<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 17:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 17:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จตช. โวสอบ &#039;พล.ต.อ.&#039; พันคดีบอส ไม่มีแรงกดดัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค. 64 - จากกรณีที่ มีคำสั่ง ตร.ที่ 288/2564 ลง 21 มิ.ย.2564แต่งตั้ง พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จตช.เป็นประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการทำคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส โดยมีข้าราชการตำรวจที่ถูกระบุให้ถูกสืบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอีก 4 นาย โดยมีรายตำรวจระดับ พล.ต.อ. ถูกกล่าวหาด้วยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จตช. เปิดเผยว่าตนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานครั้งนี้ เนื่องจากมีผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 4นาย โดยมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับ พล.ต.อ.ถูกกล่าวหาด้วย ดังนั้น จึงมีการแต่งตั้ง จตช.ซึ่งมียศระดับ พล.ต.อ.เป็นประธาน เพื่อให้เกิดความถ่วงดุลย์ในกระบวนการสืบสวนตาม พรบ.ตำรวจแห่งชาติฯและ กฏ ก.ตร. โดยวันนี้ ( 21ก.ค.2564) ได้เรียกประชุมคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดเดิมที่ได้มีการดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงต่อเนื่องมาอยู่แล้ว โดยสาระการประชุมในครั้งนี้ เป็นการกำหนดรูปแบบการทำงาน ซึ่งต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบในการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมและพิจารณาสำนวนคดี ซึ่งพบว่า มีการดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงโดยคณะกรรมการฯที่ ตร.แต่งตั้ง ตั้งแต่ปลายปี 2563 เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องตั้งแต่เกิดเหตุ เมื่อ ก.ย.2555 จึงมีเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องนับ 10,000 หน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ทางคณะกรรมการฯจะต้องสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม พร้อมกับประสานข้อมูลการตรวจสอบ และ ไต่สวนของหน่วยงานตรวจสอบ เช่น &amp;nbsp;ปปช. และ คณะตรวจสอบข้อเท็จจริงฯของอาจารย์วิชา มหาคุณ มารวบรวมเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วิสนุ ยืนยันว่า การดำเนินการของคณะกรรมการฯไม่มีแรงกดดันแต่อย่างใด ทุกอย่างยึดถือข้อมูลตามพยานหลักฐาน และให้ความสำคัญกับทุกความเห็นของคณะตรวจสอบฯทุกชุด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และสามารถตอบคำถามต่อสังคมได้ ขอให้มั่นใจ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110603</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิงแดง, คดีบอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7f9c9f2d3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 22:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ก้าวไกล ซัด &#039;ประยุทธ์-ประวิตร&#039; เป่าหมายแดงช่วย &#039;บอส วรยุทธ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 20.30 น. นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส แม้เรื่องนี้จะเกิดตั้งแต่ปี 2555 โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม หลังจากนายวรยุทธ หนีคดีไปต่างประเทศ พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ประสานออกหมายแดงไปยังตำรวจสากล เป็นหมายเปิดแบบสาธารณะให้คนรับรู้ทั่วกัน เมื่อวันที่ 21ส.ค.2560&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ต่อมาวันที่ 30 ส.ค.2560 พล.ต.ต.อภิชาติ ถูกสั่งย้ายเข้ากรุ เป็นผบก.ประจำภูธรภาค 3 โดยผู้ที่นั่งหัวโต๊ะสั่งย้ายคือ พล.อ.ประวิตร มีการเปลี่ยนหมายแดงสากล เป็นหมายบุคคลทั่วไป ในเดือน มี.ค.2561 เป็นหมายแดงปาหี่ ใส่เลขพาสปอร์ตที่ยกเลิกไปแล้ว ไม่ใส่ไฟล์ลายนิ้วมือ และใบหน้ายืนยันตัวตน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัยกล่าวว่า เดือนต.ค.2561 พล.ต.ต.อภิชาติ ได้รับแต่งตั้งเป็นรองผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี(กมค.) จากนั้นวันที่ 29 ส.ค.2562 พล.ต.ต.อภิชาติ ถูกสั่งย้ายไปอยู่ไปอยู่กองส่งกำลังบำรุง ผู้ที่นั่งหัวโต๊ะสั่งย้ายคือ พล.อ.ประยุทธ์ และวันที่ 7ต.ค.2562 นายวรยุทธขอความเป็นธรรมต่ออัยการ ครั้งที่ 14 วันที่ 20 ม.ค.2563 อัยการสูงสุดจึงสั่งไม่ฟ้อง ส่งเรื่องมายังกมค. หากพล.ต.ต.อภิชาติ ไม่ถูกโยกย้าย นายวรยุทธจะต้องถูกสั่งฟ้อง แม้ต่อมาตำรวจจะสั่งฟ้องนายบอส แต่ยังตามตัวไม่ได้ เพราะยังคงใช้หมายปาหี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาสถานทูตออสเตรีย แจ้งมายังสตช.ว่า นายวรยุทธขอวีซ่าเชงเก้น ที่เข้าออกได้ 26 ประเทศในสหภาพยุโรปได้ แต่สิ่งที่ตำรวจทำคือ ส่งจดหมายไปยังกระทรวงต่างประเทศ ขอให้สถานทูตไทยในกรุงเวียนนา ตามสืบหาที่อยู่นายวรยุทธและแจ้งมาให้ทราบ แสดงให้เห็นว่าตำรวจไม่กระตือรือร้น ติดตามตัวนายวรยุทธกลับมาดำเนินคดี แบบนี้ผบ.ตร.ขณะนั้นต้องถูกฟ้องเอาผิด ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ นายกฯต้องตั้งกรรมการสอบวินัย ผบ.ตร.หรือไม่ แบบนี้ซูเอี๋ยกันหรือไม่ หรือเป็นเพราะอดีตผบ.ตร.คนนี้ จะลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรคพลังประชารัฐ แน่จริงนายกฯกล้าเปิดรายงานฉบับเต็มหรือไม่ แต่คิดว่าไม่กล้า เพราะไม่ฆ่าน้อง ฟ้องนาย ขายเพื่อน แต่กำลังขายกระบวนการยุติธรรม ปล่อยให้ตำรวจชั้นผู้น้อยรับโทษทางวินัย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมยืนยันว่าคดีนี้ ไม่ใช่เพียงคดีอาญาสะเทือนขวัญทั่วไป แต่เป็นคดีที่สั่นคลอนความเชื่อถือศรัทธาที่ประชาชนมีต่อระบบยุติธรรมไทย ทั้งหมดนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย หากพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ไม่สมคบกันใช้อำนาจในฐานะผู้บริหารประเทศ แทรกแซงกระบวนการเอาผิดนายวรยุทธตั้งแต่ต้นน้ำ นี่ไม่ใช่การกระทำของคนระดับนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี แต่เป็นพฤติกรรมมาเฟียเก็บค่าต๋งที่ใช้อำนาจบารมีปัดเป่าให้ใครที่มาสวามิภักดิ์และเสนอผลประโยชน์ให้ตนเอง นี่คือที่บอกว่า รัฐประหารมาเพื่อความสามัคคีคนในชาติ ปราบทุจริต แต่สุดท้ายเข้ามาเพื่อสร้างระบบมาเฟีย ช่วยคนมีเงิน มีอิทธิพลบนความเจ็บปวดของตำรวจชั้นผู้น้อย บดขยี้ศักดิ์ศรีกระบวนการยุติธรรมใช่หรือไม่ ผมไม่อาจทน มีนายกฯ และรองนายกที่มีพฤติกรรมมาเฟียเช่นนี้ได้ ขอไม่ไว้วางใจทั้งสองคน&amp;rdquo;นายธีรัจชัย กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93273</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิงแดง, คดีบอส, ธีรัจชัย พันธุมาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210216/image_big_602bde1a0c775.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2020 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2020 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ละเอียดยิบ!ตำรวจแถลงเคลียร์ &#039;คดีบอส&#039; เคาะฟ้องใหม่ &#039;ขับรถเร็ว-เสพโคเคน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.63 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.กฤษณะ ทรัพย์เดช จเรตำรวจ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการใช้ดุลพินิจข้าราชการตำรวจกรณีไม่เห็นแย้งอัยการคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ใช้เวลาชี้แจงนานกว่า 1 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ศตวรรษ กล่าวว่า วันนี้ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการเสร็จสิ้นแล้ว โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งเพิ่มเติม 3 ประเด็น คือ มีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ว่าการไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ เป็นการกระทำที่ชอบหรือไม่ 2.ให้ตั้งชุดพนักงานสอบสวนทำคดีนี้ใหม่ โดยใช้พยานหลักฐานที่รวบรวมมาได้ใหม่ และ3.มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 11 นาย ที่เคยเป็นผู้สอบสวนและทำคดีนี้ โดยระบุว่ามีกี่คนที่โดนลงโทษแล้ว และที่ไม่ได้โดนลงโทษ ว่าทำอะไรบ้าง ซึ่งบางคนยังมีการเลื่อนตำแหน่งอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.ต.ท.จารุวัฒน์ ได้ไล่ไทม์ไลน์เหตุการณ์ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงการสั่งไม่ฟ้องคดีดังกล่าว โดยแบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกคดีที่อยู่ในอำนาจชั้นพนักงานสอบสวน ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2555- 4มีนาคม 2556 ช่วงที่สอง ชั้นพิจารณาของพนักงานอัยการ ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2556 - 20 มกราคม 2563 ในชั้นนี้ผู้ต้องหาได้ร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมา 2556 จนทำให้อัยการอาญาใต้ฯ มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมถึง 10 ครั้ง ซึ่งพยานที่อัยการสั่งให้สอบเพิ่มเติมเป็นผู้ให้ปากคำชั้นพนักงานสอบสวน จำนวน 4 ปาก เป็นพยานเพิ่มเติมชั้นอัยการ 16 ปาก และช่วงที่สาม การทำความเห็นแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.จารุวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับผลการตรวจสอบความบกพร่อง ของ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ไม่พบความบกพร่อง เนื่องจากการพิจารณาคำแย้งคำสั่งพนักงานอัยการ แย้งได้เฉพาะประเด็นข้อกฎหมาย กฎระเบียบ ว่าตามที่พนักงานอัยการกล่าวอ้างมาถูกต้องหรือไม่ โดยจะนำความในคำพิพากษาศาลฎีกา หรือความเห็นทางกฎหมายจากผู้เชี่ยวชาญประกอบเหตุผลการพิจารณา และพิจารณาจากข้อเท็จจริง พยานหลักฐานที่ปรากฎในสำนวนที่อัยการส่งมาเท่านั้น และแย้งได้เฉพาะประเด็นที่สามารถกลับความเห็นของพนักงานอัยการได้ ไม่มีอำนาจทำการสอบสวนพยานหลักฐานเพิ่มเติม หรือหยิบยกพยานหลักฐานนอกสำนวนมาพิจารณาได้ เนื่องจากอำนาจการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ ในประเด็นข้อเท็จจริงที่นำมาพิจารณาต้องประกอบด้วยพยานหลักฐานต่างๆ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญอันสามารถหักล้างความเห็นไม่ฟ้องของพนักงานอัยการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ตรวจสำนวนพิจารณาในกองคดีอาญาทุกระดับ มีผู้พิจารณาก่อนเสนอ พล.ต.ท.เพิ่มพูน มี 4 ราย ซึ่งทุกคนมีอิสระในการเห็นแย้งหรือไม่แย้งคำสั่งของอัยการ โดยผู้ตรวจสำนวนทุกคนมีความเห็นไม่แย้งตรงกัน ส่วน พล.ต.ท.เพิ่มพูน ผู้มีอำนาจในการพิจารณาทำความเห็นไปตาม ป.วิอาญามาตรา 145/1 ไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง คระกรรมการยังพบข้อบกพร่องหลายแห่ง จึงจะประมวลเรื่องเสนอ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. พิจารณาดำเนินการ ในประเด็น ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.นำเรียนข้อบกพร่องทั้งหมดที่พบของตำรวจ และจะตรวจสอบว่ากรณีใดบ้างที่ ป.ป.ช. ได้พิจารณาชี้มูลไปแล้ว กรณีบกพร่องที่ยังไม่ได้มีการชี้มูลหรือลงทัณฑ์ ทางคณะกรรมการจะพิจารณามีความเห็นเสนอ ผบ.ตร. เพื่อพิจารณาสั่งการดำเนินการทางวินัยต่อไป หากพบความผิดทางอาญาจะเสนอให้ดำเนินคดีอาญาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบข้อเท็จจริงงเพิ่มเติม เช่น รายงานการคำนวณความเร็วจากผู้เชี่ยวชาญมายืนยันความเร็ว ที่ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และผู้เชี่ยวชาญอื่น ก็ยืนยันที่ความเร็ว 126 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญแก่คดีที่สามารถพิสูจน์การกระทำความผิดของผู้ต้องหา เพื่อให้ศาลลงโทษผู้ต้องหาตามกฎหมายได้ เห็นควรส่งพยานหลักฐานรายละเอียดข้อเท็จจริงไปยังอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาดำเนินการตาม ป.วิอาญามาตรา 147 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.คณะกรรมการตรวจพบความบกพร่องในการดำเนินคดีเรื่องยาเสพติดให้โทษ ที่ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยได้สอบถามเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สอบปากคำเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ แล้วพบว่าสารแปลกปลอม ทั้ง 2 ชนิด ที่เกิดในร่างกาย เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงเมื่อได้รับโคเคน ร่วมกับการดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้น การใช้ยาอะม็อกซีซิลลิน ไม่ทำให้เกิดสารแปลกปลอมดังกล่าวได้ ซึ่งกรณีความผิดการเสพโคเคน มีอัตราโทษจำคุก 6 เดือน ถึง 3 ปี หรือปรับ 1 หมื่น ถึง 6 หมื่นบาท และยังมีอายุความอยู่ เห็นควรให้พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจสอบสวนดำเนินคดีในเรื่องนี้ต่อไป อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ผบ.ตร. ได้สั่งการว่าจะเข้ามาดูแลการสั่งคดีเรื่องแย้งความเห็นของพนักงานอัยการด้วยเองทุกคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ยังกล่าวอีกว่า พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ได้มีการชี้แจงกับคณะกรรมการชุดนี้แล้ว โดยทางคณะกรรมการมีการพิจารณาและเชื่อคำให้การของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ เพราะเห็นว่าเป็นพยานหลักฐานที่มีความสำคัญต่อคดี โดยทาง ผบ.ตร. จะส่งพยานหลักฐานให้อัยการไปดำเนินคดีใหม่ตาม ป.วิอาญา มาตรา 147 ทำให้มีการรื้อคดีนี้ขึ้นมาทำใหม่ 2 ข้อกล่าวหาในส่วนของคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง และข้อหาเสพยาเสพติดประเภท 2 (โคเคน) มีอัตราโทษจำคุก ตั้งแต่ 6 เดือนถึง 3 ปี ส่วนเรื่องการขอถอนหมายแดงของตำรวจสากลนั้น หากมีการรื้อคดีใหม่ก็สามารถที่จะเสนอขอหมายแดงใหม่ได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้ ตนเข้าใจถึงความห่วงใยของพี่น้องประชาชน และมีความสนใจในเรื่องการทำคดีครั้งนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าจะไม่ปกป้องผู้กระทำผิด ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ส่วนการกระทำความผิดของตำรวจหากพบจะมีการลงทันฑ์อย่างเด็ดขาด โดยขณะนี้จากการตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีส่วนกับการกระทำความผิดตำแหน่งสูงสุดในขณะนั้นคือระดับรองผู้บัญชาการ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นใคร เพราะตนเองไม่ใช่คณะกรรมการทางด้านวินัย แต่หนึ่งในนั้นมีชื่อของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ ที่จะต้องถูกสอบวินัย และดำเนินคดีตามประมาลกฎหมายอาญามาตรา 157 กับตำรวจทั้ง 14 นาย เป็นพนักงานสอบสวนชุดเก่า 11 นาย และชุดใหม่ &amp;nbsp;3 นาย ที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ส่วนกระแสข่าวที่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มีคำสั่งจากตำรวจชั้นผู้ใหญ่ให้กลับคำให้การเรื่องความเร็วรถนั้น จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีใครกดดัน พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ ให้กลับคำให้การ ก่อนหน้านี้ในการเรียกมาสอบ ตนเองก็ปล่อยให้เจ้าตัวอธิบายอย่างเต็มที่ ไม่มีความกดดันแต่อย่างใด ซึ่งก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ เคยจะไปให้การในเรื่องวิธีคำนวนความเร็วมาแล้ว แต่พนักงานสอบสวนบอกว่าคดีหมดอายุความแล้ว วันนี้ตนเองตั้งใจมาพูดในเรื่องของข้อเท็จจริงที่จับต้องได้ จะไม่มีการคาดเดา ซึ่งหากจะบอกว่าใครผิดหรือไม่ผิดก็จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.จารุวัฒน์ กล่าวเพิ่มว่า วันนี้จะมีการเรียกสอบผู้เชี่ยวชาญของกองพิสูจน์หลักฐานที่เป็นคนกลางในเรื่องของความเร็วรถเกี่ยวกับวิธีการคำนวนซึ่งพบว่าพนักงานสอบสวนเชื่อว่าความเร็วที่ถูกต้องของรถคือ 177 หรือกว่า 80 ซึ่งตรงกับวิธีการตรวจสอบในครั้งแรก ยืนยันว่าไม่มีการฟอกขาวให้ใคร และจะตรวจสอบเฉพาะทางตำรวจ ไม่ขอก้าวล่วงไปถึงทางอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อบกพร่องของผู้เกี่ยวข้องกับการสอบสวนที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบเพิ่มเติม คือ 1.ไม่ดำเนินการตรวจสอบปัสสาวะ เพื่อตรวจสารเสพติดเมื่อได้ตัวผู้ต้องหา 2.ไม่เก็บหลักฐานคำให้การสอบสวนพยานเพิ่มเติมไว้ตามระเบียบ 3.ผู้ออกรายงานให้การไม่ตรงกับรายงาน 4.พนักงานสอบสวนไม่ออกหมายจับตามคำสั่งพนักงานอัยการ ส่วนข้อบกพร่องของผู้เกี่ยวข้องที่ถูกแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี วันที่ 25 เมษายน 2559 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งสำนวนการสอบสวนไปยังสำนักงานปปช.ดำเนินการตามกฎหมาย วันที่ 17 ธันวาคม 2562 ปปช.มีมติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาโทษทางวินัย วันที่ 31 มีนาคม 2563 สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งลงโทษทางวินัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อบกพร่องของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนคดีจราจรที่ 632/2555 ของสน.ทองหล่อ ตามคำสั่งตร.ที่ 228/2559 ลง 22 เมษายน 2559 1.ไม่ได้ทำการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ทำการตรวจค้นบ้านผู้ต้องหาในวันเกิดเหตุประกอบสำนวนการสอบสวน 2.ไม่ได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์และไม่ได้รวบรวมพยานหลักฐานในทันทีเป็นเหตุให้ขาดพยานหลักฐานในการฟ้อง 3.ไม่ได้สอบสวนปากคำผู้นำตัวผู้ต้องหามามอบตัวประกอบสำนวน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าผู้ต้องหาไปที่ไหนอย่างไร เพื่อสอบสวนขยายผลและอาจจะใช้เป็นพยานหลักฐานยืนยันในเรื่องความเมา และข้อเท็จแห่งคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การทำสัญญาประกันปล่อยตัวชั่วคราวบกพร่อง ผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวเอง จึงไม่ใช่ผู้ถูกจับกุมและไม่มีหมายจับ ตามป.วิ.อาญา มาตรา 134 วรรคท้าย พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจให้ประกันตัว ซึ่งจะต้องส่งตัวผู้ต้องหาไปที่ศาล เพื่อขอหมายขังทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.การใช้ดุลพินิจของคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ที่มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาในความผิดฐานขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ผลการตรวจวิเคราะห์สารเสพติดที่เป็นสารเกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงในร่างกายจากการเสพโคเคน (ยาเสพติดประเภท 2) และคำให้การของแพทย์ผู้ตรวจพิสูจน์ยืนยันว่าพบสารที่เกิดจากการเสพโคเคนในร่างกายผู้ต้องหาไม่นำเข้าพิจารณาในการทำความเห็นในข้อหาขับรถโดยประมาทฯ และไม่มีการพิจารณาในเรื่องข้อหาเสพยาเสพติด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.พนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่ง บก.น. 5 ที่ 183/55 ลง 4 ก.ย. 55 ไม่กำกับดูแลให้มีการปล่อยตัวชั่วคราว ไม่เป็นไปตามป.วิ.อาญามาตรา 134 วรรคท้าย 8.คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่ง บก.น. 5 ที่ 183/55 ลง 4 ก.ย. 55 ไม่ขอขยายเวลาการสอบสวนตามคำสั่งตร. ที่ 960/37 ลง 10 ส.ค. 37 เมื่อได้ทำการสอบสวนครบกำหนดระยะเวลา 9.คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่ง บก.น. 5 ที่ 183/55 ลง 4 ก.ย. 55 มีหลักฐานการรับสำนวนของพนักงานอัยการ แต่ไม่รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น และไม่ส่งตัวผู้ต้องหาไปขอให้ศาลออกหมายขังเมื่อการสอบสวนครบกำหนดเวลา 6 เดือนตามป.วิ.อาญามาตรา 113 วรรคสอง 10.ผกก.สน.ทองหล่อ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน ไม่ได้กำกับดูแลการสอบสวนโดยใกล้ชิดทั้งที่เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74304</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิงแดง, คดีบอส, ตำรวจ, วรยุทธ อยู่วิทยา, สั่งไม่ฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f34e53d8b1ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2020 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2020 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แสบ! กราบกระทิงแดง ขอให้ &#039;อานนท์-ภาณุพงศ์&#039; ได้ประกันตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค. 63 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ศาลพิจารณา ฝากขังนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง ในคดียุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และข้อหาอื่นๆ รวม 7 ข้อหา จากการร่วมชุมนุมกับเยาวชนปลดแอก เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้มีประชาชนเดินทางตามมาให้กำลังใจทั้งสองคน โดยรวมตัวกันอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าประตู 8 ซึ่งมีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และ น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ แกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอก มาคอยให้กำลังใจและติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้กลุ่มผู้ให้กำลังใจชุมนุม ได้ทำรูปภาพกระทิงแดงมากราบไหว้เพื่อขอให้นายอานนท์ นายภาณุพงศ์ ได้รับประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73809</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิงแดง, การเมือง, ประชาชนปลดแอก, ประชาธิปไตย, อานนท์, เพนกวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200808/image_big_5f2e48deb6ada.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนาวแน่!วิชาลั่นตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้วคดีไม่เปลี่ยนแปลงจะตั้งทำไม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;05 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะกรรมการฯ ถึงกรณีอัยการแถลงว่า​ คดีนายวรยุทธ​ อยู่วิทยา​ ขับรถชนตำรวจตายเมื่อปี​ 2555​ เป็นความบกพร่องเรื่องการทำสำนวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ​ ว่า​ก็ว่ากันไปในคณะกรรมการแต่ละชุด แต่คณะกรรมการของเราจะดูทั้งหมด ว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร ซึ่งเราต้องนำข้อมูลที่ตำรวจสอบมาแล้วมาดูด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเรียกพยานที่เคยสอบปากคำมาแล้ว​มาให้ข้อมูลหรือไม่​ นายวิชา กล่าวว่า อยู่ในระบบตรวจสอบอยู่แล้ว ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการฯ วันนี้เราจะพิจารณาว่าจะเรียกพยานเหล่านี้มาให้ข้อมูลเมื่อไหร่ บางทีอาจต้องสอบกันในวันหยุดด้วยเพื่อให้เสร็จเร็วขึ้น โดยคณะกรรมการฯ มีอำนาจในการเรียกพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ ปัจจุบันยังมีการถกเถียงกันว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมาจากความบกพร่องของอัยการ​ นายวิชา​ กล่าวว่า ในส่วนนี้ยังไม่พูด​ เพราะเราพูดไม่ได้ เนื่องจากต้องตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามีอกว่า ระบบตรวจสอบของคณะกรรมการชุดนี้มีกี่หัวข้อและอะไรบ้าง​ นายวิชา กล่าวว่า ในวันนี้เราจะพิจารณาในเรื่องของข้อกฎหมาย ซึ่งนายปกรณ์​ นิลประพันธ์​ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบกฎหมาย จะเสนอในวันนี้​ ต่อข้อถามว่า ข้อกฎหมายที่เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา​ จะเสนอจะรวมไปถึงอำนาจในการสั่งรื้อคดีของนายกรัฐมนตรี​ด้วยหรือไม่​ นายวิชา​ กล่าวว่า เราจะดูในกรอบของกฎหมายที่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการชุดนี้ และจะหารือว่าเราจะใช้หลักอะไร ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ตลอดไปจนถึงข้อบกพร่อง หากมีข้อบกพร่องก็จะต้องดูว่าจะแก้ไขอย่างไร คาดว่านายปกรณ์​คงจะเสนอมาอย่างครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ คณะกรรมการชุดนี้จะเป็นผู้สรุปสุดท้ายว่าจะรื้อหรือไม่รื้อคดีนี้ใช่หรือไม่​ นายวิชา​ กล่าวว่า​ สุดท้ายอย่าไปคาดเดาว่าจะเสนอหรือไม่เสนอ​ แต่เมื่อตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้วคดีไม่มีการเปลี่ยนแปลง จะตั้งหาประโยชน์อะไร มันไม่มีประโยชน์ ก็ต้องทำให้เป็นมรรคเป็นผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ กรณีที่อัยการยืนยันไม่สั่งฟ้อง​ แต่เรียกสอบพยานเพิ่ม หมายความว่าอย่างไร​ นายวิชา​ กล่าวว่า ก็สุดแล้วแต่เขา อย่าเพิ่งมาถามตอนนี้ เพราะวันนี้จะต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการฯเพื่อหารือกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า​ หากทำงานในวันหยุดด้วยการตรวจสอบจะเสร็จสิ้นก่อน 30 วันตามกรอบเวลาใช่หรือไม่ นายวิชา​ กล่าวว่า เราก็ต้องรีบ ส่วนจะเสร็จก่อนกำหนด 30 วันหรือไม่ เราก็ไม่รู้​ แต่เราจะทำอย่างเร็วที่สุด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73461</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิงแดง, คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย, คดี, คำสั่งไม่ฟ้อง, บอส, วิชา มหาคุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200805/image_big_5f2a295e6ec59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครื่องร้อน! ตั้ง 4 คณะทำงานสางคดีบอส  สั่งเรียกทุกสำนวนตั้งแต่ สน.ทองหล่อ-อัยการ-กมธ.กฎหมายยุค สนช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค. 63 - เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน​ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ที่ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง ว่า คณะกรรมการชุดนี้มีผู้เชี่ยวชาญอยู่หลากหลายสาขา และได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งมีความชัดเจนมากขึ้น ได้ข้อสังเกตที่ดี เพื่อนำไปสู่การตรวจสอบในประเด็นที่ละเอียดต่อไป โดยได้ตั้งคณะทำงานขึ้น 4 ชุด ประกอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.คณะทำงานตรวจสอบอัยการ มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน เพราะเป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.คณะทำงานการตรวจสอบตำรวจ มีนายเข็มชัย ชุติวงศ์ เป็นประธาน เพราะเป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.คณะทำงานตรวจสอบบุคคลทั่วไป มีนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน โดยคณะทำงานชุดนี้จะต้องตรวจสอบพยาน บุคคลที่เกี่ยวข้อง กรรมาธิการ ทนายความ ซึ่งเป็นคนที่ไม่ใช่ตำรวจและอัยการ ขณะที่ผู้แทนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะร่วมอยู่ในคณะนี้ โดยจะทำหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน นอกจากนี้ จะขอผลการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมายกระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยจะขอมาดูให้หมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.คณะทำงานตรวจสอบด้านกฎหมาย มีนายปกรณ์ นิลประพันธุ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นประธาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชา กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีคณะทำงานที่มีหน้าที่รวบรวมสรรพเอกสาร ทั้งตัวเอกสารหรือสิ่งที่ได้จากโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอ คลิป หรือข้อคิดเห็นจากประชาชนต่างๆ ซึ่งจะเปิดช่องทางให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ถือเป็นการให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยจะมีทีมงานที่เชี่ยวชาญทางไอที และจะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาในการทำงาน รวมไปถึงทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนรับรู้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ถ้าใครต้องการส่งเอกสาร หลักฐาน หรือจะให้ข้อมูลใดๆ แก่คณะกรรมการสามารถติดต่อมาได้ที่ตน หรือช่องทางที่เรากำลังจะเปิด เพื่อรับข้อมูล หรือว่าคนที่มีความคับข้องใจ ซึ่งมีทั้งอัยการและตำรวจที่อยากจะให้ข้อมูลจำนวนมาก เราอยากได้ทุกความเห็น สามารถส่งเข้ามาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชา กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม คณะทำงานแต่ละชุดจะทำงานคู่ขนานกันไปกับคณะกรรมการชุดใหญ่ จะประชุมกันสัปดาห์ละ 2 ครั้งในช่วงแรกนี้ เนื่องจากมีความเร่งรัดอย่างมาก เพื่อให้เสร็จสิ้นได้ใน 30 วัน โดยคณะกรรมการฯจะประชุมครั้งต่อไปในเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ส.ค. ที่สำนักงาน ก.พ.เดิม ถ.พิษณุโลก ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายวิชา กล่าวต่อว่า จะมีการขอสำนวนหลักฐานต่างๆ จากอัยการ โดยเฉพาะผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะทำงานตรวจสอบพิจารณาคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ของอัยการที่จะได้ข้อสรุปในวันที่ 4 ส.ค. โดยคณะกรรมการฯของเรา จะเชิญฝ่ายเลขานุการของคณะทำงานตรวจสอบของอัยการมาให้ข้อมูลด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องดี เพราะคณะกรรมการชุดนี้จะได้ทุ่นเวลา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยึดตามนั้นไปตลอด เพราะถ้าข้อมีเพิ่มเติมอะไรจะพิจารณากันอีกที รวมไปถึงสำนวนของตำรวจ ที่ สน.ทองหล่อทำมาตั้งแต่ต้น และสำนวนของอัยการที่ทำส่งไปยังศาลอาญากรุงเทพใต้ด้วย เพราะทุกสำนวนจะต้องส่งมาให้เราทั้งหมด รวมไปถึงประเด็นการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง พยานในคดีของนายวรยุทธ ไม่ว่ามีข้อสงสัยอะไรต้องเอามาดูให้หมด แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานผลการชันสูตรศพของนายจารุชาติ ต้องรอรายงานจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และกองบังคับการปราบปราม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเชิญนายตัวนายวรยุทธมาให้ข้อมูลด้วยหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ได้มอบหมายให้คณะทำงานชุดที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานไปแล้ว คณะทำงานชุดนี้จะเป็นผู้พิจารณาอีกทีว่าจะเชิญบุคคลใดบ้าง ดังนั้น ก็จะต้องดูว่าควรเชิญนายวรยุทธหรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากอัยการสั่งไม่ฟ้องแล้ว จะมีช่องทางทำให้เป็นคดีพิเศษได้หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องศึกษาก่อน ซึ่งในวันที่ 5 ส.ค. คณะกรรมการฯจะคุยกันในเรื่องข้อกฎหมายอย่างละเอียด เพราะเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้รับมอบหมายจากตนไปแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ถามว่า นายกฯมีอำนาจที่จะสั่งให้ตำรวจไปทบทวนความเห็นที่ไม่คัดค้านกรณีอัยการไม่สั่งฟ้องได้หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้ต้องดูว่าหากเสนอแล้วต้องเป็นไปได้ คือถ้าเสนอแล้วยังกั๊กอยู่ ติดอยู่ ก็ไม่เอา ย้ำว่าเสนอแล้วต้องเป็นไปได้ สิ่งที่เราเสนอจะต้องเป็นความแน่นอน จะต้องปรึกษากันอีกที. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73321</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิงแดง, ตำรวจ, บอส อยู่วิทยา, วิชา มหาคุณ, อัยการสั่งไม่ฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f27fb03b2f9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สัญญาณดี &#039;วิชา&#039; ลั่นไม่เคยพูดคดี &#039;บอส อยู่วิทยา&#039; สิ้นสุดแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค. 63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฏหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมครั้งที่ 1 ถึงกรณีอัยการไม่สั่งฟ้องคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ถือเป็นที่สุดแล้ว ว่า คณะกรรมการชุดนี้ยังไม่ได้มีการพูดเลยว่าคดีนี้เป็นที่สุดแล้ว ยังไม่มีการพูดเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีมีอำนาจ สามารถรื้อคดีใหม่ได้หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า นายกฯไม่ได้มีอำนาจสั่งอัยการ แต่นายกฯมีข้อเสนอแนะได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73292</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิงแดง, การเมือง, บอส อยู่วิทยา, วิชา มหาคุณ, อัยการสั่งไม่ฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181116/image_big_5bee6d04466ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
