<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2020 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2020 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดี้ นิติพงษ์&#039; โต้เดือดฝรั่งแบนกะทิไทยอ้างทรมานลิง สะท้อนสันดานนักล่าอาณานิคมฝังลึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.63 จากกรณีองค์กรพิทักษ์สิทธิสัตว์ PETA ของสหรัฐกล่าวหาคนไทยทรมานสัตว์ด้วยการใช้ลิงเก็บมะพร้าว ส่งผลให้ห้างสรรพสินค้าในประเทศยุโรปอย่างอังกฤษรวมทั้งสหรัฐอเมริกาแบนกะทิไทย ล่าสุด นายนิติพงษ์ ห่อนาค หรือ ดี้ นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าวว่า นิทานเรื่องลิงกับต้นมะพร้าว สอนให้รู้ว่า...ที่แท้มันเป็นนิทานเรื่องหมาป่ากับลูกแกะ #ฝรั่งโง่ทีไรคนไทยเดือดร้อนทุกที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ดี้ นิติพงษ์ โพสต์ข้อความเพิ่มเติมอีกว่า วิถีตะวันออก..ถ้าไม่รู้จัก..จะเคารพสิ่งนั้น แล้วค่อยค้นหาอย่างสุภาพ วิถีตะวันตก...ถ้าไม่รู้จัก..จะเหยียดหยามคุกคามไว้ก่อน มันเป็นมาหลายพันปีแล้ว...และมันจะไม่มีวันหายไป #จิตใต้สำนึกของการล่าอาณานิคมจะคงยังฝังอยู่เสมอ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70749</URL_LINK>
                <HASHTAG>PETA, กระแสกีดกันทางการค้า, ลิงเก็บมะพร้าว, แบนกะทิไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180212/image_big_5a815fb1186fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งออกขยายตัว &#039;เวิลด์แบงก์&#039;ลุ้น ศก.ปี61แตะ4.1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ธนาคารโลก&amp;quot; คาดเศรษฐกิจไทยปี 61 ท็อปฟอร์ม ลุ้นจีดีพีโตสุดแจ่มแตะ 4.1% สูงสุดนับแต่ปี 55 ชี้ส่งออกตัวขับเคลื่อนหลักพ่วงอานิสงส์เอกชนลงทุน บริโภคภายในประเทศเริ่มขยับ ห่วงปัญหาหนี้ครัวเรือนยังสูงเป็นข้อจำกัดการใช้จ่าย ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติเผยจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายอีกระยะ ยันไม่มีนโยบายแทรกแซงค่าเงินเพื่อหวังประโยชน์ทางการค้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอูลริก ซาเกา ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทย มาเลเซีย และความร่วมมือในภูมิภาค (เวิลด์แบงก์) เปิดเผยเมื่อวันจันทร์นี้ว่า รายงานติดตามเศรษฐกิจไทยปี 2561 ของธนาคารโลกมีข่าวดีคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 4.1% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งจากการติดตามการขยายตัวเศรษฐกิจไทย 2-3 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจขยายตัวได้จากการขับเคลื่อนการส่งออก แต่ปีนี้มีสัญญาณดีจากการขับเคลื่อนการลงทุนของภาคเอกชนด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังล้าหลังกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่มีรายได้ปานกลาง ทำให้ไทยต้องเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจใน 3 เรื่องที่สำคัญ ได้แก่ การปฏิรูปเรื่องการศึกษาและทักษะ ให้เด็กได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช่แต่กลุ่มคนชั้นสูงเท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งที่ผ่านมาไทยได้ลงมือเรื่องด้านคมนาขนส่ง ทั้งรถไฟฟ้าในเมืองและโครงการอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้สูงในระยะยาว และปฏิรูปการแข่งขันให้มีการเปิดเสรีด้านเศรษฐกิจมากขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลกประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า &amp;nbsp;เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวได้ดีเพราะมีแรงขับเคลื่อนจากการส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 6% ซึ่งยังไม่รวมผลกระทบจากสงครามการค้าแต่คาดว่าไม่กระทบประเทศไทยมาก เนื่องจากการส่งออกไปในกลุ่มประเทศ CLMV ขยายตัวดี สามารถชดเชยการส่งออกที่จะลดลงจากผลกระทบได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้เศรษฐกิจไทยปีนี้ยังมีแรงขับเคลื่อนจากการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้ดี โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค.58 รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่กระเตื้องขึ้น จากที่หยุดนิ่งมาหลายปี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกปี 2561 จะขยายตัวได้มากกว่าไตรมาสสุดท้ายของปี 2560 ที่ผ่านมา &amp;nbsp;เนื่องจากการเบิกจ่ายภาครัฐที่ล่าช้า โครงการลงทุนต่างๆ ในปีที่แล้วสามารถเริ่มเบิกจ่ายได้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทำให้การขยายตัวเศรษฐกิจทั้งปีจะขยายตัวได้ดี เพราะนอกจากการส่งออกจะขยายตัวได้ดีแล้ว &amp;nbsp;การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ไม่ได้เห็นมานานก็ขยายตัวได้ดีขึ้น&amp;quot; นายเกียรติพงศ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายเกียรติพงศ์มองว่าเศรษฐกิจไทยยังมีอุปสรรคจากหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 80% ของจีดีพี การกระจายตัวของเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้เกิดข้อจำกัดในการใช้จ่าย นอกจากนี้ยังล่าช้าในการพัฒนานวัตกรรมที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ในระยะยาว โดยการพัฒนาด้านนวัตกรรมของไทยอยู่ลำดับที่ &amp;nbsp;51 ตามหลังประเทศคู่แข่งอย่างจีน เวียดนาม และมาเลเซีย ซึ่งประเทศไทยต้องเร่งแก้ไขเพื่อให้หลุดพ้นจากประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงานสัมมนา The &amp;nbsp;Symbol of your Visionary ในหัวข้อ &amp;quot;แนวโน้มเศรษฐกิจโลก-ทิศทางการลงทุนปี 2018&amp;quot; ว่าภาวะเศรษฐกิจโลกมีการฟื้นตัวอย่างเข้มแข็ง โดยเห็นได้จากเศรษฐกิจโลกปี 60 ที่ปรับตัวดีที่สุดในรอบ 5 ปี ทั้งการบริโภค การส่งออก ภาคผลิต ภาคแรงงาน และความเชื่อมั่นของภาคเอกชน ส่งผลให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปีนี้เป็น 4.1% จากเดิม 3.9%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ธปท.ยังต้องดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง โดยมีแรงกดดันที่มาจากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งการดูแลเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพ รวมถึงการฟื้นตัวที่ชัดเจนจำเป็นต้องคำนึงถึงภาพรวม และความเหมาะสมต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาวด้วย นอกจากนี้มองว่าการดำเนินนโยบายด้านดอกเบี้ยไม่จำเป็นต้องปรับตามประเทศอื่น เพราะโครงสร้างในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีที่สหรัฐอเมริกาจับตาไทยเป็นประเทศที่แทรกแซงค่าเงินเพื่อผลประโยชน์ทางการค้านั้น นายวิรไทกล่าวว่าได้ทำหนังสือชี้แจงไปยังกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ แล้ว โดยยืนยันว่าไทยไม่มีนโยบายแทรกแซงค่าเงินเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า ส่วนการดูแลค่าเงินบาทก็เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ และต้องการให้ภาคเอกชนสามารถปรับตัวได้ทัน เนื่องจากบางช่วงเวลามีเงินทุนไหลเข้ามาในไทยเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังต้องติดตามรายงานของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ อีกครั้งแม้จะชี้แจงไปแล้วก็ตาม เพราะที่ผ่านมาไทยเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ มานานทั้งทางด้านความสัมพันธ์การค้าและการลงทุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) เปิดเผยว่า &amp;nbsp;เศรษฐกิจไทยในปี 61 คาดว่าจะสามารถฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยมีอัตราการขยายตัวที่ชัดเจนและมีระดับเหนือกว่า 3.9% จากที่ทำได้ในปี 60 ตามแรงส่งจากภาคการส่งออกและท่องเที่ยว ตลอดจนปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากการลงทุนของภาครัฐ ในการเดินหน้าโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่บางส่วนถูกเลื่อนมาจากปีก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมาจากการที่รัฐบาลทยอยผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอีอีซีและการเลือกตั้งต่างๆ &amp;nbsp;น่าจะส่งผลให้นักลงทุนต่างชาตินำเม็ดเงินลงทุนโดยตรง (FDI) เข้าสู่ไทย เสริมให้ภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้เดินหน้าได้อย่างมีเสถียรภาพตามที่ได้วางแผนไว้ อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงหลายด้าน โดยเฉพาะส่วนที่มาจากปัจจัยนอกประเทศที่อยู่เหนือการควบคุมซึ่งมี 3 กระแสเด่น ได้แก่ กระแสกีดกันทางการค้า การโยกย้ายเงินทุน และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของประเทศแกนหลักของโลก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6794</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระแสกีดกันทางการค้า, การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย, การโยกย้ายเงินทุน, ธนาคารโลก, นายวิรไท สันติประภพ, นายอูลริก ซาเกา, นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา, ปัญหาหนี้ครัวเรือน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เศรษฐกิจไทยยังล้าหลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb76006f582.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
