<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;ตีปี๊บดัน&#039;กระท่อม&#039;โกอินเตอร์ ขายยุโรป-อเมริกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย. 64 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ไม่อยากให้พี่น้องเกษตรกรปลูกแต่พืชเดิมๆ ขาย พืชกระท่อมถือเป็นพืชทางเลือกใหม่แก่ประชาชน จึงผลักดันให้กระท่อมถูกกฎหมายเพื่อเป็นพืชเศรษฐกิจได้สมใจแล้วอย่างเสรี เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่วนผู้ที่เคยต้องคดีกระท่อมพ้นผิดหมดแล้วในทุกกระบวนการ กระทั่งใครมีหมายศาลก็ต้องมีคำสั่งให้ปล่อยตัวทันที และยังช่วยให้ระบบสังคมดีขึ้นคนพ้นผิดกลับไปหาครอบครัวได้แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพืชกระท่อมยังจะเป็นสินค้าส่งออกทำกำไรมหาศาลได้ถ้าส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น แถบยุโรป อเมริกา พืชกระท่อมชอบอากาศร้อนชื้น ไม่ชอบอาการหนาวซึ่งจะผลัดใบหมด เขาจึงปลูกไม่ได้แบบบ้านเราเพราะสภาพอากาศ&amp;nbsp; ในต่างประเทศกระท่อมถูกนำไปบริโภคเพื่อบำรุงรักษาร่างกาย นอกจากนี้ คนที่ติดยาบ้าเราเตรียมจะให้เลิกยาโดยให้กินกระท่อมแทนด้วยซึ่งอยู่ระหว่างวิจัย ซึ่งในอเมริกา นำไปช่วยผู้ติดยาแล้ว แก้โรคซึมเศร้า แก้โรคเบาหวาน แก้อาการปวดต่าง ๆ ลดอาการได้ถึง 5-8 เท่า ดีกว่ามอร์ฟีนด้วยซ้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การซื้อขายใบกระท่อมสด ๆ นั้น สามารถทำได้เพราะถูกกฎหมายแล้ว แต่ถ้านำไปผลิตเป็นแคปซูลก็ไม่ผิดกฎหมายแต่ต้องไปขออนุญาตสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือการนำไปบรรจุขวดตีตรายี่ห้อเพื่อจำหน่ายก็ต้องขออนุญาตจาก อย. กฎหมายอื่นยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เราส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกขายเต็มที่ เพราะคนเหล่านี้มีองค์ความรู้มากกว่าฝ่ายราชการที่ทิ้งร้างมากว่า 78 ปี ส่วนการนำกระท่อมไปผลิตเป็นสี่คูณร้อยนั้น ไม่เห็นด้วยและอยากเตือนให้ช่วยกันห้ามปราม เพราะจะทำให้พืชกระท่อมมีปัญหาได้ในภายหลัง อยากให้กระท่อมเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์อย่างแท้จริง เพราะกว่าจะผลักดันให้กระท่อมถูกกฎหมายได้ค่อนข้างยากลำบาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในวันที่ 20 ก.ย. ทางสำนักงานคณะกรรมการ​ป้องกัน​และ​ปราบปราม​ยาเสพติด​ (ป.ป.ส.) ​ได้จัดเสวนาภายใต้หัวข้อ &amp;quot;พืชกระท่อมไทยไปตลาดโลก&amp;quot; เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับกฎหมาย และสร้างโอกาสด้านเศรษฐกิจของพืชกระท่อม.&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117254</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระท่อม, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_614808cf13715.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแน่!สมศักดิ์ใช้3แนวทางเร่งถอดกระท่อมพ้นยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงความคืบหน้าการปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากยาเสพติด ว่ากระทรวงยุติธรรมได้ดำเนินการ 3 แนวทางคู่ขนานกันไป เพื่อให้สามารถปลดพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดให้เร็วที่สุด ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ครอบครองและผู้ใช้กระท่อมไม่มีความผิดตามกฎหมาย โดยช่องทางแรกเป็นการแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ขณะนี้ดำเนินการอยู่ในขั้นตอนที่ 9 ซึ่งได้ส่งร่างกฎหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจแล้ว และได้หารือกับเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ขอร้องให้เร่งรัดกระบวนการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อจะส่งร่างดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ช่วงกลางเดือน พ.ค. เพื่อให้ร่างกฎหมายถูกบรรจุเป็นวาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรได้ทันการเปิดสมัยการประชุมในช่วงสิ้นเดือน พ.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ช่องทางที่ 2 เป็นการเสนอร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดทั้งฉบับ ซึ่งผ่านความเห็นชอบของ ครม.แล้ว อยู่ในขั้นตอนของสภา ซึ่งไม่สามารถเร่งรัดได้ว่ากฎหมายจะผ่านสภามีผลบังคับใช้เมื่อใด ดังนั้น จึงต้องมีช่องทางที่ 3 คือ ใช้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทวงยุติธรรมร่วมกับองค์การอาหารและยา (อย.) ประกาศให้การมีหรือครอบครองและใช้พืชกระท่อมไม่เป็นความผิด โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 5-6 มี.ค.นี้ ที่โรงแรมเซ็นซูรี่ พาร์ค เมื่อผ่านขั้นตอนดังกล่าวแล้วจะสามารถนำเข้า ครม.ให้ประกาศใช้ได้ โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาของสภา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ​ เรื่องที่ประเทศมีปัญหายาเสพติดจำนวนมากว่า ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการยึดทรัพย์เครือข่ายค้ายาเสพติด โดยมอบให้นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ( ป.ป.ส.) เป็นประธาน และขอทำความเข้าใจว่าการค้าขายยาเสพติดส่วนใหญ่เป็นนอมินี เจ้าของตัวจริงไม่เคยมีชื่ออยู่ในวงการธุรกิจนี้เลย การโอนเงินกระทำโดยใช้ตัวแทน ดังนั้น เพื่อดำเนินการกับนอมินีและขยายผลยึดทรัพย์ให้ถึงตัวการ จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นอีก 2 ชุด โดยชุดแรกมีรองอธิบดีสำนักงานยาเสพติดเป็นประธาน ทำหน้าที่สืบสวนทางการเงินที่ไม่พบเจ้าของที่แท้จริง โดยจะใช้อุปกรณ์อีเล็กทรอนิกส์ตรวจสอบความเชื่อมโยงของวงเงินและการโอนเงิน ซึ่งในส่วนนี้จะใช้อำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสรรพากรเข้ามาดำเนินการ ส่วนคณะทำงานชุดที่ 2 มี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าชุด ทำหน้าที่ขยายผลหลังการจับกุมนักค้าไปยังเครือข่ายยาเสพติดเพื่อยึดทรัพย์ โดยคณะทำงานทั้งสองชุดจะมีความคืบหน้าชัดเจนภายใน 30 วัน หรือสิ้นเดือน มี.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมากระบวนการยึดทรัพย์ทำได้น้อยมาก ทั้งที่ UNODC ระบุว่าแหล่งผลิตยาเสพติดในสามเหลี่ยมทองคำ สร้างมูลค่าถึง 60,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.8 ล้านล้านบาท แต่การยึดทรัพย์ได้เพียงหลักร้อยล้านบาท จึงไม่สมเหตุสมผล หากเราปล่อยปละละเลยวันข้างหน้าคนไทยอาจติดยาเสพติดมากขึ้น หลังจากเริ่มต้นทำงานทำได้ให้เห็นร่องรอยของเครือข่ายใหญ่และจะสามารถยึดทรัพย์ได้ภายในสิ้นเดือนมี.ค.นี้&amp;rdquo;รมว.ยุติธรรม กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58847</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระท่อม, ปลดล็อก, ยาเสพติด, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5f44e7909f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขีดเส้นมิ.ย.63 ปลดกระท่อม พ้นยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สมศักดิ์&amp;rdquo; ขีดเส้น มิ.ย.63 กฎหมายผ่านสภา ปลดล็อก &amp;quot;กระท่อม&amp;quot; พ้นยาเสพติด ประสานกระทรวงทรัพย์เพาะต้นกล้า &amp;ldquo;พันธุ์นาสาร&amp;rdquo; แจกชาวบ้าน ด้าน &amp;quot;เสี่ยหนู&amp;rdquo; นำคณะเก็บช่อดอกกัญชาพันธุ์อิสระ 01 ที่ ม.แม่โจ้ ทุ่ม 10 ล้านบาทปลูกระบบเปิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่โรงแรมเซ็นจูรี่พาร์ค นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดการเสวนารับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ..) พ.ศ..... (การยกเลิกพืชกระท่อมจากยาเสพติดให้โทษ) เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการจัดทำร่าง พ.ร.บ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้ร่างกฎหมายมีความพร้อมประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 22 ม.ค. จะนำร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ส. และคาดว่าจะเสนอร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 3 มี.ค. จากนั้น คณะกรรมการกฤษฎีกาจะพิจารณารายละเอียด ก่อนนำกลับเข้า ครม.เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาตามขั้นตอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเชื่อว่าคงไม่มีใครคัดค้านการปลดล็อกกระท่อม แต่ไม่มีกฎหมายฉบับใดที่จะผ่านสภา 3 วาระรวด ยังต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษา จึงประเมินว่าสภาจะพิจารณาผ่านร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จประมาณวันที่ 10 มิ.ย.63&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า กระท่อมถูกกำหนดให้เป็นยาเสพติดผิดกฎหมายตั้งแต่ปี 2485 แม้จะมีความพยายามยกเลิก แต่ยังติดขัดเหตุผลบางอย่าง ปัจจุบันในสภาไม่มี ส.ส.คนใดคัดค้านการปลดกระท่อมออกจากยาเสพติด ตรงกันข้าม ส.ส.ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่ามีการศึกษาให้ยกเลิกกระท่อมตั้งแต่ปี 2546 เหตุใดจึงยังทำไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ใช่นักกฎหมาย ไม่รู้ไส้ในว่ากฎหมายต้องประกอบด้วยเนื้อหาอะไรบ้าง แต่สิ่งที่ทำได้คือกำหนดกรอบเวลาให้ชัดเจน ว่าการปลดกระท่อมออกจากยาเสพติดจะสำเร็จเมื่อใด และผมยังคาดหวังให้มีการพัฒนาวิจัยกระท่อม เพื่อนำไปเลิกยาบ้า ยาไอซ์ ถ้าทำได้จะเป็นประโยชน์กับคนทั้งโลก เรื่องกระท่อมเราช้ากว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว เพราะคุณสมบัติดีๆ มีอยู่มาก ถ้าช้าก็จะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ เพราะจะไปกระทบผลประโยชน์ เราจึงต้องเดินหน้าเรื่องกระท่อมให้เร็วที่สุด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวถึงสถิติคดีที่เกี่ยวกับกระท่อมว่า ตั้งแต่เดือนม.ค.-ต.ค.62 &amp;nbsp;มีจำนวน 50,000 คดี ผู้ต้องหาบางรายติดคุก 15 วัน บางรายเสียค่าปรับ หากคิดเป็นค่าใช้จ่ายทางคดีนั้น รัฐจะมีค่าใช้จ่ายทางคดีที่ต้องจ่ายให้กับตำรวจ อัยการ และศาล ประมาณคดีละ 20,000 บาท หากกระท่อมไม่เป็นความผิดตามกฎหมายจะสามารถประหยัดงบประมาณของรัฐไปได้ 1,000 ล้านบาทต่อปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ยุติธรรมเชื่อว่าหากมีการปลดล็อกพืชกระท่อมพ้นบัญชียาเสพติดแล้ว ป.ป.ส.จะหาทางแก้ปัญหาได้ อาจจะให้กระทรวงทรัพยากรธรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพาะพันธุ์ต้นกล้ากระท่อมแจกประชาชนให้ปลูก แต่ต้องดูเรื่องความเหมาะสมด้วยว่าจะอนุญาตให้ปลูกหมู่บ้านละกี่ที่ต้น ตอนนี้มีต้นกระท่อมที่จะเป็นจะใช้เป็นพันธุ์ที่ดี สามารถเพาะแจกจ่ายให้ประชาชนได้แล้ว โดยอยู่ในแปลงนำร่องที่ อ.นาสาร จ.สุราษฎร์ธานี อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่กระท่อมยังไม่ได้ปลดล็อก ก็อย่าเพิ่งอวดอ้างการปลูก และการใช้ทางยา ขอให้อดใจรอ หากปลดล็อกแล้วมีการรณรงค์ให้ปลูกค่อยปลูก ตอนนี้ใครปลูกก่อนต้องถูกตัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิชระ อำพนธ์ ที่ปรึกษาองค์การอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ประเทศไทยออกกฎหมายควบคุมกระท่อม เพราะในอดีตกระท่อมกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ภาษีฝิ่น ทำให้กระท่อมถูกกำหนดเป็นยาเสพติดจนถึงปัจจุบัน ที่ผ่านมามีความพยายามปลดกระท่อมพ้นบัญชียาเสพติด แต่ต้องสะดุดเมื่อถูกตรวจสอบพบว่ามีการนำกระท่อมไปผสมเป็น 4x100 มีการใช้อย่างแพร่ระบาด และเผยแพร่สูตรปรุงยาผ่านอินเทอร์เน็ต ดังนั้นเมื่อมีการปลดล็อกกระท่อม ก็ยังจำเป็นต้องควบคุม โดยอนุญาตให้ใช้ตามใบสั่งยาของแพทย์ ห้ามไม่ใช้เพื่อสันทนาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนันต์ชัย อัศวเมฆิน อ.ประจำคณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวว่า กระท่อมออกฤทธิ์เหมือนฝิ่น แต่เสพติดน้อยกว่ามาก กรณีการปลดล็อกกระท่อมของไทยมีแนวโน้มที่ดี เพราะไม่เดินตามฝรั่ง แต่ทำตามแบบวิถีไทย ต่างจากกัญชาที่เลียนแบบต่างประเทศ ทั้งๆ ที่เรามีแพทย์แผนไทย หลังปลดล็อกให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ครบ 6 เดือน จะมีการประเมินผล ซึ่งจะพบว่าระเบียบที่ออกไม่เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ รพ.นครพิงค์ จ.เชียงใหม่ วันเดียวกันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์ โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นทางเลือกให้ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้กัญชาเข้าถึงกัญชาเพื่อการรักษาได้อย่างปลอดภัย จากทีมรักษาที่ผ่านการฝึกอบรม ด้วยสารสกัดกัญชาที่ผลิตผ่านมาตรฐานความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคลินิกกัญชาทางการแพทย์โรงพยาบาลนครพิงค์นี้ จะเป็น 1 ใน 37 แห่ง ตามแผนการขยายบริการในระยะที่ 4 นับเป็นแห่งแรกของ จ.เชียงใหม่ มีบริการคู่ขนานทั้งการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ปัจจุบัน ได้รับการสนับสนุนสารสกัดกัญชาจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มีทีมรักษาผ่านการอบรมหลักสูตรของกรมการแพทย์ 125 คน ประกอบด้วย แพทย์ 39 คน, &amp;nbsp;ทันตแพทย์ 3 คน, เภสัชกร 30 คน, พยาบาลวิชาชีพ &amp;nbsp;49 คน และแพทย์แผนไทย 4 คน ให้บริการให้คำปรึกษา ตรวจคัดกรอง วินิจฉัยผู้ที่มีข้อบ่งชี้ในการใช้กัญชาทางการแพทย์ ให้บริการทุกวันพุธ เวลา 13.00-16.30 น. ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนเข้าคัดกรองแล้ว 22 คน ส่วนใหญ่มีอาการนอนไม่หลับ อัมพฤกษ์อัมพาต มะเร็งระยะประคับประคอง จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้แก่ประชาชน และหวังว่าคลินิกกัญชาของโรงพยาบาลนครพิงค์ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ทำให้ประชาชนเข้าถึงการใช้กัญชาทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายอนุทินพร้อมคณะมาเก็บเกี่ยวดอกกัญชาทางการแพทย์สายพันธุ์ไทย อิสระ 01 ช่อดอกแรกที่ปลูกด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ในระดับอุตสาหกรรมแบบโรงเรือน หรือแบบระบบปิดของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่ร่วมกับกรมการแพทย์และองค์การเภสัชกรรม หน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อการวิจัย จำนวน 12,000 ต้น เมื่อเดือนกันยายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งให้ผลผลิตดีเกินคาด สามารถผลิตเป็นสารสกัดกัญชาได้ 180,000 ขวด หรือคิดเป็น 900,000 มิลลิลิตร จากช่อดอกกัญชาที่สมบูรณ์ 7,500 ต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบสารสำคัญของกัญชาสายพันธุ์อิสระ 01 นี้ พบว่ามีสาร CBD สูงกว่า THC ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์รูปแบบอื่นที่ไม่ใช่แค่หยดใต้ลิ้น เช่น ยาเหน็บทวาร เตรียมงบประมาณ 10 ล้านบาท เพื่อให้การสนับสนุนการปลูกแบบอินทรีย์ในระบบเปิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54671</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระท่อม, กัญชา, กัญชาพันธุ์อิสระ 01, พันธุ์นาสาร, พ้นยาเสพติด, สมศักดิ์ เทพสุทิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1f291cc7d98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2019 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2019 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยธ.เร่งปลดล็อก&#039;กระท่อม&#039;พ้นยาเสพติด! ลดปวดกว่ามอร์ฟีน13เท่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีเตรียมปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากยาเสพติด ว่า ขณะนี้กระทรวงเตรียมเสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งเรื่องชนิดยาเสพติด และโทษของยาเสพติด โดยในส่วนของโทษนั้นเดิมจะมีโทษขั้นต่ำสุด และโทษสูงสุด แต่บางความผิด เช่น การขน การขายยาบ้านั้น ที่ผ่านมาอาจจะได้รับโทษขั้นต่ำ ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นเจตนาของการลงโทษการค้า ดังนั้นจึงจะมีการปรับให้มีการรับโทษสูงสุด ส่วนโทษต่ำ เรื่องการบำบัดรักษา นั้นให้เป็นผู้พิพากษาใช้ดุลพินิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องชนิดของยาเสพติดนั้นได้มีการพิจารณาตามกรอบข้อกำหนดเรื่องยาเสพติดของสหประชาชาติ ซึ่งสหประชาชาติเองก็ได้นำมาจากข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลก องค์การอาหารและยาพบว่ามีข้อกำหนดอยู่ 4 ด้าน 1.เสพแล้วหากหยุดเสพมีผลต่อร่างกาย เช่น กระวน กระวาย หรือลงแดง 2.ไม่มีประโยชน์ทางการแพทย์เลย หรือมีน้อยมาก 3. มีผลต่อสุขภาพ เช่น ผอมแห้ง แรงน้อย ระบบจิตประสาทเสีย ครองตัวเองไม่ได้ และ 4. มีผลกระทบกับสังคม ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาแล้วพบว่าพืชกระท่อมไม่เข้าข้อกำหนด 4 ข้อนี้ แต่กลับพบว่าคนเสพ หรือคนเคี้ยวสามารถเลิกได้ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังพบว่า มีและประโยชน์ในการแก้ปวด แก้ไข้ แก้บิด ท้องเสีย หรือเมื่อเทียบกับมอร์ฟีน ซึ่งเป็นสารเสพติดที่ใช้ทางการแพทย์เพื่อลดอาการปวด ก็พบว่ากระท่อมช่วยลดความเจ็บปวดมากกว่ามอร์ฟีน 13 เท่า ถือว่าผลเสียน้อยมาก จึงต้องมีการทบทวนเรื่องนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีนักวิจัยไทยศึกษาร่วมกับนักวิจัยญี่ปุ่นแล้วไปจดลิขสิทธิ์ในญี่ปุ่น 2 ฉบับ อเมริกา 2 ฉบับ ดังนั้นเราต้องรีบทำ ส่วนจะสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายส่วน ขึ้นอยู่กับสภา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52239</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระท่อม, ปลดล็อก, ยธ., ยาเสพติด, รมว.ยุติธรรม, สมศักดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db7ac0added1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อภัยภูเบศร์&quot;ต่อยอดภูมิปัญญา ดอกกระทุ่ม มีสายพันธุ์และสรรพคุณเดียวกับกระท่อม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค.62-&amp;quot;อภัยภูเบศร&amp;rdquo; ชูกระทุ่ม ต่อยอดภูมิปัญญา สายพันธุ์เดียวกับกระท่อม สรรพคุณเหมือนกัน พร้อมแจกสูตรปรุงเป็นเครื่องดื่มฟรีในงาน &amp;ldquo;สัปดาห์วันภูมิปัญญาไทยและการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ ที่วัดโพธิ์ 29 ตุลาคม &amp;ndash; 3 พฤศจิกายน 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์ นำพล แดนพิพัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้เข้าร่วมงานสัปดาห์วันภูมิปัญญาไทยและการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 29 ตุลาคม &amp;ndash; 3 พฤศจิกายน 2562 ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ ทั้งนี้เพื่อเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทย &amp;nbsp;และสนับสนุนนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้นำเสนอนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับการต่อยอดกัญชา กระท่อม วิถีไทย อภัยภูเบศร&amp;rdquo; โดยเน้นให้เห็นถึงการต่อยอดภูมิปัญญาด้วยองค์ความรู้สมัยใหม่ ทั้งการปลูก การเตรียมยาและการใช้ ภายในงานจะมีการจำลองรูปแบบการปลูกแต่ละระบบ ได้แก่ ระบบปิด กรีนเฮาส์ และ ระบบเปิดกลางแจ้ง เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงรูปแบบและมาตรฐานในการพัฒนากัญชาทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากกัญชาที่เป็นสมุนไพรที่คนไทยเคยใช้อย่างกว้างขวาง ทางโรงพยาบาลจึงจัดให้มีนิทรรศการความรู้ของกระท่อมด้วย แต่เนื่องจากกะท่อมยังเป็นยาเสพติด ทางโรงพยาบาลจึงได้นำสมุนไพร กระทุ่ม ซึ่งเป็นพืชในวงศ์เดียวกับกระท่อม ทำให้มีความแข็งแรง ทนแดด สู้งาน ช่วยให้ร่างกายอุ่นขึ้น ช่วยลดอาการปวดเมื่อย มีฤทธิ์ลดปวดและลดความดันโลหิต โดยภายในงาน กระทุ่มจะถูกนำมาประยุกต์เป็นสูตรเครื่องดื่มรับประทานง่ายในชื่อ &amp;ldquo;น้ำทุ่มเท&amp;rdquo; พร้อมแจกสูตรตำรับให้ประชาชนทั่วไปที่สนใจ &amp;nbsp;นอกจากสูตรน้ำทุ่มเทแล้ว ก็ยังมีกิจกรรมร่วมทำ ยาดมสมุนไพร ตามธาตุเจ้าเรือน เพื่อให้นักท่องเที่ยวและประชาชนที่มาร่วมงานได้เกิดกิจกรรมการเรียนรู้ สามารถทำยาด้วยตนเองเพื่อเป็นของที่ฝากและของที่ระลึกกลับไป และยังมีการจัดสดงผลิตภัณฑ์จำหน่ายสินค้าคุณภาพราคาพิเศษภายในงาน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48854</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กระทุ่ม, กระท่อม, รพ.อภัยภูเบศร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191025/image_big_5db2b13d6ceb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2019 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2019 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไวปานกามนิตหนุ่ม!เด็กบิ๊กป้อมชงเนื้อหากม.ปลดล็อกกัญชาให้นำไปใช้ได้ทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.2562 - นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ในกรณีที่จะปลดล็อกกัญชากัญชงกระท่อมเสรี สามารถใช้ร่างพระราชกำหนดที่ผมร่างขึ้นนี้ได้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ร่าง) พระราชกำหนด ให้ใช้กัญชากัญชงและกะท่อมในทางการแพทย์ (พ.ศ.2562) โดยที่.......
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตราพระราชกำหนดนี้ขึ้นไว้ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 1 พระราชกำหนดนี้ให้ชื่อว่าราชกำหนดให้ใช้กัญชากัญชงและกะท่อมในทางการแพทย์ พ. ศ. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 2ให้ใช้กัญชากัญชงและกะท่อมในทางการแพทย์แผนไทยได้&amp;nbsp;
การใช้ประโยชน์ดังกล่าวจะใช้แบบสดแบบตากแห้ง หรือแบบแปรรูปใดๆ ไม่ว่าจะโดยรูปแบบเป็นยา อาหาร หรือเครื่องดื่มก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 3 ให้กรมการแพทย์แผนไทย มีอำนาจอนุญาตตำรับยา และการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ตามพระราชกำหนดนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 4 เพื่อควบคุมการปลูกเพื่อใช้กัญชา กัญชงและกะท่อม ให้เป็นไปตาม พระราชกำหนดนี้ ให้ผู้บัญชาการทหารบกหรือแม่ทัพภาคที่ผู้บัญชาการทหารบกมอบหมายเป็นผู้อนุญาตการขอปลูกกัญชากัญชงและกระท่อม รวมทั้งการควบคุมดูแลผลผลิตเพื่อให้นำไปใช้ในทางการแพทย์ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 5 ผู้ขออนุญาตปลูก หรือแปรรูป หรือจำหน่าย หรือส่งออก กัญชากัญชงกะท่อมหรือผลิตภัณฑ์ที่แปรรูป จากกัญชากัญชงและกะท่อม ตามพระราชกำหนดนี้ต้องมีสัญชาติไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 6 ให้ยกเลิกบทกฎหมายอื่นใดที่ขัดหรือแย้งกับพระราชกำหนดนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 7 ให้นิรโทษกรรมแก่ผู้ปลูกหรือผู้มีกัญชา กัญชง กะท่อม หรือผลิตภัณฑ์ หรือสิ่งแปรรูป ไว้ในครอบครองหรือจำหน่ายเพื่อใช้ในทางการแพทย์ เสียทั้งสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 8 เพื่อประโยชน์ ในการปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชกำหนดนี้ให้กระทรวงสาธารณสุขมีอำนาจออกกฎกระทรวง กำหนด หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการปฏิบัติตามพระราชกำหนดได้โดยไม่ขัดกับหลักการแห่งพระราชกำหนดนี้ และต้องคำนึงประชาชนให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากกัญชากัญชงและกะท่อมตามพระราชกำหนดนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 9 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการให้เป็นไปตามพระราชกำหนดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 10 พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;................
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34098</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี, กระท่อม, กัญชง, กัญชา, ปลดล็อก, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, เฟซบุ๊, เสรี, โพสต์, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190421/image_big_5cbbda86af7d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2018 08:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2018 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วงประชุมกม.ยาเสพติดชี้อย่าเพิ่งหวังปลูกกัญชาเพื่อส่งออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ธ.ค.61- นายจิตรนรา นวรัตน์ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด กล่าวถึงการประชุมเรื่องกฎหมายยาเสพติด กัญชา กระท่อม การบำบัดรักษาและการฟื้นฟูสภาพทางสังคมแก่ผู้ติดยาเสพติด ทิศทางและแนวโน้มของกฎหมายอย่างที่ควรจะเป็น ร่วมกับนพ.คำนวน อึ้งชูศักดิ์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ดร.นพดล กรรณิกา ประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ &amp;nbsp;และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNODC &amp;nbsp;กำหนดพืชที่เป็นสารเสพติดหลักของโลก 3 ชนิด ได้แก่ กัญชา ฝิ่น และโคคา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิตรนรากล่าวว่า ในส่วนของกัญชา ซึ่งเป็นยาเสพติดนั้น UNODC ยินยอมให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และนำมาค้นคว้าวิจัยได้ ดังนั้นการจะบอกว่ากัญชาต้องไม่เป็นยาเสพติด เสพได้เสรี จึงไม่เป็นจริง เนื่องจากมีกระบวนการควบคุมที่เคร่งครัด รวมถึงอย่าพึ่งหวังไปไกลว่าจะส่งเสริมเกษตรกรให้ปลูกกัญชาเพื่อส่งออก เพราะต้องไปแก้ไขกฎหมายระหว่างประเทศอีกมาก อย่างไรก็ตาม หากเป็นการปลูกเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ก็ต้องทำภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด &amp;nbsp;สำหรับกระท่อมไม่ได้มีข้อห้าม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วนของกระท่อม ปัจจุบันยังเป็นยาเสพติดอยู่ การจะปล่อยไปทันทีโดยไม่มีมาตรการรองรับก็สุ่มเสี่ยงว่าจะมีมาตรการควบคุมเพียงพอหรือไม่ จึงควรค่อยเป็นค่อยไป อาจเริ่มต้นโดยการยอมให้เสพได้โดยไม่มีความผิดในบางพื้นที่ที่มีกระท่อมโดยธรรมชาติ ถ้ายังสามารถควบคุมไม่ให้เกิดผลกระทบวงกว้าง ไม่มีการแปรรูป หรืออันตรายจากการเสพ จึงขยายพื้นที่และเพิ่มหลักการ เมื่อถึงระยะที่เหมาะสมถึงปลดกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.นพดล กล่าวว่า จากการสำรวจของสำนักวิจัยซูเปอร์โพล มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เรื่อง กฎหมาย กระท่อม กัญชา กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,055 ตัวอย่าง พบส่วนใหญ่ ร้อยละ 81.65 เคยได้ยินประโยชน์ของกัญชา ส่วนร้อยละ 69.89 เคยได้ยินประโยชน์ของกระท่อม ขณะที่คนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 62.91 เชื่อว่ากัญชาเป็นยารักษาโรคได้ และร้อยละ 61.31 เชื่อว่ากระท่อมเป็นยารักษาโรคได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ร้อยละ 76.46สนับสนุนเปลี่ยนแปลงกฎหมายให้กระท่อม กัญชา จากพืชยาเสพติด เป็นพืชยารักษาโรคได้ โดยเกินครึ่ง คิดเป็นร้อยละ 55.84 เชื่อมั่นแก้กฎหมายกัญชาและกระท่อม ไม่ยอมให้ต่างชาติแทรกแซง ส่วนที่เหลือร้อยละ 44.16 ไม่เชื่อมั่น &amp;nbsp;สำหรับกรณีการจดทะเบียนสิทธิ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.41 ไม่ยินยอมให้ต่างชาติมาจดทะเบียนสิทธิใช้ประโยชน์จากกัญชาของประเทศไทย และร้อยละ 96.14 ไม่ยินยอมให้ต่างชาติมาจดทะเบียนสิทธิใช้ประโยชน์จากกระท่อมของประเทศไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24395</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระท่อม, กัญชา, ยาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181217/image_big_5c16fc134c616.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
