<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>17ปีที่รอคอย&#039;พิพิธภัณฑ์สึนามิ&#039;เสร็จสมบูรณ์แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์เกิด&amp;quot;สึนามิ&amp;quot;คลื่นยักษ์ถล่มประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 &amp;nbsp;หรือเมื่อเกือบ 17 ปีที่แล้ว &amp;nbsp;เนื่องจากเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง &amp;nbsp;จุดศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ห่างจากจังหวัดภูเก็ต ประมาณ 580 กิโลเมตร &amp;nbsp;ขนาดความรุนแรง 8.9 ริกเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แผ่นดินไหวครั้งนั้น ทำให้เกิดคลื่นยักษ์ ถล่ม 6 จังหวัดภาคใต้ของไทย ได้แก่ ภูเก็ต พังงา ระนอง กระบี่ ตรัง และสตูล ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 5,400 คน บาดเจ็บกว่า 8,000 คน และสูญหายอีกจำนวนมาก ไม่รับแรงสั่นสะเทือนที่แม้แต่คนกรุงเทพฯ ยังรู้สึกได้ &amp;nbsp;เหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติยิ่งใหญ่ครั้งนั้น ได้รับการบันทึกในประวัติศาสตร์โลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังเกิดเหตุการณ์ 12 ปี ทางการไทยโดยกระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดงบประมาณของปี 2560 จำนวน 64.8 ล้านบาท เพื่อจัดสร้างพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งธรณีพิบัติภัยสึนามิ &amp;nbsp;โดยเป็นงบผูกพัน &amp;nbsp;2 ปี &amp;nbsp;โดยเลือกพื้นที่ ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เป็นที่จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ &amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงมีการดำเนินการออกแบบ จัดสร้าง รวมถึงการจัดซื้อเรือประมง 2 ลำที่ถูกคลื่นยักษ์สึนามิซัดมาเกยตื้น &amp;nbsp;มาเป็นส่วนหนึ่งในการจัดแสดง &amp;nbsp;ซึ่งล่าสุดพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว รวมทั้งการจัดภูมิทัศน์โดยรอบพิพิธภัณฑ์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวว่า การดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งธรณีพิบัติภัย &amp;nbsp;สึนามิ ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา &amp;nbsp;เพื่อเป็นสถานที่ที่รำลึกเหตุการณ์ พิบัติภัยแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 &amp;nbsp; ซึ่งแต่เดิมคนไทยไม่เคยประสบเหตุการณ์แผ่นดินไหวมาก่อน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ &amp;nbsp;ยังเป็นสถานที่เก็บหลักฐานของเหตุการณ์ และยังแสดงถึงความร่วมมือของคนไทย และคนทั่วโลก ที่เดินทางมาร่วมรำลึกทุกปี &amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้การดำเนินการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งธรณีพิบัติภัยสึนามิและงานปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบเสร็จสมบูรณ์แล้ว และสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม .อยู่ระหว่างจัดทำแผนดำเนินงานและบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งธรณีพิบัติภัยสึนามิ &amp;nbsp;ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฯได้ในเดือนธันวาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;quot;พิพิธภัณฑ์สึนามิ &amp;nbsp;ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยเป็นศูนย์รวมกิจกรรมเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงอย่างยั่งยืน&amp;quot;รมว.วธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งธรณีพิบัติภัยสึนามิสร้างบนพื้นที่กว่า 5 ไร่ โดยอาคารจัดแสดงหลักเป็นอาคารชั้นเดียว ด้านหน้าออกแบบเป็นเส้นโค้งในรูปแบบของคลื่น และมีช่องเปิดรับแสงเป็นทรงกลมแบบฟองคลื่นกระจายตามความยาวของอาคารทำให้ภายในอาคาร เกิดที่ว่างคล้ายท้องคลื่นยาวตลอดห้องจัดแสดง โดยมีหอเตือนภัยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องมือประมงพื้นบ้าน เป็นแลนด์มาร์กที่ให้ผู้มาเยี่ยมเยียนสามารถขึ้นไปชมทัศนียภาพได้โดยรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ตัวพื้นที่โครงการฯแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่ &amp;nbsp;1.ส่วนจัดแสดงภายนอกอาคาร จัดแสดงเรือประมง 2 ลำ ที่ถูกคลื่นยักษ์สึนามิพัดพาเข้ามาจากชายฝั่งเหลือร่องรอยยังคงเป็นวัตถุพยานที่สำคัญของเหตุการณ์ในครั้งนั้น 2.ส่วนบริการ ภายในมีพื้นที่สำหรับเจ้าหน้าที่ให้บริการข้อมูล ส่วนขายของที่ระลึก ห้องน้ำบริการประชาชน โดยมีห้องมัลติมีเดียจัดฉายวิดีทัศน์เกี่ยวกับเหตุการณ์ภัยสึนามิ เป็นการนำเข้าสู่เนื้อหาการจัดแสดงนิทรรศการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
3.ส่วนจัดแสดงนิทรรศการ ประกอบด้วยพื้นที่จัดแสดงที่ร้อยเรียงเรื่องราวประกอบวัตถุจัดแสดงซึ่งเก็บรวบรวมจากเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26ธันวาคม 2547 &amp;nbsp; โดยลำดับของการจัดแสดงโซนที่ 1 สัณฐานของบ้านน้ำเค็ม โซนที่ 2 เรื่องเล่าจากผู้ประสบภัย โซนที่ 3 ความรู้เบื้องต้นธรรมชาติของสึนามิ โซนที่ 4 เล่าเรื่องจากวัตถุ โซนที่ 5 และ 6 เป็นเรื่องราวต่อเนื่องที่เกิดขึ้นภายหลังจากภัยพิบัติในด้านการเรียนรู้และป้องกัน ส่วนสุดท้ายโซนที่ 7 เป็นบ้านพื้นที่ที่เปิดให้ชุมชนสามารถเข้าใช้สอยในกิจกรรมของชุมชน และ4.พื้นที่สนับสนุนอื่นๆ เช่น ลานจอดรถและพื้นที่ภูมิทัศน์โดยรอบอาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106567</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒธรรม, นายอิทธิพล คุณปลื้ม, พิพิธภัณฑ์สึนามิบ้านน้ำเค็ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c99e6ece1d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93062</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2021 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2021 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อธิบดีชาย&quot;เผย9ทิศทางเชิงรุกร่วมกับเครือข่าย ส่งเสริมต่อยอดรูปแบบวัฒนธรรมเชิงสัญลักษณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒธรรม เปิดเผยว่า กรมฯมีนโยบายที่จะผลักดันและส่งเสริมงานวัฒนธรรมผ่านเครือข่ายวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรมที่เป็นต้นทุนสำคัญ คือ งานมรดกภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage : ICH) มาประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมในแต่ละชุมชนให้ได้รับการ พัฒนาต่อยอดงานวัฒนธรรมในรูปแบบเชิงสัญลักษณ์ คือ 5Fs (Foods/Fashion/Fighting/Film/Festival)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีจุดเน้นหลักใน 2 ประเด็นหลัก คือ อาหาร (Foods) และเสื้อผ้า อาภรณ์ Fashion เพื่อสร้างสรรค์สินค้าและบริการ (Creative Culture) เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและบริการทางวัฒนธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะกำหนดทิศทางการดำเนินงานร่วมกันระหว่างกรมส่งเสริมวัฒนธรรมกับองค์กรและเครือข่ายวัฒนธรรม ทั้งสภาวัฒนธรรมและเครือข่ายวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์งานวัฒนธรรม ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การจัดสรรและใช้ทรัพยากร บุคลากร และงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเกิดประโยชน์ต่อการส่งเสริม ผลักดันงานวัฒนธรรมในทุกระดับ โดยปรับรูปแบบการจัดสรรงบประมาณ ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1 เพิ่มช่องทางและเม็ดเงินการจัดทำคำของบประมาณในรูปของหมวดเงินอุดหนุน และหมวดเงินงบประมาณยุทธศาสตร์/งบพื้นฐาน ,1.2 เป็นที่ปรึกษาในการเขียนและเสนอโครงการ/กิจกรรมการดำเนินงานวัฒนธรรมขององค์กรและเครือข่ายวัฒนธรรม ทั้งสภาวัฒนธรรมและเครือข่ายวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์งานวัฒนธรรม ที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำคำของบประมาณ ของสำนักงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.3 สนับสนุนงบประมาณ และบุคลากรแก่สภาวัฒนธรรมและเครือข่ายวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์งานวัฒนธรรม โดยการจ้างอาสาสมัครวัฒนธรรมเพื่อให้การปฏิบัติงานระหว่างสภาวัฒนธรรมและเครือข่ายวัฒนธรรมในพื้นที่ผ่านโครงการส่งเสริมศักยภาพของเครือข่ายวัฒนธรรมในการบริหารจัดการงานวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.4 สนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมอนุรักษ์ ฟื้นฟู จารีตประเพณี ภูมิปัญญาทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ไม่น้อยกว่า 60 โครงการ เช่น การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระราชวงศ์ โครงการเผยแพร่การจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับโขน โครงการเสริมสร้างน้ำใจไมตรี สู่วิถี New Normal โครงการจัดทำข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมทั่วประเทศ เพื่อขึ้นทะเบียนในระดับจังหวัด ระดับประเทศ และเสนอขึ้นบัญชีต่อยูเนสโกเพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ การจัดกิจกรรมส่งเสริมประเพณี เช่น สงกรานต์ ลอยกระทง ประเพณี 12 เดือน และอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. .เชื่อมโยง ผลักดันงานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม (ICH) รวมทั้ง การดำเนินงานวัฒนธรรมตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด จนถึงระดับชาติขององค์กรภาคและเครือข่ายวัฒนธรรมทั้งสภาวัฒนธรรม และเครือข่ายวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์งานวัฒนธรรม เพื่อสร้างสรรค์สินค้าและบริการ (Creative Culture) เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและบริการทางวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. บูรณาการงานวัฒนธรรมระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน สร้างการมีส่วนร่วมของภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนในระดับกลุ่มอาชีพ ระดับภาค และระดับประเทศในการ &amp;ldquo;ร่วมคิด ร่วมดำเนินการ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เปิดโอกาส เวทีที่เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดในการดำเนินงานวัฒนธรรม และรวมพลังปฏิบัติกิจกรรมทางวัฒนธรรมร่วมกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. เป็นผู้พัฒนาองค์ความรู้ การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนากระบวนการทำงานวัฒนธรรม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) เพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนการทำงาน ลดรอบระยะเวลา และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. สร้างให้เกิดยอมรับนับถือ การแสดงสถานะ/ตัวตน ขององค์กรภาคและเครือข่ายวัฒนธรรมทั้งสภาวัฒนธรรม และเครือข่ายวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์งานวัฒนธรรม โดยร่วมเป็นคณะกรรมการคณะต่าง ๆ ในการผลักดันงานวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการ/กิจกรรมและผลการดำเนินงานขององค์กรภาคและเครือข่ายวัฒนธรรมทั้งสภาวัฒนธรรม และเครือข่ายวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์งานวัฒนธรรม ด้วยการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จัดต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage : ICH) มาประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมในแต่ละชุมชนให้ได้รับการ เพื่อสร้างสรรค์สินค้าและบริการ (Creative Culture) เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและบริการทางวัฒนธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. การยกย่องเชิดชูเกียรติ โดยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ให้แก่ประธานสภาวัฒนธรรม กรรมการบริหารสภาวัฒนธรรมทั่วประเทศ และเครือข่ายวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์งานวัฒนธรรมที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ตลอดจนการจัดทำเข็มเชิดชูเกียรติให้แก่คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมทุกระดับทั่วประเทศ เครือข่ายวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์งานวัฒนธรรม และการเสนอชื่อเพื่อมอบโล่รางวัลในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์แก่กระทรวงวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. พัฒนาศักยภาพของบุคลากร ผู้สร้างสรรค์งานวัฒนธรรม เช่น อาสาสมัครวัฒนธรรม ปราชญ์ชาวบ้านผู้ถือครองงาน ICH ด้วยการเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ ทักษะ และประสบการณ์การทำงานที่ดี เช่น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.1 การศึกษาดูงานและการฝึกทดลองจริงกับผู้สร้างสรรค์งานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม (On The Job Training : OJT)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.2 พัฒนาอาสาสมัครวัฒนธรรมด้วยการเรียนรู้ สอบถาม และฝึกปฏิบัติจริงจากสถานที่จริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในลักษณะการพัฒนาทักษะเป็นพื้นฐาน (Skill &amp;ndash; Based)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.3 สร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) สร้างบรรยากาศการถ่ายทอด และแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Sharing) เพื่อลดช่องว่างความรู้ของอาสาสมัครวัฒนธรรมกับเครือข่ายวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.4 ศึกษาเรียนรู้และเทียบเคียงกับองค์กรที่เป็นเลิศ (Benchmarking with The Best Organization) เพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ ประสบการณ์ และนำรูปแบบ หรือแนวทางที่เป็นเลิศมาประยุกต์กับการบริหารจัดการงานวัฒนธรรมให้บรรลุผลสัมฤทธิ์สูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.5 จัดทำกรอบแนวทางการสร้างความก้าวหน้า (Career Path) ให้อาสาสมัครวัฒนธรรม โดยการกำหนดค่างาน ลักษณะงาน และจัดทำแผนอัตรากำลัง พิจารณาจากปริมาณงานวัฒนธรรมในปัจจุบันและในส่วนที่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยจะดำเนินการจัดทำคำขอกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการ ต่อคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ (คพร.) เพื่อรองรับภารกิจและหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติงานวัฒนธรรมให้กับสภาวัฒนธรรมและเครือข่ายผู้สร้างสรรค์งานวัฒนธรรม &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93062</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒธรรม, ชาย  นครชั</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210215/image_big_6029f1f6304a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
