<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 18:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 18:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พาณิชย์”ถกเอกชนกลุ่มยานยนต์ยันส่งออกไม่กระทบสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;หารือภาคเอกชนในกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน วางแผนชี้แจงสหรัฐฯ กรณีเปิดไต่สวนผลกระทบจากการนำเข้า เตรียมส่งหลักฐานยืนยันการส่งออกไทยไม่กระทบต่ออุตสาหกรรมภายในสหรัฐฯ และไม่ได้เป็นภัยคุกคาม มีแต่ช่วยหนุน คาดสหรัฐฯ ประกาศผลในภายใน 90 วัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
21 มิ.ย. 61 นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เชิญภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน มาหารือเพื่อจัดทำความเห็นที่เป็นลายลักษณ์อักษรของไทย ส่งไปให้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ใช้ประกอบการพิจารณาการไต่สวนผลกระทบจากการนำเข้ารถยนต์อเนกประสงค์ รถตู้ รถบรรทุกขนาดเล็กและชิ้นส่วนยานยนต์ ตามมาตรา 232 กฎหมาย Trade Expansion Act ปี 1962 แล้ว โดยเห็นว่าควรจะให้ข้อมูลพร้อมสถิติและการอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังเป็นการทำให้สหรัฐฯ เห็นว่าการส่งออกของไทยไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสหรัฐฯโดยจะส่งภายในวันที่ 22 มิ.ย.2561 และจากนั้นสหรัฐฯ จะใช้เวลาในการพิจารณา 270 วัน และสรุปผลเสนอให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พิจารณาว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าหรือไม่ภายใน 90 วัน โดยข้อมูลที่จะจัดส่งให้สหรัฐฯ เช่น อัตราการขยายตัวของอุตสาหกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับเหตุผลทางด้านความมั่นคงภายในของสหรัฐฯ , ผลกระทบของการแข่งขันจากต่างประเทศต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ , ปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯอ่อนกำลังลง เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามภาคเอกชนไทยต้องให้ข้อมูลกับสหรัฐฯ โดยจะต้องย้ำให้เห็นว่าไทยไม่ได้เป็นผู้ส่งออกยานยนต์รายสำคัญไปสหรัฐฯ จึงไม่ใช่คู่แข่ง และไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมของสหรัฐฯ เช่นเดียวกับชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งชิ้นส่วนจากไทยอยู่ในห่วงโซ่การผลิตรถยนต์ของสหรัฐฯ สินค้าไทยจึงมีส่วนสนับสนุนการผลิตรถยนต์ของสหรัฐฯ มากกว่าเป็นคู่แข่ง และยางรถยนต์ของไทยที่ส่งออกไปสหรัฐฯ จำนวนมาก ก็ไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในพิกัดศุลกากรที่เป็นชิ้นส่วนยานยนต์ แต่อยู่ในพิกัดผลิตภัณฑ์ยาง จึงต้องระบุไปว่าไทยไม่ควรถูกใช้มาตรา 232&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11850</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าต่างประเทศ, กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ, พาณิชย์, ยานยนต์, สหรัฐ, อดุลย์ โชตินิสากรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5aa00743a4866.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
