<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 18:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 18:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้า! กระทิงเขาใหญ่ ขวิดจนท.พิทักษ์ป่าเสียชีวิตขณะออกลาดตระเวน บาดเจ็บอีก 1 นาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.64 - เพจเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โพสต์แสดงความเสียใจ หลังจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ถูกกระทิงขวิด เสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 1 นาย ขณะออกลาดตระเวนในพื้นที่ โดยมีเนื้อหาระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 กันยายน 2564 นายอดิศักดิ์ ภูสิทธิ์วงศานุยุต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการลาดตระเวนที่ 3 ได้ออกตรวจลาดตระเวนตามแผนปฏิบัติงานประจำเดือนกันยายน 2564 ระหว่างวันที่ 15-18 กันยายน 2564 บริเวณเส้นทางป่าคลองช่องลม ตำบลนาหินลาด อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนประกอบด้วย นายนกรณ์ ศรีเรือง พนักงานพิทักษ์ป่า ทำหน้าที่หัวหน้าชุดปฏิบัติการลาดตระเวนที่ 3 พร้อมผู้ร่วมออกตรวจลาดตระเวน จำนวน 6 นาย ประกอบด้วย นายอาคม วิบูรณ์กลาง พนักงานพิทักษ์ป่า นายอดิเรก มงคล พนักงานพิทักษ์ป่า นายครรชิต ยอดบุญจันทร์ พนักงานพิทักษ์ป่า นายปฏิเวธ ต่อแต้ม พนักงานจ้างเหมา TOR นายณัฐวุฒิ แก้วแจ่ม พนักงานจ้างเหมา TOR และนายสำลวย หนีบหลี พนักงานจ้างเหมา TOR&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะออกตรวจลาดตระเวนมาถึงบริเวณทุ่งเขาสมอปูน ตำบลเนินหอม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการลาดตระเวนดังกล่าว ถูกกระทิงขวิดได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 นาย คือ นายนกรณ์ ศรีเรือง หัวหน้าชุดปฏิบัติการลาดตระเวนที่ 3 อาการเบื้องต้นได้รับบาดเจ็บบริเวณต้นขาขวา เสียเลือดมาก และนายสำลวย หนีบหลี อาการเบื้องต้นได้รับบาดเจ็บบริเวณขาขวาและแขนขวา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้ประสานขอรับการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากสำนักการบินอนุรักษ์ทรัพยากร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มารับตัวผู้บาดเจ็บจากที่เกิดเหตุเพื่อนำส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์เพื่อรักษาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายนกรณ์ ศรีเรือง ได้เสียชีวิต หลังจากที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอภัยภูเบศร์เนื่องจากเสียเลือดมาก ด้านนายสำลวย หนีบหลี ยังคงรักษาอาการอยู่ที่โรงพยาบาลปากช่องนานา เบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117038</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กระทิง, อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_61448127e8033.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อลังการ..ช้างป่า-กระทิง รวมตัวออกหากินในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี หลังปิดเพราะโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&amp;#39;ความอลังการจากการรวมตัว...ช้างป่าและกระทิงรวมตัวกันออกหากินในทุ่งหญ้าเป็นจำนวนมาก&amp;#39;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เพจประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผย ความอลังการจากการรวมตัว...ช้างป่าและกระทิงรวมตัวกันออกหากินในทุ่งหญ้าเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับการขนานนามว่า KUIBURI SAFARI เมืองไทย และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่นิยมชมสัตว์ป่า ประเภทช้าง และกระทิง ทุกวันนี้ผืนป่ากุยบุรีที่มีความอุดมสมบูรณ์ แปลงหญ้าแต่ยอดอ่อนเขียวขจี ต้นไม้แตกใบใหม่ ให้สัตว์ป่าได้กินเป็นอาหาร ทำให้ทุกวันพบปริมาณสัตว์ป่าทั้งช้างและกระทิงกลับมาหาหินตามแปลงหญ้าและจุดชมสัตว์ป่าต่างๆเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีจะมีการจัดเก็บข้อมูลในทุกวันเพื่อนำไปสู่การวางแผนการบริหารจัดการด้านการอนุรักษ์รวมถึงการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2564 เป็นต้นมา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อุทยานแห่งชาติกุยบุรีจึงได้มีการประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมทุกแห่งในพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะเป็นปกติ นักท่องเที่ยวสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เพจ : อุทยานแห่งชาติกุยบุรี - Kui Buri National Park.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113314</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิง, ช้าง, อุทยานแห่งชาติกุยบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_611871ddc2d78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทยานฯแก่งกระจาน เปิดภาพสัตว์ป่าออกหากินหลังฝนตกชุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.63 -&amp;nbsp;นายมานะ เพิ่มพูน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ในระหว่างที่มีพายุฝนเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และพื้นที่แก่งกระจาน ทำให้หญ้าสะบัดใบทำให้สัตว์ป่ามีอาหารกินเพียงพอ&amp;nbsp;โดยทางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้มอบหมายเจ้าหน้าที่รถตระเวนในพื้นที่ที่มีสัตว์ป่าอาศัยริมแม่น้ำเพชรบุรี พื้นที่บ้านบางกลอยและห้วยแม่สะเลียง พบระดับน้ำคงที่ไม่มีร่องรอยของน้ำป่าที่ไหลแรง สัตว์ป่ายังคงอาศัยอยู่ได้ไม่รับอันตรายจากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ มีการแก้ไขปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ด้วยการจัดทำแปลงทุ่งหญ้าสัตว์ป่าซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp; 55-59 พบมีสัตว์ป่าออกมาหากินโดยเฉพาะฝูงกระทิงและช้างป่า โดยเฉพาะที่ห้วยคมกฤตซึ่งเป็นพื้นที่จัดทำแปลงหญ้าและการสร้างแหล่งอาหารแหล่งน้ำให้สัตว์ป่าในการแก้ไขปัญหาช้างป่าเริ่มปรากฏร่องรอยการใช้ประโยชน์ในพื้นที่มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80630</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิง, จังหวัดเพชรบุรี, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201015/image_big_5f8806a142c17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2019 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2019 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุทยานฯเปิดภาพสัตว์ป่าหายากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพเพจ:กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ย.62-เพจกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า #สุดประทับใจ เปิดภาพสัตว์ป่าหายาก ในเขตฯ ห้วยขาแข้ง ตอกย้ำความสมบูรณ์ในพื้นที่ โดยนายธานี วงศ์นาค หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ระบุเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2562 เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการ ได้ออกตรวจติดตามการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าและตรวจสอบกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าในพื้นที่ โดยกล้องสามารถบันทึกภาพ การมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่บริเวณโป่ง แหล่งน้ำธรรมชาติ พบภาพสัตว์ป่าในพื้นที่นาๆ ชนิด ประกอบด้วย สมเสร็จ กวางป่า วัวแดง กระทิง นกยูง เสือโคร่ง ช้างป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การตั้งกล้องบันทึกภาพสัตว์ป่า ช่วยทำให้สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ และความหลากหลายของกลุ่มสัตว์ป่า นอกจากนี้ข้อมูลภาพยังยืนยันข้อมูลตัวเลขและการกระจายชนิดของสัตว์ป่าที่สำคัญและบอกถึงทิศทางการเคลื่อนที่ของสัตว์ในเขตรอยต่อผืนป่าห้วยขาแข้งอีกด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49472</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กระทิง, กวางป่า, นายธานี วงศ์นาค, สมเสร็จ, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dbf957bb3093.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2019 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2019 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.พบซากกระทิงเพศผู้หนัก250 กก.ตายใกล้จุดเขตห้ามล่าฯเขาแผงม้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:เพจกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.62-น.ส.รัชนี​ โชคเจริญ​ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า แจ้งว่า เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า จังหวัดนครราชสีมา ได้พบซากกระทิงตายอยู่ในบ่อน้ำ ใกล้กับจุดสกัดเขาสูง ภายในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า ท้องที่บ้านคลองทราย หมู่ 8 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการตรวจสอบพบซากกระทิงเพศผู้ ตัวเต็มวัย อายุประมาณ 1-2 ปี น้ำหนักประมาณ 250 กิโลกรัม ตายมาแล้วประมาณ 6 ชั่วโมง สภาพยังสดใหม่ ไม่พบร่องรอยซึ่งเกิดจากการกระทำมนุษย์และสัตว์อื่นแต่อย่างใด คณะเจ้าหน้าที่จึงประสานสัตวแพทย์ประจำส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุหรือโรคต่อไป และได้บันทึกภาพ ตำแหน่งพิกัดไว้เป็นหลักฐานพร้อมลงบันทึกประจำวัน​ สภ.วังน้ำเขียว​ จากนั้นได้ทำการฝังกลบซากตามหลักวิชาการ เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38180</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิง, จ.นครราชสีมา, น.ส.รัชนี​ โชคเจริญ​, เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfe502b78237.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 09:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้การฯจันทบุรีสั่งล่า3นายพรานสุดเหี้ยมยิงกระทิงป่าตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.61- พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี(ผบก.ภ.จว.จันทบุรี) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี 3 พรานป่าดักซุ้มยิงกระทิงป่า ก่อนชำแหละเนื้อกระทิงป่าหวังจะนำไปขายและกิน ในพื้นที่ป่าเขาอ่างฤาไน หมู่ที่ 17 ตำบลขุนซ่อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรีว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ตัว 3 พรานป่าที่ก่อเหตุดักซุ้มยิงกระทิงป่าตายทั้งหมดแล้ว ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ที่ชอบเที่ยวป่าและล่าสัตว์ โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้าน 3 พรานป่า แต่ไม่พบ 3 พรานป่าอยู่ภายในบ้านคาดว่าน่าจะหลบหนีไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถตรวจยึดปืนลูกซองยาว 1 กระบอก ที่ 3 พรานป่าใช้ในการก่อเหตุดักซุ้มยิงกระทิงป่าตาย ก่อนนำไปตรวจสอบพบว่าปืนดังกล่าว ตรงกับปลอกกระสุนปืนที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.แก่งหางแมว รวบรวมพยานหลักฐาน และจัดชุดไล่ล่า 3 พรานป่าที่หลบหนีแล้ว พร้อมทั้งประสานกับทางญาติของ 3 พรานป่าให้มามอบตัว หากพบว่า 3 พรานป่ายังไม่เข้ามามอบตัว ก็จะมีการขออนุมัติศาลจังหวัดจันทบุรี ออกหมายจับทันที มั่นใจว่าจะได้ตัว 3 พรานป่าที่ก่อเหตุดักซุ้มยิงกระทิงป่า ก่อนชำแหละเนื้อกระทิงป่าหวังจะนำไปขายและกินมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้เร็วนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนซากกระทิงป่าที่ถูก 3 พรานป่าดักซุ้มยิง และชำแหละเนื้อหวังจะนำไปขาย และกิน ล่าสุดทางองค์การบริหารส่วนตำบลขุนซ่อง ได้มีการนำรถแบ็คโฮเล็ก ทำการขุดหลุมฝังกลบซากกระทิงป่า พร้อมโรยปูนขาวเพื่อป้องกันเชื้อโรคในจุดเกิดเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12043</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิง, จันทบุรี, ตำรวจ, ป่าเขาอ่างฤาไน, ผบก.ภ.จว.จันทบุรี, พรานป่า, พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180625/image_big_5b3056498be89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 21:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบ2พรานป่าฆ่ากระทิงป่าดงใหญ่ ชำแหละเนื้อแบ่งคนละครึ่งไปขาย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.61 - นางสุนันท์ &amp;nbsp;สุขเจริญ &amp;nbsp;นายอำเภอโนนดินแดง&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายสมส่วน &amp;nbsp;รักสัตย์ &amp;nbsp;หัวหน้าเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าดงใหญ่ &amp;nbsp;พร้อมด้วยนายราเยส ราย ปลัดอาวุโสอำเภอโนนดินแดง &amp;nbsp;ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม 2 พรานป่า &amp;nbsp;คือ นายนงค์ &amp;nbsp; ไม่ทราบนามสกุล &amp;nbsp;และอำพร &amp;nbsp; คงมาก &amp;nbsp;พร้อมของกลางอาวุธปืน และมีดที่ใช้ในการกระทำผิด &amp;nbsp;รวมถึงซากกระทิงที่ถูกยิงและชำแหละมาแถลงที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าดงใหญ่ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2561 มีสายในหมู่บ้านโคกเพชร &amp;nbsp;ต.ลำนางรอง แจ้งมายังทางอำเภอโนนดินแดง ว่ามีพรานป่าเข้าไปลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าดงใหญ่ &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองโนนดินแดง จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าดงใหญ่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนดินแดง &amp;nbsp;ลงพื้นที่หาข่าวกลุ่มบุคคลที่จะลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ตามที่ได้รับแจ้ง &amp;nbsp;ต่อมาทราบว่ามีกลุ่มพรานเข้าไปป้วนเปี้ยน อยู่บริเวณป่าละเลิงร้อยรู ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ &amp;nbsp; จึงได้สืบสวนหาข่าวจนทราบว่าจะมีคนลักลอบนำเนื้อกระทิงมาจำหน่าย &amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนเข้าจับกุมพรานป่าทั้ง 2 คนได้ในที่สุด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนงค์ &amp;nbsp; รับสารภาพว่า &amp;nbsp;ได้เป็นคนใช้อาวุธปืนแก๊ปยิงกระทิงจำนวน 1 ตัวจริง ที่บริเวณหอดูสัตว์ด้านทิศตะวันตก &amp;nbsp;ก่อนจะร่วมกับนายอำพร ช่วยกันชำแหละเนื้อกระทิงเพื่อแบ่งกัน นำไปจำหน่ายได้ประมาณคนละ 30 กิโลกรัม ในราคากิโลกรัมละ 200 บาท &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาไปชี้ที่จุดเกิดเหตุที่ยิงกระทิง &amp;nbsp;และจุดที่ฝังซากกระทิงด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า กระทิงตัวดังกล่าวมีอายุประมาณ 1 ปี น้ำหนักตัวประมาณ 60 กิโลกรัมจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.โนนดินแดง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้ง 5 ข้อหา คือ 1.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับแอนุญาติ มาตรา 16 แห่ง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 &amp;nbsp;2.ร่วมกันเข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 3.ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 &amp;nbsp;4.ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 5.พกพาอาวุธปืนไปในเขตเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6880</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิง, นายพราน, บุรีรัมย์, ล่าสัตว์, สมส่วน  รักสัตย์, สุนันท์  สุขเจริญ, เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าดงใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5accc3d8044c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
