<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มิติใหม่&#039;ก.ล.ต.&#039;ชงใช้ ‘กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลภาครัฐ’ ไว้อายัดของกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค. 2564 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าอย่างมาก มีการใช้คริปโทเคอร์เรนซีเป็นสื่อกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการแทนเงินตราที่ออกโดยภาครัฐ อย่างไรก็ตาม กฎหมายบางส่วนโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการยึดหรืออายัดทรัพย์สินจากผู้กระทำความผิด อาจยังไม่สอดคล้องกับเทคโนโลยีและลักษณะการทำธุรกรรมในปัจจุบัน ทำให้มีช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่อาศัยคริปโทเคอร์เรนซีในการกระทำความผิด เช่น การฟอกเงิน และการซื้อขายยาเสพติด เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงและมีนโยบายที่จะพัฒนากฎหมายให้เท่าทันเทคโนโลยี เพื่อการคุ้มครองประชาชน ดังนั้น การประชุมในครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาหารือกันเกี่ยวกับกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยอาจพิจารณาปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย และเพิ่มความคุ้มครองในผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทยได้ยึดหรืออายัดสินทรัพย์ดิจิทัลมาจากการกระทำความผิดไว้ตามแนวทางของแต่ละหน่วยงาน ดังนั้น ก.ล.ต. ในฐานะหน่วยงานหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล จึงจัดประชุม พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการยึด อายัด เก็บรักษา และการดำเนินการที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลดังกล่าว รวมทั้งเสนอให้จัดทำมาตรฐานกลางเกี่ยวกับกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของภาครัฐ (government wallet) ร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ 14 หน่วยงานที่เข้าประชุมร่วมกับ ก.ล.ต. ประกอบด้วย (1) กระทรวงยุติธรรม (2) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (3) ธนาคารแห่งประเทศไทย (4) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (5) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) (6) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (7) กรมศุลกากร (8) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (9) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) (10) สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (11) สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (12) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (13) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) (14) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97009</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลภาครัฐ, คริปโทเคอร์เรนซี, สามารถ เจนชัยจิตรวนิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_6059b00b3ab54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
