<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2019 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2019 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดินหน้าสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่รุ่น2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27ม.ค.62-เดินหน้าโครงการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ รุ่นสอง &amp;ldquo;หมออุดม&amp;rdquo; เผย อยู่ระหว่างการปรับปรุงข้อกำหนดและคุณสมบัติ คาดเปิดรับกลางเดือน ก.พ.นี้ มั่นใจ มีสถานศึกษาและสถาบันอุดมศึกษา เข้าร่วมจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ดำเนินโครงการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่มาแล้วตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 นั้น ทั้งนี้ในส่วนของการดำเนินการในปีการศึกษา 2562 ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงข้อกำหนดและคุณสมบัติของสถานศึกษาและสถาบันอุดมศึกษาที่จะเข้าร่วมโครงการใหม่ โดยใช้ประสบการณ์จากปีที่ผ่านมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข แต่ก็ยังคงยึดหลักการของโครงการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่เดิมไว้และเชื่อว่าในปีการศึกษา 2562 นี้ จะมีสถานศึกษาและสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วมจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เพราะโครงการดังกล่าว ถือว่าตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน อีกทั้งสถานศึกษาและสถาบันอุดมศึกษายังได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลด้วย คือ ในส่วนของหลักสูตรปริญญาตรี จำนวน 120,000 - 150,000 บาทต่อคนต่อปี และโครงการหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น ช่วง 6 เดือน หรือ 1 ปี เพื่อยกระดับทักษะ ความสามารถ จะได้รับงบประมาณสนับสนุน จำนวน 60,000 บาทต่อโครงการ ซึ่งถือว่าเยอะมาก ดังนั้นสถานศึกษาและสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งที่เข้าร่วมโครงการในปีแรกไม่ทัน ก็จะเข้ามาร่วมโครงการฯ อีกครั้งในปีนี้ โดยในส่วนของข้อกำหนดและคุณสมบัติใหม่จะมีการประกาศได้เร็วๆ นี้ และคาดว่าจะเปิดรับสถานศึกษาและสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วมโครงการฯ ได้ ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในปีที่ผ่านเราอาจจะทำโครงการเร็ว และงบประมาณดำเนินการยังไม่ได้รับการอนุมัติ เพราะงบประมาณที่จะนำมาใช้ เราเสนอขอในส่วนของงบประมาณกลางปี ส่งผลให้เราได้สถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการจำนวนน้อยและไม่เป็นไปตามที่วางเป้าหมายไว้ เนื่องหลายมหาวิทยาลัยไม่กล้ารับเด็ก สาเหตุมาจากไม่มีงบประมาณ แต่ขณะนี้งบประมาณของโครงการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ รุ่นแรก ประมาณ 870 ล้านบาท ผ่านการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว จึงมั่นใจได้ว่ารัฐบาลสนับสนุนอย่างแน่นอน&amp;rdquo;รมช.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27686</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษ่าธิก่าร, นพ.อุดม คชินทร, บัณฑิตพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b337574907bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2018 08:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2018 08:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ. หาเกณฑ์ประเมินรอบ4 กลุ่มโรงเรียนนานาชาติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14ก.ย.61-นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้หารือร่วมกับนายชลำ อรรถธรรม รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (รองเลขาฯ กช.) นางณมน จีรังสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.) และผู้บริหารกลุ่มโรงเรียนนานาชาติ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่ 4 ของกลุ่มโรงเรียนนานาชาติ ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะมีการประกาศมาตรฐานของกลุ่มโรงเรียนเอกชน ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2561 ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวจะมาจากมาตรฐานที่กลุ่มโรงเรียนนานาชาติใช้อยู่เดิมแล้ว ซึ่งโรงเรียนจะต้องไปหาร่วมกัน เพื่อยกร่างมาตรฐานดังกล่าว และนายชลำจะเสนอให้ตนลงนามเพื่อประกาศใช้ คาดว่าจะไม่เกิน 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ในการหารือครั้งถือว่าเป็นการซักซ้อมการดำเนินการ ทั้งยังเป็นการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่าง สมศ. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และกลุ่มโรงเรียนนานาชาติให้ไปในทิศทางเดียวกันด้วย อย่างไรก็ตาม จากนี้ สช.จะต้องไปทำความเข้าใจกับโรงเรียนเอกชนอีกหลายพันแห่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า โรงเรียนนานาชาติมีกว่า 200 โรงทั่วประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้มีทั้งกลุ่มโรงเรียนที่ประเมินมาตรฐานโดยองค์กรนานาชาติที่เป็นสากลแบบครบวงจร และกลุ่มโรงเรียนที่ประเมินด้วยตัวเอง ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่ใช่ปัญหา เพราะเมื่อประกาศใช้เกณฑ์มาตรฐานแล้ว กลุ่มโรงเรียนไหน มีความพร้อมหรือรับการประเมินจากองค์กรนานาชาติ ก็สามารถรายงานผลการประเมินของโรงเรียนมายัง สช.ได้ทันที ส่วนกลุ่มโรงเรียนที่ประเมินด้วยตัวเองก็ให้ประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานดังกล่าว ซึ่งทาง สช.ก็จะเสนอให้ สมศ.พิจารณาต่อไป ว่าจะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบหรือไม่ ดังนั้นโรงเรียนนานาชาติไม่ต้องตกใจ การประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่ 4 จะทยอยเกิดขึ้น และจะไม่มี สมศ. เข้ามาติดต่อโรงเรียน หากมีผู้เข้ามาอ้างบันทึกลงนามความร่วมมือที่เคยมีการดำเนินการนั้น ผมขอให้โรงเรียนเข้าใจเลยว่าเป็นเรื่องเก่า ให้ยึดตามกฏกระทรวงใหม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17537</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษ่าธิก่าร, กลุ่มโรงเรียนนานาชาติ, ปรเเมินโรงเรียนรอบ4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b619cae968f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
