<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2021 19:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2021 19:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุติ&#039; ดันแฟลตริมทางรถไฟแก้ปัญหาคนจนมีที่พักอาศัยราคาถูก นำร่อง 3 พันยูนิตที่พิษณุโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.64 -&amp;nbsp;นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะผู้บริหารได้ประชุม ทีมพัฒนาสังคม&amp;nbsp;One Home&amp;nbsp;จังหวัดพิษณุโลกพร้อมทั้งติดตามความก้าวหน้าและรับฟังนโยบาย ปัญหาอุปสรรคและคำแนะนำเพื่อพัฒนาและเพิ่มเติมประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและการติดตามนโยบายของรัฐบาลในการสร้างที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อย ที่ห้องประชุมบรมไตรโลกนารถชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ กล่าวว่า ในวันนี้ได้มาติดตามปัญหาน้ำท่วมและติดตามงานของนโยบายรัฐบาล ในการสร้างที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อย ภาคเหนือเริ่มตั้งแต่จังหวัดเชียงราย ไล่ลงไปถึงสุไหงโกลก โดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยการเคหะแห่งชาติได้เซ็นสัญญาข้อตกลงกับการรถไฟแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งการสร้างที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อย มีเป้าหมายแก้ไขปัญหาผู้บุกรุกที่ดิน เปลี่ยนมาเป็นผู้เช่าที่ดินแทน&amp;nbsp;จบปัญหาการบุกรุกที่ดิน จากผู้ทำผิดกฎหมายเป็นผู้ถูกกฎหมายแล้วมีสิทธิ์ในการอยู่อาศัย มีที่อยู่อาศัยในราคาถูก เป็นการลดค่าใช้จ่ายประจำเดือนและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัญหาการบุกรุกที่การรถไฟในส่วนของพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกพบปัญหาที่อำเภอเมืองและอำเภอพรหมพิราม มีผู้อยู่อาศัยตามแนวรถไฟซึ่งมีปัญหามายาวนานหลายปี ทั้งนี้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ขอความร่วมมือกับประชาชน เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้อย่างรวดเร็วจะได้สร้างที่อยู่อาศัยได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;เพื่อการอยู่อาศัยและลดค่าครองชีพได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก มีผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยจำนวน&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ครอบครัว ถึงเวลานี้ทางการเคหะแห่งชาติได้มีความพร้อมในการสร้างที่อยู่อาศัยแล้ว แต่จะทำเท่าที่ทำได้ ซึ่งกับความต้องการที่อยู่อาศัยเป็นไปอย่างกระจัดกระจาย โดยเรามีการประเมิน ความต้องการในพื้นที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ภาคพบว่าประชาชนยังมีความต้องการที่อยู่อาศัย จำนวนกว่า&amp;nbsp;74,000&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;ไม่นับผู้มีรายได้น้อยผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ ที่ต้องเอาเงินไปสร้างบ้านอยู่อาศัยโดยไม่จำเป็น แต่สามารถนำเงินดังกล่าวมาเช่าบ้านอยู่อาศัยได้&amp;nbsp;ราคาที่ตั้งไว้จะถูกกว่าราคาภายนอก กว่า&amp;nbsp;40&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์ ซึ่งโครงการสร้างที่อยู่อาศัยนี้ ไม่เพียงแต่มีสัญญาข้อตกลงกับการรถไฟเท่านั้น ยังมีการทำสัญญาข้อตกลงกับกรมธนารักษ์ทั่วประเทศอีกด้วย&amp;nbsp; สำหรับการก่อสร้างจะใช้นวัตกรรมใหม่ สามารถดำเนินการก่อสร้างได้อย่างรวดเร็วและลดต้นทุนในการก่อสร้างได้มาก ซึ่งประโยชน์ในการดำเนินการจะตกกับประชาชนสามารถเช่าที่อยู่อาศัยได้ในราคาถูก สำหรับพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกการสร้างที่อยู่อาศัยเป็นการดำเนินการในลักษณะแฟลต&amp;nbsp; คาดว่าจะดำเนินการได้ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119248</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, จังหวัดพิษณุโลก, จุติ ไกรฤกษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211009/image_big_61618217b3c16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2021 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2021 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.วุ่น! ขบวนชุมชนไม่พอใจ รมว.พม.เสนอตั้งบอร์ดช้า &#039;จุติ&#039; แจงขอตรวจสอบ-อย่าให้คนรับรองติดคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.64 - มีรายงานข่าวจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)ว่า ได้มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้นำชุมชนและผู้นำภาคประชาสังคมตามภาคต่างๆ แสดงความไม่พอใจนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรี พม.เนื่องจากเชื่อว่านายจุติพยายามดึงเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) หรือบอร์ด พอช. ทำให้การแต่งตั้งบอร์ดใหม่ พอช.จำนวน 6 คน ยืดเยื้อมาถึงปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานใน พอช.2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บอร์ด พอช. ชุดเดิมหมดวาระตั้งแต่ 11 กันยายน 2563 ตามมติคณะรัฐมนตรีระบุว่าจะต้องสรรหาให้เสร็จ ภายใน 90 วัน ระเบียบ และขยายได้อีก 60 วัน รวมแล้วภายใน 150 วัน แต่จนบัดนี้เลยมา 1 ปีแล้ว ยังไม่มีการแต่งตั้งบอร์ดใหม่ โดยก่อนหน้านี้ได้มีการแต่งตั้งนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาทั้งประธานและกรรมการบอร์ด จำนวน 6 คนโดยผู้ที่ผ่านการสรรหาประกอบด้วย 1.นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ 2.นางวารุณี สกุลรัตนธารา&amp;nbsp;กรรมการผู้แทนองค์กรชุมชน 3.นายสังคม เจริญทรัพย์ กรรมการผู้แทนองค์กรชุมชน 4.นางสาววิภาศศิ ช้างทอง&amp;nbsp;กรรมการผู้แทนองค์กรชุมชน 5.นางวิภาภรณ์ ชัยรัตน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 6.นายปรนนท์ ฐิตะวรรโณ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวแจ้งว่า บอร์ดได้มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบรายชื่อตามที่คณะกรรมการสรรหาเสนอ แต่เมื่อสอบประวัติรายบุคคล ปรากฏว่ามี 1 คนที่ต้องคดีความ ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้นายจุติ ไม่ลงนาม และส่งเรื่องกลับมาให้ พอช. พิจารณาใหม่ และเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม บุคคลที่มีปัญหาได้ทำหนังสือขอสละสิทธิ์ ทำให้ พอช. เสนอรายชื่อบุคคลที่ผ่านการคัดเลือกในลำดับถัดมาแทน แต่สุดท้ายเอกสารชุดแต่งตั้งบอร์ด ก็ยังไม่ถูกเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ทำให้หลายฝ่ายเป็นกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อการบริหารงานของ พอช.และการพัฒนาชุมชนทั่วประเทศ &amp;nbsp;โดยขบวนชุมชนต่างหวังว่าบอร์ดชุดใหม่จะมาช่วยสนับสนุนขบวนให้เกิดความเข้มแข็งภายใต้วิกสถานการณ์โควิดนี้ได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รวมๆ ระยะเวลาที่บอร์ดเก่าหมดวาระตั้งแต่ 11 กันยายน 2563 และได้ดำเนินการเปิดรับสมัครและรับการเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหา ผู้ที่มีคุณสมบัติและความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการกรรมการผู้แทนองค์กรชุมชน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2563 - 17 มกราคม 2564 และกระบวนการทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน รวมๆ แล้วก็เกือบปี แต่มาเหลือตรง รมว.ลงนาม เพื่อไปต่อที่ ครม.&amp;rdquo;แหล่งข่าวกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)กล่าวว่า จริงๆ แล้วพร้อมที่จะนำเสนอรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นบอร์ด พอช.ไปยังคณะรัฐมนตรี แต่มีรายชื่อบางคนที่มีปัญหาจึงให้การรับรองไม่ได้และได้ส่งกลับไปให้ พอช.ได้พิจารณา โดยมีฝ่ายกฎหมายของกระทรวงทำหน้าที่ตรวจสอบ ซึ่งทราบว่ายังมีเอกสารบางอย่างที่ พอช.ส่งให้ฝ่ายกฏหมายไม่ครบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่มีใครมีอำนาจที่จะไปเปลี่ยนแปลงรายชื่อที่สรรหากันมาได้ แม้แต่รัฐมนตรี เพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็นห่วง เพียงแต่ต้องตรวจสอบกันมาให้ดี ไม่ใช่เสนอไปแล้วผมต้องคิดคุก ผมไม่แน่ใจว่าภายใน พอช.ได้มีใครไปสื่อสารอะไรผิดๆหรือไม่ ทำให้เกิดการเข้าใจผิด ผมมาจากการเลือกตั้ง ผมเข้าใจชาวบ้านดี&amp;rdquo;นายจุติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117102</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, จุติ ไกรฤกษ์, พอช., สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210918/image_big_6145a55f0e645.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส. – มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม เปิดตัว ชุมชนต้นแบบ &quot;บ้านยางชุม-วังศิลาโมเดล&quot; จ.สุรินทร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังแพร่ระบาดเป็นวงกว้างส่งผลกระทบต่อทุกคนจำนวนมาก โดยเฉพาะปัญหาแรงงานถูกเลิกจ้างงาน สถานประกอบการบางแห่งต้องปรับลดอัตรากำลังการจ้างงานให้น้อยลง ลดเวลาการทำงาน ส่งผลกระทบต่อรายได้ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มคนพิการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตนี้ จากรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านคนพิการในประเทศไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปี 2564 พบคนพิการวัยทำงานที่ยังไม่มีอาชีพ จำนวน 72,466 คน จากจำนวนคนพิการวัยทำงานทั้งหมดที่มีอยู่ในระบบ 857,253 คน สสส. ได้ร่วมกับมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม ดำเนินโครงการส่งเสริมอาชีพความมั่นคงทางอาหารสู่การพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านสุขภาวะ เพื่อพัฒนาการจ้างงานคนพิการระยะยาวในวิกฤตโควิด-19 โดยใช้กลไกชุมชนด้านความมั่นคงทางอาหารมาจ้างงานเชิงสังคม ให้คนพิการทำงานที่บ้านและในท้องถิ่นของตัวเองได้ เช่น เกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์ เพราะการจ้างงานลักษณะนี้คนพิการมีความรู้พื้นฐานเป็นทุนเดิม ทำให้ไม่ต้องปรับตัวจากการทำงานมาก และเป็นอาชีพที่สามารถทำงานที่บ้านและไม่ขาดแคลนอาหารในการบริโภค โดยโมเดลความมั่นคงทางอาหารและสนับสนุนอาชีพคนพิการมีเป้าหมาย 3 อย่าง คือ 1. พัฒนาทักษะคนพิการให้มีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพที่ท้องถิ่นของตัวเองในภาวะวิกฤต 2. พัฒนาให้คนพิการทำงานตามแผนการประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 3.พัฒนาเป็นพื้นที่นำร่องเพื่อถอดบทเรียนการทำชุมชนต้นแบบด้านสุขภาวะ ระดับหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในวิกฤตโควิด-19 นี้ ถือเป็นโอกาสสร้างอาชีพแก่คนพิการซึ่งเป็นอีกกลุ่มประชากรที่ควรได้รับความเป็นธรรมทางสุขภาพในทุกมิติ ทั้งกาย จิต ปัญญา และสังคม การที่คนพิการสามารถประกอบอาชีพ และมีรายได้จากการทำงานเหมือนคนทั่วไป ทำให้เกิดความภูมิใจในตัวเอง และช่วยให้คนพิการมีพฤติกรรมทางสุขภาพที่ดีขึ้น เกิดการยอมรับจากสังคม โดยที่ผ่านมา สสส. ได้สนับสนุนเรื่องการส่งเสริมโอกาสการมีงานทำ ทั้งเรื่องการเตรียมความพร้อมของทั้งคนพิการ สถานประกอบการ และการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการผ่านการมีส่วนร่วมในชุมชนอยู่แล้ว&amp;rdquo; นางภรณี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอภิชาติ การุณกรสกุล ประธานมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม กล่าวว่า โครงการส่งเสริมอาชีพความมั่นคงทางอาหารสู่การพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านสุขภาวะ สนับสนุนโดย สสส. จะเป็นการร่วมกันพัฒนาอาชีพไปยังคนพิการและครอบครัวในต่างจังหวัด ที่ตั้งใจพัฒนาเรื่องอาชีพและต้องการมีรายได้ในช่วงโควิด-19 ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้างหรือมีรายได้น้อยลง โดยบริษัทที่จ้างงานจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายเรื่องวัตถุดิบอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ และประสานเรื่องการจัดทำเอกสารและติดตามส่งรายงานให้บริษัทที่เข้าร่วมการจ้างงานเชิงสังคม ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 โดยคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องมีบัตรคนพิการ อายุ 20 &amp;ndash; 70 ปี และผู้ดูแลจะต้องมีชื่อหลังบัตรคนพิการให้สามารถใช้สิทธิแทนคนพิการ เพื่อนำเงินไปเตรียมพื้นที่สำหรับการประกอบอาชีพ ซึ่งครอบครัวคนพิการส่วนใหญ่จะนิยมปลูกผัก สมุนไพร ผลไม้ และเลี้ยงสัตว์ และหลังจากผลผลิตถึงเวลาเก็บเกี่ยวก็จะถูกจำหน่ายหรือมีผู้ค้าเข้ามารับซื้อ และผลผลิตส่วนที่เหลือหรือแบ่งเก็บไว้ครอบครัวคนพิการจะนำมาบริโภคเป็นอาหาร ซึ่งเป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในภาวะวิกฤตโควิด-19 โดยผลกำไรหรือรายได้ทั้งหมดที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของคนพิการและครอบครัว บริษัทจะไม่เรียกรับเงินคืน เพราะต้องการสร้างอาชีพให้คนพิการในระยะยาวและสามารถต่อยอดไปถึงอนาคตได้ ปัจจุบันได้จัดทำนำร่องไปแล้วตั้งแต่โควิด-19 ระลอกแรกเมื่อปี 2563 ที่บ้านยางชุม และบ้านวังศิลา อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ และเตรียมขยายพื้นที่เพิ่มไปยังจังหวัดต่างๆ ในอนาคตโดยมีโมเดลนำร่องจากที่นี่เป็นแบบอย่าง ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก คนพิการต้องมีงานทำ-มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 02 279- 9385&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113353</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กลุ่มคนพิการ, ชุมชนต้นแบบ, นางภรณี ภู่ประเสริฐ, นายอภิชาติ การุณกรสกุล, บ้านยางชุม-วังศิลาโมเดล, ปัญหาแรงงานถูกเลิกจ้างงาน, มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม, สร้างอาชีพแก่คนพิการ, สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ, โครงการส่งเสริมอาชีพความมั่นคงทางอาหารสู่การพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านสุขภาวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_6118bdeb635c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2019 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2019 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039; ส่งคำร้องฝ่ายค้านให้ศาล รธน.ตีความ พรก.ชะลอ กม.ส่งเสริมสถาบันครอบครัวฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.62 - ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงพระราชกำหนด(พ.ร.ก) เพื่อชะลอพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาคุ้มครองสถาบันครอบครัว ปี 2562 ว่า พ.ร.ก.ได้เข้าระเบียบวาระการประชุมแล้ว แต่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าชื่อกัน 100 คน เพื่อขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งวันนี้จะนำเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญ ในระหว่างนี้ยังพิจารณาไม่ได้ ซึ่งตามกฎหมายศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยภายใน 60 วัน โดยต้องรอกระบวนการวินิจฉัยของศาลก่อนจึงจะสามารถนำมาพิจารณาได้ ซึ่งในระหว่างนี้รัฐบาลก็ไม่มีสิทธิที่จะถอนพ.ร.กได้เพราะมีการเสนอเข้ามาแล้ว ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อน ส่วน พ.ร.ก ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็ต้องรอก่อนเพราะยังบังคับใช้ไม่ได้

ทั้งนี้ พ.ร.ก จะยังอยู่แม้จะมีการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่ด้วยรัฐธรรมนูญนั้น เมื่อออกพ.ร.กแล้ว ก็ต้องรีบเสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากสภา แต่ในขณะเดียวกันถ้าสมาชิกเข้าชื่อกัน 100 คนก็สามารถส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยได้ว่าพ.ร.กชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะมีหลักเกณฑ์กำหนดอยู่ว่าจะออกพระราชกำหนดได้ต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2562 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองและสถาบันครอบครัว พ.ศ.2562 โดยมีสาระสำคัญคือให้ชะลอการใช้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัวที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีหมายเหตุในการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉบับนี้คือ โดยปัจจุบันได้มีการตรา พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาสถาบันครอบครัวฯ มีการกำหนดมาตรการในการลดการกระทำความรุนแรงในครอบครัว รวมทั้งปรับปรุงกลไก บทบาท อำนาจ และหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ในระดับหน่วยปฏิบัติ และปรับปรุงการดำเนินการในกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวนไปจนถึงกระบวนการในชั้นศาล การดำเนินการดังกล่าวจำเป็นอย่ายิ่งที่ต้องอาศัยความพร้อมในด้านความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะความพร้อมในด้านบุคลากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่โดยที่ พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาสถาบันครอบครัวฯ พ.ศ.2562 มีผลใช้บังคับในวันที่ 20 ส.ค.2562 ที่ผ่านมา และปรากฎข้อเท็จจริงว่าหน่วยงานที่จะเป็นผู้ปฏิบัติการหรือบังคับการตามกฎหมายยังมีปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับความพร้อมด้านบุคลากรและขั้นตอนการปฏิบัติ จึงมีความจำเป็นที่ต้องขยายกำหนดระยะเวลาในการมีผลใช้บังคับของ พ.ร.บ.นี้ออกไปก่อน เนื่องจากหากมีการใช้บังคับตามกำหนดเวลาเดิมในขณะที่ยังไม่มีความพร้อมอาจเกิดผลร้ายต่อสังคมเป็นอย่างยิ่ง และสมควรให้นำ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองสวัสดิภาพในครอบครัวฉบับเดิมมาใช้บังคับต่อไปก่อนเป็นการชั่วคราว กรณีดังกล่าวจึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ในอันที่จะรักษาความมั่นคงทางสังคม อันจะส่งผลถึงความปลอดภัยสาธารณะและความปลอดภัยของประเทศ จึงจำเป็นต้องตรา พ.ร.ก.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45048</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ชวน หลีกภัย, พรบ.ส่งเสริมการพัฒนาคุ้มครองสถาบันครอบครัว, พระราชกำหนด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d6362319b047.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 07:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กวาดล้างคนเร่ร่อนยึดหน้าร้านเซเว่นเป็นบ้าน บางคนพกเงินติดตัวเกือบ 3 หมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกตรวจสอบคนเร่ร่อนที่ใช้ร้านเซเว่นฯเป็นที่หลับนอนในช่วงกลางคืนและเรี่ยไรเงินลูกค้า จับได้ 3&amp;nbsp;คน หนึ่งในนั้นมีเงินสด 28,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงค่ำต่อเนื่องถึงกลางดึกที่ผ่านมา ตำรวจฝ่ายป้องกันปรามปราม สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นำโดย พ.ต.ท.รณน สุระวิทย์ รองผู้กำกับการฝ่ายปราบปรามสภ.หาดใหญ่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.สงขลา และเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.สงขลา ได้สนธิกำลังออกตรวจสอบคนเร่รอนในพื้นที่ตัวเมืองหาดใหญ่ โดยเฉพาะตามหน้าร้านสะดวกซื้อ&amp;nbsp;หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการร้องเรียนและขอความช่วยเหลือจากพนักงานร้านสะดวกซื้อหลายสาขาว่าในช่วงกลางคืนจะมีคนเร่ร่อนมาใช้พื้นที่หน้าร้านเป็นที่หลับนอน บางครั้งก็เรี่ยไรเงินจากลูกค้า&amp;nbsp;สร้างความรำคาญและความหวาดกลัวให้กับพนักงานที่ต้องทำงานอยู่ตลอดทั้งคืนโดยเฉพาะสาขาที่พนักงานส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตระเวนตรวจสอบเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนเร่ร่อนที่หลับนอนอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อได้ 3&amp;nbsp;คน ในจำนวนนี้มีหนึ่งคนที่มีเงินสดติดตัวรวม&amp;nbsp;28,000&amp;nbsp;บาท และนำมาเปรียบเทียบปรับที่สภ.หาดใหญ่ ตามพรบ.เรี่ยไรเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.สงขลา จะรับตัวไปดูแลและติดต่อญาติ หากภายใน 45&amp;nbsp;วันไม่มีญาติมาดูแลก็จะส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดูแลต่อและฝึกอาชีพเพื่อให้มีงานทำไม่ต้องกลับไปเป็นคนเร่ร่อนหรือขอทานอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43996</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ขอทาน คนไร้ที่พึ่ง, คนเร่ร่อน, คนเร่ร่อนขอทาน, คนเร่ร่อนเมืองหาดใหญ่, จังหวัดสงขลา, ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง, ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.สงขลา, สภ.หาดใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190822/image_big_5d5de3e8442d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2019 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2019 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มกุฏ อรฤดี&#039; ชี้หน้าที่จัดการ &#039;ความรู้ประชาชาติ&#039; ควรเป็นของกระทรวง พม. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.62 - นายมกุฏ อรฤดี ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ผีเสื้อ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ถ้าดูตามตัวหนังสือ ภาระหน้าที่จัดการ #ความรู้ประชาชาติ ควรเป็นของกระทรวงนี้ แต่ไม่มีข่าวว่า 5 ปีที่ผ่านไปได้ดำเนินการอะไรบ้าง&amp;nbsp;และในฐานะรัฐบาลใหม่ได้คิดอะไรออกบ้าง
เพราะเมื่อพูดถึง #หนังสือ&amp;nbsp;คนมักนึกถึง #กระทรวงวัฒนธรรม
เมื่อพูดถึง #การอ่าน&amp;nbsp;ก็นึกถึงแต่ #กระทรวงศึกษาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พันธกิจ : 1.พัฒนาคนและสังคมให้มีคุณภาพเต็มศักยภาพและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง 2.สร้างเสริมเครือข่ายจากทุกภาคส่วนในการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคม 3.พัฒนาองค์ความรู้ ขีดความสามารถ และระบบการบริหารจัดการด้านการพัฒนาสังคม 4.จัดระบบสวัสดิการที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนมีหลักประกันและมีความมั่นคงในชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ประชาชนคนไทยคงจะรู้จักกระทรวงนี้ไม่กี่คน จึงล้วนรู้สึกไม่มั่นคงอะไรสักอย่างในชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43494</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงศึกษาธิการ, ความรู้ประชาชาติ, บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ, มกุฏ อรฤดี, มกุฏ อรฤดี ศิลปินแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190815/image_big_5d54c7e189e90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2018 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2018 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวแผนพัฒนาเด็กแห่งชาติ พบปัญหาติดยาติดเกมยังแก้ไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.61- พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม. ว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอ ร่างแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ฉบับที่ 2 ปี 2560-2564 โดยมีต้นเรื่องมาจาก พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ มาตรา 11(1) กำหนดว่า คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติต้องเป็นผู้เสนอนโยบาย และแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ต่อ ครม. โดยในปี 2554 ครม.เคยอนุมัติร่างแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติไว้ ก่อนมีประกาศใช้ ระหว่างปี 2555-2559 &amp;nbsp;พบว่า มีความสำเร็จในหลายประการ อาทิ เด็กปฐมวัยมีการพัฒนาที่สมวัย รวมทุกด้านเพิ่มมากขึ้นร้อยละ 72.8 ขณะที่ภาวะการขาดสารไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์ และในเด็กลดลง อัตราการคลอดบุตรของเด็กอายุ 15-19 ปี ลดน้อยลง หมายความว่า สภาวะแวดล้อม ผู้ปกครอง และสังคม มีการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม มีตัวชี้วัดบางตัวที่มีผลไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้ อาทิ ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งในรอบเดือนที่ผ่านมา มีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารกรณีดังกล่าวกว่า 300 ครั้ง กว่า 20 ครั้งเป็นเรื่องเด็กและเยาวชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านสุขภาพยังมีตัวเลขที่ไม่น่าพึงพอใจ อาทิการใช้สารเสพติด การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา เยาวชนติดเกมส์ จนไม่ออกกำลังกายให้เหมาะแก่วัยของเด็ก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ร่างแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ฉบับที่ 2 ปี 2560-2564 จะต่อยอดสิ่งที่ประสบผลสำเร็จ และกำหนดยุทธศาสตร์ไว้ 5 ข้อ ได้แก่ 1.พัฒนาศักยภาพและสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็ก เด็กและเยาวชนต้องได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่เต็มศักยภาพเพื่อเติบโตเป็นพลเมืองที่สร้างสรรค์ &amp;nbsp;2. การสร้างความเข้มแข็งของกลไกสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างมีประสิทธิภาพ 3.การเปิดโอกาสการมีส่วมร่วมในกระบวนการคิด และทำกิจกรรต่างๆ 4.ส่งเสริมบทบาทและระดมความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการให้เยาวชน &amp;nbsp;5.การพัฒนานวัตกรรมบริหารจัดการเด็กและเยาวชน อาทิ บุคลากร เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20028</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, พล.ท.สรรเสริญ  แก้วกำเนิด, แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ, โฆษกไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acd5ae1522e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
