<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5 สมุนไพรพื้นบ้านช่วยต้านโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปัจจุบันได้มีการศึกษาวิจัยต่อยอดสมุนไพรไทยจนเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง ยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-19 สมุนไพรไทยนับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถใช้บรรเทาอาการเบื้องต้นของไข้หวัดได้ ซึ่งนายธีระ เชื้อประทุม แพทย์แผนไทยประยุกต์ ประจำบริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด &amp;nbsp;(ไทยเฮิร์บ) บริษัทร่วมทุนขององค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า &amp;nbsp;สมุนไพรไทยนั้นเป็นจุดแข็งของประเทศไทย มีการใช้กันมาอย่างยาวนาน และเป็นภูมิปัญญาที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น ไทยเฮิร์บจึงขอแนะนำสมุนไพรพื้นบ้านที่เป็นประโยชน์และแนะนำให้ใช้ 5 ชนิด ดังต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ฟ้าทะลายโจร มีการศึกษาวิจัยกันอย่างแพร่หลาย ทั้ง จีน สิงคโปร์ รวมถึงประเทศไทย และได้มีการนำเสนอผ่านสื่ออย่างต่อเนื่อง โดยงานวิจัยที่ได้รับการรับรองแล้วพบว่า กลไกต้านไวรัสของฟ้าทะลายโจรป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ ลดการแบ่งตัวไวรัสภายในเซลล์ เพิ่มภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับไวรัส รวมถึงลดอาการการอักเสบที่ปอดจากการติดเชื้อไวรัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ขิง ซึ่งมีรสเผ็ดร้อน มีคุณสมบัติอุ่น พบฤทธิ์ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ โดยทั่วไปแล้วมักนำมากินแก้หวัด ซึ่งขิงนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ (anti&amp;ndash;oxidant) และสารต้านการอักเสบ (anti-inflammatory) อยู่มากมาย เช่น Gingerol, Shogoal และ Paradoal &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.มะขามป้อม เป็นยาแก้ไอ ละลายเสมหะ โดยพื้นบ้านใช้รักษาหลอดลมอักเสบ วัณโรคปอด หอบหืด ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยสารสำคัญในมะขามป้อมสามารถจับกับขาโปรตีนของไวรัสโควิด-19 และตัวรับ ACE2 ซึ่งมีบทบาทการผ่านเข้าเซลล์ปอด และยังเข้าจับกับเชื้อในหลายตำแหน่งที่มีผลต่อการยับยั้งการสร้างและการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ขมิ้นชัน จากการศึกษาในหลอดทดลอง พบว่ามีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ในการป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าเซลล์ ยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส และช่วยยับยั้งการหลั่งสารอักเสบ ทั้งนี้จากการจำลองภาพสามมิติในคอมพิวเตอร์ พบว่าสารสำคัญของขมิ้นชัน และ demethoxycurcumine สามารถแย่งจับกับตำแหน่งของไวรัสโควิด-19 ที่มีผลยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.กระเทียม มีฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน สาร allicin ในกระเทียม มีฤทธิ์ลดการอักเสบ ป้องกันการหลั่งสาร cytokine ที่ทำให้เกิดการอักเสบ นอกจากนี้ยังส่งเสริมการทำงานของเม็ดเลือดขาว และช่วยเพิ่มแอนติบอดี้ ชนิด immunoglobulin A (IgA) ซึ่งเป็นด่านแรกของภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยพบมากที่ระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหาร ตามเยื่อเมือกต่างๆ และยังช่วยกระตุ้นการทำงานของ B-cell lymphocyte รวมทั้งกระตุ้นการหลั่งของสาร interferon ซึ่งเป็นสารที่สร้างในระบบภูมิคุ้มกันเพื่อต้านไวรัส จากการจำลองภาพสามมิติในคอมพิวเตอร์ พบว่า สารสำคัญ quercetin และ allicin ที่พบสามารถแย่งจับกับตำแหน่ง main protease ที่ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสโควิด-19 ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยปัจจุบันมีการทำวิจัยและต่อยอดสมุนไพรไทย โดยได้แปรรูปสมุนไพรไทยมาเป็นในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ชนิดแคปซูล ชาผง เพื่อการเข้าถึงที่ง่าย พกพาสะดวก และง่ายต่อการรับประทาน มีวางจำหน่ายตามร้านขายยา โมเดิร์นเทรด และโรงพยาบาลชั้นนำกว่า 60 สาขาทั่วประเทศแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91780</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเทียม, ขมิ้นชัน, ขิง, คุณภาพชีวิต, ธีระ เชื้อประทุม, บริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด, ฟ้าทะลายโจร, มะขามป้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210202/image_big_60192dfc73009.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 20:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 20:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวมกลุ่มสับปะรด-กระเทียมดันขายโต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สสว. ร่วมสถาบันอาหาร พัฒนาเครือข่ายสับปะรด-กระเทียม รวมกลุ่ม 5 เครือข่าย เน้นส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม พัฒนาคุณภาพการผลิต หวังลดต้นทุน-ดันยอดขายไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย. 62 -นางนิตยา พิระภัทรุ่งสุริยา รองผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่าสถาบันอาหารได้รับมอบหมายจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) ให้ดำเนินกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายสับปะรดและเครือข่ายกระเทียม ภายใต้โครงการสนับสนุนเครือข่ายเอสเอ็มอี ปี 2562&amp;nbsp; เน้นกระตุ้นและสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำปลายน้ำ ยกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าสูง ทั้งนี้ได้ดำเนินการรวบรวมสมาชิกเครือข่ายเรียบร้อยแล้วประมาณ 700 ราย โดยมีทั้งหมด 5 เครือข่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดประชุมรวมกลุ่มแต่ละเครือข่ายเพื่อทำแผนพัฒนาเครือข่าย แบ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมสับปะรด 4 เครือข่าย ได้แก่ 1.จังหวัด ชลบุรี ระยอง และตราด&amp;nbsp; 2.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; 3.จังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp; อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี และ 4.จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp; เพชรบุรี และกาญจนบุรี มีผู้ประกอบการรวม 550ราย&amp;nbsp; ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมกระเทียมจำนวน 1 เครือข่าย จากจังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ 150 ราย ตั้งเป้าหลังเสร็จสิ้นโครงการฯ ภายในเดือนก.ย. นี้ จะสามารถลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ หรือมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนิตยา กล่าวว่า ในปี 2562 นี้ ประเมินว่ามีเนื้อที่เก็บเกี่ยวสับปะรดรวมทั้งประเทศ ราว 5.4 แสนไร่ ลดลงจากปีที่ผ่านมาราว 1.8 หมื่นไร่ เนื่องจากเกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นแทน ส่งผลให้ผลผลิตรวมทั้งประเทศมีประมาณ 2.2 ล้านตัน ลดลงจากปีที่ผ่านมา 9.5 หมื่นตัน คาดว่าราคาจะมีแนวโน้มดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งนี้การส่งออกสับปะรดปี 2561 มีมูลค่าราว 1.9 หมื่นล้านบาท ประมาณการว่าในปี 2562 มีแนวโน้มเติบโตขึ้น 12% หรือราว 2.2 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37238</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเทียม, นิตยา พิระภัทรุ่งสุริยา, สถาบันอาหาร, สับปะรด, สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190530/image_big_5cefd5bf820df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระเทียมป้องกันมะเร็งสมอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กระเทียมที่ว่าฉุนๆ จนหลายๆ คนไม่ชอบนั้น มีการศึกษาออกมายืนยันแล้วละค่ะว่าสามารถป้องกันการเกิดโรงมะเ&amp;shy;&amp;shy;&amp;shy;&amp;shy;ร็งในสมองได้ โดยการศึกษานี้ถูกตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ของสมาคมมะเร็งอเม&amp;shy;&amp;shy;&amp;shy;&amp;shy;ริกัน ซึ่งพบว่าสารออร์กาโนซัลเฟอร์ (Organo-sulfur) ที่อยู่กระเทียม สามารถทำลายเซลล์กลีโอบลาสโทมา ซึ่งเป็นเซลล์ร้ายในก้อนเนื้อมะเร็งค่ะ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32312</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเทียม, เล็กๆน้อยๆ, โรงมะเ­­­­ร็ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมุนไพรเพื่อผู้สูงอายุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้นบัวบกสด มีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิตได้ นอกจากนี้ยังใช้บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้าได้ดี นอกจากนั้นสมุนไพรที่มีสรรพคุณลดความดันโลหิตอีกขนานคือ &amp;quot;กระเทียม&amp;quot; แค่กินพร้อมอาหารวันละ 3 เวลาก็โอเค แต่มีข้อควรระวัง คือ ไม่ควรกินตอนท้องว่าง เพราะจะระคายเคืองกระเพาะได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12583</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเทียม, บำรุงกำลัง, บำรุงหัวใจ, ลดความดันโลหิต, เมื่อยล้า, เล็กๆน้อยๆ, แก้อ่อนเพลีย, ใบบัวบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 08:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 08:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ร้องขอ &quot;ชายสี่บะหมี่เกี้ยว”ช่วยแก้ปัญหากระเทียมถูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;แก้ปัญหาราคากระเทียมตกต่ำ ดึง &amp;ldquo;ชายสี่บะหมี่เกี้ยว&amp;rdquo; ซื้อผลผลิตจากเกษตรกร พร้อมประสานห้าง ตลาด ช่วยระบายอีกทาง ด้านชายสี่ฯ เผยแต่ละวันมีคนบริโภคบะหมี่ประมาณ 5 แสนชาม ใช้กระเทียมปีละ 60 ตัน จะปรับแผนเข้าไปซื้อตรงจากเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหากระเทียมราคาตกต่ำ ว่า ในส่วนของการหาตลาดรองรับผลผลิตกระเทียม กรมฯ ได้ประสานความร่วมมือไปยังบริษัท ชายสี่บะหมี่เกี้ยว จำกัด ให้เข้ามาช่วยรับซื้อกระเทียมจากเกษตรกร เพื่อนำไปทำกระเทียมเจียว และกระจายไปยังร้านบะหมี่ที่มีอยู่จำนวนกว่า 4,000 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งทางชายสี่ฯ ได้รับที่จะเข้ามาช่วยซื้อแล้ว และคาดว่าจะส่งผลดีให้ราคากระเทียมของเกษตรกรปรับตัวดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการระบายผลผลิตช่องทางอื่น กรมฯ ได้ทำการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ตลาดไท ให้เข้ามาช่วยรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร โดยที่เชียงใหม่ได้ทำสัญญารับซื้อ 440 ตัน ที่แม่ฮ่องสอนรับซื้อกระเทียมแห้ง 101 ตัน และกระเทียมสด 200 ตัน และยังได้กระสานนำกระเทียมไปจำหน่ายในช่องทางอื่นๆ ทั้งห้างสรรพสินค้า ตลาดสด ตลาดต้องชม เป็นต้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผลผลิตกระเทียมปี 2561 มีปริมาณ 7.65 หมื่นตัน เพิ่มขึ้น 10.6% ซึ่งผลผลิตมากกว่าปีที่แล้วที่มีปริมาณ 6.9 หมื่นตัน ทำให้ราคาปีนี้ไม่ค่อยดีนัก โดยราคากระเทียมสดเฉลี่ย 4 เดือนปี 2561 (ม.ค.-เม.ย.) อยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 13.60 บาท กระเทียมแห้งเฉลี่ย 20-25 บาทต่อกก. และกระเทียมมัดจุกใหญ่เดือนพ.ค. อยู่ที่ 77.5 บาทต่อกก. เกษตรกรจึงเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพันธ์รบ กำลา ประธานกรรมการบริษัท ชายสี่บะหมี่เกี้ยว จำกัด กล่าวว่า ในแต่ละวันมีคนบริโภคบะหมี่ประมาณ 5 แสนชาม และใช้กระเทียมเจียวเป็นวัตถุดิบในการทำบะหมี่ประมาณ 60 ตันต่อปี และปีนี้จะขยายสาขาเพิ่มอีกประมาณ 1,000 สาขา ทำให้มีความต้องการใช้กระเทียมเพิ่มอีก 5 ตัน ซึ่งพร้อมที่จะรับซื้อกระเทียมจากเกษตรกรมาทำเป็นกระเทียมเจียวทั้งหมด จากเดิมที่รับซื้อจากซัปพลายเออร์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังพร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือในการรับซื้อและกระจายกระเทียมจากแหล่งผลิตไปยังพื้นที่อื่น โดยจะใช้ระบบโลจิสติกส์ของชายสี่ฯ ที่มีอยู่ประมาณ 90 เส้นทาง ที่เดิมใช้ในการจัดส่งวัตถุดิบให้กับร้านบะหมี่ที่เป็นแฟรนไชส์ ก็จะนำมารับซื้อกระเทียมจากเกษตรกร และนำไปจำหน่ายในจุดอื่นๆ ที่ไม่มีกระเทียมให้ด้วย เพราะรถต้องวิ่งขนส่งอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการนำเข้ากระเทียมจากต่างประเทศ ทั้งการนำเข้าผ่านด่านศุลกากร และการลักลอบการนำเข้า โดยในการนำเข้าผ่านด่านศุลกากร หากมีการสำแดงราคาต่ำเกินจริง ก็จะให้สำแดงราคาให้ถูกต้องใกล้เคียงกับราคาตลาด เพื่อป้องกันกระเทียมราคาถูกเข้ามากระทบราคาในประเทศ และในส่วนของการลักลอบนำเข้า จะมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะตามจุดที่คาดว่าจะมีการลักลอบนำเข้า เช่น ตามแนวชายแดน ตามริมแม่น้ำโขง หากพบก็จะจับกุมดำเนินคดีทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา มีการจับกุมได้จำนวน 137 ราย น้ำหนักกระเทียม 417 ตัน มูลค่าประมาณ 16 ล้านบาท และตั้งแต่เดือนต.ค.2560-เม.ย.2561 จับกุมได้แล้ว 60 ราย ปริมาณ 124 ตัน มูลค่าประมาณ 4.36 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10372</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, กระเทียม, กุลิศ สมบัติศิริ, บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร, พันธ์รบ กำลา, ราคากระเทียมถูก, ราคาตกต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0f501cd0a91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พาณิชย์” ช่วยเหลือเกษตรกรปลูกกระเทียมภาคเหนือนำผลผลิตขายอ.ต.ก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo; โช์วผลงานช่วยเหลือเกษตรกรปลูกกระเทียมภาคเหนือ จัดเชื่อมโยงตลาดนำผลผลิตมาจำหน่ายที่ตลาด อ.ต.ก. ประชาชนเข้ามาซื้อเพียบ เตรียมนำลิ้นจี่จากพะเยากระจายสู่ผู้บริโภคในกทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค. 61- &amp;nbsp;นายวิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดในจังหวัดต่างๆ เตรียมความพร้อมรับมือกับผลผลิตทางการเกษตรที่ออกสู่ตลาดอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันปัญหาราคาตกต่ำในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ล่าสุดสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ได้ทำการประสานนำผลผลิตกระเทียมแห้ง คัดเกรดมัดจุกของจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำไปจำหน่ายยังองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เพื่อช่วยระบายผลผลิต และเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ได้ตั้งราคาไว้ที่ 80 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ซึ่งประชาชนให้ความสนใจเข้ามาซื้อกันเป็นจำนวนมาก เพราะผลผลผลิตมีคุณภาพดี และยังมีหน่วยงานอื่นๆ ที่สนใจจะทำคำสั่งซื้อ เช่น สมาคมแม่บ้านทหารบก รวมถึงมีผู้ประกอบการรายอื่นๆ ที่สนใจจะสั่งซื้อด้วย โดยอยู่ระหว่างการเจรจาในรายละเอียด&amp;quot;นายวิชัยกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพะเยา ได้เข้าไปดูแลเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ โดยช่วยกระจายลิ้นจี่คุณภาพ ซึ่งเป็นลิ้นจี่ที่ใช้กระดาษห่อผลสดก่อนเก็บเกี่ยว ทำให้ผิวสวย รสชาติหวานหอม กรอบ อร่อย เนื้อแห้ง สามารถขยายตรงสู่ผู้บริโภคสามารถจำหน่ายได้ราคา 80 -120 บาท/กก. &amp;nbsp;ซึ่งพื้นที่จำหน่ายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ SCB , กระทรวงพาณิชย์ , กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ , TOT สำนักงานใหญ่ แจ้งวัฒนะ เป็นต้น โดยมียอดจำหน่ายสะสมตั้งแต่วันที่ 21-22 พ.ค.2561 ปริมาณ 1,570 กก. มูลค่า 156,000 บาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9981</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเทียม, พาณิชย์, ภาคเหนือ, ลิ้นจี่, อ.ต.ก., เกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180525/image_big_5b07c0c263997.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นักวิจัยจุฬาฯคว้ารางวัลระดับโลก ด้านนวัตกรรมสมุนไพร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิจัยจุฬาฯ คว้ารางวัลระดับโลกสิ่งประดิษฐ์คิดค้นแห่งเจนีวา ในผลงานนวัตกรรม &amp;ldquo;BioGreenoTech&amp;rdquo; ทำสมุนไพรให้เพิ่มปริมาณและยับยั้งการสลายตัวของสารออกฤทธิ์ได้สำเร็จ ทดลองในกระเทียม กระชายดำ ไพล และสมุนไพรอื่นๅอีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ. ดร. นงนุช เหมืองสิน ผู้อำนวยการหลักสูตรธุรกิจเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม และอาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพร้อมด้วยคณะวิจัยได้แก่ นางสาวอุฬาริกา ลือสกุล นายศักดิ์ชาย หลักสี&amp;nbsp; นำนวัตกรรม &amp;ldquo; BioGreenoTech&amp;rdquo;&amp;nbsp; คว้ารางวัล Special Prize จาก SPACE Research Institute of RAS และรางวัลเหรียญเงิน ในการประกวดรางวัลสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลก&amp;nbsp; ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;International Exhibition of Invention of Geneva&amp;rdquo; ครั้งที่ 46&amp;nbsp; ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-16 April 2018&amp;nbsp; ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีผู้เข้าร่วมประกวดและจัดแสดงมากกว่า 1,000 สิ่งประดิษฐ์และมี Licences ที่พร้อมขายภายในงาน มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านยูโร มีผู้เข้าชมงานราว 30,000 คนจากทั่วโลก&amp;nbsp; ทีมวิจัยเผยพร้อมนำผลงานวิจัยดังกล่าวออกสู่เชิงพาณิชย์ ตามนโยบาย Thailand 4.0 ซึ่งสนับสนุน พัฒนาธุรกิจจากเทคโนโลยีและงานวิจัย โดยเปิดกว้างให้ผู้สนใจนำไปต่อยอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ นวัตกรรม&amp;nbsp; BioGreenoTech (ไบโอกรีนโนเทค) ว่าเป็นกระบวนการทรีทเม้นท์สมุนไพรเพื่อเพิ่มปริมาณ หรือยับยั้งการสลายตัวของสารออกฤทธิ์สำคัญในสมุนไพร นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนกลิ่นของสมุนไพรให้มีความละมุนอโรมา ตามชนิดของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ รวมถึงจะได้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนกระบวนการผลิต และที่สำคัญคือกระบวนการดังกล่าวจะเข้ามายกระดับและพัฒนากระบวนการผลิตสมุนไพรไทยให้อยู่บนพื้นฐานของการใช้เทคโนโลยีซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพ มาตรฐาน และความเสถียรของผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย ให้เป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระบวนการ BioGreenoTech&amp;nbsp; มีจุดเด่นคือ เป็นกระบวนการสีเขียว ไม่ใช้สารเคมีหรือความร้อนสูง และไม่ใช้เครื่องจักรราคาแพง เหมาะสำหรับการนำมาใช้กับสมุนไพรชนิดหัว อาทิ กระเทียม ไพล ขมิ้น กระชายดำ เป็นต้น &amp;quot;ศ.ดร.นงนุชกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.หลักสูตรเทคโนโลยีกล่าวอีกว่า&amp;nbsp; BioGreenoTech&amp;nbsp; ยังเป็นกระบวนการที่จะเข้ามาปฏิวัติและพลิกโฉม กระบวนการสกัดสารออกฤทธิ์ในสมุนไพรทั่วไป คือ ในอดีตกระบวนการสกัดสมุนไพรจะต้องสกัดสารด้วยตัวทำละลาย ต้องใช้ตัวทำละลายปริมาณมาก จากนั้นต้องกรองระเหยโดยลดความดันออก ต้องใช้ความร้อน และเวลานาน เพื่อให้ได้สารสกัดที่มีสารออกฤทธิ์เพียงพอ หลังจากนั้นก็จะนำสารสกัดดังกล่าวไปเติมสารเพิ่มปริมาณ หรือนำไปตอกเม็ด บรรจุแคปซูล ซึ่งสมุนไพรประเภทหัว ปริมาณสารออกฤทธิ์ก็ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ปลูก สถานที่ปลูก ฤดูที่เก็บ บางที่พ่อค้าหัวหมอก็ผสมอะไรมาอีก เก็บมาก่อนเวลาอีก ทำให้เสียเวลาสกัด เสียเงิน แล้วสารสกัดที่ได้ก็น้อย หากปริมาณสารไม่เพียงพอจำเป็นต้องทำการสกัดซ้ำ ที่สำคัญคือ ในขั้นตอนการสกัดอาจสูญเสียสารสำคัญบางตัวไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาทีมงานวิจัยได้มีการทดสอบนำกระบวนการนี้ไปทดสอบกับกระเทียม พบว่า กระเทียมที่ผ่านกระบวนการ BioGreenoTech จะมีสารออกฤทธิ์อัลลิอิน (alliin) สูงกว่า ซึ่งกระเทียมที่มีอัลลิอินสูงกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก อาทิ ประเทศญี่ปุ่น เกาหลี จีน และยุโรป โดยจากงานวิจัยก่อนหน้านี้พบอีกว่าอัลลิอิน สามารถดูดซึมและขับออกจากกระแสเลือดได้เร็วกว่าอัลลิซิน (allicin) ที่เป็นสารหนืดสีน้ำตาลและมีกลิ่นฉุนที่มักพบอยู่ในกระเทียมทั่วไป ทำให้ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย ด้วยเทคโนโลยีนี้ สามารถผลิตกระเทียมที่มีกลิ่นน้อย และมีปริมาณอัลลิอินสูงที่สุดเท่าที่เคยมีรายงานมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ทีมวิจัยยังได้นำไปทดสอบในกระบวนการทำครีมลดอาการปวดที่ผลิตจากไพลซึ่งเป็นสมุนไพรคู่วงการยาแผนไทยของไทยมาอย่างยาวนาน และมักประสบกับปัญหาว่าน้ำมันหอมระเหยจากไพลนั้นมีกลิ่นแรงมากและปริมาณสารออกฤทธิ์สำคัญคือกลุ่มฟีนิลบิวทานอยด์ (Phenylbutanoids) ที่มีฤทธิ์แก้อักเสบมีปริมาณน้อย เมื่อนำมาผลิตเป็นครีมไพล ก็จะมีกลิ่นติดผิว แต่เมื่อนำไพลมาผ่านกระบวนการ Bio GreenoTech พบว่าสามารถลดกลิ่นฉุนของไพลและยังคงมีสารออกฤทธิ์ในกลุ่มของฟีนิลบิวทานอยด์ไว้ได้ในปริมาณที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับไพลที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกตัวอย่างหนึ่งได้แก่ กระชายดำ ซึ่งเมื่อผ่านกระบวนการพบว่ามีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวม (total phenolic content) สูงขึ้น ซึ่งสารประกอบเหล่านี้มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชัน มีสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพ สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนี้คณะผู้วิจัยจะได้มีการเปิดกว้างให้กับผู้ประกอบการของไทยที่สนใจโดยเฉพาะ กลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากสารสกัดสมุนไพร ได้เข้ามาทำความรู้จักกับกระบวนการ&amp;nbsp; BioGreenoTech เพื่อการต่อยอด ยกระดับมาตรฐาน และพัฒนาธุรกิจจากสมุนไพรไทยให้สามารถก้าวไกลและเติบโตในตลาดโลก ตามที่ภาครัฐได้คาดหวังไว้ในนโยบาย Thailand 4.0 ที่ต้องการให้ธุรกิจไทยเติบโตโดยใช้เทคโนโลยีและงานวิจัยมาเป็นพื้นฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7259</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระชายดำ ไพล, กระเทียม, นวัตกรรม, นิสิตจุฬาฯ, สมุนไพร, “BioGreenoTech</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad598c4309ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
