<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พาณิชย์&#039;หนุน โคนมไทยใช้ FTA บุกตลาดต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ก.ย. 2564 นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายเร่งรัดการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อขยายการส่งออกสินค้าไทยไปตลาดโลก โดยล่าสุดได้มอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ดำเนินโครงการ &amp;ldquo;โคนมไทยก้าวไกล ขยายตลาดส่งออกได้ด้วย FTA&amp;rdquo; เพื่อเพิ่มศักยภาพสหกรณ์โคนม ผู้ประกอบการนมโคแปรรูป ส่งออกไปตลาดจีน โดยใช้ประโยชน์จาก FTA อาเซียน-จีน ที่ปัจจุบันจีนได้ยกเว้นภาษีศุลกากรนำเข้าสินค้านมให้ไทยแล้ว ซึ่งถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จของโครงการที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 โดยการดำเนินโครงการในปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่ 4 จะเน้นสินค้านมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากจีน และนม Future Food ผลิตภัณฑ์นมเพื่อสุขภาพ สินค้าที่ใช้นวัตกรรมในการเพิ่มมูลค่า ซึ่งเป็นสินค้าที่เป็นต้องการของผู้บริโภคจีนรุ่นใหม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยความคืบหน้าการดำเนินโครงการ กรมเจรจาฯ ได้คัดเลือกสหกรณ์โคนมและผู้ประกอบการนมโคแปรรูป 20 ราย เข้าร่วมกิจกรรมอบรม Boot Camp และจัดประกวดการนำเสนอแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อคัดเลือกผู้เข้ารอบ 5 ราย เข้าร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์และเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้านมแบรนด์ไทย โดยจะนำสินค้าวางบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในตลาดจีน และจัดทำ Live sale ขายบนแพลตฟอร์มเถาเป่าของจีน ควบคู่การจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าจีนทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกสหกรณ์โคนมและผู้ประกอบการนมโคแปรรูปเข้าร่วมโครงการปีนี้ กรมฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องวัตถุดิบเป็นน้ำนมโคจากเกษตรกรภายในประเทศ หรือนำเข้านมผงจากประเทศคู่ค้า FTA กระบวนการผลิตที่มีประกาศในสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) และได้รับมาตรฐานส่งออก EST มาตรฐาน อย. และมาตรฐานอื่น ๆ เช่น ฮาลาล และ CODEX ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้นวัตกรรม ออกแบบบรรจุภัณฑ์สวยงาม และเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และผู้ประกอบการเคยส่งออกและมีแผนการส่งออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะกรรมการคัดเลือก ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและเอกชน ได้สรุปผลการคัดเลือกแล้ว สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 20 ราย ได้แก่ 1.บริษัท คชเชอร์ โกลบอล ฟู้ด จำกัด 2.บริษัท เชียงใหม่เฟรชมิลค์ จำกัด 3.บริษัท ซันฟู้ดส์ คอร์ป จำกัด 4.บริษัท เดสทินี เอเชีย จำกัด 5.บริษัท แดรี่โฮม วิสาหกิจ เพื่อสังคม จำกัด 6.บริษัท ไทยซองฟู้ด จำกัด 7.บริษัท บุณยเกียรติ ไอศกรีม จำกัด 8.บริษัท เบญทอยส์ กรุ๊ป จำกัด 9.บริษัท แมรี่ แอน แดรี่ โปรดักส์ จำกัด 10.บริษัท ราซี่อินโนเวชั่น โปรดักส์ จำกัด 11.บริษัท เวจจี้ส์แดรี่ จำกัด 12.บริษัท อีสานใต้แดรี่ จำกัด 13.สหกรณ์การเกษตรสีคิ้ว จำกัด 14.สหกรณ์โคนมกำแพงแสน จำกัด 15.สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค ห้วยสัตว์ใหญ่ จำกัด 16.สหกรณ์โคนมไทยมิลค์ จำกัด 17.สหกรณ์โคนมพัทลุง จำกัด 18.สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด 19.สหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด 20.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย และสำรอง 5 ราย ได้แก่ 1.หจก.กลุ่มผู้เลี้ยงโคนมเขื่อนป่าสัก 2.หจก.ชาริสสยาม 3.หจก.แสงไทยวัฒนา 4.บริษัท วันเดอร์มิลค์แอนด์แดรี่ จำกัด 5.บริษัท พีเอสเค ผลิตภัณฑ์นม จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมอันดับ 1 ในอาเซียน และเป็นอันดับที่ 7 ของโลก ในช่วง 7 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ก.ค.) ไทยส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมสู่ตลาดโลก มูลค่า 343.2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.3% ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ อาเซียน มูลค่า 290.3 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 1.6% จีน มูลค่า 14.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 8.9% ฮ่องกง มูลค่า 14.3 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 18.2% และกานา มูลค่า 6.0 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 15.4% สินค้าส่งออกสำคัญ เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต นม UHT นมถั่วเหลืองที่มีนมผสม และนม ครีมที่ไม่เติมน้ำตาล เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118186</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, การใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA), สินิตย์ เลิศไกร, โคนมไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153da49053d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;พาณิชย์&quot;จัดเจรจาออนไลน์ ช่วยอาหาร เครื่อมดื่มขายสินค้า งาน THAIFEX </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประกาศความพร้อมจัดการเจรจาธุรกิจออนไลน์สินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ผ่านแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com วันที่ 29 ก.ย.-3 ต.ค.นี้ ช่วยเพิ่มยอดขายให้ผู้ประกอบการ หลังเผชิญสถานการณ์โควิด-19 ตั้งเป้านำเงินเข้าประเทศไม่ต่ำกว่า 830 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กำหนดจัดการเจรจาธุรกิจออนไลน์ ในรูปแบบ Virtual - Online Business Matching หรือ V-OBM ซึ่งเป็นกิจกรรมพิเศษที่จะจัดขึ้นในงานแสดงสินค้าอาหารเสมือนจริง THAIFEX - Virtual Trade Show (THAIFEX-VTS) ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มของไทย รวมถึงธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ได้นำเสนอสินค้า บริการ และร่วมเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อ ผู้นำเข้าจากต่างประเทศ ผ่านแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com ระหว่างวันที่ 29 ก.ย.-3 ต.ค.2564 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การเข้าร่วมกิจกรรม V-OBM นั้น ผู้ซื้อ ผู้นำเข้า สามารถเลือกผู้ประกอบการตามหมวดหมู่ ชื่อบริษัท หรือสินค้าที่สนใจ เพื่อทำการนัดหมายเจรจาธุรกิจผ่านระบบ โดยเลือกช่วงเวลานัดหมายตามวันเวลาที่เหมาะสมกับไทม์โซนที่ต่างกันของแต่ละประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ V-OBM ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่ม เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; มีผู้ประกอบการสินค้าอาหารกลุ่มใหม่ๆ เข้าร่วมเพิ่มจากเดิม ได้แก่ สินค้าอาหารฮาลาล สินค้าอาหารออแกนิกส์ และสินค้าอาหารแห่งอนาคต (Future Food) รวมถึงสินค้าที่ได้รับเครื่องหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สะท้อนให้เห็นการจัดงาน ได้รับการตอบรับจากผู้ค้าอย่างกว้างขวาง เนื่องจากขณะนี้ไม่สามารถจัดงานในรูปแบบออฟไลน์ได้ตามปกติจากสถานการณ์โควิด-19 การจัดงานแบบออนไลน์จึงเป็นช่องทางที่จะทำให้ผู้ขายได้พบกับผู้ซื้อ ผู้นำเข้า โดยมีผู้ประกอบการไทยสมัครเข้าร่วมการเจรจาธุรกิจออนไลน์แล้วจำนวน 368 บริษัท มีผู้ซื้อ ผู้นำเข้าลงทะเบียนเข้าชมงานและนัดหมายเพื่อเจรจาธุรกิจล่วงหน้ากว่า 1,433 ราย จาก 99 ประเทศ โดยตั้งเป้าหมายว่างานนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มของไทยได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น สามารถนำเงินเข้าประเทศได้กว่า 830 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในช่วงการจัดงาน ผู้ซื้อ ผู้นำเข้าที่ลงทะเบียนร่วมงาน THAIFEX&amp;ndash;VTS บนแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com ยังสามารถเข้าชมงานและเยี่ยมชมบูธที่สนใจได้เสมือนกับการเดินงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นในสถานที่จริง สามารถดูรายละเอียดสินค้าแบบ 360 องศา รวมทั้งพูดคุยกับผู้ประกอบการที่จัดแสดงสินค้าผ่าน V-OBM และการ VDO Call หรือทางข้อความได้ 24 ชั่วโมงผ่านการ Chat และมากไปกว่านั้น มีระบบกระดานสนทนาสำหรับประกาศซื้อ-ขายให้ติดต่อกลับได้ รวมถึงระบบแนะนำสินค้าและบริษัทให้กับผู้ซื้อ ผู้นำเข้า สามารถค้นหากันได้ง่ายขึ้น จึงนับได้ว่า THAIFEX&amp;ndash;VTS เป็นงานที่มีบทบาทสำคัญสำหรับผู้ส่งออกของไทยที่กำลังมองหาผู้ซื้อต่างประเทศ และ www.thaifex-vts.com ก็นับเป็นแพลตฟอร์มแห่งอนาคตของสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ที่พร้อมสำหรับการเจรจาธุรกิจได้เต็มศักยภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประกอบการที่สนใจธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม สามารถลงทะเบียนเข้าชมงาน THAIFEX&amp;ndash;VTS ได้ที่ www.thaifex-vts.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ ได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โทร.1169 หรือ www.ditp.go.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117990</URL_LINK>
                <HASHTAG>THAIFEX - Virtual Trade Show, THAIFEX-VTS, V-OBM, Virtual - Online Business Matching, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, กระทรวงพาณิชย์, การเจรจาธุรกิจออนไลน์สินค้าอาหารและเครื่องดื่ม, งานแสดงสินค้าอาหารเสมือนจริง, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_61516ec16a025.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117052</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สินิตย์ เลิศไกร” รมช. พาณิชย์ เปิดตัว “มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา (IP Fair 2021)”  บนแพลตฟอร์มออนไลน์เต็มรูปแบบ 15 - 19 ก.ย. นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สินิตย์ เลิศไกร&amp;rdquo; รัฐมนตรีช่วยว่าการพาณิชย์ เปิดงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;IP Fair 2021 &amp;ldquo;มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา 2564&amp;rdquo; ผ่านระบบออนไลน์ด้วยเทคโนโลยี Virtual Event เต็มรูปแบบ สร้างประสบการณ์เข้าชมงานเสมือนจริง &amp;nbsp;พร้อมนำไอเดียนวัตกรรมใหม่กว่า 200 ราย จัดแสดง และเปิดเวทีจับคู่ธุรกิจ เพื่อผู้สนใจนำไปต่อยอดผลิตสินค้า รวมทั้งจัดสัมมนาโดยมีวิทยากรชั้นนำทั้งในประเทศ และต่างประเทศมาถ่ายทอดความรู้เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสินิตย์ เลิศไกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังพิธีเปิดงาน IP Fair 2021 ว่า การนำทรัพย์สินทางปัญญาของไทยมาต่อยอดให้เกิดรายได้กับประเทศถือเป็นภารกิจสำคัญที่กระทรวงพาณิชย์ต้องการเร่งส่งเสริม เนื่องจากการสร้างสรรค์ผลงานทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถต่อยอดสู่การสร้างรายได้จะเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งได้ในระยะยาว และพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้จัดงาน IP Fair 2021 ขึ้นระหว่างวันที่ 15 &amp;ndash; 19 กันยายน 2564 ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ตลาดไอเดีย สร้างโอกาส สร้างธุรกิจ&amp;rdquo; ในรูปแบบออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ www.thailandipfair.com&amp;nbsp; โดยนำเทคโนโลยี Virtual Event เต็มรูปแบบมาใช้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประสบการณ์ใหม่ที่รู้สึกเหมือนได้เข้าไปชมงานจริง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายในงานยังได้รับรวมความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาอย่างครบถ้วน และนำทรัพย์สินทางปัญญากว่า 200 รายการ มาร่วมจัดแสดงและจับคู่ธุรกิจ และยังมีผลงานจากสถาบันการศึกษามาร่วมจัดแสดง เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำอุปกรณ์กันกระแทกสำหรับภาชนะบรรจุของเหลว , Bamboo Serum and Micellar , ไก่ยอปราศจากไขมันสัตว์พร้อมรับประทาน สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นำผลงานไส้กรอกปลาทู และถังหมักขยะ มาจัดแสดง เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในงานนี้นอกจากจะนำทรัพย์สินทางปัญญา และนวัตกรรมใหม่มาจัดแสดงแล้ว ยังมีไฮไลท์สำคัญในการจัดเวทีให้ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญากว่า 10 สัมมนา ได้แก่ 1.ถอดรหัสความสําเร็จ K-Series &amp;ndash; Series Y บน Streaming Platforms &amp;nbsp;2.IP-Driven Growth for SMEs : ทรัพย์สินทางปัญญานำธุรกิจ พิชิตตลาด SMEs 3.ก้าวต่อไปของสิทธิบัตรไทย ยกระดับเทียบชั้นสากล ด้วยระบบบริหารจัดการคุณภาพสิทธิบัตร (PQMS): Part I&amp;nbsp; 4.พื้นฐาน IP เรื่องสำคัญที่ธุรกิจต้องรู้ 5.นวัตกรรมสำหรับเกษตรกรไทยยุคใหม่...ก้าวต่อไปสู่ Smart Farming 6.ก้าวต่อไปของสิทธิบัตรไทย ยกระดับเทียบชั้นสากลด้วยระบบบริหารจัดการคุณภาพสิทธิบัตร(PQMS): Part II 7.IP &amp;amp; NFT คู่แท้สร้างรายได้ &amp;nbsp;8.ร้านอาหาร อยู่รอดด้วย IP ใช่หรือไม่? &amp;nbsp;9.IP โอกาสสร้างรายได้ &amp;nbsp;10.&amp;quot;ไอเดีย&amp;quot; จุดเริ่มธุรกิจที่ทรงคุณค่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; IP Fair 2021 ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายที่จะทำให้ทุกท่านสามารถนำไอเดียมาสร้างเป็นรายได้ อาทิ บริการให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา โซนจับคู่ธุรกิจ ตลาดสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) กว่า 22 รายการ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งมั่นใจว่าการจัดงาน IP Fair 2021 จะทำให้ผู้เข้าร่วมชมงานทั้งผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป ได้รับประโยชน์ ความรู้ และไอเดียใหม่ ๆ ในการดำเนินธุรกิจอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ นายสินิตย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า งาน IP Fair 2021 จะนำมาสู่โอกาสทางธุรกิจผ่านตลาดกลางทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งคาดว่าจะมีเงินสะพัดกว่า 50 ล้านบาท นอกจากนี้ กิจกรรมต่าง ๆ ในงาน จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนา (R&amp;amp;D) ของคนไทยบนพื้นฐานความต้องการของภาคธุรกิจ สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม นำมาสู่การนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ประโยชน์ให้มากยิ่งขึ้น และจะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุนในประเทศต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กระทรวงพาณิชย์จึงขอเชิญชวนทุกท่านที่มีไอเดียหรือกำลังมองหาแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและธุรกิจ สามารถเยี่ยมชมงาน IP Fair 2021 ได้ตั้งแต่วันที่ 15 - 19 กันยายน 2564 ทางเว็บไซต์ www.thailandipfair.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สายด่วนกรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 1368&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117052</URL_LINK>
                <HASHTAG>IP Fair 2021, R&amp;D, กรมทรัพย์สินทางปัญญา, กระทรวงพาณิชย์, ตลาดไอเดีย สร้างโอกาส สร้างธุรกิจ, นายสินิตย์ เลิศไกร, มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา 2564, เทคโนโลยี Virtual Event</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_6144a2dd805b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>DITP ประกาศศักยภาพแบรนด์ไทย ‘Idea Lab Festival 2021’ เพื่อความสำเร็จในตลาดโลกที่ไม่ไกลเกินรอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จัดกิจกรรม &amp;lsquo;IDEA LAB FESTIVAL 2021&amp;rsquo; โครงการต่อเนื่องจาก โครงการส่งเสริมแบรนด์สินค้าและบริการไทยสู่ตลาดโลก (MOC 4i : Thai Brand Heroes Program) โดยความมุ่งมั่นของ เพื่อเติมศักยภาพแก่ผู้ประกอบการไทยยุคดิจิทัล สร้างความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการสามารถนำองค์ความรู้และทักษะต่างๆ จาก &amp;lsquo;ห้องเรียนการค้า&amp;rsquo; มาใช้จริง รวมถึงเวทีจริงที่ได้พบปะกับผู้นำเข้าจากต่างประเทศ (Business Matching) ในช่วงวันที่ 14 &amp;ndash; 16 กันยายน พร้อมพลักดันสู่ตลาดโลกที่เป็นไปได้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มล.คฑาทอง ทองใหญ่ นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กิจกรรมโครงการ &amp;lsquo;IDEA LAB FESTIVAL 2021&amp;rsquo; ในครั้งนี้ จัดขึ้น ในรูปแบบออนไลน์ 100 เปอร์เซ็นต์ ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปของโลก ขณะเดียวกันก็เพื่อชูรูปแบบการจัดงานที่สอดคล้องกับบริบทแห่งการเรียนรู้ในปัจจุบัน และเน้นย้ำว่า แนวทางเหล่านี้เป็นหนึ่งในความมุ่งตั้งใจ เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ประกอบการแบรนด์ไทย เดินไปถึงฝั่งฝันให้สำเร็จ แม้สถานการณ์โลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรมมุ่งหวังอยากเห็นผู้ประกอบการแบรนด์ไทย ก้าวเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก ทั้งวันนี้และอนาคต ดังนั้นนอกจากจะมุ่งเน้นส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าใจตลาด ตามนโยบายของ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ &amp;lsquo;จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์&amp;rsquo; เรื่อง &amp;lsquo;ตลาดนำการผลิต&amp;rsquo; แล้ว ก็ยังมุ่งไปที่การให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ และการเพิ่มเติมองค์ความรู้ จนถึงทักษะต่างๆ เพื่อการทำการค้าในรูปแบบดิจิทัลที่มีทิศทางในการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยโดยกิจกรรม Idea Lab Festival 2021 ในครั้งนี้หวังจะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างมูลค่าเพิ่ม ไปจนถึงสร้างความแตกต่างในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลผ่านเครื่องมือต่างๆ อันจะเป็นแนวทางสู่ความสำเร็จบนเวทีโลกที่เกิดขึ้นได้จริง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการ &amp;lsquo;IDEA LAB FESTIVAL 2021&amp;rsquo; ในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการผ่านเข้าร่วมโครงการ 22 แบรนด์ จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ใน 3 กลุ่มสินค้า ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม สุขภาพและความงาม และไลฟ์สไตล์และหัตถกรรม พร้อมได้ฝึกฝนทักษะต่างๆ ในห้องเรียนการค้าในเวลากว่า 2 เดือน ก่อนเข้าสู่กิจกรรมสำคัญในส่วนต่างๆ &amp;nbsp;เพื่อนำองค์ความรู้และทักษะที่ได้รับเหล่านั้นมาใช้งานจริง ทั้งการเพิ่มทักษะในการนำเสนอในเวลาจำกัด (Elevator Pitch) ด้วยการเข้าร่วมรายการเกมส์โชว์แบบ Live Streaming ทางไทยรัฐ ออนไลน์ รวมถึงนำเสนอขายสินค้าบนแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง Lazada และเซ็นทรัล ผ่านการ Live Streaming ของผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด หรือ KOL พร้อมกับการจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์ Online Business Matching (OBM) ระหว่างผู้ปะกอบการกับผู้นำเข้าจากทั่วโลก &amp;lsquo;IDEA LAB FESTIVAL 2021&amp;rsquo; จึงนับเป็นอีกหนึ่งเวทีใหญ่ที่ได้เผยให้เห็นศักยภาพของผู้ประกอบการไทย แบรนด์ไทย อย่างมาก ขณะเดียวกันก็ถือเครื่องยืนยันได้ว่า โอกาสในการประสบความสำเร็จบนเวทีโลกของแบรนด์ไทย ก็อยู่ไม่ไกลเกินรอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116791</URL_LINK>
                <HASHTAG>Business Matching, Elevator Pitch, IDEA LAB FESTIVAL 2021, KOL, MOC 4i : Thai Brand Heroes Program, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, กระทรวงพาณิชย์, การนำเสนอในเวลาจำกัด, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ตลาดนำการผลิต, ผู้ประกอบการแบรนด์ไทย, มล.คฑาทอง ทองใหญ่, สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า, เติมศักยภาพแก่ผู้ประกอบการไทยยุคดิจิทัล, โครงการส่งเสริมแบรนด์สินค้าและบริการไทยสู่ตลาดโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_61419fb1c9127.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>NEA เปิดตัวหลักสูตร  The Guru หนุนผู้ส่งออกไทยฝ่าโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ก.ย. 2564 &amp;nbsp;นางอารดา เฟื่องทอง ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า แม้จะมีสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกช่วง 7 เดือนแรก ของปีนี้ ไทยสามารถส่งออกสินค้าได้เพิ่มขึ้น 16.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนดังนั้น การสร้างแรงบันดาลใจ และพัฒนาศักยภาพผู้ส่งออกให้ก้าวสู่ตลาดโลกจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตามนโยบาย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย &amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันที่ 9 กันยายน 2564 สถาบัน NEA ได้เปิดตัวโครงการหลักสูตรการเรียนรู้ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Academy) &amp;ldquo;The Guru ปันความรู้ จากกูรู สู่ตลาดโลก&amp;rdquo; ซีซั่น 3 เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการไทยแข่งขันระดับโลก โดยมีวิทยากรชั้นนำระดับประเทศ มาให้ความรู้เสริมความรู้ ชูเทคนิค คิดนอกกรอบ พร้อมนำ AI มาประยุกต์ใช้ และติดอาวุธสำคัญคือวิธีการสื่อสารกับคู่ค้า โดยผ่านระบบออนไลน์ &amp;nbsp;Zoom และ Facebook LIVE ในหัวข้อ &amp;ldquo;NEW OPPORTUNITY โอกาสใหม่ทางธุรกิจพิชิตตลาดโลก&amp;rdquo; ทั้งยังได้แนะนำแนวทาง R-I-S-K-S สำหรับเทคนิคการเอาตัวรอดของผู้ประกอบการในยุคโควิด-19 ด้วย
​ศ. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยากรหลักสูตร New Business Mindset for Thai Entrepreneur กล่าวว่า ผู้ประกอบการในยุคนี้ จะประสบความสำเร็จได้ต้องมี 2 อย่าง คือ การมีความรู้จริงและสติปัญญาในธุรกิจ และการมีความกล้าและมุ่งมั่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราต้องไม่นำความสำเร็จในอดีตมาวัดปัจจุบันหรืออนาคต เพราะยุคนี้อะไรก็เปลี่ยนแปลงได้ บริษัทเล็กๆ เอาชนะบริษัทใหญ่ได้ ขอให้มีความรู้ในธุรกิจมากพอ และเชื่อมั่นว่า คนไทยเก่งไม่แพ้ใครในโลก&amp;rdquo;
ขณะที่นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานกรรมการสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) วิทยากรหลักสูตร Business Leadership in an Uncertain World กล่าวถึง ทักษะผู้บริหารยุคโควิด-19 และคุณสมบัติของผู้นำที่ดีที่จะทำให้ธุรกิจประสบผลสำเร็จ ประกอบด้วย &amp;lsquo;6 บ.&amp;rsquo; คือ นักบุ๋น นักบู๊ นักบุญ บริวาร บูรณาการ และบารมี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอให้คิดว่าเรามีศึกรอบตัว แต่ไม่ต้องเปิดทุกศึก ไม่ต้องคิดว่าต้องชนะทุกศึก ศึกไหนที่คิดว่าชนะได้ ให้โฟกัสและทุ่มเทตรงนั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเฉลิมพล ปุณโณทก ประธานกรรมการบริหาร CT Asia, CT Asia Robotics ผู้สร้าง &amp;ldquo;ดินสอ&amp;rdquo; หุ่นยนต์บริการตัวแรกของไทยและของภูมิภาคอาเซียน วิทยากรหลักสูตร การสร้างเทคโนโลยี AI เพื่อสุขภาพและการส่งออก กล่าวว่า การที่จะแข่งขันในเวทีโลกได้ต้องเปลี่ยนทัศนคติ ต้องฝึกตั้งโจทย์ และคิดนอกกรอบ นำตัวเองไปอยู่ในมุมที่ท้าทาย และ Talent Matching หาคนเก่งมาเป็นพันธมิตรที่จะร่วมทำงานด้วย โดยประสานงานอย่างมีกุศโลบาย win win กับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​นอกจากนี้ในงานยังจัดให้มีการให้คำแนะนำในการสื่อสารผ่านสื่อ Digital: E-mail / Chat / Social Media ในภาษาจีนและภาษาอังกฤษ&amp;rdquo;โดย นางพรรัตน์ อริยโชติมา หรือ ป๊อปปี้หยางเหล่าซือ เจ้าของแฟนเพจเฟซบุ๊กสอนภาษาจีน @OECSCHOOL ผู้ออกแบบและถ่ายทำหลักสูตร ภาษาจีนออนไลน์ให้กับโรงเรียนสอนภาษาพรรัตน์ มาแนะนำการสื่อสารในด้านภาษาจีน และนายคริสโตเฟอร์ ไรท์ หรือ คริส เดลิเวอรี่ อาจารย์และเจ้าของโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ Chris English School วิทยากรหลักสูตร การเขียนภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจเพื่อการค้าระหว่างประเทศ ที่มาให้แนะนำว่าธุรกิจควรปรับเปลี่ยน ทัศนคติใหม่ในการเรียนภาษาเพื่อให้สื่อสารง่ายขึ้น สิ่งสำคัญในการติดต่อธุรกิจ ไม่ใช่การพูดคุยแต่เรื่องงานเท่านั้น ต้องมีอัธยาศัยที่ดี ศึกษาวัฒนธรรมที่แตกต่างและแสดงถึงความใส่ใจคู่สนทนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหลักสูตร NEA จะมีการเผยแพร่ผ่านทาง Facebook สถาบันพัฒนา และเว็บไซต์ nea.ditp.go.th &amp;nbsp;หรือ e-academy.ditp.go.th หรือติดต่อผ่านสายด่วน 1169 กด 1 กด 1&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116681</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.), กระทรวงพาณิชย์, สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_6140653f730d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>DITP ติดปีกแบรนด์ไทยด้วย ‘อาวุธใหม่’ ในตลาดการค้าโลกยุค New Normal</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การมาถึงของดิจิทัลดิสรัปชั่น (Digital Disruption) ไปจนถึงภาวะโรคระบาดโควิด -19 ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ตลาดการค้าโลกเปลี่ยนแปลงไป โลกทั้งใบเสมือนไร้พรมแดนโดยมีการค้าออนไลน์ช่วยเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์เล็งเห็นความสำคัญนี้ จึงพร้อมผลักดันผู้ประกอบการไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีทิศทางและยั่งยืนขึ้นโดยที่ผ่านมาเป็นตัวกลางในการบ่มเพาะองค์ความรู้ต่างๆ ให้แก่ผู้ประกอบการในหลายโครงการ จนมาถึงล่าสุดกับ&amp;lsquo;IDEA LAB FESTIVAL 2021&amp;rsquo; ที่พร้อมติดอาวุธเป็นองค์ความรู้ใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทย เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดการค้าโลกยุค New Normalแข็งแกร่งในตลาดโลกด้วยองค์ความรู้ที่เป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มล.คฑาทอง ทองใหญ่ นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะผู้ทำงานคลุกคลีอยู่กับผู้ประกอบการไทยมายาวนาน เปิดเผยว่าความโดดเด่นของผู้ประกอบการ SMEs ไทย คือการมีศักยภาพด้านการผลิตที่สามารถต่อยอดได้จากฐานทรัพยากรภายในประเทศ เพียงแต่ในวันที่ตลาดเปลี่ยนแปลงไป ผู้ประกอบการจำเป็นอย่างมากที่ต้องเข้าใจตลาดให้มากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้สอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงพาณิชย์ และนโยบายของ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ &amp;lsquo;จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์&amp;rsquo; ที่ให้ความสาคัญกับยุทธศาสตร์ &amp;lsquo;ตลาดนำการผลิต&amp;rsquo; พร้อมกับผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยเป็น &amp;lsquo;Smart Enterprise&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการมอบองค์ความรู้เรื่องการสร้างแบรนด์ผ่านโครงการ IDEA LABของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ นำไปสู่การบ่มเพาะองค์ความรู้ครั้งใหม่ที่เท่าทันยุคมากขึ้นสำหรับผู้ประกอบการไทยผ่านโครงการในชื่อ &amp;lsquo;IDEA LAB FESTIVAL 2021&amp;rsquo; โดยได้เปิดรับผู้ประกอบการไทยที่ผ่านโครงการ IDEA LABใน 4 ครั้งที่ผ่านมาเข้ามาต่อยอดองค์ความรู้ด้านการสร้างแบรนด์ดิจิทัล พร้อมเสริมทักษะต่างๆ ที่จำเป็นโดยเฉพาะโดยเป้าหมายของ &amp;lsquo;IDEA LAB FESTIVAL 2021&amp;rsquo;ครั้งนี้ยังอยู่ที่การนำพาแบรนด์ไทยทั้งหมดจากโครงการ เดินไปสู่เวทีจริงในรูปแบบต่างๆ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 - 12 กันยายน 2564 รวมถึงเวทีการเจรจาการค้าผ่านช่องทางออนไลน์กับผู้นำเข้าจากต่างประเทศ (Online Business Matching) ที่จะเกิดขึ้นจริงในวันที่ 14 &amp;ndash; 16&amp;nbsp; กันยายน 2564 นี้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;IDEA LAB FESTIVAL 2021&amp;rsquo; &amp;nbsp;เคี่ยวกรำเพื่อการเติบโตในตลาดโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การต่อยอดโครงการ Idea Lab มาสู่ &amp;lsquo;IDEA LAB FESTIVAL 2021&amp;rsquo; ครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกย่างก้าวสำคัญของ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อบ่มเพาะ เคี่ยวกรำ และนำพาผู้ประกอบการไทยเดินไปอย่างมีทิศทาง เพื่อประสบความสำเร็จบนเวทีโลก โดยเฉพาะเมื่อตลาดการค้าออนไลน์โลกกำลังเติบโตขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราได้นำแบรนด์ที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 22 แบรนด์มาบ่มเพาะความรู้ผ่าน &amp;lsquo;ห้องเรียนการค้า&amp;rsquo; ก่อนจะเดินทางไปถึงเวทีจริงในรูปแบบต่างๆที่จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 10 - 12 กันยายน 2564 รวมถึงเวทีการเจรจาการค้าผ่านช่องทางออนไลน์กับผู้นำเข้าจากต่างประเทศ (Online Business Matching) ที่จะเกิดขึ้นจริง ในวันที่ 14 &amp;ndash; 16&amp;nbsp; กันยายน 2564 นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย IDEA LAB FESTIVAL 2021ครั้งนี้ มีผู้ประกอบการร่วมโครงการจำนวน 22 แบรนด์ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มสินค้าคือ กลุ่มสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มสินค้าประเภทสุขภาพและความงาม และกลุ่มสินค้าประเภทไลฟ์สไตล์ซึ่งทั้งหมดได้ฝึกฝนในห้องเรียนการค้าก่อนจะพบกับเวทีจริง โดยในวันที่ 10 กันยายน 2564 เวลา 17.00 &amp;ndash; 18.00 น.ผู้ประกอบการในโครงการจะได้ร่วมรายการเกมส์โชว์แบบ Live Streaming ทางไทยรัฐ ออนไลน์ซึ่งจะต้องทำการเสนอขายสินค้าภายในเวลา 2 นาที และมีผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและการค้าระหว่างประเทศร่วมเป็น Commentator เพื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับสินค้านั้นๆ ว่า&amp;ldquo;ปัง&amp;rdquo;หรือ&amp;ldquo;แป้ก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้แล้ว &amp;lsquo;IDEA LAB FESTIVAL 2021&amp;rsquo;ยังมาพร้อมเวทีสำคัญอีกเวทีหนึ่งที่จะช่วยเปิดโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการไทยในโครงการในครั้งนี้ด้วย นั่นคือ เวทีการเจรจาการค้าผ่านช่องทางออนไลน์กับผู้นำเข้าจากต่างประเทศหรือ Online Business Matchingที่จะเกิดขึ้นจริงในวันที่ 14 &amp;ndash; 16&amp;nbsp; กันยายน 2564นี้ ซึ่งนับเป็นการเปิดประตูบานสำคัญอีกบานหนึ่งสู่การค้าโลก รวมถึงเป็นความหวังที่จะก้าวต่อไปประกาศความสำเร็จบนเวทีโลกของผู้ประกอบการไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนใจรับชมกิจกรรมต่างๆ จาก &amp;lsquo;IDEA LAB FESTIVAL 2021&amp;rsquo; สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, DitpDesignและ YouTube Channel : DitpDesign&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116148</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, มล.คฑาทอง ทองใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139ac25b5cbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>B-Garlic กระทียมดำอันดับหนึ่ง คว้ารางวัล PM Export Award 2021 สร้างนวัตกรรมยกระดับการเกษตรไทยสู่ตลาดโลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดา อธิดากัมพู กรรมการผู้จัดการบริษัทนพดาโปรดักส์ จำกัด/กลุ่มบริษัทนพดา (นพดากรุ๊ป) ชายหนุ่มลูกเกษตรกร ที่พลิกฟื้นดินให้กลายเป็นทองคำเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยสองมือ และหนึ่งสมองของตนเอง สร้างตำนานกระเทียมดำอันดับหนึ่งของเมืองไทย คว้ารางวัลใหญ่ของกระทรวงพาณิชย์ PM Export Award 2021 สาขา Best Exporter ให้กับ B-Garlic และ Beat Thai Brands ให้กับ Homtiem&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดากล่าวถึงจุดเริ่มต้นว่า Nopphada Group ประกอบด้วย Nopphada Product, Nopphada Trading, Nopphada Seasoning และ NCR Product แต่กว่าจะเป็นนพดากรุ๊ปแบบทุกวันนี้ ได้เริ่มต้นจากการสานต่อกิจการครอบครัวในธุรกิจค้ากระเทียมสด ในจังหวัดลำพูน ส่งเข้าตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ และโรงงานแปรรูปอาหาร เป็นกิจการที่ส่งไม้ต่อจากรุ่นคุณปู่ รุ่นคุณพ่อ ที่ดำเนินธุรกิจอย่างยาวนานร่วม 40 ปี มาจนถึงปัจจุบันนับเป็นรุ่นที่ 3 และได้ก่อตั้งเป็นบริษัท นพดาโปรดักส์ จำกัด ภายใต้การบริหารของตัวเอง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากได้เห็นถึงปัญหาการแข่งขันทางด้านราคาจากการเปิดการค้าเสรี ทำให้กระเทียมจากต่างประเทศไหลทะลักเข้าสู่ประเทศไทย ส่งผลให้ราคากระเทียมไทยได้รับผลกระทบ เกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมได้รับผลกระทบตามไปด้วย ตนจึงต้องเร่งหาทางแก้ไข ได้คิดหาวิธีเพิ่มมูลค่าให้กับกระเทียมไทย เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและหาทางออกให้กับธุรกิจที่ทำอยู่ จึงได้ค้นพบ &amp;ldquo;กระเทียมดำ&amp;rdquo; จากการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น พบว่ากระเทียมดำเป็นอาหารนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยดูแลสุขภาพ จากการคิดค้นโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวเอเชีย และมีการบริโภคกันอย่างแพร่หลาย ในประเทศญี่ปุ่น เกาหลี จีน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเริ่มศึกษาค้าคว้าวิธีการผลิตร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ จนได้วิธีการผลิตที่เหมาะสมกับกระเทียมไทย โดยบริษัทเรามีกรรมวิธีการผลิตและเทคโนโลยีเฉพาะของกระเทียมดำ B-Garlic เท่านั้นที่สามารถควบคุมอุณหภูมิความร้อนและความชื้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม&amp;quot;นายนพดา กล่าวและว่า ทำให้กระเทียมดำที่ได้มีเอกลักษณ์เฉพาะของบริษัทนพดาโปรดักส์ เท่านั้น จนทำให้ปัจจุบันบริษัทฯ้ป็นโรงงานผลิตกระเทียมดำในประเทศไทย โรงงานแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต GMP, HACCP, HALAL และ อย. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ด้วยความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัท มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อยอดให้กับสินค้าใหม่ๆจนปัจจุบันออกแบรนด์น้องใหม่อย่าง &amp;ldquo;HOMTIEM&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;N&amp;rsquo;JOY&amp;rdquo; ซึ่งมีสินค้าที่วางจำหน่ายแล้ว ประกอบไปด้วย กระเทียมดำแบบมีเปลือกขนาด 500 กรัม, ขนาด 250 กรัม, 100 กรัม, 20 กรัม และกระเทียมดำแบบพร้อมทานขนาด 60 กรัม โดยตัวกระเทียมดำ B-Garlic มีรสชาติหวานทานง่าย ไม่เผ็ด ไม่ฉุน ในตัวกระเทียมดำยังมีสารสำคัญ เช่น สาร SAC, Arginine, Polyphenols, Proline, Leucine, และ GABA ทำให้กระเทียมดำ 1 หัว มีสารอาหารสูงกว่ากระเทียมสดถึง 13 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น B-Garlic กระเทียมดำ มีส่วนช่วยเรื่องระบบการไหลเวียนโลหิต ลดระดับน้ำตาลในเลือด ไขมัน และความดัน จะค่อยๆปรับสมดุลให้ดีขึ้นแล้ว ยังสามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายสมรรถภาพ บำรุงสมองและตับ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ลดอาการภูมิแพ้ รวมถึงช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั่งนี้ปี 2564 จึงได้ร่วมมือกับช่องทาง Home Shopping ต่างๆ เช่น True Shopping, RS Mall, O Shopping และ Happy Shopping รวมทั้งช่องทาง Ecommerce เพื่อฝ่าวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 จากความร่วมมือนี้คาดหวังว่ายอดขายกระเทียมดำ B-Garlic ในปี 2564 ถึง 200 ล้านบาทหรือเติบโต 150% จากปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังได้ร่วมมือกับประธานสมาพันธ์ช่างผมไทย IHNF ดร.ณรงค์ ศรีเกรียงทอง เพื่อช่วยหลือร้านเสริมสวยที่อยู่ภายใต้แบรนด์ DCASH ในพื้นที่กรุงเทพที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด19 นำสินค้าที่เป็นที่ต้องการอย่างมากในช่วงสถานการณ์นี้ คือ &amp;ldquo;กระชายขาวสกัดแคปซูล&amp;rdquo; ให้กับทางร้านเสริมสวยได้จำหน่ายผ่านช่องทางของร้านเสริมสวยเอง เพื่อเป็นอีกหนึ่งของความช่วยเหลือให้พนักงานมีช่องทางเพิ่มรายได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีแคมเปญ &amp;ldquo;B-Garlic กระชายขาวสกัด ดี พลัส ช่วยโควิด&amp;rdquo; ทุกๆการสั่งซื้อ &amp;ldquo;กระชายขาวสกัด ดี พลัส&amp;rdquo; หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วทาง B-Garlic จะนำเงินสมทบทุนให้หน่วยงานที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด-19 ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ช่วยเหลือชุมชนที่อยู่บริเวณโดยรอบบริษัทที่ได้รับผลกระทบ อาทิ บ้านหมูเปิ้ง ม.9 และบ้านป่าตอง ม.13 ต.เหมืองจี้ อ.เมือง จ.ลำพูน เป็นมูลค่า 429,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน B-Garlic จัดแคมเปญ &amp;ldquo;แทนคำขอบคุณจากใจ B-Garlic แจกทอง&amp;quot; ทุกๆ การสั่งซื้อจะได้รับสิทธิ์ร่วมลุ้นทองคำหนัก 1 บาท มูลค่า 30,000 บาท และรางวัลอื่นๆ อีกมาก เพียงกรอก ข้อมูลผ่านลิงค์ https://forms.gle/5Siv1yANpzGgLwUp6&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115783</URL_LINK>
                <HASHTAG>B-Garlic, Beat Thai Brands, GMP, Homtiem, Nopphada Group, PM Export Award 2021, STeP, กระทรวงพาณิชย์, กระเทียมดำ, กระเทียมไทย, การรับรองมาตรฐานการผลิต, คณะเกษตรศาสตร์, นพดากรุ๊ป, นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยดูแลสุขภาพ, นายนพดา อธิดากัมพู, บริษัทนพดาโปรดักส์ จำกัด, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135baa933652.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
