<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2018 02:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2018 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนซื้อสิทธิ์’บุพเพสันนิวาส’ทำซีรีย์ฟอร์มยักษ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระแสออเจ้า จากละครบุพเพสันนิวาส จากบทประพันธ์ของรอมแพง มาแรงแซงโค้ง เรียกได้ว่ามากู้หน้าให้กับช่อง 3 แถมยังขึ้นแท่นอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์โลกอีกด้วย และในส่วนของนักแสดงก็เรียกได้ว่าแจ้งเกิดกันยกแพ็ค เดินสายรับทรัพย์ทั้งจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าและงานอีเว้นท์ต่างๆ มากมาย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดบุพเพสันนิวาส ไม่ได้ฟรีเวอร์เฉพาะในเมืองไทย เมื่อ อุ้ย-จันทร์ยวีร์ สมปรีดา สาวใต้จากจังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าของนามปากการอมแพง ผู้ประพันธ์บุพเพสันนิวาส ได้ออกมาแจ้งผ่านทางเพจเฟซบุ๊กรอมแพงว่า ได้มีนักลงทุนจากประเทศจีนได้ซื้อสิทธิ์บุพเพสันนิวาสไปทำเป็นซีรีย์ฟอร์มยักษ์เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ได้เซ็นสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ เรื่องบุพเพสันนิวาสกับนักลงทุนของประเทศจีนเรียบร้อยแล้วนะคะ&amp;nbsp; คาดว่าจะทำเป็นซีรีย์จีนฟอร์มยักษ์ของเขาเลยค่ะ แต่ก็คงต้องดัดแปลงเยอะพอสมควรด้วยข้อกฏหมายของเขา และจะมีแปลนิยายเป็นภาษาจีนด้วยในคราวเดียวกันค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากเพจเฟซบุ๊กรอมแพง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12458</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระแสออเจ้า, ขายสิทธิ์, จีน, ช่อง 3, บุเพสันนิวาส, รอมแพง, ออเจ้า, โกอินเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180701/image_big_5b37da6edbad7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 18:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;วีระ&quot;ฟุ้งวธ. พ้นกระทรวงเกรด Cแล้ว ดูจากกระแสอุ่นไอรีก -ออเจ้าฟีเวอร์ สะท้อนภูมิใจความเป็นไทยมากขึ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;10เม.ย.61-&amp;quot;&amp;#39;วีระ&amp;#39;คุย วธ.หลุดพ้นกระทรวงเกรด&amp;nbsp;C&amp;nbsp;ชี้ ปชช.หันมาภาคภูมิความเป็นไทยมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;เดินหน้างานวัฒนธรรมสร้างเศรษฐกิจชาติ โหมเปิดตัวงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ จ.กระบี่ปลายปีนี้ ชุมนุมศิลปินทั่วโลก มอบนโยบาย สวจ. ค้นหาอัตลักษณ์ประกาศเมืองศิลปะเพิ่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;นายวีระ&amp;nbsp;โรจน์พจนรัตน์&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;(วธ.)&amp;nbsp;กล่าวในการประชุมสัมมนาขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมในปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;โดยมีผู้บริหารและสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด&amp;nbsp;(สวจ.)&amp;nbsp;ทั่วประเทศว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในช่วง 3 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;7 เดือนของรัฐบาลได้ใช้มิติวัฒนธรรมขับเคลื่อนประเทศใน 3 มิติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.การสร้างคนดี&amp;nbsp;สังคมคุณธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.ใช้วัฒนธรรมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;การสร้างเกียรติภูมิในเวทีโลก ซึ่งการทำงานถือว่าได้รับการตอบรับจากประชาชน&amp;nbsp;และทุกภาคส่วน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้หลุดพ้นจากการเป็นกระทรวงเกรด&amp;nbsp;c&amp;nbsp;ที่เคยถูกมองข้ามกลายเป็นกระทรวงที่มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาและสร้างภาพลักษณ์ประเทศ&amp;nbsp;ล่าสุดไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ของประเทศที่มีวัฒนธรรมที่ดีที่สุด ขณะที่ประชาชนยังหันกลับมาให้ความสำคัญรักและภาคภูมิใจกับวิถีความเป็นไทยในฐานะเจ้าของวัฒนธรรม นับจากงานอุ่นไอรักคลายความหนาว และกระแสละครดังบุพเพสันนิวาส เกิดปรากฎการณ์นิยมแต่งกายชุดไทย กินอาหารไทย เที่ยวโบราณสถานเป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวีระ กล่าวว่า จากกระแสความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมดังกล่าว นับว่าเป็นโอกาสที่ สวจ.ทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;บูรณาการทำงานกับทุกหน่วยงาน และประชาชนได้ง่ายขึ้น ดังนั้น จึงมอบหมายให้แต่ละจังหวัดไปค้นหาอัตลักษณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่มีความโดดเด่นของตนเองมาผลักดันเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจท้องถิ่น ดังเช่นที่ได้มีการประกาศเป็นเมืองศิลปะ 3 จังหวัด คือ จ.เชียงราย จ.กระบี่ และจ.นครราชสีมา ไปแล้ว โดยเห็นว่ายังมีเมืองที่มีมรดกภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่น่าสนใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น การประกาศเมืองผ้าไหม ในภาคอีสาน เมืองช่างของไทย จ.เพชรบุรี เมืองมรดกโลก จ.สุโขทัย สำหรับงานสำคัญที่เร่งขับเคลื่อนในปีนี้มี 7 เรื่องหลัก ได้แก่ การสานต่อนโยบายรัฐ ไทยแลนด์ 4.0 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ปฏิรูปประเทศ โครงการไทยนิยม แผนเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 12 และงานจุดเน้นของกระทรวง ซึ่งทุกส่วนจะต้องร่วมกันทำงานสำคัญที่จะมาถึง คือ การจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันที่ 28 ก.ค. 61 งาน 236 ปีกรุงรัตนโกสินทร์ และงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ที่ จ.กระบี่ โดย วธ.จะร่วมกับ 50 องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนเนรมิตการจัดกิจกรรมการแสดงศิลปะระดับโลกท่ามกลางทะเลอันดามันระหว่างวันที่ 2 พ.ย.61 - 28 ก.พ.62 เป็นเวลา 4 เดือนเต็ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;งานไทยแลนด์เบียนนาเล่ครั้งนี้ ไม่เพียงจะเป็นการประกาศการเป็นเมืองศิลปะของจ.กระบี่อย่างเต็มตัวเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงศักยภาพของไทยที่ในการงานแสดงศิลปะเทียบเท่ากับงานเวนิสเบียนนาเล่ ดังนั้น จึงมอบหมายให้สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) ไปจัดทำหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับบริจาคของภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมทั้งจัดกิจกรรมควบคู่กับเทศกาลศิลปะไทยและอาเซียน มีการสนับสนุนให้ศิลปินไทย และศิลปินในกลุ่มประเทศอาเซียนมาได้จัดแสดงผลงาน และเริ่มประชาสัมพันธ์งานจัดตั้งบิลบอร์ดทั้งที่ จ.กระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;และใกล้เคียง งานนี้จะเป็นงานชุมนุมศิลปินไทยและศิลปินระดับโลกที่มากที่สุดจัดขึ้นในประเทศไทยเพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสนใจมากท่องเที่ยวสร้างรายได้เข้าประเทศในช่วงเวลาดังกล่าว&amp;quot; นายวีระ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6858</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระแสออเจ้า, กระแสอุ่นไอรัก, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, ภูมิใจความเป็นไทย, วธ.พ้นกระทรวงเกรดC</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180226/image_big_5a94032df3efd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;วีระ&quot;ฟุ้งวธ. พ้นกระทรวงเกรด C ดูจากกระแสอุ่นไอรีก -ออเจ้าฟีเวอร์ สะท้อนภูมิใจความเป็นไทยมากขึ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;10เม.ย.61-&amp;quot;&amp;#39;วีระ&amp;#39;คุย วธ.หลุดพ้นกระทรวงเกรด&amp;nbsp;C&amp;nbsp;ชี้ ปชช.หันมาภาคภูมิความเป็นไทยมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;เดินหน้างานวัฒนธรรมสร้างเศรษฐกิจชาติ โหมเปิดตัวงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ จ.กระบี่ปลายปีนี้ ชุมนุมศิลปินทั่วโลก มอบนโยบาย สวจ. ค้นหาอัตลักษณ์ประกาศเมืองศิลปะเพิ่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;นายวีระ&amp;nbsp;โรจน์พจนรัตน์&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;(วธ.)&amp;nbsp;กล่าวในการประชุมสัมมนาขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมในปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;โดยมีผู้บริหารและสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด&amp;nbsp;(สวจ.)&amp;nbsp;ทั่วประเทศว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในช่วง 3 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;7 เดือนของรัฐบาลได้ใช้มิติวัฒนธรรมขับเคลื่อนประเทศใน 3 มิติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.การสร้างคนดี&amp;nbsp;สังคมคุณธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.ใช้วัฒนธรรมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;การสร้างเกียรติภูมิในเวทีโลก ซึ่งการทำงานถือว่าได้รับการตอบรับจากประชาชน&amp;nbsp;และทุกภาคส่วน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้หลุดพ้นจากการเป็นกระทรวงเกรด&amp;nbsp;c&amp;nbsp;ที่เคยถูกมองข้ามกลายเป็นกระทรวงที่มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาและสร้างภาพลักษณ์ประเทศ&amp;nbsp;ล่าสุดไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ของประเทศที่มีวัฒนธรรมที่ดีที่สุด ขณะที่ประชาชนยังหันกลับมาให้ความสำคัญรักและภาคภูมิใจกับวิถีความเป็นไทยในฐานะเจ้าของวัฒนธรรม นับจากงานอุ่นไอรักคลายความหนาว และกระแสละครดังบุพเพสันนิวาส เกิดปรากฎการณ์นิยมแต่งกายชุดไทย กินอาหารไทย เที่ยวโบราณสถานเป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวีระ กล่าวว่า จากกระแสความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมดังกล่าว นับว่าเป็นโอกาสที่ สวจ.ทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;บูรณาการทำงานกับทุกหน่วยงาน และประชาชนได้ง่ายขึ้น ดังนั้น จึงมอบหมายให้แต่ละจังหวัดไปค้นหาอัตลักษณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่มีความโดดเด่นของตนเองมาผลักดันเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจท้องถิ่น ดังเช่นที่ได้มีการประกาศเป็นเมืองศิลปะ 3 จังหวัด คือ จ.เชียงราย จ.กระบี่ และจ.นครราชสีมา ไปแล้ว โดยเห็นว่ายังมีเมืองที่มีมรดกภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่น่าสนใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น การประกาศเมืองผ้าไหม ในภาคอีสาน เมืองช่างของไทย จ.เพชรบุรี เมืองมรดกโลก จ.สุโขทัย สำหรับงานสำคัญที่เร่งขับเคลื่อนในปีนี้มี 7 เรื่องหลัก ได้แก่ การสานต่อนโยบายรัฐ ไทยแลนด์ 4.0 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ปฏิรูปประเทศ โครงการไทยนิยม แผนเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 12 และงานจุดเน้นของกระทรวง ซึ่งทุกส่วนจะต้องร่วมกันทำงานสำคัญที่จะมาถึง คือ การจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันที่ 28 ก.ค. 61 งาน 236 ปีกรุงรัตนโกสินทร์ และงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ที่ จ.กระบี่ โดย วธ.จะร่วมกับ 50 องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนเนรมิตการจัดกิจกรรมการแสดงศิลปะระดับโลกท่ามกลางทะเลอันดามันระหว่างวันที่ 2 พ.ย.61 - 28 ก.พ.62 เป็นเวลา 4 เดือนเต็ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;งานไทยแลนด์เบียนนาเล่ครั้งนี้ ไม่เพียงจะเป็นการประกาศการเป็นเมืองศิลปะของจ.กระบี่อย่างเต็มตัวเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงศักยภาพของไทยที่ในการงานแสดงศิลปะเทียบเท่ากับงานเวนิสเบียนนาเล่ ดังนั้น จึงมอบหมายให้สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) ไปจัดทำหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับบริจาคของภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมทั้งจัดกิจกรรมควบคู่กับเทศกาลศิลปะไทยและอาเซียน มีการสนับสนุนให้ศิลปินไทย และศิลปินในกลุ่มประเทศอาเซียนมาได้จัดแสดงผลงาน และเริ่มประชาสัมพันธ์งานจัดตั้งบิลบอร์ดทั้งที่ จ.กระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;และใกล้เคียง งานนี้จะเป็นงานชุมนุมศิลปินไทยและศิลปินระดับโลกที่มากที่สุดจัดขึ้นในประเทศไทยเพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสนใจมากท่องเที่ยวสร้างรายได้เข้าประเทศในช่วงเวลาดังกล่าว&amp;quot; นายวีระ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6857</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระแสออเจ้า, กระแสอุ่นไอรัก, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, ภูมิใจความเป็นไทย, วธ.พ้นกระทรวงเกรดC</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180226/image_big_5a94032df3efd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 21:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออเจ้าปลุกผ้าไทย ทอขายแทบไม่ทัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วธ.ต่อยอด &amp;quot;ออเจ้า&amp;quot; ฟีเวอร์ ระดมสมองหากลยุทธ์ใส่ผ้าไทยยั่งยืน ผู้ประกอบการหนุนดาราในบุพเพฯ ร่วมแต่งต่อเป็น &amp;quot;ไอดอล&amp;quot; ให้ประชาชน แพร่-สุโขทัย ต้นแบบสวมใส่ผ้าพื้นเมือง เผยตลาดผ้า-เงิน-ทองคึกคัก คนแห่ซื้อ ช่างทอไม่ทัน สร้างรายได้เกิน 2 แสนต่อวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกระแสความแรงของละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส ส่งผลให้หลายภาคส่วนในสังคมหันมาร่วมอนุรักษ์รักษาความเป็นไทย จนเกิดปรากฏการณ์การแต่งกายชุดไทยขึ้นทั่วทั้งประเทศนั้น เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดประชุมหัวข้อ ผ้าไทยสวมใส่อย่างไรให้ยั่งยืน โดยเชิญหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ เครือข่ายวัฒนธรรม มาร่วมหารือถึงการดำเนินงานส่งเสริมการใส่ผ้าไทยให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ตามที่ละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส เป็นตัวอย่างละครอิงประวัติศาสตร์ สร้างความฮือฮาให้กับแฟนละครทั่วประเทศหันมาสวมใส่ผ้าไทย และกระตุ้นการใช้สอยผลิตภัณฑ์ของไทยนั้น จากการระดมความคิดเห็นของทุกฝ่ายเห็นว่า ควรใช้กระแสของละครสร้างโอกาสในการต่อยอดรณรงค์สวมใส่ผ้าไทยให้เกิดในกลุ่มคนไทยทุกพื้นที่ โดยให้ วธ.เป็นแกนหลักในการดำเนินงานรณรงค์ ร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในการหาแนวทางการรณรงค์ ซึ่งจะไม่เป็นการบังคับประชาชน แต่ต้องมีวิธีการที่จะชักจูง ดึงดูด หรือสร้างการมีส่วนร่วมให้เห็นพ้องกันในการร่วมสวมใส่เพื่อให้เกิดความยั่งยืน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.วัฒนธรรมกล่าวว่า ที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะถึงการรณรงค์ โดยให้มีการจัดสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับผ้าไทย สร้างเรื่องราวของการสวมใส่ผ้าไทยให้น่าสนใจ รวมถึงการสร้างต้นแบบของการสวมใส่ผ้าไทย และพยายามหากลยุทธ์สร้างกระแสในแง่มุมต่างๆ ทั้งการหาพรีเซนเตอร์จากทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ โดยใช้สื่อโซเชียลทุกแขนงมาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความเคลื่อนไหว สร้างจุดขายและสร้างความน่าสนใจในสังคม จนเกิดเป็นเทรนด์แฟชั่นผ้าไทยในกลุ่มคนต่างๆ นอกจากนี้ ขอให้มีการสนับสนุนการใช้ผ้าไทยในกิจกรรมหรือการจัดงานต่างๆ ของทุกจังหวัด ขณะที่ในส่วนผู้ประกอบการผ้าไทยได้ให้ข้อคิดเห็นว่า เนื่องจากปัจจุบันการที่คนไทยไม่นิยมใส่ผ้าไทย เพราะมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งราคาสูง ลักษณะของผ้าไม่เหมาะสมกับสภาพอากาศ ตลอดจนรูปแบบการตัดเย็บไม่สวยงาม การดูแลยาก ดังนั้นจึงเสนอให้ วธ.ร่วมกับดีไซเนอร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางในการสนับสนุนการออกแบบชุดผ้าไทยให้มีความหลากหลาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งทอไทยและผู้ประกอบกิจการผ้าไทย จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 300 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่สมัยอยุธยา ประเทศไทยได้นำเข้าผ้าจากต่างประเทศ ทั้งฝรั่งเศส อินเดีย อิหร่าน จีน และรับอิทธิพลจากการนิยมของนอกมาโดยตลอด ทำให้คนไทยส่วนใหญ่มองข้ามความสำคัญและคุณค่าของมรดกทางภูมิปัญญาของไทย ดังนั้น ในฐานะผู้ผลิตมีมุมมองในแง่การอนุรักษ์มรดกทางภูมิปัญญาของงานผ้าที่ต้องรักษาเอาไว้ ซึ่งภาครัฐควรมีหน้าที่ให้ความรู้คนไทยเกี่ยวกับมรดกทางภูมิปัญญาผ้าไทย ทั้งในแง่ประโยชน์ การใช้สอย และคุณค่า รวมทั้งจะต้องพยายามหาทางปลดปล่อยความเห่อแฟชั่นของนอกออกจากความคิดคนไทยให้ได้ พยายามสร้างแนวคิดใหม่ให้เห็นคุณค่าที่สูงส่งของสิ่งที่คนไทยทำ คนไทยผลิต โดยสิ่งที่สะท้อนชัดเจนจากเครื่องแต่งกายของตัวละคร บุพเพสันนิวาส แต่ละชุดมีความสวยงาม มีลวดลายที่แสดงให้เห็นเอกลักษณ์ความเป็นไทย ขณะเดียวกันควรให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาผ้า ให้ความสำคัญกับนักออกแบบ ให้การออกแบบผ้าไทยน่าสวมใส่ เข้ากับยุค ทันสมัย เพื่อให้เกิดการยอมรับ การใช้ผ้าไทยอย่างมั่นใจในกระแสนิยมสมัยใหม่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเชื่อว่ากระแสคือกระแส ละครจบ ความนิยมใส่ผ้าไทยก็อาจจะจบตามไปด้วย แต่หากทุกภาคส่วนร่วมกันใช้โอกาสในวันนี้ต่อยอด ต่อลมหายใจ การใช้ การผลิต และความนิยมอย่างต่อเนื่องจะทำให้กระแสคงอยู่ต่อไป ผมอยากเชิญชวนให้คนไทยลองปรับทัศนคติ ซื้อหาผ้าไทยซึ่งไม่จำเป็นต้องแพง และลองนำผ้าไทยมาสวมใส่วันละชิ้นสองชิ้น มามิกซ์แอนด์แมตช์ให้เข้ากับเสื้อหรือกางเกงที่มีอยู่ จะเกิดความเคยชินจนกลับมาเป็นกระแสความนิยมได้ ผมอยากชวนดารา นักแสดง และบุคคลสาธารณะ โดยเฉพาะตัวละครเรื่องบุพเพสันนิวาส แม้ว่าละครจะจบในอีกไม่กี่วันนี้ แต่หากพวกคุณมาช่วยเป็นอีกแรงหนึ่งในการผลักดันการรณรงค์ อย่างน้อยลองใส่ผ้าไทยเป็นตัวอย่างต่อไปคนละ 1 วันต่อสัปดาห์ หรือต่อเดือน จะช่วยรักษา ฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ และรักษาความงดงามของผ้าไทยไว้ได้โดยไม่ต้องลงทุนอะไรมากเลย&amp;quot; นายบุญชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางรุจิกาญจน์ ทันใจ วัฒนธรรมจังหวัดแพร่ กล่าวว่า จากกระแสละครบุพเพสันนิวาส ยิ่งทำให้ชาว จ.แพร่ ร่วมให้ความสำคัญของการสวมใส่ชุดผ้าไทยมากขึ้น ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นแกนนำในการรณรงค์ให้ประชาชนสวมใส่ผ้าไทย ผ้าพื้นเมืองกันทั้งเมือง โดยเฉพาะเสื้อหม้อห้อมและผ้าจก ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้และตลอดทั้งเดือน เม.ย. เดือนอนุรักษ์มรดกไทย ชาว จ.แพร่พร้อมใจสานต่อสวมใส่ผ้าไทยกันทุกวันให้เป็นวิถี และเป็นจังหวัดต้นแบบของการรณรงค์สวมใส่ผ้าพื้นเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางจิตรา สิทธนานุวัฒน์ วัฒนธรรมจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า ในส่วน จ.สุโขทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นต้นแบบนำแต่งกายย้อนยุคตามรอยละคร และรณรงค์ให้ตลอดเดือนเมษายน ข้าราชการแต่งผ้าไทย หลังจากนั้นให้แต่งผ้าไทยทุกวันพฤหัสฯ และวันที่ 7 เม.ย. จะมีกิจกรรมรณรงค์แต่งกายชุดไทยพร้อมขบวนรถโบราณในงานถนนสายวัฒนธรรม เพื่อให้แสดงวัฒนธรรม ประเพณีและการแต่งกายแบบคนสุโขทัย ส่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์รณรงค์แต่งชุดไทยและจัดประกวดแต่งกายย้อนยุค นอกจากนี้ยังรณรงค์ในสถานศึกษา มี 168 โรงเรียนที่แต่งกายด้วยผ้าไทย ส่วนสถานการณ์ผ้าไทยใน จ.สุโขทัย ขณะนี้มีความคึกคักมาก สร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะผ้าหาดเสี้ยว ผ้าศรีสัชนาลัย และการจำหน่ายผ้าที่บ้านมะขวิด โดยร้านสาธรผ้าทองคำ มีรายได้เพิ่มถึง 2-3 แสนบาทต่อวัน เช่นเดียวกับร้านจำหน่ายผ้า 55 แห่งในสุโขทัย จากการสำรวจและสอบถามผู้ประกอบการโดยสุ่มตัวอย่าง 15 แห่ง พบว่า รายได้กระเตื้องขึ้น ผ้าทอไม่พอขาย คนทอก็ทอไม่ทัน นอกจากนี้ร้านจำหน่ายเครื่องเงินและเครื่องทองยังได้รับอานิสงส์ไปด้วย รายได้เพิ่มขึ้น เพราะใช้เป็นเครื่องประดับเมื่อสวมชุดผ้าไทย ส่วนในเขตโบราณสถานสุโขทัยมีการจัดตลาด 800 ปี กรุงสุโขทัย และตลาดวัฒนธรรม มีนักท่องเที่ยวทั้งกลางวันและกลางคืนแต่งชุดไทยมาเที่ยวและถ่ายภาพจนแน่นขนัด.&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6568</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระแสออเจ้า, นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, บุพเพสันนิวาส, บ้านมะขวิด, ผ้าศรีสัชนาลัย, ผ้าหาดเสี้ยว, ผ้าไทยยั่งยืน, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, รณรงค์สวมใส่ผ้าไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac62bc5489b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2026 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รื่นเริง เถลิงศก&#039; สงกรานต์แบบไทยๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื่อกันหรือยัง แต่อยากจะบอกว่ากระแส &amp;quot;ออเจ้า&amp;quot; ละคร &amp;quot;บุพเพสันนิวาส&amp;quot; ช่วยให้คนไทยหันมาสนใจวัฒนธรรมประเพณีไทยกันมากขึ้น และละครจะจบในวันที่ 11 เมษายนที่จะถึงนี้ แต่กระแสนิยมความเป็นไทยยังไม่หมด คาดว่าจะได้เห็นกันคลาคล่ำอีกครั้งในเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ โดยปีนี้รัฐบาลประกาศให้มีวันหยุดยาวในสงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 12-16 เมษายน หรือหยุดกันยาว 5 วัน นับว่าหยุดกันยาวหนำใจและสมกับที่ทุกคนรอคอยวันหยุดช่วงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายๆ คนก็คงวางแผนกันไว้คร่าวๆ แล้วว่าจะไปทำอะไร แม้สิ่งแรกที่ทุกคนจะนึกถึงก็คือการเล่นน้ำคลายร้อน แต่เชื่อว่ากิจกรรมที่อาจจะเคยมองข้ามกันไป โดยเฉพาะกิจกรรมแบบครอบครัว เช่น รดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ สรงน้ำพระ ไปทำบุญที่วัด การก่อเจดีย์ทราย ขนทรายเข้าวัด ฯลฯ หรือสงกรานต์แบบย้อนยุค เชื่อว่าปีนี้จะได้เห็นกันหนาตาขึ้นอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้งานเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ หรือ &amp;quot;Water Festival 2018 เทศกาลวิถีน้ำ วิถีไทย&amp;quot; ที่เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และพันธมิตร ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 แล้ว จึงจัดภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;รื่นเริง เถลิงศก&amp;rdquo; ที่หมายถึงการจัดความบันเทิงในวันขึ้นปีใหม่ไทย รวมบรรยากาศประเพณีสงกรานต์แบบไทยๆ ที่บางอย่างเราอาจจะหลงลืมกันไปแล้วมาเผยแพร่ให้เยาวชนรุ่นใหม่ๆ ได้สัมผัส จัดเอาไว้ทั่วทั้ง 4 ภาค ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ชิมขนมไทยฝีมือชุมชนย่านเก่า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าไปภาคเหนือ เชียงใหม่เป็นเมืองยอดนิยมทั้งของคนไทยและต่างชาติอยู่แล้ว ปีนี้งาน water festival จะจัดที่พิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา แหล่งศึกษาวิถีชีวิตคนล้านนา จะมีกิจกรรมแบบไทยๆ สไตล์ล้านนา แบ่งเป็น 4 โซน ไม่ว่าจะเป็นโซนลานทรายข่วงหลวง มีกิจกรรมตานตุงประจำราศีเกิด ตัดตุงไส้หมู ปักตุงที่เจดีย์ทราย ซึ่งตุงในที่นี้เป็นภาษาถิ่นประจำภาคเหนือตรงกับคำว่า ธง ในภาษาไทยภาคกลาง&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล&amp;nbsp;และก็สรงน้ำพระประจำวันเกิด ทั้งยังมีโซนกาดหมั้วครัวฮอม มีอาหารพื้นเมืองหลากเมนู และอาหารมงคลเถลิงศก การแสดงดนตรีพื้นเมืองล้านนา นอกจากนี้ก็มีโซนมงคลรับทศวรรษใหม่ มีซุ้มสระเกล้าดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ เครื่องสักการะล้านนา น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์จาก 9 วัด และโซนกาดโบราณและสล่าเมือง ที่แสดงหัตถกรรมพื้นบ้านล้านนาจากปราชญ์ชาวบ้าน พ่อครู แม่ครู สล่าเมือง และก็จะมีสตูดิโอถ่ายภาพโบราณ ชุดเจ้านายทางเหนือ เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้เก็บภาพความทรงจำเป็นที่ระลึก ซึมซับบรรยากาศไปกับชาวเหนือตลอด 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-15 เม.ย.&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(.ทำบุญสรงน้ำพระ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอมาที่ภาคกลาง คนจะนึกถึงแต่ถนนข้าวสาร สีลม แต่ในมุมหนึ่งของ กทม.ยังมีประเพณีสงกรานต์แบบไทยให้ได้เห็นบ้าง โดยเฉพาะบริเวณริมน้ำเจ้าพระยา แม่น้ำสายหลักแห่งชีวิตของคนไทย ปีนี้จัดที่ 8 ท่าน้ำริมโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์ ตั้งแต่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ซึ่งจะจำลองบรรยากาศงานวัดเหมือนเช่นอดีต มีอาหารการกิน ขนม ของชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงวัดมาจำหน่าย อย่างเช่น ชุมชนกุฎีจีน ใกล้กับวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ก็จะนำสินค้าอาหารในชุมชนมาในงาน พร้อมด้วยการก่อเจดีย์ทราย ชมการแสดงดนตรีไทย นอกจากวัดก็จะจัดที่สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของกรุงเทพฯ อย่างท่ามหาราช, ยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค, เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ และก็สถานที่เปิดใหม่อย่างล้ง 1919 ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน อดีตท่าเรือกลไฟริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ใหญ่ที่สุดในอดีตที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์การค้าของไทย-จีนก็จะมีกิจกรรมด้วย ซึ่งจัดตั้งแต่วันที่ 13-15 เม.ย.&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ขนทรายเข้าวัด ก่อเจดีย์ทราย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ภาคอีสาน ที่จังหวัดอุดรธานีจะจัดที่ลานวัฒนธรรมมรดกโลกบ้านเชียง ภายในงานมีกิจกรรม รดน้ำขอพรพ่อใหญ่แม่ใหญ่ ไทพวนบ้านเชียง พร้อมกับเสริมสิริมงคล สรงน้ำพระ ทำบุญ จัดที่มณฑปประดิษฐานพระพุทธรูป พร้อมขบวนแห่วัฒนธรรมประดิษฐาน และพระจากวัดต่างๆ ในตำบลบ้านเชียง ให้ประชาชนได้ร่วมสรงน้ำ ตลอดระยะเวลาการจัดงาน และร่วมพิธีตักบาตรในรูปแบบวิถีไทพวน ที่เป็นเสน่ห์ในวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นให้ผู้มาเยือนได้สัมผัส และก็มีกิจกรรมมากมาย เช่น ก่อเจดีย์ทราย กิจกรรมการประกวดหนูน้อยเจดีย์ทราย กิจกรรมการประกวดหมอลำกลอนย้อนยุค กิจกรรมรำวงย้อนยุค ไทพวนบ้านเชียง และการประชันทำอาหารเมนูคู่เมือง แต่ที่นี่จัดแค่วันที่ 13 เม.ย.เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(บรรยากาศงานวัดที่จะมีในช่วงสงกรานต์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอลงมาที่ภาคใต้ จะจัดที่ถนนดีบุก ภูเก็ต จะเนรมิตถนนดีบุกยามเย็นให้เป็นถนนย้อนยุค จากสี่แยกลกเทียน ถึงอังมอหลาวหลวงอำนาจ ภายในงานแบ่งเป็น 4 โซน มีโซนกินดืย (กินดี) กับเมนูเด็ดร้านดัง Workshop ขนมภูเก็ต และเชฟรุ่นจิ๋ว ประชันรุ่นใหญ่ โซนทำมืย (ทำมือ) กับกิจกรรม DIY ผ้าขาวม้า/บาติก โซนอ้อล้อ สนุกกับดนตรีสดสุดชิล เคล้าแสงไฟ พร้อมอาหารเครื่องดื่ม สุดรื่นรมย์ โซนบายใจได้แรงอก ร่วมสืบสานประเพณีร่วมรดน้ำขอพรผู้ใหญ่แสดงความเคารพและขอพรให้ชีวิตดีงามตลอดปี และชมแกลเลอรีภาพเก่า 5 ทศวรรษภูเก็ต ตั้งแต่เวลา 5 โมงเย็นถึง 4 ทุ่ม ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-15 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครที่อยู่ใกล้ที่ไหนก็ชวนเพื่อน พี่น้อง หรือญาติออกไปเที่ยวสงกรานต์แบบไทยๆ เพื่อที่จะร่วมกันอนุรักษ์ไม่ให้วันขึ้นปีใหม่ไทยในวันสงกรานต์กลายเป็นเทศกาลสงครามสาดน้ำที่รุนแรงขึ้นทุกปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6559</URL_LINK>
                <HASHTAG>Water Festival 2018, กระแสออเจ้า, กิจกรรม DIY ผ้าขาวม้า/บาติก, ท่องเที่ยว, บุพเพสันนิวาส, ประเพณีสงกรานต์, วิถีชีวิตคนล้านนา, เทศกาลวิถีน้ำ วิถีไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac626ea9e854.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2026 20:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ค้าแต่งชุดไทยขายขนมพื้นบ้าน &#039;ม่อฉี&#039;ของกินสมัยสงครามโลกครั้งที่2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของอยู่ในตลาดนัดชื่อ &amp;ldquo;หลาดสยาม&amp;rdquo; ตั้งอยู่ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ร่วมกันแต่งกายชุดไทยย้อนยุคและเป็นการแต่งชุดไทยขายของและกลายเป็นจุดเด่นของตลาดแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากจะคงเอกลักษณ์ของการแต่งชุดไทยแล้วยังขายขนมไทยโบราณพื้นบ้านของภาคใต้ที่แทบจะหากินไม่ได้แล้ว โดยเฉพาะขนมม่อฉี ซึ่งหลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อหรือไม่เคยกินด้วยซ้ำไป แต่มีขายอยู่ที่หลาดสยามแห่งนี้และน่าจะเป็นแห่งเดียวที่ทำขายใน จ.สงขลา&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเบญญาภา ศรีรุจี อายุ 49 ปี แม่ค้าเจ้าของสูตรขนมม่อฉีแบบโบราณขนานแท้ๆ บอกว่าความเป็นมาของขนมม่อฉีเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และชาวบ้านเรียกกันว่าขนมแป้ง แต่เมื่อทหารญี่ปุ่นมาเห็นก็เรียกว่าขนมโมจิ และคนใต้เรียกตามไม่ชัดจนกลายเป็นขนมม่อฉีจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับส่วนประกอบหลักของขนมม่อฉี คือแป้งข้าวเหนียวนึ่งผสมใบเตย และใช้น้ำตาลโตนดมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆผสมกับงาดำงาขาว&amp;nbsp; 


respin88&amp;nbsp;วิธีทำนำแป้งข้าวเหนียวนึ่งมาบีบให้แบนแล้วใส่ไส้ลงไปห่อเป็นก้อนกลม วางในใบตองรับประทานได้เลย รสชาติจะออกหวานมันตามแบบขนมไทย โดยขาย 4 ลูก 20 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6054</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระแสออเจ้า, ขนมพื้นบ้านภาคใต้, ขนมม่อฉี, ขนมโบราณเมืองสงขลา, สงขลา, หลาดสยาม, แม่ค้าแต่งชุดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180329/image_big_5abc698273ff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
