<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดอนาถ! กระทิงป่าทุ่งใหญ่หนีน้ำไม่ทันจมตายยกฝูง4ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.61 - นายวิเชียร ชินวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนว่า พบซากกระทิงจำนวน 4 ตัวตายขึ้นอืดกระจายเกลื่อนรอบบริเวณหาดทรายริมห้วยรันตี บ้านกองม่องทะ ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี ซึ่งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จึงรีบรายงาน นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และนายดำรัส โพธิ์ประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่3 (บ้านโป่ง) ทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วยสัตว์แพทย์หญิง กนกวรรณ ตรุยานนท์ และทีมสัตว์แพทย์จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่3 บ้านโป่ง รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งเดินทางไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นป่าเบญจพรรณ บริเวณหาดทรายริมห้วยรันตี เจ้าหน้าที่พบซากกระทิงเพศผู้ อายุราว 4-5 ปีนอนตายขึ้นอืด กระจัดกระจายไม่ห่างกัน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ากระทิงทั้ง 4 ตัวเสียชีวิตมาแล้วราว 3-4 วัน ตรวจสอบซากกระทิงทุกตัวไม่พบร่องรอยถูกมนุษย์หรือสัตว์ทำร้ายแต่อย่างใด ทีมสัตว์แพทย์จึงทำการผ่าตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการตายให้แน่ชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า จากการที่เกิดฝนตกหนัก ติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลทะลักเข้าบริเวณพื้นที่ฝูงกระทิงอาศัย จนกระทิงฝูงนี้หนีน้ำไม่พ้น จึงถูกกระแสน้ำป่าที่เชี่ยวกราก พัดลอยมาตามลำห้วยรันตี โดยฝูงกระทิงตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอด แต่ไม่สามารถทานกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากได้ จนหมดแรงจมน้ำเสียชีวิตทั้งฝูง และกระแสน้ำได้พัดซากกระทิงทั้ง 4 ตัว มาเกยอยู่บริเวณหาดทรายริมห้วยรันตีดังกล่าว หลังจากทีมแพทย์ผ่าตรวจพิสูจน์ซากกระทิงทั้ง 4 ตัวจนทราบสาเหตุการตายแล้ว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเผาทำลายซากต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกระทิงเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ที่อาศัยอยู่ตามป่าอนุรักษ์หลายแห่งในประเทศไทย โดยไซเตสได้จัดกระทิงไว้ในบัญชีหมายเลข 1 ไอยูซีเอ็น(IUCN) โดยประเมินว่ามีโอกาสเสี่ยงจะสูญพันธุ์ (VU) ทั้งนี้มีรวบรวมจำนวนกระทิงไว้อยู่ที่ราวไม่เกิน1,000ตัวในเขตป่าอนุรักษ์เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกระทิงในเขตอนุรักษ์หลายแห่ง โดยเฉพาะที่ห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกและตะวันออกมีการติดตามป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ประชากรกระทิงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในแต่ละปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ขอบคุณภาพ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15541</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิงตาย, กระทิงป่าทุ่งใหญ่, กาญจนบุรี, นายวิเชียร ชินวงษ์, ลำห้วยรันตี, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b75440d29384.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2018 19:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2018 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตายปริศนา! กระทิงพ่อพันธุ์หลงป่าหลายปีไม่กลับฝูง ติดใจวัวบ้านมีลูกเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.61 -&amp;nbsp;นายฐานะ ทองสมุย หัวหน้าชุดเฝ้าระวัง อุทยานน้ำตกหงาว ลงพื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลตะโก อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นสวนป่าและเกษตรกรรมของวิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยีชุมพร หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านพบซากวัวกระทิงป่านอนตายขึ้นอืดอยู่ในสวนปาล์มน้ำมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่าเป็นกระทิงป่าเพศผู้ชื่อ &amp;ldquo;เจ้าโทน&amp;rdquo; อายุประมาณ 10 ปี น้ำหนักตัวมากกว่า 1 ตัน สภาพขึ้นอืดตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน ตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีบาดแผลถูกทำร้ายแต่อย่างใด ในเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้ต้องรอสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผ่าชันสูตรอีกครั้งว่าเกิดจากสาเหตุใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ &amp;ldquo;เจ้าโทน&amp;rdquo; เป็นกระทิงป่าได้หลงป่าลงมาจากภูเขาสูงเขตรอยต่อระหว่าง จ.ชุมพร กับ จ.ระนอง แล้วตระเวนหากินอยู่ในสวนปาล์มและสวนยางพาราบริเวณพื้นที่ อ.พะโต๊ะ อ.ทุ่งตะโก อ.สวี ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกัน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 จนเป็นที่คุ้นเคยของชาวบ้านและช่วยกันดูแลอนุรักษ์ไว้ ต่อมา &amp;ldquo;เจ้าโทน&amp;rdquo; ได้มาพบรักกับแม่วัวพันธุ์ของวิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยีชุมพร ที่เลี้ยงไว้จำนวนหลายตัวในพื้นที่สวนเกษตรที่อยู่ด้านหลังวิทยาลัยฯ จนผสมพันธุ์ติดลูกไปแล้วจำนวนหลายตัวและ &amp;ldquo;เจ้าโทน&amp;rdquo; ได้อาศัยวนเวียนหากินอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวโดยไม่กลับเข้าไปอยู่ในป่าบนภูเขาอีกเลยจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น &amp;ldquo;เจ้าโทน&amp;rdquo; ยังมีความคุ้นเคยกับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงไม่ดุร้ายหรือทำร้ายใคร จนมีชาวบ้านนักท่องเที่ยวนำหญ้าและอาหารไปให้ &amp;ldquo;เจ้าโทน&amp;rdquo; อยู่เป็นประจำจนกลายที่จุดสนใจของนักท่องเที่ยวมาโดยตลอด และที่ผ่านมายังได้มีชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงและคนต่างพื้นที่ได้นำแม่วัวพันธุ์ไปผูกล่อตามจุดต่างๆที่ &amp;ldquo;เจ้าโทน&amp;rdquo; กระทิงป่าออกหากินและหลับนอน เพื่อให้ &amp;ldquo;เจ้าโทน&amp;rdquo; ผสมพันธุ์ จนติดลูกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ตัว โดยชาวบ้านนำลูกไปขายทำกำไรมีราคาสูงถึงตัวละ 50,000-100,000 บาท จนสื่อมวลชนหลายสำนักในพื้นที่นำเสนอข่าวโด่งดังมาอย่างต่อเนื่องในขณะนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14742</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิงตาย, กระทิงป่าชุมพร, วิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยีชุมพร, อำเภอทุ่งตะโก, อุทยานน้ำตกหงาว, เจ้าโทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180805/image_big_5b66eb42e959a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
