<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 12:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป้องกันร้าว! ‘บิ๊กตู่’ เซ็นคืน 4 กรม กระทรวงเกษตรฯให้ ‘จุรินทร์’ เหมือนเดิม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64- &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 267/2564 เรื่อง ยกเลิกคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ตามที่ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 258/2564 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 28 กันยายน 2564 นั้น เพื่อให้การกำกับการบริหารราชการแผ่นดินของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นไปอย่างบูรณาการสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 11 (2) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2550 ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการมอบอำนาจ พ.ศ.2550 จึงให้ยกเลิกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 258/2564 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;(ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 28 กันยายน 2564 และให้นำความในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 238/2563 เรื่องมอบหมาย &amp;nbsp;และมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ &amp;nbsp;13 สิงหาคม 2563 มาใช้ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2564. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118811</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 กรม, กระทรวงเกษตรฯ, จุรินทร์, บิ๊กตู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615be22e48e71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118712</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 12:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงข้าใครอย่าแตะ! &#039;เฉลิมชัย&#039;ลั่นมีอำนาจคุม&#039;กษ.&#039;100%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีสมาชิกพรรค ปชป. ไม่พอใจหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับ 4 กรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp; แทนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แจ้งแล้วว่าตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน รัฐมนตรีว่าการ มีหน้าที่กำกับดูแลทั้งหมดอยู่แล้ว ตรงนี้เป็นส่วนนอกเหนือจากกระทรวง ยืนยันการกำกับทั้งหมดตนดูแล วันที่มีรัฐมนตรช่วยดูแล ตนก็กำกับทุกอย่าง จะออกจากกระทรวงได้ตนต้องเป็นผู้อนุมัติ&amp;nbsp; วันนี้การแต่งตั้งดังกล่าวก็ไม่ได้ตัดอำนาจอะไรของตน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การเปลี่ยนคนกำกับจากนายจุรินทร์ เป็นพล.อ.ประวิตร เหมือนการก้าวก่ายการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า&amp;nbsp; &amp;quot;ภาพอาจจะมองอย่างนั้น&amp;nbsp; แต่เรื่องนี้หลายคนก็พูดไปแล้ว สื่อมวลชนก็พูดไปแล้ว แต่ในวิธีปฏิบัติ&amp;nbsp; เนื้องานก็มีไม่มาก ที่ต้องผ่านไปตรงนั้น เพราะงานส่วนใหญ่ก็จะจบในการตัดสินในกระทรวงอยู่แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนมีมติวันที่ 28 ก.ย. นายกฯ ได้แจ้งให้ทราบก่อนหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า นายกฯ ได้แจ้งด้วยวาจา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เป็นเรื่องบริหารภายในกระทรวง ที่ผมยังกำกับดูแล100%&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้หลายเสียงสะท้อนออกมาให้สังคมรับทราบแล้ว&amp;nbsp; ซึ่งผมรักษาการอยู่ตรงนั้น สามารถดำเนินการทุกอย่างในกระทรวงได้ 100% และ ในชีวิตการทำงานผมเชื่อว่า ถ้าทำในสิ่งที่ถูกต้องไม่มีใครมาก้าวก่ายได้ และผมก็ยืนยันจะปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ดังนั้นการก้าวก่ายไม่มี&amp;quot; รมว.เกษตรฯ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ได้คุยกับนายจุรินทร์หรือไม่ เพราะเรื่องนี้จะกระทบกับพรรคประชาธิปัตย์ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามที่ทุกคนพูด และ ยืนยันไม่มีการลิดรอนอำนาจในการสั่งการหรือปฏิบัติงานของตนในการกำกับในกระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า ต้องทำความเข้าใจกับสมาชิกพรรคปชป.ที่ยังติดใจเรื่องการแบ่งงานดังกล่าวอยู่หรือไม่ นายเฉลิมชัย ไม่ตอบคำถามดังกล่าวแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118712</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรฯ, นายกฯ, บิ๊กป้อม, ปชป., เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a8c204b445.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟัดกันแบบนิ่มๆ! &#039;พี่อลงกรณ์&#039;ตอบจม.&#039;น้องธนกร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 63 - นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ถึงน้องธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ขอบคุณที่น้องธนกรชี้แจงและอ้างถึงหนังสือของกระทรวงการคลังฉบับวันที่ 8 พ.ค. ซึ่งพี่ได้อ่านความอย่างละเอียดรอบคอบและปรากฎข้อความระบุชัดเจนเรื่องหน้าที่ของกระทรวงการคลังตั้งแต่บรรทัดแรกดังปรากฎความว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงการคลัง &amp;quot;ได้ตรวจสอบความซ้ำซ้อนของข้อมูลที่กระทรวงเกษตรฯ กับฐานข้อมูลที่กระทรวงการคลังรับผิดชอบ 2 ฐานข้อมูล คือ ฐานข้อมูลผู้ที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเยียวยาฯ 5,000 บาท และฐานข้อมูลข้าราชการที่รับราชการปัจจุบันและข้าราชการบำนาญ ...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้องธนกรคงชัดเจนแล้วนะครับว่า กระทรวงการคลังมีหน้าที่อะไรเพราะในหนังสือของกระทรวงการคลังก็เขียนไว้ชัดเจนว่ากระทรวงการคลังได้ตรวจสอบความซ้ำซ้อนของข้อมูลที่กระทรวงเกษตรและฐานข้อมูลที่กระทรวงการคลังรับผิดชอบ 2 ฐานข้อมูลคือ ฐานข้อมูลผู้ที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเยียวยาฯ5,000 บาท และฐานข้อมูลข้าราชการที่รับราชการปัจจุบันและข้าราชการบำนาญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขออธิบายขั้นตอนดำเนินการอีกครั้งเพื่อจะไม่สับสนในหน้าที่ความรับผิดชอบอีก กล่าวคือ เมื่อกระทรวงเกษตรขึ้นทะเบียนเกษตรกรตามหลักเกณฑ์แล้วก็ส่งให้กระทรวงการคลังเพื่อให้ คัดกรองและตรวจสอบความซ้ำซ้อนกับผู้ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้แก่ประชาชน(โครงการเราไม่ทิ้งกัน) และตรวจสอบกับผู้ที่ได้รับสวัสดิการผ่านระบบข้าราชการบำนาญ และระบบประกันสังคม เมื่อกระทรวงการคลังตรวจคัดกรองแล้วก็ส่งกลับมาให้กระทรวงเกษตรฯ ส่งให้กับ ธ.ก.ส. เพื่อจ่ายเงินเยียวยาให้เกษตรกรตามมติคณะรัฐมนตรี 28 เมษายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือขั้นตอนและหน้าที่ความรับผิดชอบเป็นเช่นนี้ครับ ขอยกตัวอย่างจริงๆ ที่ดำเนินการมาแล้วตั้งแต่ต้นเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงเกษครฯส่งข้อมูลทะเบียนไปครั้งแรก 8.3 ล้านรายให้กระทรวงการคลังคัดกรองตรวจความซ้ำซ้อน ทางกระทรวงการคลังตรวจคัดกรองส่งกลับมาที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเหลือ 6.7 ล้านราย ในทางปฏิรูปเห็นชัดเจนว่ากระทรวงการคลังคัดกรองออกไปส่วนหนึ่ง และกระทรวงเกษตรฯส่งให้ ธ.ก.ส.จ่ายเงินเยียวยาตั้งแต่ 15 พ.ค. เป็นต้นมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้องธนกรได้โปรดเข้าใจว่า การที่พี่ทักท้วงเป็นการส่วนตัวและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรต้องชี้แจงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพราะเกรงว่าประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจะเกิดความสับสนจากการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนของท่านรองนายก ท่านรัฐมนตรีคลัง ท่านเลขาธิการ สศค. และท่านเลขานุการรัฐมนตรีเป็นรายล่าสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่คิดว่าการทำงานเมื่อเกิดปัญหาก็แก้ไขให้ถูกต้องเหมาะสมเป็นธรรม ไม่ใช่เรื่องการแก้ตัวหรือปัดปัญหาให้พ้นตัวเหมือนโยนกลอง และต้องสร้างความชัดเจนไม่ใช่สร้างความสับสน เรื่องกระทรวงการคลังและกระทรวงเกษตรเกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบตามมติคณะรัฐมนตรีคงเข้าใจกันแล้วนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามพี่คิดว่าประเด็นปัญหาเรื่องนี้ในสาระสำคัญคือ กรณีที่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ฯกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับผู้ไม่มีสิทธิ์โครงการเยียวยาเกษตรกร 3 กลุ่ม และหนึ่งในนั้นคือข้าราชการบำนาญ จึงมีประเด็นว่าข้าราชการประจำที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไม่ได้อยู่ในกลุ่มไม่มีสิทธิ์และมีเสียงคัดค้านว่าไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือประเด็นที่เป็นปัญหาและต้องแก้ไข ไม่ใช่เริ่องที่จะโยนไปมา ซึ่งกระทรวงเกษตรฯโดยท่านรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านปลัดกระทรวงไปหารือกับคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ฯ ที่มีท่านเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ได้ความเบื้องต้นเห็นพ้องกันว่าคงไม่เหมาะสมที่ข้าราชการประจำที่ทำอาชีพเกษตร แม้จะขึ้นทะเบียนถูกต้องก็ไม่ควรได้รับเงินเยียวยา เพราะยังมีรายได้ประจำจากเงินเดือนข้าราชการ คาดว่าจะมีการพิจารณาในคณะรัฐมนตรีในวันอังคารนี้
กระทรวงเกษตรในฐานะผู้เสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร 10 ล้านราย วงเงิน 150,000 ล้านบาท ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมติของคณะรัฐมนตรีและมติของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ฯ เช่นเดียวกับกระทรวงการคลัง การร่วมมือกันบนความเข้าใจที่ถูกต้องจะนำมาซึ่งประโยชน์ของเกษตรกรทั้งมวล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความเป็นพรรคร่วมรัฐบาลควรให้เกียรติกันและกันตามมารยาททางการเมือง โดยเฉพาะเมื่อเกิดปัญหาก็ร่วมมือกันแก้ไข แบบร่วมด้วยช่วยกัน เอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งสำคัญที่สุดครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ล.ในหนังสือของกระทรวงการคลังฉบับวันที่ 8 พ.ค. ยังมีความสับสนอีกเรื่องหนึ่ง และน่าจะเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดปัญหาข้าราชการประจำครับ แต่ขอเล่าให้ฟังเป็นการส่วนตัว เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวขอกาแฟที่กระทรวงการคลังแก้วเดียวพอครับหรือจะโทรมาก็ได้ทั้งนั้นครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66813</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรฯ, คลัง, ธนกร วัวยุญคงชนะ, อลงกรณ์ พลบุตร, เยียวยาเกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5eca5214a88cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2020 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2020 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอระวี&#039;จี้รัฐบาลคุยสหกรณ์ทั่วประเทศชะลอชำระหนี้-ลดดอกเบี้ย 3 เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เมษายน 2563 นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงมาตรการการเยียวยาทางเศรษฐกิจให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19ว่า รัฐบาลสามารถทำได้หลายทาง เช่น ใช้งบประมาณ หรือรัฐกู้เงิน ,ใช้เงินขององค์กรต่างๆ ที่ไม่ใช่งบของรัฐโดยตรง เช่น คืนเงินค่าประกันมิเตอร์น้ำประปา - ไฟฟ้า และผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ช่วยเหลือเยียวยาพนักงานของตัวเอง แต่มีอีกแนวทางหนึ่งที่รัฐบาลจะช่วยเยียวยาทางเศรษฐกิจได้มากพอสมควร โดยไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐ คือใช้กลไกสหกรณ์ 8,000 แห่งทั่วประเทศ ที่มีสมาชิกนับล้านครัวเรือน ที่แต่ละสหกรณ์ได้ปล่อยกู้ให้สมาชิก และสมาชิกต้องผ่อนชำระทุกเดือนพร้อมดอกเบี้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอเสนอให้รัฐบาลเร่งสั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรฯ ที่กำกับดูแลสหกรณ์ทั่วประเทศ ขอความร่วมมือกับสหกรณ์ทั่วประเทศดำเนินการชะลอการผ่อนชำระหนี้ 3 เดือน ตามความพร้อมของแต่ละบุคคล ลดอัตราดอกเบี้ย 3 เดือน โดยแต่ละสหกรณ์จะชะลอการผ่อนและลดดอกเบี้ยเท่าใด แล้วแต่ความพร้อมและความเหมาะสมของแต่ละสหกรณ์&amp;rdquo; นพ.ระวี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ระวี กล่าวต่อว่า มาตรการนี้ไม่น่าจะทำให้เกิด NPL เพิ่มแต่อย่างใด เพียงแต่สหกรณ์จะได้เงินคืนกลับเข้ามาช้าลง และมีเงินที่จะให้สมาชิกรายใหม่กู้น้อยลง แต่ส่งผลทำให้กำไรของสหกรณ์ในปีนี้จะลดลง จากการลดอัตราดอกเบี้ยให้สมาชิกเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62117</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรฯ, นพ.ระวี มาศฉมาดล, หนี้สหกรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7c1651588aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 19:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เฉลิมชัย&#039;ชักแย่!&#039;ปารีณา&#039;ให้โจทย์ยากแบนไม่แบนสารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.62 - น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#แบนหรือไม่แบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเห็นต่างเป็นเรื่องปกติในสังคม ถ้าทุกคนเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย ฝ่ายหนึ่งบอกอันตรายที่สุด....ได้ยินมาเยอะแล้วอันตรายจริงๆ อีกฝ่ายบอกรับได้ไม่อันตราย...ได้ยินมาเยอะเหมือนกันจริงรึเปล่าต้องไปพิสูจน์กัน เกษตรกรบอกยกเลิกไปอยู่ไม่ได้ เกษตรกรตายก่อนผู้บริโภค เพราะผู้บริโภคตายผ่อนส่ง แต่เกษตรกรตายทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ ประเทศไทยเห็นต่าง และมีการแสดงความคิดเห็นต่างๆ ซึ่งก็โอเค และเชื่อว่าทุกคนก็รับฟังเสียงทุกฝ่ายพอสมควรแล้ว จึงขอฝากผู้มีอำนาจเรื่องนี้โดยตรงคือท่านเฉลิมชัยฯ ให้ตัดสินใจ เพื่อคนไทยเรารักกันอีกครั้งนะคะ
และอย่าลืม #หาทางออกให้เกษตรกรด้วยค่ะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47165</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรฯ, ปารีณา ไกรคุปต์, สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bc427874f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2019 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2019 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะเลไทยเดือดอีกรอบ!&#039;บรรจง&#039;ดึงสติ&#039;อลงกรณ์&#039;ประเทศนี้ไม่ได้มีแต่ประมงพาณิชย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.62 - นายบรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยมีเนื้อหาระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถึงท่านอลงกรณ์ พลบุตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประมงพื้นบ้านไม่ได้มีฐานะร่ำรวยที่จะเดินทางมาประชุมกับท่านได้ทุกวันพุธเหมือนกับพี่น้องประมงพาณิชย์ ข้อเสนอทางออกในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทะเลไทยให้ยั่งยืน พี่น้องประมงพื้นบ้านได้นำเสนอท่านทั้งที่เป็นวาจาในห้องประชุมและทำเป็นเอกสารไปเมื่อ2เดือนที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุณาอย่าฟังแต่ข้อเสนอของประมงพาณิชย์และได้แต่หวังว่าข้อเสนอและเอสารดังกล่าวท่านคงไม่ได้ทิ้งถังขยะไปแล้วนะครับ???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศนี้ไม่ได้มีแต่ประมงพาณิชย์นะเว้ยเฮ้ย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนนายนี้นายบรรงจง โพสต์รายละเอียดว่า ตามข่าวคุณอลงกรณ์ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาหลายวัน เห็นมีการเรียกประชุมพี่น้องประมงพาณิชย์ทุกวันพุธมาเดือนกว่าแล้ว เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะผลกระทบต่อพี่น้องประมงพาณิชย์จากกรณีมาตรการ IUU FISHING ของสหภาพยุโรปที่รัฐบาลที่ผ่านมาได้ดำเนินการเพื่อปลดใบเหลืองจนสำเร็จ ผมมีเรื่องที่จะบอก/เสนอคุณอลงกรณ์ดังนี้นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ประเทศไทยเรามีพี่น้องประมงพื้นบ้านกระจายอยู่ตามพื้นที่ชายฝั่งใน22จังหวัด คิดเป็น85%ของชาวประมงในประเทศ พี่น้องประมงพาณิชย์มีเพียง15%เท่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาใดๆ เราควรมองจากสภาพปัญหาของคนส่วนใหญ่ของผู้ที่ด้อยโอกาสเป็นอันดับแรก คำถามง่ายๆคือวันนี้ท่านกำลังทำเพื่อคนส่วนใหญ่ที่ด้อยโอกาสหรือกำลังดำเนินการต่างๆเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับผู้ที่อิ่มหมีพีมันมาจากทรัพยากรส่วนรวมของชาติมายาวนานครับ???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ฟังมาว่าในที่ประชุมมีแต่เรื่องแนวทางในการช่วยเหลือเหล่าประมงพาณิชย์ ทั้งการจะออกมาตรการให้เรือเถื่อน/เรือสวมทะเบียนได้กลับมาทำการประมงได้ดังเดิม หรือไม่ก็จะผลักดับใช้งบประมาณแผ่นดินอีก 5000 พันล้านบาทในการรับซื้อเรือคืน พูดง่ายๆก็คือเตรียมฟูกนุ่มๆไว้รองรับเหล่าคนรวยนั่นเอง โดยไม่พูดถึงปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรที่ลดลงจากการทำการประมงด้วยอวนลาก คุณอลงกรณ์ต้องทำการบ้านเสียหน่อยนะครับว่า การทำการประมงด้วยเรืออวนลากได้รับการยืนยันจากนักวิชาการประมงว่าคือเครื่องมือทำการประมงที่ทำลายพันธุ์สัตว์น้ำที่รุนแรงเป็นหนึ่งในสามของเครื่องมือทำการประมงที่ทำลายพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนที่รุนแรงคืออวนลาก เรือปั่นไฟและอวนรุน อวนรุนได้ถูกรัฐบาล คสช.ใช้ม.44ยกเลิกไป(ข่าวว่าพวกท่านก็จะให้กลับนำมาใช้ได้อีกแค่ขอขยายตาอวน ส่วนเรืออวนลากในอดีตในปี พ.ศ. 2523 กรมประมงประกาศที่จะไม่ออกใบอนุญาตทำประมงให้กับเรือประมงอวนลากใหม่เพื่อเป้าหมายในการลดจำนวนเรืออวนลากในระยะยาว(หากดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวป่านนี้ทะเลไทยก็จะไม่มีอวนลากและรัฐบาลก็ไม่จำเป็นที่ต้องใช้งบประมาณหลายพันล้านเพื่อแก้ปัญหาเหมือนในปัจจุบัน) แต่ด้วยการเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการและกลุ่มประมงอวนลากในขณะนั้น(ผ่านกลไกการเมืองเหมือนที่ท่านกำลังดำเนินการอยู่ในตอนนี้) ทำให้กรมประมงต้องอนุญาตให้เรืออวนลากผิดกฎหมายที่ไม่มีทะเบียนมาจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย (เรียกว่านิรโทษกรรมเรืออวนลากเถื่อน) เหตุการณ์เช่นนี้ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้ว 3 ครั้งด้วยกันคือในปี พ.ศ. 2525 พศ. 2532 และ พศ. 2539 โดยใช้อำนาจทางการเมืองโดยไม่คำนึงถึงงานข้อมูล/งานวิทยาศาสตร์ทางทะเล เอาผลประโยชน์ของหัวคะแนน/ผู้สนับสนุนพรรคเหมือนที่ท่านกำลังทำอยู่ในตอนนี้ ซึ่งจะทำให้วิกฤติทรัพยากรสัตว์น้ำ/แหล่งอาหารของผู้คนในสังคมและอาชีพของประมงชายฝั่งกว่าล้านครอบครัวที่มีแนวโน้มจะดีขึ้นกลับย่ำแย่ลงไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ข่าวว่ามีการเสนอแก้ไขพรก.ประมง2558หลายมาตราที่เป็นประโยชน์กับเหล่าประมงพาณิชย์และไม่คุ้มครองสิทธิประมงพื้นบ้านเช่นจะยังขึงพืดให้พี่น้องประมงพื้นบ้านหากินอยู่แต่ในเขต12ไมล์ ในขณะที่จะให้ยกเลิกม.57(ที่ระบุไว้ห้ามนำพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนขึ้นเรือ โดยจะให้ตัดออกไปเพื่อคุ้มครองเรืออวนลาก/เรือปั่นไปที่จับพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนในจำนวนสูง(67%ส่งโรงงานปลาป่น) เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจอาหารสัตว์(ปลาป่น)ได้ดำเนินการต่อไป ทั้งๆที่ปริมาณการใช้ปลาป่นในประเทศเพียง2แสนตัน แต่ประเทศไทยผลิตปลาป่นได้ถึง5แสนตัน อย่าลืมว่าปลาป่น1กิโลต้องใช้พันธุ์สัตว์น้ำตัวเล็กๆถึง4กิโล นั่นหมายความว่าในแต่ละปีอวนลากและธุรกิจปลาป่นได้ทำลายพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนในทะเลไทยไปถึง2ล้านตัน ท่านเคยคิดไหมว่าหากไม่มีการทำลายเยอะขนาดนี้ทะเลไทยจะอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่ดีให้กับผู้คนในสังคมและลูกหลายไทยได้เยอะขนาดไหน???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.กรณีเรือปั่นไฟจับปลากะตักตัวทำลายลูกปลาทูที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่พบเห็นได้ทั่วไปเช่นกรณีนำลูกปลาทูตัวเล็กๆมาต้มตากขายกันเกลื่อนเมือง ท่านอลงกรณ์ควรจะได้รับรู้ว่าวิกฤติปลาทูไทยส่วนสำคัญเกิดจากปล่อยให้มีการทำการประมงด้วยเรือปั่นไฟ และคุณอลงกรณ์ควรจะได้รับรู้ไว้ด้วยว่าปัญหานี้(กรณีเรือปั่นไฟจับปลากะตักตัวทำลายลูกปลาทูที่รุนแรง)เคยเกิดขึ้นมาก่อนและปัญหาก็จบลงในสมัยที่อดีตหัวหน้าพรรคของท่าน(นายชวน หลีกภัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรในปี2526ได้มีรมช.บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณออกประกาศยกเลิกเรือปั่นไฟ ปัญหาเรือปั่นไฟจับปลากะตักและการทำลายลูกปลาทูที่รุนแรงก็ยุติลง)และมีอดีตรัฐมนตรี(นายมณฑล ไกรวัศนุสรณ์ได้ออกประกาศให้กลับมาทำการประมงด้วยการปั่นไฟได้อีกในปี2539การทำลายลูกปลาทูจึงเริ่มขึ้นอีกครั้งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาถึงปัจจุบัน)ดังนั้นคุณอลงกรณ์จึงควรทำการบ้านให้มากหากรับหน้าสื่อแทนท่านรัฐมนตรีเกษตรในการแก้ไขปัญหาวิกฤติของทรัพยากรทะเลไทย ยกเว้นว่าท่านเข้ามาทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของหมู่พวกโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของพี่น้องร่วมชาติ????&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ได้แต่หวังว่าข้อมูล/ความคิดเห็นนี้จะไปถึงท่านอลงกรณ์/รัฐมนตรีเกษตรและนายกรัฐมนตรี เพื่อท่านจะได้พิจารณาอย่างรอบคอบ/รอบด้าน โดยไม่เอาผลประโยชน์ของพรรคพวก/กลุ่มทุนพรรคมาเป็นตัวตั้ง??? เพราะสังคมไทยคงไม่ยอมให้ท่านดำเนินการใดๆที่เอารัดเอาเปรียบผู้คนโดยรวมในสังคมได้อีกต่อไป และขอยกคำของพี่น้องประมงพื้นบ้านทั่วประเทศที่พอได้ทราบว่าพวกท่านกำลังใช้อำนาจทางการเมืองโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรม คือเขาฝากบอกพวกท่านมาว่า... &amp;ldquo;ประเทศไทยไม่ได้มีแต่อาชีพประมงพาณิชย์นะเว้ยเฮ้ย..&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในภาพอาจจะมี 2 คน, ผู้คนกำลังนั่ง และสถานที่ในร่ม&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46280</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรฯ, ทะไลไทย, บรรจง นะแส, ประมง, ประมงพาณิชย์, ปลาทู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190921/image_big_5d85b8fa22f4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2019 07:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2019 07:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้อยเข้าปากช้าง!ตั้งรัฐบาลส่อยุ่งอีกพปชร.ส่งสูตรแบ่งเค้กให้&#039;บิ๊กตู่&#039;สะพัดเกลี่ยใหม่ดึงเกษตรฯ-พาณิชย์-คนนาคมคืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.62- ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.) ว่า สำหรับความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล นำโดยพรรค​ พปชร.หลังจากแกนนำพรรคไปเจรจาพูดคุยกับพรรคที่จะมาร่วมรัฐบาล โดยพรรคพปชร.ยืนยันเงื่อนไขที่จะนำข้อเสนอของพรรคที่จะมาร่วมรัฐบาลเข้าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค ทั้งเรื่องนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาล ตัวบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี รวมไปถึงการจัดสรรโควตารัฐมนตรี ตามที่พรรคการเมืองยื่นข้อเสนอมา โดยจะนำข้อเสนอเหล่านี้ส่งให้​ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาในรายละเอียดให้เกิดความเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และอาจต้องมีการเกลี่ยกระทรวงใหม่อีกครั้ง &amp;nbsp;เพื่อขอคืนกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงคมนาคม หลังจากผู้ประสานเจรจาในรอบแรกเสนอให้กับพรรคร่วม จนแกนนำกลุ่มต่างๆภายในพรรคไม่พอใจ และเปลี่ยนผู้เจรจาให้มาเป็นแกนนำที่มาจากสายการเมืองในพรรคโดยตรงเพื่อป้องกันข้อครหาคนนอกเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมในพรรค ขณะที่ยังมีแรงกดดันจากกลุ่มสามมิตรที่พยายามจะขอคืนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือต่อรองให้พิจารณากระทรวงอื่นที่มีความสำคัญ เช่น กระทรวงคมนาคม เพื่อให้มีตัวแทนของกลุ่มเข้าไปบริหารแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม​ การจัดสรรเก้าอี้ยังไม่ลงตัว แม้จะมีการเสนอข่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย จะได้ตำแหน่งรองนายก &amp;nbsp;รมว. 3 ตำแหน่ง และรมช.4​ ตำแหน่ง แต่ทั้งหมดยังต้องมาพิจารณากันใหม่โดยดูผลคะแนนที่แต่ละพรรคลงมติโหวตเลือก​ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯมาประกอบการพิจารณาด้วย จึงเป็นการล้มเจรจาในรอบแรกโดยผู้ที่มีอำนาจบางคนมาเป็นบุคคลภายในพรรคดำเนินการแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า​ นอกจากนี้​ ในช่วงระหว่างที่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการจัดสรรโควต้ารัฐมนตรี​แก่พรรคร่วมรัฐบาลต่างๆ​ เพราะต้องรอให้ลงมติเลือกนายกฯเสร็จสิ้นก่อนนั้น​ ความเคลื่อนไหวของบรรดากลุ่มต่างๆ​ ภายในพรรค​ พปชร.เอง​ก็เริ่มมีการรวบรวมจำนวน​ ส.ส.เพื่อแสดงให้เห็นกำลังของกลุ่ม​ตัวเอง​ และให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจได้เห็นว่าตัวเลข ส.ส.ที่แท้จริงแต่ละกลุ่มมีจำนวนเท่าใด​ รวมถึงเพิ่มอำนาจในการต่อรอง​โควต้ารัฐมนตรีให้เหมาะสมกับตัวเลขจำนวน​ ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​ ขณะเดียวมีความพยายามของแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทยวิ่งเข้าหาผู้ใหญ่นอกพรรค เพื่อขอให้ยืนดีลเดิมในรอบแรก ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยต้องชี้แจงกรณี นายศิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีษะเกษ งดออกเสียง เพราะไม่เป็นไปตามข้อตกลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37800</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงเกษตรฯ, คนนาคม, ตั้งรัฐบาล, บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประชาธิปัตย์, ภูมิใจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf8623e0daba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
