<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาล แจงปมคืน 4 กรมใน ก.เกษตรฯ ไม่เกี่ยวกลัว &#039;ประชาธิปัตย์&#039; ถอนตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ยกเลิกคำสั่ง ฯ สำนักนายกรัฐมนตรีที่ 254/2564 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 28 กันยายน 2564 ว่า ไม่ใช่กลัวพรรคประชาธิปัตย์ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล แต่ได้มีการหารือกันในรายละเอียดแล้ว ถึงการบริหารงานภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) โดยเป็นการเห็นชอบร่วมกันระหว่างพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้การบริหารงานของกระทรวงเกษตรฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร&amp;nbsp;ยังกล่าวว่า ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลย้ำมาตลอดว่า รัฐบาลทำงานเป็นทีมเดียวกัน คือ ทีมรัฐบาลของประเทศไทย รับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะและตัดสินใจร่วมกันในทุกเรื่อง การทำงานที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีให้เกียรติทุกพรรค ทุกคน และหารือหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานการเมืองมาตลอด ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรียังได้กล่าวขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่ได้ทำงานร่วมกันมาตลอด 2 ปี 3 เดือน ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118859</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, การเมือง, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c9856bd5d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 ป. ปิดห้องเคลียร์ &#039;จุรินทร์&#039; ปมยกเลิกคำสั่งโอน 4 หน่วยในกระทรวงเกษตรฯให้ &#039;บิ๊กป้อม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5&amp;nbsp;ต.ค.64 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)&amp;nbsp;ที่มี&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;ได้เริ่มขึ้นจริงในเวลาประมาณ&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ซึ่งล่าช้ากว่ากำหนดเวลาปกติคือ&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;โดยมีรายงานว่าก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้น&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดคุยนอกรอบกับ&amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;(พปชร.)&amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา&amp;nbsp;รมว.มหาดไทยและนายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;(ปชป.)&amp;nbsp;ที่ห้องรับรองสีเหลือง&amp;nbsp;ภายในตึกสันติไมตรี&amp;nbsp;โดยใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;คาดว่าเป็นการทำความเข้าใจกัน&amp;nbsp;หลังจากที่&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับใหม่&amp;nbsp;ที่ยกเลิกการมอบหมายให้พล.อ.ประวิตรกำกับดูแล&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยตัดสินใจให้ทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กรมนี้&amp;nbsp;กลับไปอยู่ในการกำกับดูแลของนายจุรินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในช่วงท้ายของการประชุม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงการพิจารณาข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีนั้น&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;ยังได้แจ้งถึงการออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับใหม่นี้ด้วย&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายวิษณุ&amp;nbsp;เครืองาม&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีสามารถออกคำสั่งยกเลิกได้&amp;nbsp;เพราะหลังจากไปดูเรื่องงานในความรับผิดชอบแล้ว&amp;nbsp;เห็นว่าพล.อ.ประวิตรกำกับดูแลคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำและเรื่องที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กรมดังกล่าวก็อยู่ในคณะกรรมการเหล่านั้นอยู่แล้ว ดังนั้น&amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;สามารถบริหารผ่านคณะกรรมการเหล่านั้นได้&amp;nbsp;โดยไม่จำเป็นต้องไปกำกับดูแลทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กรมนี้เอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;หลังการชี้แจงเรื่องดังกล่าว&amp;nbsp;ไม่มีรัฐมนตรีคนใด&amp;nbsp;แม้แต่นายจุรินทร์หรือนายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รมว.เกษตรและสหรกรณ์&amp;nbsp;แสดงความเห็นในเรื่องนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118854</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 ป., กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, การเมือง, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210624/image_big_60d41671053c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สยบร้าว! &#039;บิ๊กตู่&#039; เซ็นคืน 4 กรมในกระทรวงเกษตรฯให้ &#039;จุรินทร์&#039; ดูแลเหมือนเดิม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่&amp;nbsp;267/2564&amp;nbsp;เรื่อง ยกเลิกคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ตามที่ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่&amp;nbsp;254/2564&amp;nbsp;เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่&amp;nbsp;2) ลงวันที่&amp;nbsp;28 กันยายน 2564 นั้น&amp;nbsp;เพื่อให้การกำกับการบริหารราชการแผ่นดินของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นไปอย่างบูรณาการสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา&amp;nbsp;10&amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534&amp;nbsp;ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่&amp;nbsp;5) พ.ศ.2545&amp;nbsp;มาตรา 11 (2) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;38&amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534&amp;nbsp;ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2550&amp;nbsp;ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการมอบอำนาจ พ.ศ.2550&amp;nbsp;จึงให้ยกเลิกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่&amp;nbsp;254/2564&amp;nbsp;เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;(ฉบับที่&amp;nbsp;2) ลงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และให้นำความในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่&amp;nbsp;238/2563&amp;nbsp;เรื่องมอบหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;และมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ลงวันที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;13&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;มาใช้ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตุลาคม พ.ศ.2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118809</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, การเมือง, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์, ธรรมนัส พรหมเผ่า, พรรคประชาธิปัตย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615be22e48e71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มกอช. ร่วมมือ สมาคมการค้าตลาดกลางฯ ลงนาม MOU หนุนนำมาตรฐานสินค้าเกษตรไปใช้ในตลาดกลาง เสริมความเชื่อมั่น สร้างความเป็นธรรมในการซื้อขายสินค้าเกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 29 ก.ย.64 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานและร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการนำมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) ไปปฏิบัติใช้สำหรับตลาดกลาง ระหว่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และ สมาคมการค้าตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย (TAWMA) โดยมีนายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการ มกอช. และนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ นายกสมาคมการค้าตลาดกลางค้าฯ&amp;nbsp; เป็นผู้ลงนาม ณ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลด้านเกษตรกรรมของประเทศ รู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่มีส่วนช่วยสนับสนุนให้ตลาดกลางสินค้าเกษตรไทย ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในระบบห่วงโซ่คุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าเกษตร โดยเฉพาะการบริหารจัดการสินค้าเกษตรเข้าสู่ตลาด เพื่อให้สินค้าคงคุณภาพ จนถึงปลายทางผู้บริโภค โดยการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการผลิตและจัดการการค้าสินค้าเกษตรของประเทศ ให้มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้รับความเชื่อถือ และนำพาประเทศให้ก้าวสู่การเป็นตลาดชั้นนำที่มีคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิศาล พงศาพิชณ์ กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้เกิดขึ้นโดย มกอช. ได้หารือร่วมกับสมาคมการค้าตลาดกลางสินค้าเกษตรไทย ในการส่งเสริมและสนับสนุนการนำมาตรฐานสินค้าไปปฏิบัติใช้สำหรับตลาดกลาง เริ่มตั้งแต่การคัดแยกคุณภาพ ตัดแต่ง บรรจุ ตลอดจนการขนส่ง เพื่อให้สินค้าคงคุณภาพ ลดการสูญเสีย จนถึงปลายทางผู้บริโภค การวางระบบมาตรฐานคุณภาพสินค้าเกษตรสำหรับตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย ถือเป็นกลไกสำคัญ ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนให้เกิดการยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าเกษตร ช่วยอำนวยความสะดวกในการค้า และสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ ความปลอดภัย รวมถึงสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งผลิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีแผนการดำเนินงานประกอบด้วย ระยะ Quick win คือแผนปฏิบัติการระยะเร่งด่วน โดย มกอช. และสมาคมฯ ได้กำหนดให้มีการจัดพิธีลงนามในวันนี้ รวมถึงการอบรมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้มีความรู้ ความเข้าใจ มาตรฐานสินค้าเกษตรและระบบการรับรอง รวมถึงระบบการตรวจสอบย้อนกลับ การดำเนินงานในระยะที่ 1 การจัดทำคู่มือปฏิบัติงานและพัฒนาต้นแบบการจัดการสินค้าเกษตร ตามมาตรฐาน โดยนำร่องที่ &amp;ldquo;ตลาดไท&amp;rdquo; ซึ่งเป็นตลาดกลางค้าส่งขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง และมีความสำคัญมากต่อห่วงโซ่อาหารและสินค้าเกษตรของประเทศ การดำเนินงานในระยะที่ 2 เป็นการจัดทำมาตรฐานการจัดการความปลอดภัยและคุณภาพตลาดกลางสินค้าเกษตร และการดำเนินงานในระยะที่ 3 เป็นการเตรียมความพร้อมระบบการตรวจสอบรับรองมาตรฐานและจัดทำระบบ Supply Chain จากนั้นจะนำต้นแบบจาก &amp;ldquo;ตลาดไท&amp;rdquo; ขยายผลไปยังตลาดกลางสินค้าเกษตรแห่งอื่นเพิ่มเติมในปีถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ กล่าวว่า สมาคมฯ ให้ความสำคัญในการพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารเพื่อใช้เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ผลิต ผู้ซื้อ ผู้ขาย ให้เกิดความมั่นใจในคุณภาพสินค้าเกษตร ซึ่งปัจจุบัน สมาคมฯ มีสมาชิกตลาดกลางค้าส่งทั่วประเทศ 17 แห่ง ในการกระจายสินค้าเกษตร โดยเฉพาะสินค้าประเภทผักและผลไม้จำนวนมากที่ต้องกระจายผ่านตลาดกลางค้าส่งเหล่านี้ จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยของสินค้าเกษตร ดังนั้น ทางสมาคมฯ จึงมีความยินดีและพร้อมที่จะสนับสนุน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การนำมาตรฐานสินค้ามาปฏิบัติใช้สำหรับตลาดกลาง โดยได้ร่วมมือกับ มกอช. ในการพัฒนาตลาดกลางต้นแบบด้านการจัดการความปลอดภัยและคุณภาพตลาดสินค้าเกษตร โดยผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะได้รับประโยชน์ร่วมกัน เช่น ผู้ซื้อจะได้รับสินค้าเกษตรที่ได้มาตรฐานตรงกับความต้องการ ผู้ขายมีความมั่นใจในสินค้าเกษตร ส่งผลให้การซื้อขายมีความสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งตลาดมีพื้นที่จัดสรรและหมุนเวียนเพื่อการซื้อขายสินค้าเกษตรมากขึ้น ภายใต้ความเป็นธรรมในการค้าขายสินค้าเกษตร รวมถึงเป็นการสร้างความเชื่อมั่นทางด้านอาหารในช่วงสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 อีกด้วย&amp;quot;นายประดิษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118347</URL_LINK>
                <HASHTAG>MOU, TAWMA, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, คู่มือปฏิบัติงานและพัฒนาต้นแบบการจัดการสินค้าเกษต, ตลาดไท, นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์, นายประภัตร โพธสุธน, นายพิศาล พงศาพิชณ์, พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ, มกษ., มกอช., มาตรฐานสินค้าเกษตรไปใช้ในตลาดกลาง, สมาคมการค้าตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย, สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ, สินค้าเกษตร, โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการนำมาตรฐานสินค้าเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_61557fc2a67df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อ’เกาเหลา’ชามใหม่’จุรินทร์’แนะบิ๊กตู่แก้ปัญหาพปชร.อย่ากระทบพรรคอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับ 4 กรมของกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งเป็นงานของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.เกษตรฯ จากเดิมให้นายจุรินทร์เป็นผู้ดูแล ว่า ขอพูดโดยรวมว่าเห็นใจพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่จะต้องแก้ไขปัญหาภายพรรค ซึ่งให้กำลังใจมาโดยตลอด เพียงแต่การแก้ไขปัญหาควรจะยุติ ไม่ควรที่จะกระทบถึงส่วนอื่นหรือพรรคการเมืองอื่น ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นเรื่อง แทนที่จะแก้ปัญหาทั้งหมดให้ลุล่วงไปได้ ก็จะเป็นการแก้ปัญหาหนึ่งแต่ไปสร้างอีกปัญหาหนึ่งโดยไม่จำเป็น ซึ่งสื่อสารเรื่องนี้กับนายกฯแล้ว และนายกฯก็รับทราบ จึงเชื่อว่าเรื่องนี้จะคลี่คลายไปได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าในทางการเมือง พล.อ.ประวิตร เข้ามาในลักษณะเช่นนี้ อาจจะยึดกระทรวงเกษตรฯจากพรรคประชาธิปัตย์ไปได้ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะเรื่องนี้ไม่เคยคุยกัน เป็นอีกกรณีหนึ่งซึ่งยังไม่เกิดเรื่องขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำที่ระบุว่าอาจเกิดปัญหาที่สองที่สามตามมา ตอนนี้กังวลเรื่องอะไร นายจุรินทร์ กล่าวว่า พูดตามหลักการเท่านั้น เพราะเข้าใจและเห็นใจรัฐบาลว่ามีปัญหาอยู่หลายด้านในขณะนี้ ฉะนั้น อะไรที่จะไม่สร้างปัญหาเพิ่มโดยไม่จำเป็น ก็ไม่ควรทำ และเชื่อว่าทุกอย่างจะออกมาได้ด้วยดี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118213</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ครม., นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มติคณะรัฐมนตรี, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่ากระทรวงพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_61540310890db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กว่า 100 องค์กร ผนึกพลัง  ซีพี - ซีพีเอฟ ส่งข้าว 2 ล้านกล่อง “ครัวปันอิ่ม”  พลังใจสู่ชุมชนชาวกรุง สู้โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย&amp;nbsp; เราได้เห็นธารน้ำใจจากคนไทยที่หลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน&amp;nbsp; โครงการ &amp;quot;ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19&amp;quot; เป็นอีกหนึ่งพลังน้ำใจที่ยิ่งใหญ่จากพันธมิตรเครือข่ายมากกว่า 100 องค์กร ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)​ หรือ ซีพีเอฟ อาสาแจกจ่าย ข้าวกล่องปรุงสุกใหม่ 2 ล้านกล่อง ให้ถึงมือพี่น้องประชาชนในกว่า 40 ชุมชนทั่วกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การผนึกกำลังของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ องค์กรภาครัฐ พันธมิตรเอกชน มูลนิธิ กลุ่มจิตอาสา หน่วยงานต่างๆ ภาคประชาสังคม ตลอดจนเครือข่ายสื่อมวลชนต่างๆ มากกว่า 100 แห่ง มาร่วมไม้ร่วมมือกันกับซีพี ซีพีเอฟ ข้าวตราฉัตร ซีพี อินเตอร์เทรด ช่วยส่งมอบความอร่อย แบ่งปันความสุขให้ชาวชุมน ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มูลนิธิม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช โรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล กองทัพเรือ โรงเรียนสุวรรณาราม&amp;nbsp; กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร กองบัญชาการกองทัพไทย จิตอาสา 904 หมอแล็บแพนด้า เพจเราต้องรอด&amp;nbsp; โรงเรียนสุวรรณาราม การเคหะแห่งชาติ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร มูลนิธิธนินท์-เทวี เจียรวนนท์ มูลนิธิิอริยวรารมย์ มูลนิธิพุทธรักษา โรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ MQDC อีอีซี เอ็นจิเนียริ่ง เน็ทเวอร์ค และทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล&amp;nbsp; สื่อมวลชน เครือมติชน เครือเนชั่น สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย เกษตรก้าวไกล เกษตรทำกิน&amp;nbsp; สำนักข่าวท็อปนิวส์&amp;nbsp; ตลอดจนพลังอาสาของชาวชุมชน ร่วมเป็นสะพานบุญ และภาคีเครือข่ายอาสากับซีพี-ซีพีเอฟ ช่วยแจกจ่ายข้าวกล่องจาก &amp;quot;ครัวปันอิ่ม&amp;quot; 2 ล้านกล่อง ให้ถึงชุมชนทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในแต่ละวันได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp; เรื่องที่จำเป็นสำหรับทุกชีวิต คือ การได้เข้าถึงอาหารคุณภาพปลอดภัยอย่างเพียงพอ อาหารจากครัวปันอิ่ม ช่วย ชาวชุมชนหลายแห่งในเขตบางกอกน้อยได้อิ่มท้องมีแรงสู้กับวิกฤตครั้งนี้ การมาร่วมด้วยช่วยกันในวันนี้ เป็นปรากฎการณ์ที่น่าประทับใจ และเชื่อว่าพลังของทุกคนที่ช่วยให้คนไทยก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ด้าน นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พม.กล่าวว่า พม.ดีใจที่ได้เห็นความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วนในการแจกจ่าย อาหารกล่อง จาก &amp;quot;ครัวปันอิ่ม&amp;quot; และสิ่งของจำเป็นให้ถึงมือพี่น้องประชาชน และผู้ป่วยโดยตรง เป็นการแก้ปัญหาได้ตรงจุด นอกจากจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องชาวชุมชนทั่วกรุงเทพแล้ว ยังมีส่วนช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ดี ความร่วมมือของคนไทยทุกภาคส่วน จะช่วยให้สังคมไทยสามารถเดินหน้าต่อไปโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ขณะที่ ตัวแทนสื่อมวลชนที่มาร่วมนำส่งมอบความอิ่มท้องให้กับชาวชุมชน อย่าง นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ ผู้อำนวยการใหญ่ เนชั่นบรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เครือเนชั่นยินดีที่เครือซีพี-ซีพีเอฟ นำอาหารอุ่นร้อนพร้อมทานมาร่วมกับโครงการ &amp;quot;เนชั่นปันน้ำใจ&amp;quot; เพื่อช่วยเหลือสังคมที่ในวันนี้ได้รับความเดือดร้อนในทุกมิติ และดีใจเห็นพลังน้ำใจของคนไทยที่ออกมาช่วยเหลือคนที่ลำบาก เชื่อว่าอีกไม่นานประเทศไทยจะก้าวผ่านวิกฤติในครั้งนี้ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ นายรัฐวิทย์ มงคลสกุลพัชร์ ผู้แทนชุมชนบ้านเอื้ออาทรสุวรรณภูมิ กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ส่งอาหารการกินมาช่วยบรรเทาทุกข์ให้ชาวชุมชนของเราได้อย่างมาก&amp;nbsp; ในชุมชนมีทั้งคนไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ รวมทั้งคนที่กักตัวอยู่ในบ้าน อาหารพร้อมทานช่วยชาวชุมชนมีกำลังใจมากขึ้นที่ได้เห็นหลายภาคส่วนเห็นใจและกองหนุนในยามวิกฤตนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า วิกฤติในวันนี้ส่งผลกระทบต่อพี่น้องคนไทยรุนแรงมาก ซีพี-ซีพีเอฟ ขอขอบคุณพันธมิตรที่ร่วมโครงการฯ อาสาแจกจ่ายอาหารที่ปรุงสุกใหม่ทุกวันให้ถึงมือพี่น้องชาวชุมชนได้อย่างรวดเร็วในภาวะวิกฤติ เป็นการรวมพลังของคนไทยที่มาช่วยกันแบ่งปันความสุขจากการได้รับประทานอาหารดี อร่อย มีคุณค่า ซึ่งเป็นกำลังใจที่สำคัญให้กับทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โครงการ &amp;quot;ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19&amp;quot; เป็นการผนึกพลังจากพันธมิตรภาคีเครือข่ายกว่า 100 องค์กร นำข้าวกล่องอุ่นร้อนพร้อมทาน 2 ล้านกล่อง ซึ่งประกอบด้วย 1 ล้านกล่องแรกมาจากร้านอาหารรายย่อยในกทม. และปริมณฑล และอีก 1 ล้านกล่องสมทบอาหารปรุงสุกจากเครือซีพี - ซีพีเอฟ เป็นอาหารที่ปรุงใหม่ สุก สะอาด ถูกสุขอนามัย รวม 2 ล้านกล่อง เพื่อให้ชุมชนได้อิ่มอร่อย และมีคุณค่า พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนให้ร้านอาหารรายย่อยในชุมชนอยู่ได้ โดยมีภาคีเครือข่ายทำหน้าที่แจกจ่ายอาหารในพื้นที่เพื่อให้เข้าถึงชุมชนและลดการแออัด โดยประชาชนไม่ต้องออกจากที่พักอาศัย ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาดได้ เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้คนไทยก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115293</URL_LINK>
                <HASHTAG>100 องค์กร, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ข้าวกล่องปรุงสุกใหม่ 2 ล้านกล่อง, ข้าวตราฉัตร, ครัวปันอิ่ม, ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19, ซีพี, ซีพี อินเตอร์เทรด, ซีพีเอฟ, นายจุติ ไกรฤกษ์, นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ, นายรัฐวิทย์ มงคลสกุลพัชร์, นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)​, พันธมิตรเครือข่าย, พันธมิตรเอกชน, องค์กรภาครัฐ, เครือข่ายสื่อมวลชน, เครือเจริญโภคภัณฑ์, เนชั่นบรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น, เนชั่นปันน้ำใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f31ec750d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 17:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039; จ้องโละกรมหม่อนไหม อ้างตลาดไม่ได้ใหญ่โต แถมมีโครงการประหลาดอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.64 - เวลา 14.45 น. ที่ประชุมสภาฯ พิจารณามาตรา 14 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 34,684,924,600 บาท นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ขอตัดลดงบกระทรวงเกษตร 23 เปอร์เซ็นต์ เพราะไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างเป็นระบบ ทำให้ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส โดยเฉพาะเมื่อเกิดภัยแล้ง งบประมาณของกระทรวงเกษตรฯจำนวนมหาศาลนั้น มุ่งเน้นไปที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ที่ขึ้นชื่อว่า ฝนแปดแดดสี่ ได้รับงบมหาศาล ขณะที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลางได้รับงบประมาณเล็กน้อย กระทรวงเกษตรฯเอาสมองอะไรมาคิด หรือจ.ประจวบคีรีขันธ์คือ ประเทศไทย จะนำข้อมูลไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่านำเอางบประมาณไปผูกพันกับพรรคพวกตัวเอง ขอให้ไปคิดทบทวน อย่าไร้ประสิทธิภาพ ไร้วุฒิภาวะ ขอให้ทำงานอย่างมีระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ขอแปรญัตติตัดงบประมาณกระทรวงเกษตรฯลง 20% โดยเฉพาะกรมหม่อนไหม ซึ่งประเทศไทยสามารถสนับสนุนผ้าไหมได้โดยที่ไม่ต้องมีกรมหม่อนไหม และกิจการหม่อนไหมของไทยไม่จำเป็นต้องมีหน่วยงานที่ใหญ่เข้ามาดูแล ตนยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรกับกิจการไหมไทย ซึ่งยังสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงไหม และชื่นชมภูมิปัญญาผู้ทอผ้าไหม ศิลปวัฒนธรรมไทย เมื่อหน่วยงานมีสถานะเป็นกรมคือ การเปิดตำแหน่งอธิบดี รองอธิบดี รวมถึงยังตั้งสำนักและกองงานภายในที่ทำหน้าที่ธุรการและเอกสารขึ้นมา รวมถึงก่อสร้างอาคารสำนักงานทั้งในกทม.และต่างจังหวัด สร้างภาระให้กับงบประมาณแผ่นดินมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กิจการหม่อนไหมที่เป็นตลาดเฉพาะ ไม่ได้ใหญ่โตมาก จึงไม่จำเป็นต้องตั้งหน่วยงานระดับกรมขึ้นมาดูแล แต่ควรมีสถานะเป็นสำนัก หรืออยู่ภายในกรมปศุสัตว์&amp;quot;&amp;nbsp;น.ส.เบญจา กล่าว และว่า จากงบกรมหม่อนไหม ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 506 ล้านบาท ซึ่ง 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นค่าใช้จ่ายบุคลากร อาคาร สำนักงาน หากยุบเลิกหน่วยงานถ่ายโอนภารกิจไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคล้ายกันก็จะสามารถลดงบประมาณได้ถึง 20% ส่วนงบประมาณ 190 ล้านบาทเป็นค่าทำกิจกรรมยังเป็นงบในโครงการพระราชดำริอีก 15 ล้านบาท และเป็นค่าสัมมนาดำเนินการจัดกิจกรรมอื่นๆ โดยในส่วนนี้เหลือค่าใช้จ่ายที่เกษตรกรผู้เลี้ยงไหมได้รับจริงๆเพียง 40 ล้านบาท ยังไม่นับรวมโครงการประหลาดๆอีก จึงขอปรับลดงบประมาณกระทรวงเกษตรฯลง โดยเฉพาะกรมหม่อนไหม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113877</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมหม่อนไหม, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, พรรคก้าวไกล, เบญจา แสงจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e30d056a90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
