<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้‘มาสเตอร์เชฟ’ เปิดที่มากระเบนนก ทส.ชี้อาจผิดกม.จ่อขึ้นทะเบียนคุ้มครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กระแสโซเชียลยังอื้ออึง รายการดังเอากระเบนนกมาทำอาหาร &amp;quot;ช่อผกา วิริยานนท์&amp;quot; เรียกร้องผู้ผลิตรายการออกมาขอโทษประชาชน เพราะที่ชี้แจงกลับทำให้คนเข้าใจผิดเหมือนส่งเสริมให้กิน กรมประมงย้ำควรอนุรักษ์เพราะใกล้สูญพันธุ์ ดาราปั้นจั่น ตอก &amp;quot;อยากแปลกไม่แดกคนละครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโลกออนไลน์ขณะนี้ ประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบยกมาวิพากษ์วิจารณ์กลายเป็นกระแสร้อนแรง คือกรณีรายการ &amp;quot;มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย&amp;quot; แข่งขันทำอาหารทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา มีการนำปลากระเบนนกขนาดใหญ่มาทำอาหาร ซึ่ง ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเพจ Thon Thamrongnawasawat ว่าไม่เห็นด้วยที่จะนำสัตว์ทะเลหายากเช่นกระเบนนกมาทำอาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระเบนนก เป็นสัตว์หายากของทะเลไทย บางคนดำน้ำกันหลายปี ยังไม่เคยเจอสักตัว เราเคยพยายามผลักดันให้เป็นสัตว์คุ้มครอง แต่ยังติดขัดอยู่บางประการ เพราะฉะนั้น ยังไม่ผิดกฎหมาย แต่โลกยุคนี้ เพียงคำว่าผิดหรือไม่ผิดกฎหมาย อาจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเมืองไทย เมืองที่ผู้คนกำลังรักทะเลมากมาย อยากขอร้องว่า ช่วยกันบ้างเถิดครับ ช่วยกันรักทะเลบ้างเถอะครับ.... ได้โปรด...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้ผลิตรายการ &amp;ldquo;มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย&amp;rdquo; ยืนยันว่าปลากระเบนที่ใช้ในการแข่งขัน คือปลากระเบนเนื้อดำ หรือปลายี่สน วัตถุดิบพื้นบ้านที่นำมาใช้ประกอบอาหารหลายเมนู โดยเฉพาะปลายี่สนผัดหวาน เครื่องข้าวแช่โอท็อปเพชรบุรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มีนาคมนี้ &amp;ldquo;ช่อผกา วิริยานนท์&amp;rdquo; อดีตดาราและพิธีกรชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ถึงอย่างไรก็ยังอยากเห็นรายการมาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์ ออกมาขอโทษประชาชน เพราะการแถลงที่ผ่านมาของผู้ผลิตรายการ มีหลายจุดที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เสมือนส่งเสริมให้กินและอาจทำให้เกิดปรากฏการณ์ล่าปลากระเบน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่อผกายังได้ยก 10 เหตุผลที่สังคมยังไม่เข้าใจมาแสดงด้วย คือ 1.ปลากระเบนนก (Eagle ray) เป็นชื่อเรียกของทั้งแก๊งหรือศัพท์ทางการ คือ วงศ์ปลากระเบนนก คือแก๊งที่เป็นกระเบนตัวใหญ่ มีลาย ปีกกว้าง ปากยื่น ไม่ว่าใครจะพยายามทำให้เข้าใจว่าเป็นชื่ออื่นอย่างไร ตัวที่ตายและโดนชำแหละโชว์ในจอ มันก็คือปลากระเบนในกลุ่ม Eagle ray ซึ่งหายากและใกล้สูญพันธุ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ปลาในกลุ่ม Eagle ray จัดอยู่ใน red list หรือบัญชีแดงขององค์กรระดับโลก หรือ IUCN สหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ เพราะใกล้สูญพันธุ์ จึงไม่ใช่ปลาที่หาได้ง่ายในท้องตลาดทั่วไปตามที่เข้าใจกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ปลากระเบนมีเป็นร้อยพันธุ์ ไม่แปลกที่ประชาชนไม่ทราบ แต่วิธีอธิบายของทางรายการในจดหมายชี้แจง อาจทำให้ประชาชนเข้าใจสับสนได้ โดยเฉพาะปลากระเบนที่ชาวบ้านจับมากินเกือบทั้งหมดเป็นปลากระเบนพันธุ์ที่อยู่ตามพื้นทราย ไม่ใช่พันธุ์ที่บินอยู่กลางน้ำแบบ Eagle ray ในรายการ และชาวประมงไม่ได้ตั้งใจจับ แต่มันติดอวนมา เมื่อมาถึงท่าจะทิ้งก็เสียดาย จึงนำไปจำหน่าย และเนื่องจากมันเป็นปลากระดูกอ่อน ถ้าเก็บไว้นานจะมีกลิ่นแอมโมเนียรุนแรง จึงมักนำไปแปรรูปในรูปแบบอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.การนำปลากระเบนมาทำอาหารในรายการทีวีอื่นนั้น เป็นเรื่องของแต่ละรายการ แต่อยากให้ประชาชนตระหนักว่าไม่ควรกินสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ยังไม่มีการทำฟาร์มเพาะเลี้ยงปลากระเบนแบบที่รายการเอามากิน ฟาร์มที่เลี้ยงกันคือกระเบนน้ำจืดตัวเล็กๆ เลี้ยงเป็นปลาสวยงาม ไม่ใช่เลี้ยงจำหน่ายเพื่อการบริโภค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.ปลาตัวที่ถูกชำแหละในรายการยังไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายไทย ฉะนั้น การนำปลาดังกล่าวมาเป็นวัตถุดิบออกรายการไม่ผิดกฎหมายไทย แต่ผิดกติกาสากลของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.อยากให้มีกระบวนการพิสูจน์ว่าปลาตัวที่ถูกนำมาชำแหละในรายการ เป็นพันธุ์ Aetobatus narinari ตามข้อสงสัยของนักวิชาการหรือไม่ เพราะหากเป็น Aetobatus narinari ซึ่งห้ามนำเข้ามาจำหน่ายในไทย คนขายน่าจะทำผิดกฎหมาย (ส่วนคนซื้อผิดไหม ขอผู้รู้ช่วยชี้แจงด้วย) การทำให้กระจ่างจะช่วยหยุดการลับลอบนำปลาชนิดนี้มาจำหน่ายในไทยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8.วัฒนธรรมการกินอาหารพื้นบ้านที่ผ่านมาของไทย ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ปัจจุบันหากมีข้อมูลชัดเจนว่า ที่เคยกินกันนั้นมันใกล้จะสูญพันธุ์แล้ว เช่น อดีตที่เราเคยกินเต่า กินพะยูน เมื่อมีข้อมูลให้ตระหนักรู้ คนส่วนใหญ่ที่มีความเจริญทางจิตใจมากพอ ก็ร่วมกันสร้างวัฒนธรรมใหม่ได้ คือการหยุดกิน ขอเพียงสื่อทำหน้าที่รณรงค์ให้หยุด ไม่นำเสนอเนื้อหาเสมือนส่งเสริมให้กิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;9.ถ้าปลาตัวนั้นไม่ตาย ไม่ถูกชำแหละโชว์ในรายการ แต่ได้รับโอกาสให้รอดชีวิตได้ว่ายน้ำเล่นต่อไปในท้องทะเล ตลอดชีวิตของมันและเพื่อนๆ จะดึงดูดนักดำน้ำ สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้กับมนุษย์ได้มากมหาศาลนับสิบนับร้อยล้านบาทเลยทีเดียว ไม่ใช่เป็นเพียงแค่จุดดึง rating ดูดเงินโฆษณาเข้ากระเป๋าผู้ผลิตบางรายเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;10.การอยู่ร่วมกันในโลกยุคใหม่ ควรพัฒนาไปสู่การใช้ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันอย่างยั่งยืน (สอดรับกับเป้าหมาย SDGs ของสหประชาชาติ) รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้เร่งส่งเสริมการศึกษาเกี่ยวกับปลาชนิดนี้ให้ชัดเจน แบบไหนควรกิน แบบไหนควรเก็บไว้ในทะเล ปัญหาปลาใหญ่หายากทั้งฉลามและกระเบนติดอวนมาแล้วไม่ปล่อยกลับ แต่เอามาเร่ขายจะได้หมดไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนายอรุณชัย พุทธเจริญ รองอธิบดีกรมประมง ชี้แจงว่า จากกรณีปลากระเบนที่ปรากฏอยู่ในรายการแข่งขันทำอาหาร จากการตรวจสอบมี 2 ชนิดพันธุ์คือ กระเบนหิน และกระเบนนกจุดขาว สำหรับปลากระเบนนกจุดขาว หรือปลากระเบนค้างคาว หรือปลากระเบนยี่สน อยู่ในวงค์ปลากระเบนนก (Myliobatidae) เป็นปลากระเบนทะเลที่พบได้ในมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก และอีกหลายประเทศ อาทิ ประเทศออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ รวมถึงน่านน้ำประเทศไทยที่สามารถพบเห็นได้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน มีลักษณะเด่น มีผิวหนังเรียบ ด้านหลังมีสีดำมีจุดขาวกระจาย ด้านท้องมีสีขาว หางเรียวยาวมาก มีส่วนหัวที่แยกออกจากครีบเห็นได้ชัดเจน จึงทำให้ว่ายน้ำไปมาได้อย่างอิสระเหมือนนกบิน มีขนาดกว้างได้ถึง 1.5 เมตร เคยพบสูงสุดถึง 3 เมตร น้ำหนัก 230 กิโลกรัม อาศัยบริเวณใกล้ผิวน้ำถึงใกล้พื้นท้องทะเลตามชายฝั่งทะเลแนวปะการัง ส่วนปลาขนาดเล็กอาจพบได้ในเขตน้ำกร่อยปากแม่น้ำ กินปลาขนาดเล็ก หอย ปลาหมึก กุ้ง และปูเป็นอาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในประเทศไทย ปลากระเบนนกเป็นสัตว์น้ำพลอยได้จากการทำประมง ไม่อยู่ในเป้าหมายการจับของชาวประมง และไม่มีเครื่องมือที่ใช้จับเป็นการเฉพาะ ถึงแม้ว่าปลากระเบนนกจะเป็นสัตว์น้ำที่ไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือบัญชีแนบท้ายอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) แต่ทางสหภาพสากลเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) ได้ทำการสำรวจและประเมินสถานภาพรายชื่อปลาฉลามและปลากระเบนทั่วโลกจำนวน 1,038 ชนิด ขึ้นใน IUCN Red List &amp;quot;สำหรับปลากระเบนนกชนิดนี้แสดงสถานะให้เป็นสัตว์น้ำชนิดพันธุ์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU)&amp;quot; โดยได้ขอความร่วมมือประเทศที่เป็นเจ้าของสัตว์น้ำในบัญชี IUCN Red List ให้ความสำคัญทั้งด้านบริหารจัดการและการอนุรักษ์ เนื่องจากการประเมินสถานภาพพบว่ามีแนวโน้มลดลงจากการทำประมงและการท่องเที่ยว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจุตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การใช้ปลากระเบนนกมาประกอบอาหารเพื่อรับประทานเป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคล แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเหมาะสม เนื่องจากการนำสัตว์หายากมาเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร จะดึงดูดให้ผู้รับชมเกิดความต้องการอยากนำมารับประทานมากขึ้น และก่อให้เกิดค่านิยมอยากจะลิ้มลองรสชาติของปลาประเบนชนิดนี้ ส่งผลให้เกิดการล่ากระเบนเพิ่มขึ้น เนื่องจากปลากระเบนนกเป็นสัตว์ที่อยู่ในบัญชีแดง (Red List) เป็นสัตว์หายากที่ใกล้สูญพันธุ์ โดยในประเทศไทย ปลากระเบนชนิดนี้จะอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำลึก ส่วนมากพบทางฝั่งอันดามัน ไม่น่าจะหาได้แถวมหาชัย ซึ่งในแง่ของกฎหมายยังไม่มีความผิด แต่มองถึงความเหมาะสม ในเบื้องต้นรายการดังกล่าวยังไม่มีการชี้แจงและระบุแหล่งที่มาว่านำมาจากที่ใด หากนำมาจากพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ เขตห้ามล่า และเขตอนุรักษ์จะมีความผิดทางกฎหมาย จึงอยากให้รายการระบุแหล่งที่มาของปลากระเบนพันธุ์ดังกล่าวต่อสาธารณะ ทั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่ดีที่สังคมไทยตื่นตัวกับการอนุรักษ์สัตว์ป่ามากขึ้น และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการบริโภคสัตว์หายากของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุตุพรกล่าวว่า ทช.จะเดินหน้ารณรงค์ไม่ให้ประชาชนหันมานิยมกินสัตว์หายากที่ใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากประเทศไทยเดินหน้าแผนการอนุรักษ์และปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งจากกรณีดังกล่าวทำให้ ทช.เตรียมจะพิจารณาให้ปลากระเบนนกขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์คุ้มครอง เพราะปัจจุบันไทยยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ชนิดนี้ ซึ่งกระเบนนกอยู่ในบัญชีแดงเช่นเดียวกับกระเบนแมนต้า ที่ผ่านมาไทยได้ขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์คุ้มครองแล้ว และกระเบนนกจะเป็นสัตว์ที่จะตัองขึ้นทะเบียนเป็นชนิดต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระแสโซเชียลยังวิพากษ์วิจารณ์ทั้งด้านบวกและด้านลบ ต่อดาราหนุ่ม ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย ที่โพสต์ลงอินสตาแกรมแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นดังกล่าว ไม่เห็นด้วยกับการนำปลากระเบนหายากมาทำอาหาร พร้อมระบุ #อยากแปลกไม่แดกคนละครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30588</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมประมง, กระเบนนก, มาสเตอร์เชฟ, สัตว์หายากของทะเลไทย, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190305/image_big_5c7e7b051139b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2018 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2018 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮานักประดาน้ำพบกระเบนนก! ใต้ทะเลเกาะพีพี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้กำลังเป็นที่ฮือฮาของกลุ่มนักประดาน้ำ และผู้ชื่นชอบสัตว์ทะเลที่หายาก หลังจาก ผู้ใช้ชื่อ อาเหมี่ยน ได้นำคลิปวีดีโอและภาพนิ่งที่บันทึกได้ใต้ท้องทะเลในเกาะพีพี มาโพสต์ลงในกลุ่มไลน์แจ้งข่าวเกาะพีพี ซึ่งเป็นภาพของปลากระเบนขนาดใหญ่ กว้างกว่า 1.5 เมตร กำลังว่ายน้ำหากินอยู่ ใต้ทะเลลึก&amp;nbsp; โดยมีนักดำน้ำคอยบันทึกภาพ ซึ่งกระเบนดังกล่าวเป็นกระเบนนก หรือกระเบนเนื้อดำ หรือกระเบนค้างคาว ซึ่งเป็นปลากระเบนขนาดใหญ่ที่พบเจอได้ไม่บ่อยนัก และหายไปนานจากทะเลเกาะพีพี&amp;nbsp; แต่โชคดีที่นักประดาน้ำได้เจอมันเวียนว่ายอวดโฉมที่ใต้ทะเลเกาะพีพี ทำให้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบดำน้ำลึกเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามไปยังนักประดาน้ำที่เกาะพีพี ให้ข้อมูลว่า กระเบนดังกล่าวเป็นกระเบนนก ซึ่งมีขนาดใหญ่ และเพิ่งเจอในจุดดำน้ำรอบเกาะพีพี ที่อ่าวมาหลง เมื่อ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างมาก เนื่องจากกระเบนชนิดนี้จะหาดูพบเจอได้ยากมาก เหมือนกับที่นานๆจะเจอฉลามวาฬเลยทีเดียว&amp;nbsp; ถือเป็นสีสันของใต้ทะเลเกาะพีพี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้านนายทัศพล กระจ่างดารา หัวหน้ากลุ่มงานสำรวจและวิเคราะห์สภาวะทรัพยากรและการประมง ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลฝั่งอันดามัน(ภูเก็ต) เปิดเผยว่า&amp;nbsp; กระเบนนก หรือ มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Aetobatus ocellatus ปัจจุบันพบน้อยมากในทะเลไทย เนื่องจากที่ผ่านมามีการล่ากันมาก&amp;nbsp; ซึ่งกระเบนชนิดนี้จะมีหางยาว ปากแหลมคล้ายปากนก กินสัตว์หน้าดินเป็นอาหารเช่น หอย ปู ส่วนที่อันตรายคือเงี่ยงที่บริเวณโคนหางไม่ควรไปสัมผัส ควรจะอยู่ห่างๆ ไม่ไปรบกวนมัน เวลาตกใจจะบินขึ้นมาเหนือน้ำทะเลได้ แต่ลอยอยู่ไม่กี่วินาที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7368</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, กระเบนนก, นักประดาน้ำ, อาเหมี่ยน, อ่าวมาหลง, เกาะพีพี, ใต้ทะเล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad736dd7ce15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
