<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2018 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกศาลเผยคดีเยาวชนร่วมฆ่าลูกพ่อโดดตึกศาลรับสารภาพผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.61- จากกรณีที่เกิดเหตุ ชายผู้เป็นพ่อวัย 52 ปี ตัดสินใจกระโดดจากชั้น 8 อาคารศาลอาญา ลงมาเสียชีวิต ภายหลังรับฟังผลพิพากษาคดีนายธนิต ทัฬหสุนทร ลูกชายถูกแทงตายเมื่อปี 2559 ที่ศาลยกฟ้องเนื่องจากพยานโจทก์ยังขาดน้ำหนัก ล่าสุดมีข้อมูลจากตำรวจและอัยการ ระบุถึงเยาวชน (สงวนชื่อ-สกุล) ชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยแห่งหนึ่ง สาขาช่างยนต์ที่ถูกอัยการฟ้องร่วมกระทำผิดข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และร่วมกันพาอาวุธมีดปลายแหลมไปในที่สาธารณะ กรณีร่วมกับนายณัฐพงษ์ เงินคีรี จำเลยคดีฆ่านายธนิต แยกเป็นอีกสำนวนต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ตามที่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง คดีดังกล่าวนั้นเข้าสู่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเมื่อปี 2560 ซึ่งศาลได้ดำเนินกระบวนพิจารณาไปแล้วช่วงเดือน มี.ค.- เม.ย. 2561 ที่ผ่านมา โดยจำเลยให้การรับสารภาพ และโจทก์ได้สืบพยานประกอบคำรับสารภาพแล้ว ศาลจึงได้นำมาตรการแทนการพิพากษาคดีกับจำเลย ตามกระบวนพิจารณาคดี พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาใช้บังคับกับจำเลย โดยมีการกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยและครอบครัวต้องปฏิบัติ และให้ตั้งนักจิตวิทยาของศูนย์ให้คำปรึกษา เป็นผู้จัดทำตามแผนที่ศาลกำหนดไว้ซึ่งศาลนัดพร้อมเพื่อฟังผลการปฏิบัติตามแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟู ในวันที่ 23 เม.ย. 2562 ต่อไป ซึ่งระหว่างนี้เยาวชนต้องไปปฏิบัติตามแผนดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยัณห์ อธิบายถึงขั้นตอนคดีในศาลเยาวชนว่า เมื่อจำเลยให้รับสารภาพแล้วและมีการกำหนดแผนบำบัดฟื้นฟูแทนมาตรการมีคำพิพากษา เยาวชนที่ต้องเป็นจำเลยจะต้องปฏิบัติให้ครบทุกประการ หากพบว่าผิดเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง กระบวนการตามกฎหมายศาลเยาวชน ก็จะนำคดีดังกล่าวมาทำเป็นคำพิพากษาลงโทษกำหนดโทษทางอาญาใหม่ และถ้าจะมีการอุทธรณ์คดีในส่วนของเยาวชนนี้จึงจะดำเนินการได้หลังกระบวนการพิพากษาโทษ ดังนั้นคดีในศาลเยาวชนนี้จึงยังไม่สิ้นสุดกระบวนการเพราะต้องรอตรวจสอบและฟังผลการปฏิบัติเงื่อนไขแผนบำบัดฟื้นฟูให้ครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีมีพยานในคดีหลักที่ฝ่ายโจทก์ไม่สามารถนำมาสืบได้ เนื่องจากพยานป่วยต้องรักษาอาการทางจิตนั้น การรับฟังน้ำหนักพยานมีมากน้อยเพียงใด นายสุริยัณห์ อธิบายว่า การรับฟังพยาน หากพยานที่ป่วยทางจิตเข้าสู่กระบวนสืบพยานในศาลก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเบิกความว่าสามารถสื่อสารและถ่ายทอดเรื่องราวได้ จึงไม่ใช่ว่าจะไม่รับฟังเลยเสียทีเดียว อย่างไรก็ดีการรับฟังพยานต่างๆ นั้น ศาลต้องทำด้วยความระมัดระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับที่มีกล่าวถึงประจักษ์พยาน ในคดีนายณัฐพงษ์ หรือโจ้ เงินคีรี ตกเป็นจำเลย ฆ่านายธนิต ที่อัยการยื่นฟ้องไว้ต่อศาลอาญา ที่ก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่ข่าวว่าไม่สามารถนำตัวมาเบิกความเป็นพยานได้ เพราะมีอาการป่วยทางจิตนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงทราบว่าพยานดังกล่าวได้ประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์คว่ำ และได้รับบาดเจ็บทางสมอง หลังจากที่เกิดเหตุในคดีนี้แล้ว ซึ่งครอบครัวของพยานดังกล่าวก็ได้เสนอข้อเท็จจริงส่วนนี้ไปแล้วเมื่อระหว่างการพิจารณาคดี จึงไม่สามารถที่จะนำตัวพยานดังกล่าวมาเบิกความได้ การชั่งน้ำหนักพยานบุคคลนั้นหากเป็นพยานที่มีลักษณะอาการทางจิตหรือด้านสมองนั้น ก็ต้องระมัดระวังยิ่งขึ้น เพราะต้องได้รับคำยืนยันจากแพทย์ผู้รักษาด้วยว่า ผู้ป่วยที่จะมาเป็นพยานนั้นสามารถรับฟังและสื่อสารได้ปกติหรือไม่ จะสามารถรับแรงกดดันจากการถูกถาม ถูกซักค้านได้หรือไม่เพียงใด เพราะการบวนการสืบพยานในศาล อัยการโจทก์ และทนายความจำเลย ใช้สิทธิซักถามและซักค้านพยานได้เต็มที่เพื่ออำนวยความยุติธรรม ขณะที่หากแพทย์พบว่าผู้ป่วยทางจิตหรือด้านสมองนั้นไม่สามารถสื่อสารได้ในเวลาปกติ หรือยังคงมีสภาพหลอน ที่ไม่สามารถแยกได้ระหว่างความจริงกับภาพหลอน เช่นนี้พยานดังกล่าวก็ไม่สามารถนำสืบได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14031</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระโดดศาลชั้น 8, คดีฆ่าผู้อื่น, ศาลเยาวชน, สุริยันห์ หงษ์วิลัย, โฆษกศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b57192c61b46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2018 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่านอย่างเข้าใจ!อดีตผู้พิพากษาโพสต์กรณีโดดศาลเสียชีวิต หลังยกฟ้องคดีลูกชายถูกแทงดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.61 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;....กรณีผู้ชายคนหนึ่งมาฟังคำพิพากษาในคดีที่บุตรชายของตนเองถูกฆ่าตายที่ศาลอาญา ในวันที่ ๒๓ กรกฎาคม 2561 เมื่อศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ เพราะโจทก์ไม่มีประจักษ์พยานมาเบิกความยืนยันว่า จำเลยเป็นคนฆ่าผู้ตาย
.....ชายคนนี้ก็กระโดดจากชั้น ๘ อาคารศาลอาญา ลงมาบนพื้นดินและถึงแก่ความตาย
.....สื่อมวลชนทุกแขนงและสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างก็ให้ความเห็นเหมือนกันว่า ชายคนนี้ผิดหวังที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะจำเลยซึ่งถูกฟ้องว่าฆ่าบุตรของตนถึงแก่ความตายแต่ศาลพิพากษายกฟ้อง จำเลยไม่ถูกลงโทษ&amp;nbsp;
.....เป็นการลงความเห็นสรุปกันทั้งๆ ไม่มีใครรู้เลยว่า เหตุผลจริงๆ ที่ทำให้ชายคนนี้กระโดดอาคารศาลอาญาเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายมาจากเหตุอะไรกันแน่&amp;nbsp;
.....เมื่อตั้งสมมติฐานกันว่า ชายคนนี้ฆ่าตัวตายเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรมที่จำเลยซึ่งฆ่าบุตรของเขาตายไม่ถูกลงโทษ
.....ผลที่ตามมาก็คือการวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิติเตียนการทำงานของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ และศาลว่า เชื่อถือไม่ได้
.....วิพากษณ์วิจารณ์ด่ากันทั้งๆ ที่คนเหล่านี้ก็ไม่มีใครเลยแม้แต่คนเดียวที่ได้รู้เห็นเหตุการณ์ในขณะผู้ตายในคดีนี้ถูกทำร้ายจนถึงแก่ความตายและเห็นว่าจำเลยเป็นคนฆ่าผู้ตาย
.....ที่มีบางคนอ้างกันว่ามีกล้องวงจรปิดได้บันทึกภาพขณะเกิดเหตุไว้นั้น โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรมก็แถลงให้ทราบแล้วว่า ภาพที่ปรากฎอยู่ไม่ภาพเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุทำร้ายกัน
.....แม้แต่พ่อของผู้ตายก็เชื่อว่าไม่ได้รู้เห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุและไม่รู้ว่าใครคือคนร้ายที่ฆ่าบุตรของตน ที่เชื่อว่าจำเลยเป็นคนฆ่าก็คงได้รับการบอกเล่าจากผู้อื่น เพราะถ้ารู้เห็นเหตุการณ์พนักงานสอบสวนต้องสอบปากคำไว้เป็นพยานและโจทก์ก็ต้องอ้างมาเบิกความเป็นพยานต่อศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....สรุปแล้วผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิติเตียนพนักงานสอบสวน อัยการและศาล ต่างก็เป็นการคิดกันเอาเองหรือแห่ตามผู้อื่นว่า จำเลยเป็นผู้ฆ่าผู้ตายและพ่อของผู้ตายกระโดดอาคารศาลอาญาเพราะผิดหวังเนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรมที่ศาลไม่ได้พิพากษาลงโทษจำเลย&amp;nbsp;
.....นี่คือสิ่งที่เป็นอยู่ในสังคมไทยครับ !&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14019</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระโดดศาลชั้น 8, ชูชาติ ศรีแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a5754d98ee5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2018 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.โต้ดคีลูกลุงกระโดดตึกศาล สำนวนไม่อ่อนเพราะอัยการสั่งฟ้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.61-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่ นายศุชภัย คัฬหสุนทร กระโดดศาลอาญาเสียชีวิต ที่ไม่พอใจศาลชั้นต้นมีความพิพากษายกฟ้องผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่าลูกชายเสียชีวิต เมื่อช่วงเดือนเมษายน 2559 พื้นที่ สน.ดินแดงซึ่งญาตริระบุว่าคดีไม่ได้รับความเป็นธรรมตั้งชั้นพนักงานสอบสวนว่า เบื้องต้นทราบว่าคดีดังกล่าว ในชั้นพนักงานสอบสวน มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา และส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการ ชั้นพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องตามพนักงานสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเรียนว่าในชั้นพนักงานสอบสวนนั้น มีการสอบสวนและตรวจสอบสำนวนคดีอย่างครบถ้วน เนื่องจากการดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ซึ่งมีอัตราโทษ ประหารชีวิต จำคุก ตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 15 - 20 ปี เมื่อพนักงานสอบสวน ดำเนินการสอบสวนและสรุปสำนวนมีความเห็น &amp;ldquo;ควรสั่งฟ้อง หรือ ควรสั่งไม่ฟ้อง&amp;rdquo; นั้น จะมีการเสนอผู้บังคับบัญชาตามระดับชั้นเพื่อพิจารณาสั่งการ ตั้งแต่ระดับ หัวหน้างานสอบสวน , หัวหน้าพนักงานสอบสวน(สถานีตำรวจ) และ ระดับกองบังคับการ ซึ่งการสอบสวน ของพนักงานสอบสวน ยึดตาม กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ที่กำหนดไว้ โดยอาศัยพยานหลักฐานทางคดี ไม่ว่าจะเป็น พยานวัตถุ พยานบุคคล และพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ เป็นสำคัญ ซึ่งถือได้ว่าในชั้นพนักงานสอบสวนนั้น มีการตรวจสอบถึงความถูกต้อง &amp;nbsp;รัดกุม เรียบร้อย ของสำนวนคดีตามกรอบของกฎหมายเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีดังกล่าวศาลอาญาได้มีคำพิพากษายกฟ้อง เหตุผลโดยสรุป คือ ประจักษ์พยานที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์และให้การไว้ในชั้นสอบสวน ไม่อาจมาเบิกความในชั้นศาลได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการรักษาอาการป่วยทางจิตที่โรงพยาบาล จึงต้องรับฟังคำให้การชั้นสอบสวนที่นำส่งในชั้นศาลประกอบพยานหลักฐานอื่น แต่พยานหลักฐานอื่นยังมีน้ำหนักไม่เพียงพอที่จะฟังลงโทษจำเลยได้ เช่น ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดพบว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีผู้คนเป็นจำนวนมาก ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏในชั้นศาลนั้น เห็นแต่เพียงเหตุการณ์ปากทางเข้าซอยที่เกิดเหตุ แต่ไม่สามารถบันทึกภาพบริเวณจุดเกิดเหตุไว้ได้ ดังนั้น เมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว จึงมีคำพิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเด็นที่สังคมมองว่าพนักงานสอบสวนทำสำนวนอ่อนนั้น ต้องขอเรียนว่า คดีดังกล่าวพนักงานอัยการเป็นโจทก์แทนผู้เสียหาย โดยพนักงานอัยการเป็นผู้ร่างฟ้องและอาศัยพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนประกอบสำนวนคดี ซึ่งต่อมาประจักษ์พยาน ไม่ได้มาแถลงต่อศาลด้วยมีอาการทางจิต รักษาตัวที่โรงพยาบาลและพยานอื่นๆมีน้ำหนักไม่เพียงพอเป็นเหตุให้ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง ซึ่งไม่เกี่ยวกับประเด็นสำนวนอ่อนแต่อย่างไร เพราะพนักงานสอบสวน ดำเนินการตามพยานหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุอยู่แล้ว ซึ่งเห็นได้ว่าพนักงานอัยการมมีความเห็นควรสั่งฟ้องตามพนักงานสอบสวน &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามเมื่อศาลชั้นต้นยกฟ้อง พนักงานอัยการในฐานะฝ่ายโจทก์ ก็ยังสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อสู้ตามกฎหมายได้จนไปถึงศาลฎีกา ซึ่งขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมก็ยังไม่เสร็จสิ้นแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า เพื่อป้องกันความสับสนของสังคม ในประเด็นที่ว่าสำนวนในชั้นพนักงานสอบสวนอ่อนนั้น เรียนว่าหากสำนวนในชั้นพนักงานสอบสวนอ่อนจริง ชั้นพนักงานอัยการก็คงสั่งไม่ฟ้องและคงไม่ถึงชั้นพิจารณาของศาลแล้ว ถึงอย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ความยุติธรรม และสามารถตอบคำถามสังคมได้ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. ได้เรียกตรวจสอบสำนวนคดีดังกล่าว ว่าการสอบสวน มีความรอบคอบ รัดกุม เพียงใด หรือ มีข้อบกพร่อง หรือไม่อย่างไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14009</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระโดดศาลชั้น 8, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนวนครบถ้วน, อัยการสั่งฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b56ca5e82b30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2018 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งรื้อสำนวนวัยรุ่นแทงกันตายหลังพ่อกระโดดตึกศาลดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.61 - &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีศาลชั้นต้น ยกฟ้องในคดีวัยรุ่นถูกแทงเสียชีวิตในช่วง เทศกาลสงกรานต์ ปี 2559 เป็นเหตุให้นายศุภชัย คัฬหสุนทร บิดาของผู้เสียชีวิต &amp;nbsp;กระโดดจากชั้น 8 ศาลอาญารัชดาเสียชีวิต เนื่องจากผิดหวังกับคำพิพากษาว่า เป็นเรื่องของศาล ต้องไปถามศาล ซึ่งขณะนี้ทางพล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการนครบาล (บช.น.) กำลังรื้อคดีว่าการสอบสวนที่ผ่านมาเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามตนไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ เพราะเป็นหน้าที่ของตำรวจนครบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวว่าจะไปดูสำนวนเก่าว่ามีความเป็นมาอย่างไร เราให้ความเป็นธรรมอยู่แล้ว ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ก็รับปากแล้วว่าจะไปดูสำนวนเก่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จำเป็นต้องตรวจสอบพนักงานสอบสวนชุดที่เคยทำคดีนี้หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า แน่นอน เราต้องให้ความเป็นธรรมว่าการทำสำนวนเป็นอย่างไร มีความรอบคอบทุกอย่างหรือไม่ หากมีตรงไหนบกพร่องทางสำนวนก็ค่อยว่ากัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า กรณีนี้จะเป็นตัวอย่างให้กับคดีอื่นๆหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า จะถือเป็นตัวอย่างก็ได้ ว่าการทำสำนวนมีที่มาที่ไปอย่างไร แต่เรื่องนี้เป็นกรณีคำตัดสินของศาลชั้นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่า พล.อ.ประวิตร ได้กำชับเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ท่านกำชับมาตลอด เรื่องการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ให้ความเป็นธรรมและความยุติธรรมเกิดขึ้นให้ได้ เพราะตำรวจกับประชาชนอยู่ใกล้กัน ซึ่งเราก็ทำมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ถ้าตำรวจผิด ไม่ต้องห่วง ก็ดำเนินการอยู่แล้ว เพราะถือเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13991</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระโดดศาลชั้น 8, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, รองนายกฯ, สั่งสอบใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b5692fa8472b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
