<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2018 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรคพิษสุนัขบ้า กัด ข่วน  เลีย แค่ไหน?ต้องไปฉีดวัคซีน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรคพิษสุนัขบ้าในหมา แมว กำลังเป็นประเด็นฮอต แม้แต่ดารา อย่างอั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ซึ่งเลี้ยงน้องหมา น้องแมว แต่ถูกน้องแมวที่เลี้ยงไว้กัด ยังต้องเผ่นไปฉีดวัคซีนกันเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนทางด้านภาครัฐเอง ก็พยายามย้ำเตือน ให้เจ้าของ หมา แมว พาสัตว์เลี้ยงของตัวเองไปฉีดวัคซีน ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งถือว่าไม่ได้เป็นการดูแลเฉพาะสัตว์เลี้ยงของตัวเองเท่านั้น &amp;nbsp;แต่ยังเป็นการทำให้เจ้าของน้องหมา น้องแมว ปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอดีบังเอิญได้เจอกระทู้เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า ในPantip .com หัวข้อ &amp;quot;การฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าในคน &amp;quot;เจ้าของสัตว์เลี้ยงทั้งหลายควรรู้ไว้นะคะ&amp;quot;ซึ่งโพสต์ไว้เมื่อหลายปีก่อนเมื่อวันที่ 25ตุลาคม 2556 แต่ข้อมูลดังกล่าว มีความน่าสนใจมาก แม้เจ้าของกระทู้ ไม่ใช่สัตว์แพทย์ แต่ความรู้ที่นำมาบอกเล่าได้จากประสบการณ์ ประกอบกับการแสวงหาข้อมูลด้วยตัวเอง ตอบคำถามข้อข้องใจรอบด้าน และมีบางเรื่องที่คนทั่วไปอาจมองข้ามอันตรายของโรคพิษสุนัชบ้าจากสัตว์เหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหามีดังนี้ :-&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าในคน เจ้าของสัตว์เลี้ยงทั้งหลายควรรู้ไว้นะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วง 2-3 เดือนมานี้เราเจอกระทู้คนถูกหมากัดแมวข่วนบ่อยๆ และในนั้นจะมีคำถามว่าต้องไปหาหมอไหม ต้องฉีดยาไหม ฉีดอะไรบ้าง เลยคิดว่าน่าจะมีสักที่ที่รวบรวมคำตอบไว้หน่อย ออกตัวก่อนว่าเราไม่ได้เป็นแพทย์หรือสัตวแพทย์ เป็นแค่เจ้าของสัตว์ที่สนใจในเรื่องนี้เลยทั้งหาอ่านทั้งปรึกษาหมอ (ทั้งหมอหมาและหมอคน) จนทะลุแล้วค่ะ 555&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนอื่นต้องบอกว่าโรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำไม่ได้เกิดแต่กับหมาอย่างชื่อนะคะ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดสามารถเป็นโรคนี้ได้ ปัจจุบันจึงมีการพยายามจะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น &amp;quot;โรคเรบีส์ (Rabies)&amp;quot; เพื่อที่คนจะได้ไม่เข้าใจผิด และสัตว์สามารถติดโรคนี้ได้ในทุกฤดูไม่ใช่แค่หน้าร้อนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีนี้กลับมาที่คำถาม เราขอแยกเป็นข้อๆ เพื่อความสะดวกในการอ่านดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ต้องสัมผัสสัตว์ถึงขนาดไหนจึงจะต้องไปฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การถูกข่วน ถูกกัด ถูกเลียลงบนผิวหนังที่มีบาดแผลหรือรอยถลอก ถูกน้ำลายหรือเลือดของสัตว์เลี้ยงเข้าตา ปาก หรือบนบาดแผล ทั้งหมดนี้ต้องไปพบแพทย์ค่ะ แต่ถ้าแค่ลูบตัวเล่นตามปกติ ถูกน้ำลายหรือเลือดของสัตว์แต่ตัวเราไม่มีแผล อย่างนี้ไม่เป็นไร ให้ล้างบริเวณที่สัมผัสก็เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เมื่อถูกข่วนหรือกัดแล้วควรทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าถูกข่วนหรือกัด ไม่ว่าจะเข้าหรือไม่เข้า มีเลือดหรือไม่มีเลือดก็ตาม ให้รีบล้างบาดแผลด้วยน้ำเกลือ ถ้าไม่มีให้ใช้น้ำสะอาดกับสบู่ฟอกตรงแผลหลายๆ ครั้ง นาน 10-15 นาที แล้วเช็ดแผลด้วยยาฆ่าเชื้อก่อนไปพบแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- แผลที่ไม่มีเลือดออก หรือเลือดออกเพียงเล็กน้อย ต้องไปพบแพทย์หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ปากแผลจะเล็กแต่ก็เพียงพอให้เชื้อเข้าไปได้แล้วนะคะ รวมทั้งที่เป็นรอยช้ำแต่ความจริงจะมีแผลเปิดเล็กๆ ที่ตามองไม่เห็นให้เชื้อเข้าไปได้ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- วัคซีนที่ฉีด ต้องฉีดอะไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในที่นี้ขอแยกออกเป็นสองกลุ่ม คือบาดทะยักกับพิษสุนัขบ้า สำหรับบาดทะยักนั้นถ้าอยู่ในระยะ 5 ปีหลังจากที่ฉีดกระตุ้นครั้งล่าสุดจะไม่ต้องฉีดอีก แต่ถ้าเกิน 5 ปีแต่ไม่เกิน 10 ปีจะประเมินจากสภาพความสะอาดของบาดแผล ถ้าแผลสะอาดดีก็ไม่ต้องฉีด แต่ถ้าสกปรกให้ฉีด ในกรณีที่กระตุ้นมาแล้วเกิน 10 ปีหรือไม่เคยได้รับวัคซีนเลยให้ฉีดวัคซีนค่ะ และให้ยาปฏิชีวนะและ/หรือยาแก้ปวดตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนวัคซีนพิษสุนัขบ้าและอิมมูโนโกลบูลิน (ต่อไปนี้ขอเรียกว่าเซรุ่ม) นั้นจะพิจารณาจากสัตว์ที่ทำให้เกิดบาดแผลประกอบด้วย ถ้าสัตว์นั้นได้รับการกระตุ้นวัคซีนเป็นประจำ และเรามีเหตุโน้มนำให้ถูกกัด เช่น การแหย่สัตว์ การพยายามแยกสัตว์ที่ต่อสู้กัน การเข้าใกล้สัตว์ที่มีลูกอ่อนหรือกำลังกินอาหาร อาจรอดูอาการก่อนได้โดยไม่ต้องฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้าถูกกัดอย่างไม่มีสาเหตุ หรือไม่มั่นใจว่าสัตว์เลี้ยงติดเชื้อมาหรือเปล่า ในกรณีนี้ถ้าบาดแผลตื้น ไม่มีเลือดออกหรือแค่เลือดออกซิบๆ ให้ฉีดเฉพาะวัคซีนพิษสุนัขบ้า ส่วนถ้าแผลลึก มีเลือดออกมาก หรือไม่รู้ประวัติของสัตว์นั้น ให้ฉีดทั้งวัคซีนและเซรุ่มค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- การฉีดวัคซีนทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการฉีดวัคซีนหลังสัมผัสโรคในผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน โดยมากจะเป็นวัคซีนชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อต้นแขน โดยฉีด 5 ครั้งในวันที่ 0 3 7 14 และ 30 (วันที่ 0 หมายถึงวันแรกที่ฉีด) ในกรณีนี้ถ้าหลังจากเกิดเหตุ 10 วันแต่สัตว์ยังปกติดีให้หยุดฉีดวัคซีนได้ เพราะสัตว์ที่ติดเชื้อพิษสุนัขบ้าและอยู่ในระยะแพร่เชื้อจะแสดงอาการจนถึงตายภายใน 10 วัน และเท่ากับว่าเราได้รับวัคซีนแล้ว 3 ครั้ง ถือเป็นการฉีดป้องกันล่วงหน้าค่ะ ส่วนเซรุ่มนั้นจะฉีดในวันแรกแค่ครั้งเดียวโดยฉีดรอบบาดแผลและฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (มันสยองขวัญมาก บอกเลย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หากต้องการฉีดวัคซีนป้องกันโรคล่วงหน้าต้องทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สามารถแจ้งความจำนงขอฉีดที่โรงพยาบาลได้เลยค่ะ โดยจะฉีด 3 ครั้งในวันที่ 0 7 และ 21 หรือ 28 ซึ่งจะคุ้มกันไปตลอดชีวิต ทีนี้เวลาถูกข่วนหรือกัดก็ไม่ต้องฉีดเซรุ่มแล้วเพราะมีภูมิคุ้มกัน ส่วนตัวขอแนะนำแบบนี้ เพราะเซรุ่มหายากและแพงแถมเจ็บด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลังได้รับวัคซีนจนครบชุดแล้ว ถ้าถูกข่วนหรือกัดอีกต้องฉีดกระตุ้นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเคยฉีดวัคซีนจนครบสามเข็มมาแล้วและถูกกัดซ้ำภายใน 6 เดือนให้กระตุ้นเพียง 1 ครั้งในวันที่ 0 ถ้าเกิน 6 เดือนแล้วให้กระตุ้น 2 ครั้งในวันที่ 0 และ 3 โดยไม่ต้องฉีดเซรุ่ม (เห็นไหมว่าสบายกว่ากันเยอะ 555) และหลังจากนั้นควรระวังไม่ให้ถูกข่วนหรือกัดอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ต้องไปฉีดวัคซีนและเซรุ่มเร็วแค่ไหน ในกรณีที่ไม่สามารถไปทันทีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หากมีเหตุก็ไม่ควรช้าเกิน 7 วัน แต่ยิ่งไปได้เร็วเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้นนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-สัตว์เลี้ยงมีการทำวัคซีนครบถ้วนและได้รับการกระตุ้นเป็นประจำทุกปี ยังมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้อีกหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันนี้สัตวแพทย์บอกว่าไม่มีอะไรที่ครอบคลุม 100% ค่ะ ฉะนั้นถ้าเป็นไปได้เราก็ควรไปฉีดวัคซีนไว้ดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
- เลี้ยงสัตว์ระบบปิด ให้อยู่แต่ในบ้าน ไม่เคยเจอสัตว์ตัวอื่นๆ เลย จำเป็นต้องฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าให้สัตว์หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันนี้เคยได้ยินคนถามจริงๆ นะ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ อย่างที่บอกว่าโรคพิษสุนัขบ้าเกิดในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้ทุกชนิด แล้วคุณแน่ใจได้ยังไงล่ะว่าในบ้านไม่มีหนูที่ติดเชื้ออยู่ ถ้าแมวหรือหมาของเราไปกัดหนูตัวนั้นเข้าก็จบเห่เลย และเราอาจจบด้วย ดังนั้นการฉีดวัคซีนให้สัตว์เลี้ยงจึงจำเป็นค่ะ วัคซีนไม่ได้แพงเลย (ราคาแล้วแต่สถานประกอบการ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เก็บหมาแมวจรมา ไม่แน่ใจว่าเคยฉีดวัคซีนมาหรือยัง จะดูอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สามารถพาไปฉีดวัคซีนได้เลยค่ะ เราถามหมอโดยสมมติเหตุการณ์ว่าเขาเคยได้รับวัคซีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แล้วเราเก็บมาวันนี้ หมอบอกฉีดได้เลยไม่เป็นไร ไม่โอเวอร์โดส ถ้าจะมีอาการก็มีแต่ในสัตว์ที่แพ้วัคซีนเท่านั้น (ซึ่งอันนี้ไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้ ดังนั้นหลังฉีดควรเฝ้าดูให้ดีจะได้แก้ไขหรือจำไว้บอกหมอในคราวต่อไป)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จบแล้ว ใครมีคำถามอะไรถามไว้ได้เลยนะคะ หรืออยากเล่าประสบการณ์ส่วนตัวก็ได้ จะได้เป็นข้อมูลให้เพื่อนๆ คนอื่นด้วยค่ะ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ป.ล. เดี๋ยวนี้ไม่ต้องฉีดสิบกว่าเข็มรอบสะดือแล้วนะ ยิ้ม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ป.ป.ล. แท็กสวนลุมด้วยเผื่อมีคุณหมออยากแก้ไขหรือเพิ่มเติมอะไรค่ะ.
---------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5351</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทู้ในพันทิป, กัด ข่วน โดนน้ำลายแค่ไหนต้องไปฉีดวัคซีน, ตอบช้อข้องใจวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า, โรคพิษสุนัขบ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180319/image_big_5aafb2c590205.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
