<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2021 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2021 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรุง ศรีวิไล&#039;คว้ารางวัลสุพรรณหงส์เกียรติยศ ครั้งที่ 29</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ได้จัดงานแถลงข่าวการจัดงานประกาศรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 29 ณ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็นการฟื้นฟูอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย และการท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด -19 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีการประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลทั้งหมดใน 17 สาขา กับอีก 1 รางวัลพิเศษ ซึ่งหนึ่งรางวัลพิเศษที่มีการมอบมาอย่างต่อเนื่องนั้นก็คือรางวัลสุพรรณหงส์เกียรติยศ และในครั้งที่ 29 นี้ ได้มีมติมอบรางวัลสุพรรณหงส์เกียรติยศ ให้แก่ กรุงศรีวิไล สุทินเผือก หรือที่รู้จักกันในนาม กรุง ศรีวิไล ศิลปินนักแสดงผู้มากความสามารถ ที่มีผลงานภาพยนตร์มากมาย เช่น ขัง 8 (2517), สามร้อยยอด (2521), ทอง ภาค 2 (2525), มนต์รักลูกทุ่ง (2548) และ แผลเก่า (2557)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ และรับชมงานประกาศผลรางวัล สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 29 ได้ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ ทาง WORKPOINT ช่อง23 เวลา 22:15-00:15 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก กรุง ศรีวิไล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92725</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุง ศรีวิไล, กรุงศรีวิไล สุทินเผือก, ครั้งที่29, รางวัลสุพรรณหงส์, รางวัลสุพรรณหงส์เกียรติยศ, สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210211/image_big_6024d349bf503.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2020 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2020 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรุง&#039;ลั่นนายกฯไม่ได้ทำผิดอะไรทำไมต้องลาออกเปิดวิสามัญไม่น่าหาทางออกได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;23 ต.ค.63- นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส. สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎร เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม&amp;nbsp; ลาออกภายใน 3 วันว่า ออกทำไม นายกรัฐมนตรีไม่ได้ทำอะไรผิด&amp;nbsp; เชื่อว่าไม่ทำให้ปัญหาบานปลาย ตนเฉย ๆ ก็ว่ากันไปตามเกม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าท่านายกรัฐมนตรีโกง มีหลักฐานชัดเจนก็ว่าไปอย่าง ไม่ต้องไปถึงม็อบผมก็พูดว่าให้ท่านออก แต่นี่ไม่มีปัญหาอะไรเลย&amp;nbsp; พูดจริง ๆ บ้านเมืองกำล้งจะไปดีแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆผมคิดว่ามันไม่แฟร์&amp;quot;นายกรุงศรีวิไล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญจะหาทางออกปัญหาได้หรือไม่ นายกรุง กล่าวว่า ไม่น่าได้ รัฐบาลก็ไม่ยอม ฝายค้านก็โจมตี ก็เถียงกันอยู่แบบนี้ไม่น่าจะหาทางออกของปัญหาได้ ทั้งนี้อยากให้พูดคุยกันดี ๆ คุยกันแบบลูกผู้ชาย
&amp;nbsp;
เมื่อถามว่าจะฝากอะไรไปถึงผู้ชุมนุมหรือไม่ นายกรุง กล่าวว่า ไม่ฝาก ทุกคนมีสติสัมปะชัญญะดีอยู่แล้ว ต้วอย่างก็มีให้เห็นอยู่แล้วประเทศที่ล่มสลาย อย่างไรก็ตามตนยืนยันส่วนตัวยังยึดมั่นชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81511</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุง ศรีวิไล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, เปิดประชุมวิสามัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201023/image_big_5f924024ad398.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2020 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2020 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ก้าวไกลจ่อร้องกกต. ตรวจสอบทีวีรีรันระคร&#039;กรุง ศรีวิไล&#039;ผู้สมัครส.ส.เขต5พปชร.แสดงร่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 ก.ค.2563- นายอำนาจ สถาวรฤทธิ์ ที่ปรึกษาพรรคในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งซ่อมเขต5พรรคก้าวไกล เปิดเผยว่าในวันพุธที่29กรกฎาคม2563 นี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายพรรคก้าวไกล เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือกกต. เพื่อยื่นหนังสือต่อนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. ) ให้ตรวจสอบบริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จํากัดที่ได้นำละครเรื่อง &amp;ldquo;เพลงรักผาปืนแตก&amp;rdquo; ออกอากาศซ้ำทางช่อง7&amp;nbsp; HD รวมถึงสื่ออิเล็กทรอนิกส์ช่องทางเว็บไซต์ Bugaboo.tv ของบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จํากัดทุกวันจันทร์ ถึงวันศุกร์ ระหว่างวันเวลา 09.30-11.20 น โดยเป็นการออกอากาศเผยแพร่ซ้ำต่อสาธารณชน เนื้อหาละครจะโดยมีตัว ละครที่ชื่อ &amp;ldquo;หลวงพ่อสิน&amp;rdquo; รับบทโดย &amp;ldquo;กรุง ศรีวิไล&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;กรุงศรีวิไล สุทินเผือก&amp;rdquo; เป็นนักแสดงร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาเรื่องดังกล่าว เพราะอาจเข้าข่ายเป็นการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ โดยมิได้เป็นการดําเนินการตามที่ได้รับการสนับสนุนตาม มาตรา 81 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp; พ.ศ. 2561 และ อาจเป็นการกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้กับ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง สังกัดพรรคพลังประชารัฐในครั้งนี้ จึงขอให้คณะกรรมการการเลือกพิจารณาและตั้งมีมติต่อเรื่องดังกล่าวโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายอำนาจ กล่าวว่า สถานการณ์ในพื้นที่เลือกตั้งเวลานี้ มีการเดินจดชื่อและเก็บบัตรประชาชนของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไป ทั้งนี้อยากให้กกต.มีการตรวจสอบความผิดปกติดังกล่าวที่เกิดขึ้นก่อนมีการเลือกตั้งในวันที่9 สิงหาคมนี้และขอเรียกร้องรัฐบาลให้ยกเลิกพรบ.ฉุกเฉิน ในพื้นที่เลือกตั้ง เนื่องจากอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่พรรคการเมืองบางพรรคในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ จึงขอให้กกต.เร่งดำเนินการและทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างสง่างาม นายอำนาจกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72616</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุง ศรีวิไล, การเลือกตั้งซ่อม, นายอำนาจ สถาวรฤทธิ์, เพลงรักผาปืนแตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200727/image_big_5f1e46c9ed51b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ศาลฎีกาฯใบเหลือง‘กรุง’ เขต5ปากนํ้าเลือกตั้งซ่อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลฎีกาพิพากษาคดีแจกใบเหลือง &amp;quot;กรุง ศรีวิไล&amp;quot; เหตุใส่ซองช่วยงานศพ 1 พันบาท สั่งเลือกตั้งใหม่ ส.ส.เขต 5 สมุทรปราการ กกต.เตรียมประสาน ครม.ออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้งซ่อม ระบุเจ้าตัวยังสามารถลงสนามแข่งได้อีกเพราะไม่ถูกตัดสิทธิ์ &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; ขยี้ซ้ำ พปชร.ถูกชี้นำด้วยผลประโยชน์ ลั่นพร้อมส่งผู้สมัครลงชิงเก้าอี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวง ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ลต.(ส.ส.) 585/2562 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ร้อง ยื่นขอให้ศาลวินิจฉัยกรณี กกต.แจกใบเหลืองนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.เขต 5&amp;nbsp; จ.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ผู้คัดค้าน เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2562 กล่าวหาให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่นายกรุงศรีวิไล เหตุคนใกล้ชิดไปมอบพวงหรีดและเงินใส่ซองช่วยงานศพ 1,000 บาทแก่ประชาชนในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2563 มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการทั่วไป พ.ศ.2562 และประกาศ กกต. ลงวันที่ 24 ม.ค.2562 เรื่องกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. วันรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และสถานที่ที่พรรคการเมืองจะส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง กำหนดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป ในวันที่ 24 มี.ค.2562&amp;nbsp; ผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.จังหวัดสมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 5 หมายเลข&amp;nbsp; 7 ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สมุทรปราการ ต่อมาผู้ร้องได้รับรายงานจากผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสมุทรปราการว่า ผู้คัดค้านกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (1)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ร้องไต่สวนแล้วข้อเท็จจริงได้ความว่า เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2562 ในงานฌาปนกิจศพนายไพบูรณ์ เท้งบางด้วน ที่วัดจรเข้ใหญ่ จ.สมุทรปราการ น.ส.สุภาภรณ์ พันโนลิต ได้ไปร่วมงานและมอบเงินช่วยงานศพเป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 1 ใบ บรรจุ ภายในซองที่เขียนหน้าซองว่า &amp;ldquo;กรุงศรีวิไล&amp;rdquo; ให้แก่ น.ส.เบญจมาศ เท้งบางด้วน เจ้าภาพ แจ้งว่าผู้คัดค้านได้มอบเงินช่วยงานศพก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 พ.ย.2561 ในงานฌาปนกิจศพนางบุญชู เกตุสุข ที่วัดมงคลนิมิต จ.สมุทรปราการ น.ส.สุภาภรณ์ได้ไปร่วมงานศพและมอบเงินช่วยงานศพบรรจุภายในซองที่เขียนหน้าซองว่า&amp;ldquo;กรุง ศรีวิไล&amp;rdquo; ให้แก่นางบุญช่วย ศรีนวล เจ้าภาพในลักษณะเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย น.ส.สุภาภรณ์เป็นผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้งของผู้คัดค้าน และอยู่ในช่วงระหว่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป พ.ศ.2562 มีผลใช้บังคับการกระทำดังกล่าวของ น.ส.สุภาภรณ์ เป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ผู้คัดค้านถึงแม้ผู้คัดค้านปฏิเสธว่าไม่ได้ให้ น.ส.สุภาภรณ์ไปดำเนินการดังกล่าว แต่ผู้คัดค้านก็ได้รับประโยชน์จากการกระทำของ น.ส.สุภาภรณ์ อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (1), 80 ประกอบระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 ข้อ 18 (4) กรณีจึงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกตั้ง ส.ส. จ.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 5 มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม แต่ไม่ได้ความชัดว่าเป็นการกระทำของผู้คัดค้าน ผู้ร้องจึงมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อพิจารณาขอให้ศาลสั่งให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. จ.สมุทรปราการ เขต 5 ใหม่ เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาแล้วขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่า แม้ผู้ร้องจะนำสืบได้ว่าผู้คัดค้านจะแต่งตั้ง น.ส.สุภาภรณ์เป็นผู้ช่วยหาเสียงใน วันที่ 4 มี.ค. ส่วนพฤติการณ์ที่ น.ส.สุภาภรณ์ไปร่วมงานฌาปนกิจศพนายไพบูรณ์นั้น ได้ความจากนางสุธนี น้องสาวของนายไพบูรณ์ แจ้ง น.ส.สุภาภรณ์ เชิญผู้คัดค้านไปร่วมงาน ศพเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ตาย และถือเป็นหน้าเป็นตาของนางสุธนีด้วย น.ส.สุภาภรณ์ตอบว่า จะเชิญผู้คัดค้านมาเป็นเกียรติแก่ผู้ตาย น.ส.สุภาภรณ์มาร่วมงานฌาปนกิจศพและแจ้งว่าผู้คัดค้านมาไม่ได้ การที่ น.ส.สุภาภรณ์นำเงินเขียนหน้าซองว่ากรุงศรีวิไล มอบให้แก่ น.ส.เบญจมาศ ซึ่งได้ความจาก น.ส.สุภาภรณ์ให้การต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนอีกว่า แจ้งกับเจ้าภาพที่รับซองว่าผู้คัดค้านนำเงินมามอบช่วยเหลืองานศพ และก่อนหน้านี้ตนได้นำเงินไปช่วยงานประเพณีและงานศพของบุคคลอื่นในนามของผู้คัดค้าน โดยเป็นเงินส่วนตัว ส่วนใหญ่จะใส่เงินในซอง 500-1,000 บาท
ไม่เชื่อใช้เงินส่วนตัวใส่ซอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุภาภรณ์ สถานะเป็นหม้าย ประกอบอาชีพค้าหมูปิ้งรายได้ประมาณ 2 หมื่นบาทต่อเดือน มีบุตร 2 คน ศึกษาระดับประถมศึกษาที่ต้องอุปการะเลี้ยงดู แม้จะเบิกความว่าคนรักมีอาชีพรับเหมาก่อสร้างงานจากหน่วยงานราชการ ก็เป็นเพียงการเบิกความกล่าวอ้างลอยๆ เท่านั้น ไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดมาสนับสนุน เมื่อพิจารณาจากสถานะทางการเงิน ประกอบกับภาระที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตร 2 คน และสภาพบ้านพักอาศัยของ น.ส.สุภาภรณ์ทั้ง 2 แห่งแล้ว จึงเป็นการยากที่จะเชื่อว่าจะนำเงินส่วนตัวมาใส่ซองช่วยเหลืองานประเพณีและงานศพของบุคคลอื่นหลายๆ ครั้ง ในนามของผู้คัดค้าน ข้ออ้างของ น.ส.สุภาภรณ์ที่ว่ากระทำการดังกล่าวด้วยตนเองนั้นมีพิรุธหลายประการ ไม่น่าเชื่อถือ เมื่อการกระทำดังกล่าวทำให้ผู้คัดค้านได้รับประโยชน์ ต่อมาผู้คัดค้านก็แต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยหาเสียง แม้ไม่แน่ชัดว่าผู้คัดค้านรู้เห็นเป็นใจ เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานการใช้โทรศัพท์ติดต่อกันระหว่างผู้คัดค้านและ น.ส.สุภาภรณ์ ในช่วงก่อนเกิดเหตุที่มีการนำของเงินช่วยงานฌาปนกิจ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่มีพยานหลักฐานใดบ่งชี้ให้เห็นว่ามีการกลั่นแกล้งผู้คัดค้านให้ต้องรับผิดในกรณีตามคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อศาลได้วินิจฉัยข้างต้นแล้ว ในการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 5 จ.สมุทรปราการ มีกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง และระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 ข้อ 18&amp;nbsp; (4) ซึ่งทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม แม้ทางการไต่สวนไม่ได้ความชัดว่าเป็นการกระทำของผู้คัดค้านตามคำร้องของผู้ร้อง ศาลก็ต้องสั่งให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. จ.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 5 ใหม่ ตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 133 พิพากษาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.สมุทรปราการ เขต 5 ใหม่ แทนนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ผู้คัดค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า ได้รับทราบคำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ที่สั่งให้มีการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดสมุทรปราการ เขต 5 ใหม่ ภายใน 45 วัน แทนนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกใบเหลือง โดยหลังจากนี้ต้องรอคำวินิจฉัยศาลอย่างเป็นทางการ ซึ่ง กกต.ก็จะประสานไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อออกพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งใหม่ ก่อนที่จะกำหนดวันเลือกตั้ง 45 วัน โดยจะยึดลำปางโมเดลในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเลือกตั้งใหม่ แต่นายกรุงศรีวิไลยังสามารถจะลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นได้ตามกฎหมาย เพราะไม่ได้โดนใบแดง หรือถูกเพิกถอนสิทธิ โดยก่อนหน้านี้ นายกรุงศรีวิไลก็ได้ยุติการปฏิบัติหน้าที่นับตั้งแต่วันที่ศาลฎีการับคำร้องไว้พิจารณา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ออกมาติงว่าลำปางโมเดลเสี่ยงต่อการสวมสิทธิ์ เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งสวมหน้ากากไปใช้สิทธินั้น เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ตามหลักการยืนยันตัวตนในการใช้สิทธิจะต้องถอดหน้ากากเพื่อยืนยันต่อเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยว่า หน้าตรงกับบัตรประจำตัวประชาชนหรือไม่ ย้ำว่า กกต.มีความเข้มงวดในเรื่องนี้ และในการอบรมกรรมการประจำหน่วย ก็จะย้ำในประเด็นนี้อีกครั้ง และหากเกิดการทุจริตก็จะมีการสืบสวนไต่สวนอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot;ส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งซ่อม เขต 4 จังหวัดลำปาง เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ขณะนี้ กกต.จังหวัดยังไม่ส่งสำนวนคำร้องทุจริตมายัง กกต.กลาง แต่การประชุม กกต.ในช่วงบ่าย จะมีการพิจารณาว่าจะสามารถประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปก่อนหรือไม่ โดยจะต้องดูสำนวนของผู้ตรวจการเลือกตั้ง และข้อเท็จจริงในสำนวนคำร้องก่อนตัดสินใจประกาศรับรองผลการเลือกตั้งหรือไม่ แม้ว่าจะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปก่อน แต่การพิจารณาคำร้องทุจริตก็ยังคงดำเนินต่อไป หากพบมีความผิดก็สามารถดำเนินคดีในภายหลังได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ยังกล่าวถึงกรณีที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ฟ้องคดีอาญา 7 กกต.ฐาน ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หลังยกคำร้องของตนเองที่นำหลักฐานการทุจริตเลือกตั้งมายื่นต่อ กกต. ส่อเป็นการช่วยพรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นคำฟ้อง เห็นเพียงข่าวจากสื่อมวลชน หลังจากนี้หากมีคำร้อง ทางสำนักงานก็ต้องไปคัดสำนวนเพื่อรายงานต่อ กกต.รับทราบ ส่วนความมั่นใจในพยานหลักฐานก็ต้องดูสำนวนคำร้องของนายนิพิฏฐ์ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า พรรคก้าวไกลพร้อมส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งใหม่เขต 5 จ.สมุทรปราการแล้ว และนี่จะเป็นครั้งแรกของพรรคก้าวไกลที่จะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งได้ตามข้อกำหนดของกฎหมาย หลังจากที่ 54 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบโดยคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญได้ย้ายมาสังกัดพรรคก้าวไกล เพื่อสานต่อภารกิจอนาคตใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์กล่าวว่า การที่ กกต.แจกใบเหลืองและต้องใช้เงินภาษีของประชาชนในการจัดการเลือกตั้งใหม่ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการทำงานของพรรคพลังประชารัฐ ที่มีลักษณะถูกชี้นำด้วยผลประโยชน์มากกว่าที่จะเป็นเรื่องแนวนโยบายและอุดมการณ์ที่จะพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า บวกกับตอนนี้ที่พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐเองก็มีกลุ่ม ส.ส. หลายก๊วน ต่างตบตีแย่งชิงตำแหน่งกันวุ่นวายอุตลุด ท่ามกลางความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจจากมาตรการสู้โควิดของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่พรรคก้าวไกลมีความมุ่งมั่นที่จะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง เพื่อเป็นแสงสว่างแห่งความหวังของประชาชน ที่ต้องการนำพาประเทศให้พัฒนาไปข้างหน้า ยืนยันที่จะต่อสู้ทางความคิดกับการเมืองแบบเก่า ที่มีแต่การแย่งชิงผลประโยชน์ มากกว่าการทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน เชื่อมั่นว่าประชาชนจะไม่ยอมจำนนต่อความกลัวที่รัฐบาลพยายามกดเอาไว้อีกต่อไป และพร้อมจะส่งเสียงแห่งความหวังออกมาดังๆ ด้วยคะแนนที่ท่วมท้น เพื่อให้พรรคก้าวไกลเป็นตัวแทนในการถือดวงไฟแห่งความหวัง โดยกรรมการบริหารพรรคจะประชุมและรับรองชื่อผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคก้าวไกลภายในเร็ววันนี้&amp;quot; นายวิโรจน์กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70189</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กรุง ศรีวิไล, พ.ร.ฎ.เลือกตั้งซ่อม, ศาลฎีกา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ใบเหลือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200630/image_big_5efb48248e257.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 19:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.จ่อเสีย1เก้าอี้!กกต.แจกใบเหลือง&#039;กรุง ศรีวิไล&#039;ชงเลือกตั้งใหม่เขต5สมุทรปาการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.62- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เมื่อปลายส.ค.ที่ผ่านมา กกต.ได้มีมติเสนอสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือให้ใบเหลือง นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สุมทรปราการ เขต 5 พรรคพลังประชารัฐ จากกรณีบุคคลใกล้ชิดใส่ซองช่วยงานศพ ซึ่งกกต.เห็นว่าเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 73(1) เสนอให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนเอง และมีมติเสนอสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือใบแดง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และสั่งเพิกถอนสิทธิสมัคร หรือใบดำ นายชาติชาย วรพิพัฒน์ &amp;nbsp;ผู้สมัครส.ส. เขต 2 จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งคาดว่าน่าจะมาเหตุซื้อเสียง โดยทั้ง 2 กรณีอยู่ระหว่างกกต.ยกร่างคำวินิจฉัยและคำร้องเพื่อยื่นต่อศาลฎีกาตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 133 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีมติให้ดำเนินคดีอาญาผู้สมัครที่ไม่ได้รับเลือกตั้ง 2 รายคือ นายโอวภัทร คลังเพ็ชร์ ผู้สมัครส.ส.เขต 4 พิษณุโลก พรรคภราดรภาพ และนายทินกร แก้วกล้า ผู้สมัครส.ส.เขต 4 เชียงรายพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;และผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้สมัคร 5 ราย
&amp;nbsp;
ทั้งนี้กรณีของนายกรุงศรีวิไล และนายชาติชายนั้น หากศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามที่กกต.เสนอภายในระยะเวลา 1 ปีนับจากวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. 62 ก็จะต้องมีการคำนวณคะแนนส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใหม่ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 131 &amp;nbsp;โดยจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค. นายกรุงศรีวิไล ได้รับเลือกตั้งมาด้วยคะแนน 41,745 คะแนน &amp;nbsp;และนายชาติชาย ได้รับคะแนนมาเป็นอันดับ 3 ด้วยคะแนน 19,711 คะแนน &amp;nbsp;แต่ถ้าหากศาลฎีกา มีคำพิพากษาหลังพ้นระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันเลือกตั้ง ก็จะไม่มีการคำนวณคะแนนส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามจากสถิติเรื่องร้องคัดค้านและสำนวนการเลือกตั้ง ณ.วันที่ 23 ก.ย พบว่า กกต.มีเรื่องคัดค้านจำนวน 583 เรื่อง &amp;nbsp;สั่งรับคำร้องหรือความปรากฏไว้ดำเนินการสืบสวนไต่สวน &amp;nbsp;355 เรื่อง &amp;nbsp;จำหน่ายและรวมสำนวน 74 เรื่อง &amp;nbsp;เหลือสำนวนที่ต้องดำเนินการ 281 สำนวน &amp;nbsp;กกต.วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว 144 สำนวน &amp;nbsp;ยกคำร้องและยุติเรื่อง 134 สำนวน &amp;nbsp;ยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาด 137 สำนวน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46515</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กรุง ศรีวิไล, ใบเหลือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d8a061909326.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคข้าราชการ!!!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แทบไม่น่าเชื่อ-ต้องเชื่อ...ว่า ระบบราชการ หรือ พรรคข้าราชการ อะไรมันจะมีฤทธิ์ มีเดช มีอำนาจ อิทธิพล บารมี ระดับยิ่งใหญ่ เกรียงไกร เหนียวแน่นและซึมลึก ไปได้ถึงเพียงนี้ สามารถยึด สามารถยื้อ ให้ความปรารถนา ความต้องการ ของผู้คนแทบทั้งบ้าน ทั้งเมือง ในเรื่องการยกเลิกสารพิษความเสี่ยงสูง 3 ชนิด ที่เรียกๆ กันว่าพาราควอต-คลอร์ไพริฟอส-ไกลโฟเซต ต้องย้วยไป-ย้วยมา หาบทสรุป หาข้อยุติ ยังไม่เจอ จนตราบเท่าทุกวันนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;---------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกว่า...ขนาดพรรคการเมืองแทบทุกพรรค รัฐมนตรี 3 กระทรวง (เกษตรฯ-อุตสาหกรรม-สาธารณสุข) นายกรัฐมนตรี ผู้ตรวจการแผ่นดิน แพทยสภา องค์กรภาคประชาชนถึง 686 องค์กร แถมด้วยมติสภาผู้แทนราษฎรอีก 393 ต่อ 0 เสียง ฯลฯ ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าควรที่จะเลิกหา เลิกใช้ ให้มันรู้แล้ว รู้แรด ไปซะที แต่เมื่อเจอเข้ากับคณะกรรมการวัตถุอันตราย อันประกอบไปด้วยข้าราชการแค่ 19 คน ผู้ทรงคุณวุฒิอีก 10 คน โดยมีระดับ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เท่านั้นเป็นประธาน ตัดสินใจลงมติ 16 ต่อ 5 เสียง งดออกเสียงซะ 5 เสียง ทุกสิ่งทุกอย่างก็เลยต้องเป็นอันยื้อไป-ยื้อมา ย้วยไป-ย้วยมา แม้จะปาเข้าไป 2 ปีกว่าๆ เข้าไปแล้ว...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดง่ายๆ ว่า...แม้แต่ &amp;ldquo;ยุคเผด็จการ&amp;rdquo; ที่ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีกระบองขนาดยักษ์ มีมาตราฉี่ฉิบฉี่อยู่ในมือ ยังทำอะไรแทบไม่ได้ ต้องปล่อยให้เรื่องราวยืดเยื้อ คาราคาซัง มาจนถึง &amp;ldquo;ยุคประชาธิปไตยไฮบริด&amp;rdquo; ซึ่งจะครึ่งใบ เสี้ยวใบ ก็แล้วแต่ แต่ทั้งๆ ที่บรรดา &amp;ldquo;นักการเมือง&amp;rdquo; กว่าค่อนสภาฯ บวกกับรัฐมนตรีนั่น รัฐมนตรีนี่ บวกกับภาคประชาชนกว่าครึ่งพันองค์กร ฯลฯ ก็ยังไม่สามารถงัดง้าง แข็งข้อ ขัดขืน ต่อการยืนหยัด ยืนกราน การยืนกระต่ายขาเดียว หรือสองขา ของปลัดกระทรวงและบรรดาอธิบดี ที่เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้เลย...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใครที่มีโอกาสได้อ่านบทสัมภาษณ์ของ คุณ วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี ใน ไทยโพสต์-แทบลอยด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คงอดไม่ได้ที่จะต้องถอนหายใจยาวๆ หรือต้องหาวเรออ์อ์อ์ ไม่รู้กี่เอิ๊กต่อกี่เอิ๊ก เพราะโดยคำพูด คำอธิบาย ที่ได้สะท้อนให้เห็นถึงฤทธิ์เดช ของสิ่งที่เรียกว่า ระบบราชการไทย อย่างแจ่มแจ้ง ชัดเจนนั้น ย่อมมิอาจปฏิเสธได้ว่าสิ่งที่ว่านี้ คงต้องถือเป็น ปัญหา&amp;nbsp; ในระดับ วาระแห่งชาติ กันเลยทีเดียว โดยเฉพาะถ้าหากต้องปล่อยให้เป็นไปกันแบบตามเรื่อง ตามราว หรือถ้ายังคงเพิกเฉย ละเลย ไม่หยิบมาเน้น มาให้ความสำคัญซะแต่เนิ่นๆ โอกาสที่ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา จะยกระดับ พัฒนา ไปสู่ ยุคชาววิไล ดังที่ใครต่อใครปรารถนาและต้องการ...คงลำบาก แค่ให้ได้เพียงเสี้ยวส่วนของความหล่อ ความเท่ แบบพระเอก กรุง ศรีวิไล ก็ยังน่าจะยากซ์ซ์ซ์เอามากๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และแทบไม่ต้องสงสัยเลยว่า...เหตุใดที่ การปฏิรูป อันเป็นสิ่งซึ่งผู้คนนับจำนวนล้านๆ จะ 4 ล้าน 5 ล้าน 6 ล้านก็แล้วแต่ ออกมากำหมัด ชูกำปั้น ชูธง เรียกร้องให้มีการขับเคลื่อนกระบวนการดังกล่าว ไม่รู้จะกี่รูปต่อรูป ไม่ว่าปฏิรูปศึกษา ปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูปพลังงาน ฯลฯ สุดท้าย...มันเลยต้องออกไปในแนว รูดแล้ว-รูดเล่า ซะเป็นหลักใหญ่ ยิ่งโดยเฉพาะ ปฏิรูปตำรวจ อันถือเป็นไฮไลต์ ยอดฮิต ยอดนิยม ด้วยแล้ว ไม่ว่าจะแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาปฏิรูปซักกี่ชุดต่อกี่ชุด ระดับลากเอา พระอาจารย์ ของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรัฐประหาร มานั่งเป็นประธานก็แล้ว ผลักไสให้เป็นแค่คณะกรรมการก็แล้ว สุดท้าย...ก็แทบไม่ต่างไปจาก คณะกรรมการวัตถุอันตราย นั่นแหละ คือออกอาการย้วยไป-ย้วยมา และยื้อไป-ยื้อมา จนตราบเท่าทุกวันนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนั้น ทั้งนี้...ก็ด้วยเหตุเพราะสิ่งที่เรียกว่า ระบบราชการ หรือ พรรคข้าราชการ นั่นเอง อันเป็นสิ่งที่หัวหน้าคณะรัฐประหาร อย่างท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านอดไม่ได้ที่จะต้องถนอม กล่อมเกลี้ยง เอาไว้แต่แรก ซึ่งจะไปกล่าวโทษท่านคงไม่ถนัดซักเท่าไหร่ เพราะท่านก็คือ อดีตข้าราชการ มาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ก่อนจะเติบโตขึ้นมาเป็นหอยมือเสือ หรือเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร ดังนั้น...จะให้ท่านตัดเยื่อ ตัดใย ตัดสินใจผ่าชำแหละ ระบบราชการในแต่ละรูป แต่ละแบบ มันคงหนักซะยิ่งกว่า หยิกเล็บ-เจ็บเนื้อ ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า ท่านเลยหนีไม่พ้นต้องหันมา ปฏิรูด แทน ปฏิรูป หรือหันมาใช้ยาหม่องทา ให้แค่หายบวม หายคัน ไปตามสภาพ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้...อิทธิฤทธิ์ อิทธิเดช ของบรรดาข้าราชการ อย่าง คณะกรรมการวัตถุอันตราย จึงเป็นอะไรที่แทบไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ อย่างที่ว่าเอาไว้แล้วนั่นแหละทั่นเอ๋ย สามารถยื้อทุกสิ่งทุกอย่างให้ย้วยไป-ย้วยมา ชนิด 2 ปีกว่าๆ ก็ยังไม่หมดแรงยื้อ หรือกระทั่งผู้คนแทบทั้งประเทศ แทบทุกระดับ สามัคคีรวมพลังทั้งทุบ ทั้งกระแทก ทั้งกด ทั้งบีบ กันในลักษณะไหนก็ตาม ก็ยังเอาไม่อยู่ ยังกินกันไม่ลง สามารถแฉลบออกขวา-ออกซ้าย พร้อมที่จะตีลังกากลับ ซัมเมอร์ซอลท์แบบ 2 รอบ 3 รอบ ได้ทุกเมื่อ แล้วคราวนี้จะเอาไงดีล่ะท่าน!!!...เพราะเอาไป-เอามา คงไม่ใช่แต่เฉพาะ คณะกรรมการวัตถุอันตราย เท่านั้น แต่ยังมีอีกไม่รู้กี่สิบ กี่ร้อยคณะกรรมการ ที่บรรดาข้าราชการ หรือพรรคข้าราชการเข้าไปสอดแทรก ล้วนแล้วแต่สามารถออกฤทธิ์ ออกเดช ในลักษณะเดียวกันได้เสมอ??? ??? ???&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก David Gergen... Morality in government begins with officials using words as honestly as possible to describe the truth.- คุณธรรมของรัฐบาลมีจุดเริ่มต้น เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลใช้ถ้อยคำอย่างตรงไปตรงมาที่สุด ในการอธิบายความจริง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46351</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุง ศรีวิไล, ท่านขุนน้อย, วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 21:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮาทั้งสภา!เมื่อ&#039;กรุง ศรีวิไล&#039;ตอบคำถาม&#039;โรม&#039;ปม&#039;บิ๊กตู่&#039;จะรัฐประหารอีกหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 19.30 น.ในการประชุมที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภาทำหน้าที่ประธานการประชุม เริ่มเกิดการโต้คารมขึ้น เมื่อถึงคิวนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายมตี &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ว่าถ้อยคำในนโยบายรัฐบาลเขียนดูดี แต่บุคคลที่เป็นนายกฯและครม. มีส่วนสำคัญในรัฐบาลเดิมมาตั้งเเต่วันที่ยึดอำนาจ จึงไม่เชื่อว่านโยบายจะเกิดขึ้นได้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นนายกฯรับเงินสองทางมา 5 ปี รวม 15.3 ล้านบาท แต่งตั้งเครือญาติบริวารตัวเองเข้า มาเป็นรัฐมนตรี มาเป็นส.ว. รวมถึงปล่อยปละละเลยให้เกิดทุจริตคอร์รัปชัน ปล่อยให้ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ส.ว.ในฐานะน้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งลูกชายตัวเอง ที่เรียนจบนิเทศศาสตร์มาเป็นทหาร ส่วนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ใช้งบฯ 20 ล้านบาท ระหว่างนั่งเครื่องบินไปต่างประเทศ ได้รับประทานอาหารราคาเเพง เช่น ไข่ปลาคาเวียร์ สวนทางกับประชาชนที่มีฐานะยากจน ดังนั้น จะปราบปรามคอร์รัปชันได้อย่างไรในเมื่อยังแก้ปัญหาของตัวเองยังไม่ได้ พร้อมทั้งถามพล.อ.ประยุทธ์ จะมีรัฐประหารอีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้ส.สง.ฝ่ายรัฐบาล ลุกขึ้นประท้วงให้นายรังสิมนตต์ ถอนคำพูดในลักษณะเสียดสี &amp;nbsp;โดย นายกรุง ศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ลุงขึ้นประท้วงว่า ถ้า มีนักการเมืองเเบบนี้ &amp;ldquo;ผมบอกเลยว่า มีรัฐประหารเเน่นอนครับ&amp;rdquo;เรียกเสียงฮือฮาในห้องประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์ ลุกขึ้นชี้เเจงด้วยน้ำเสียงที่ขึงขัง ว่า รัฐประหารที่ผ่านมาตนไม่อยากทำ แต่สถานการณ์ขณะนั้นหากไม่ยุติจะบานปลาย และตนไม่ได้เตรียมการมาก่อน อยากให้เคารพกฎหมาย ไม่ใช่อภิปรายไปเรื่อย &amp;nbsp;อยากให้สนใจว่าความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวว่ามีเท่าไหร่ ตัวเลขคดีอาญาอยู่ที่ 1,162 คดี ส่วนตัวเลขคดีอาญาในชั้นอัยการสูงสุด 871 คดี ส่วน อตก.291 คดี จึงอยากถามว่าเรื่องนี้อยู่ที่ไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ลุกขึ้นประท้วง แต่พล.อ.ประยุทธ์ ชี้หน้าไปยังที่นั่งของสมาชิกรัฐสภา พร้อมคุณด้วย ไม่ต้องพูดคุณเกี่ยวข้องอยู่เเล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่ประธานจะปล่อยให้นายคารม ประท้วง โดยนายคารมระบุว่า อยากกำชับพล.อ.ประยุทธ์ ว่าที่นี่คือสภาฯ เป็นที่รวมของตัวเเทนประชาชน ไม่ใช่ค่ายทหารต้องระมัดระวังนิดนึง แต่พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า ตนก็มาจากประชาชน 9 ล้านกว่าเสียงเหมือนกันที่เลือกเขามาเป็นนายกฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41967</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุง ศรีวิไล, รังสิมันต์ โรม, รัฐประหาร, อภิปรายนโยบายรัฐบาล, แถลงนโยบายรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d39bdd500f19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
