัล อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนักกีฬาที่ได้รับรางวัลดีเด่น 8 รางวัล ประกอบด้วย 1. นักกีฬาสมัครเล่นชายดีเด่น 2.นักกีฬาสมัครเล่นหญิงดีเด่น 3.นักกีฬาเยาวชนสมัครเล่นชายดีเด่น 4.นักกีฬาเยาวชนสมัครเล่นหญิงดีเด่น 5.นักกีฬาอาชีพดีเด่น 6.นักกีฬามวยไทยอาชีพดีเด่น 7.นักกีฬาคนพิการชายดีเด่น และ 8.นักกีฬาคนพิการหญิงดีเด่น จะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร, โล่รางวัล, เสื้อเบลเซอร์ และเข็มเกียรติคุณ ส่วนนักกีฬาที่ได้รับรางวัลรองดีเด่น ได้รับโล่รางวัล และเข็มเกียรติคุณ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52596</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกท., กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย, วันกีฬาแห่งชาติ, อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก, เชียร์ทีมชาติไทย, เชียร์ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191216/image_big_5df75c574a588.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>256 ทีมทั่วประเทศพร้อมหวด &#039;ฟุตบอล แชมป์กีฬา 7HD แชมเปียนคัพ 2019&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่อง 7HD&amp;nbsp; ประกาศความพร้อมระเบิดศึกฟาดแข้งฟุตบอลเยาวชนฤดูกาลใหม่ปี 2019&amp;nbsp; โดยร่วมกับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดการแข่งขันฟุตบอลนักเรียน 7 คน เพื่อส่งเสริมการเล่นกีฬาฟุตบอลระดับเยาวชน และยังเป็นการเฟ้นหาดาวเด่นให้มีโอกาสก้าวสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพหรือทีมชาติในอนาคต ฟุตบอลนักเรียน 7 คน &amp;ldquo;แชมป์กีฬา 7HD แชมเปียนคัพ 2019&amp;rdquo;ชิงทุนการศึกษารวมกว่า 1.5 ล้านบาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ และเผยทีมฟุตบอลเยาวชนที่ให้ความสนใจ ส่งใบสมัครซึ่งผ่านเกณฑ์รวมแล้วจำนวน 256 ทีมจากทั่วประเทศ มาร่วมจับฉลากแบ่งสายรอบคัดเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 ช่อง 7HD จัดงานแถลงข่าวและจับฉลากแบ่งสายรอบคัดเลือก &amp;ldquo;แชมป์กีฬา 7HD 2019&amp;rdquo; ยืนยันพร้อมเปิดสนามประลองแข้ง ฟุตบอลนักเรียน 7 คน &amp;ldquo;ฟุตบอล แชมป์กีฬา 7HD แชมเปียนคัพ 2019&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดย นายปิยะพงษ์ โพธิ์สูง ผู้จัดการฝ่ายผลิตรายการ ช่อง 7HD กล่าวว่า &amp;ldquo;ช่อง 7HD ยังคงพร้อมสนับสนุนและส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้ก้าวสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพหรือทีมชาติ และได้รับความนิยมจากเยาวชนทั่วประเทศมาโดยตลอด&amp;nbsp; การแข่งขันฟุตบอลนักเรียน 7 คน ซึ่งจัดมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 17 ได้รับความสนใจจากเยาวชนทั่วประเทศส่งใบสมัครมาเป็นจำนวนมาก และผ่านเกณฑ์การคัดเลือกอย่างเข้มข้นได้มาร่วมลงฟาดแข้งจำนวน 256 ทีม ที่ได้มายืนยันความพร้อมและร่วมลุ้นการจับฉลากแบ่งสายวันนี้อีกด้วย และคอยติดตามกันว่านักเตะเยาวชนไทยคนไหนมีฝีเท้าเข้าตา ได้มีโอกาสต่อยอดสานฝันต่อไปในอนาคตนะครับ&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรศักดิ์ ทองสุวิมล ผู้อำนวยการกลุ่มกีฬาส่วนภูมิภาค กรมพลศึกษา&amp;nbsp; กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า &amp;ldquo;ในนามกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีความยินดีที่ได้ร่วมให้การสนับสนุนมาโดยตลอด และในปีนี้ก็ยังคงให้ความร่วมมือในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่เฉพาะทางตลอดการแข่งขัน แม้แต่การสนับสนุนบริการด้านสาธารณูปโภค รวมถึงสนามแข่งขันสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ คลอง 6 จ.ปทุมธานี อีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟุตบอลนักเรียน 7 คน &amp;ldquo;ฟุตบอล แชมป์กีฬา 7HD แชมเปียนคัพ 2019&amp;rdquo;&amp;nbsp; พร้อมเปิดสนามแข่งขันรอบคัดเลือก แบบแพ้คัดออกจาก 256 ทีมให้เหลือเพียง 8 ทีม ในระหว่างวันที่ 7-16 ตุลาคม ที่ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ คลอง 6 โดยรวมกับแชมป์เก่าคือโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี และรองแชมป์ของปีที่แล้วได้แก่ทีมโรงเรียนราชวินิต บางเขน รวมเป็น 10 ทีม เพื่อแข่งขันรอบสุดท้าย ในระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2562&amp;ndash; มกราคม 2563 และเข้าไปแข่งขันรอบรองชนะเลิศในวันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม เพื่อหา 2 ทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้าไปสู่ รอบชิงชนะเลิศ ทำการแข่งขันในวันจันทร์ที่ 6 มกราคม 2563 โดยมีถ้วยแห่งเกียรติยศและศักดิ์ศรี รวมเงินรางวัลการแข่งขันทั้งสิ้นมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาทรออยู่ และติดตามชมถ่ายทอดสดการแข่งขันได้ทาง Bugaboo.tv หรือทางเฟซบุ๊ก แฟนเพจ : Ch7HD, Ch7HD Sports และถ่ายทอดสดรอบชิงชนะเลิศ ทาง ช่อง 7HD กด 35 หรือสามารถส่งกำลังใจในช่องทางโซเชียลต่าง ๆ&amp;nbsp; พร้อมติดแฮชแท็ก ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ก #แชมป์กีฬา7HD ตลอดกิจกรรมการแข่งขัน หรือติดตามรายละเอียดได้ที่ www.7seesport.ch7.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแชมป์จะได้รับทุนการศึกษา 300,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ และรองแชมป์จะได้รับทุนการศึกษา 100,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีรางวัลดาวซัลโว จาก มาสซ่า มอบทุนการศึกษา 25,000 บาท รางวัลนักเตะยอดเยี่ยม จาก บริษัท เวอร์ซุส สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด มอบทุนการศึกษา 25,000 บาท และรางวัลพิเศษ จาก กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ มอบรางวัลเยี่ยมชม สโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ณ ประเทศอังกฤษ จำนวน 2 รางวัล โดยแบ่งเป็น นักกีฬายอดเยี่ยม และผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม คนละ 1 รางวัล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46498</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพลศึกษา, กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, กีฬาฟุตบอล, ช่อง7HD, ฟุตบอล7คน, ฟุตบอลนักเรียน, ฟุตบอลนักเรียน7คน, แชมป์กีฬา7HD</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d89e4704ee95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
