<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 19:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 19:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวอัฟกันเริ่มหือชุมนุมต้านตอลิบันในหลายเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวอัฟกันเริ่มแสดงการประท้วงต่อต้านกลุ่มตอลิบันในหลายเมืองเมื่อวันพฤหัสบดี รวมถึงกรุงคาบูลและเมืองทางตะวันออก มีรายงานว่านักรบอัฟกันยิงใส่ฝูงชนที่ชุมนุมโบกธงชาติอัฟกานิสถาน และมีผู้เสียชีวิตหลายคน ขณะที่ตะวันตกยังเร่งอพยพคนโดยพาออกจากคาบูลได้แล้วมากกว่า 8,000 คนนับแต่วันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวอัฟกันถือธงชาติขณะชุมนุมในเมืองจาลาลาบัดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ซึ่งตรงกับวันฉลองเอกราชจากอังกฤษ (Photo by Stringer/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม ว่าการรวมตัวชุมนุมในหลายเมืองวันเดียวกันนี้ ซึ่งตรงกับวันฉลองเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี พ.ศ. 2462 เป็นสัญญาณครั้งแรกของการประท้วงต่อต้านระบอบอิสลามเคร่งครัดที่ยึดกรุงคาบูลไว้ได้เมื่อสุดสัปดาห์ที่่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีวิดีโอเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นผู้ชายกลุ่มหนึ่งและมีผู้หญิงปะปนด้วย ชุมนุมในกรุงคาบูลโบกธงชาติอัฟกานิสถานสีดำ, แดง และเขียว พากันร้องตะโกนว่า &amp;quot;ธงชาติของเรา อัตลักษณ์ของเรา&amp;quot; มีหญิงคนหนึ่งเดินโดยมีธงชาติคลุมไหล่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมืองอาซาดาบัด เมืองเอกของจังหวัดคูนาร์ รอยเตอร์อ้างคำกล่าวของผู้เห็นเหตุการณ์ชื่อ โมหะเหม็ด ซาลิม ว่ามีคนเสียชีวิตหลายคนระหว่างการชุมนุม แต่ไม่ชัดเจนว่ากี่คนตายเพราะโดนกระสุนที่พวกนักรบตอลิบันยิงขับไล่ หรือว่าเหยียบกันตายเองหลังเกิดความแตกตื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อยู่ในเหตุการณ์รายนี้บอกว่า มีผู้คนหลายร้อยคนออกมาบนท้องถนน ตัวเขามีความหวาดกลัวในตอนแรกและไม่กล้าออกมา แต่เมื่อเห็นเพื่อนบ้านเข้าร่วม เขาจึงคว้าธงชาติจากในบ้านออกไปร่วมชุมนุมด้วย &amp;quot;หลายคนโดนฆ่าตายและบาดเจ็บในเหตุเหยียบกันตายและโดนตอลิบันยิง&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ชาวอัฟกันออกมาชุมนุมประท้วงบนท้องถนนที่เมืองจาลาลาบัดในภาคตะวันออก และในอำเภอหนึ่งของจังหวัดปักเตีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยานหลายรายและสื่อรายงานว่า เมื่อวันพุธ นักรบตอลิบันยิงใส่ผู้ประท้วงหลายคนที่โบกธงชาติในเมืองจาลาลาบัดด้วย ทำให้มีคนตาย 3 คน ตามรายงานของสื่ออ้างด้วยว่า บางพื้นที่ ผู้ประท้วงฉีกธงของตอลิบันลงมา มีรายงานเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันในเมืองอาซาดาบัด และเมืองโคสต์ ที่อยู่ในภาคตะวันออกอีกเมืองหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัมรุลลาห์ ซาเลห์ รองประธานาธิบดีคนหนึ่งของอัฟกานิสถานที่กำลังพยายามระดมการต่อต้านตอลิบัน กล่าวสนับสนุนการประท้วง &amp;quot;สดุดีผู้ที่ถือธงชาติและยืนหยัดเพื่อศักดิ์ศรีของชาติ&amp;quot; เขาทวีต ก่อนหน้านี้เขาอ้างด้วยว่า ตนเองยังอยู่ในอัฟกานิสถานและเป็น &amp;quot;ประธานาธิบดีรักษาการโดยชอบด้วยกฎหมาย&amp;quot; หลังจากประธานาธิบดีอัชราฟ กานี หนีออกนอกประเทศภายหลังตอลิบันยึดเมืองหลวงได้เมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปราบปรามการประท้วงจะสร้างความเคลือบแคลงใหม่ๆ ต่อคำรับประกันของตอลิบัน ที่บอกว่าพวกเขาเปลี่ยนไปจากเมื่อ 20 ปีก่อน ที่เคยปกครองประเทศนี้ด้วยกฎหมายชะรีอะห์เคร่งครัด ผู้หญิงถูกจำกัดสิทธิอย่างรุนแรงห้ามทำงานและเรียนหนังสือ มีการประหารชีวิตในที่สาธารณะและระเบิดทำลายพระพุทธรูปโบราณ แต่ตอนนี้พวกเขาต้องการสันติภาพ และจะไม่ล้างแค้นศัตรูเก่า จะเคารพสิทธิสตรีภายใต้หลักอิสลาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้สถานการณ์ในกรุงคาบูลโดยทั่วไปจะอยู่ในความสงบนับแต่ตอลิบันยึดกรุง แต่ที่สนามบินมีความสับสนวุ่นวายเมื่อคนจำนวนมากต้องการหนีออกนอกประเทศตั้งแต่สุดสัปดาห์ เจ้าหน้าที่นาโตและตอลิบันกล่าวว่า มีคนเสียชีวิตแล้ว 12 คน ภายในและรอบสนามบิน มีทั้งโดนยิงหรือเหยียบกันตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตอลิบันรายนี้เรียกร้องประชาชนที่ไม่มีสิทธิเดินทางอย่างถูกกฎหมายว่าควรกลับบ้าน &amp;quot;เราไม่ต้องการทำร้ายใครที่สนามบิน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนกล่าวเมื่อวันพุธว่า มือปืนตอลิบันขัดขวางไม่ให้ผู้คนเข้าไปภายในพื้นที่ของสนามบิน แต่เจ้าหน้าที่ตอลิบันกล่าวว่า พวกผู้บัญชาการและทหารยิงขึ้นฟ้าเพื่อขับไล่ฝูงชน สถานการณ์เรียบร้อยขึ้นในวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐและชาติตะวันตกอื่นๆ เดินหน้าอพยพคนออกจากอัฟกานิสถาน ทั้งพลเมืองของตนและชาวอัฟกันที่ทำงานให้ เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของชาติตะวันตกรายหนึ่งบอกว่า นับตั้งแต่วันอาทิตย์ มีคนถูกอพยพออกจากสนามบินแล้วประมาณ 8,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อตกลงที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำไว้กับตอลิบันเมื่อปีที่แล้ว สหรัฐตกลงจะถอนกำลังพลออกจากอัฟกานิสถาน แลกกับคำรับประกันของตอลิบันว่าจะไม่ให้ประเทศนี้ถูกใช้เป็นฐานสำหรับการโจมตีก่อการร้าย และนักรบตอลิบันจะไม่โจมตีทหารต่างชาติระหว่างการถอนกำลังด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวเมื่อวันพุธว่า กองทัพสหรัฐจะยังคงอยู่ในอัฟกานิสถานจนกว่าการอพยพจะเสร็จสิ้น แม้อาจต้องอยู่ต่อภายหลังผ่านเส้นตายถอนทหารวันที่ 21 สิงหาคมก็ตาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113888</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงคาบูล, ตอลิบัน, ประท้วงต่อต้านตอลิบัน, อพยพออกจากคาบูล, อัฟกานิสถาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e497cc6223.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ป้องการตัดสินใจถอนทหาร ซัดผู้นำอัฟกันเผ่น-กองทัพไม่สู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยืนกรานทำถูกแล้ว ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐแถลงปกป้องการตัดสินใจถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน อ้างเดินตามข้อตกลงของ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; กับตอลิบัน โทษผู้นำอัฟกันหนีออกนอกประเทศ ขณะกองทัพอัฟกันก็ไม่สู้ ด้านตอลิบันออกแถลงการณ์นิรโทษกรรมให้เจ้าหน้าที่ทุกคน ขอให้กลับมาใช้ชีวิตปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แถลงที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 (Photo by Anna Moneymaker/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีสหรัฐแถลงต่อประชาชนถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์เกี่ยวกับสถานการณ์อัฟกานิสถานเป็นครั้งแรกเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม 2564 ตามเวลากรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่ตรงกับเช้ามืดวันอังคารของไทย หลังจากสภาพความโกลาหลอลหม่านระหว่างการอพยพที่สนามบินคาบูลเมื่อวันอาทิตย์และวันจันทร์ที่่ผ่านมาสร้างความตกตะลึงแก่คนทั้งโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานว่า กองทัพสหรัฐซึ่งส่งทหารราว 6,000 นายมาสนับสนุนการอพยพ ระงับการบินที่สนามบินคาบูลหลายชั่วโมงเมื่อวันจันทร์ ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้เครื่องบินเยอรมันลำหนึ่งต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงที่กรุงทัชเคนต์ของอุซเบกิสถาน อีกลำต้องบินวน ก่อนที่สหรัฐจะเปิดสนามบินอีกครั้งในช่วงค่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นมีวิดีโอภาพเหตุการณ์ที่ชาวอัฟกันหลายพันคนบุกเข้าไปถึงรันเวย์ คนกลุ่มหนึ่งเกาะเครื่องบินลำเลียงของกองทัพสหรัฐและมีคนร่วงลงมาเมื่อเครื่องบินทะยานขึ้น มีรายงานคนเสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน บางคนตกลงมาจากเครื่องบิน เพนตากอนแถลงเมื่อวันจันทร์ด้วยว่า ทหารสหรัฐยิงชายติดอาวุธ 2 คนที่ดูเหมือนว่ายิงปืนใส่ฝูงชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักรบตอลิบันพิชิตกรุงคาบูลอย่างง่ายดายเมื่อวันอาทิตย์ ทั้งที่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐเคยคาดคะเนก่อนหน้านี้ว่ากองทัพอัฟกันน่าจะต้านทานตอลิบันได้อย่างน้อย 3 เดือน แต่ในความเป็นจริงนักรบตอลิบันใช้เวลาเพียงสัปดาห์เศษก็กวาดกลืนเมืองสำคัญได้ทั่วประเทศจนมาถึงเมืองหลวง ชัยชนะอย่างรวดเร็วของตอลิบันสร้างความตกตะลึงแก่สหรัฐและพันธมิตรตะวันตก ที่ร่วมยึดครองอัฟกานิสถานนาน 20 ปี ทุ่มเงินมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ติดอาวุธยุทโธปกรณ์และฝึกกองทัพอัฟกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงจากทำเนียบขาว ไบเดนปกป้องการตัดสินใจของเขา โดยยืนกรานว่าต้องเลือกระหว่างการขอให้กองทัพสหรัฐต่อสู้อย่างไม่รู้จบต่อไปในสงครามที่เขาเรียกว่าสงครามกลางเมืองของอัฟกานิสถาน หรือทำตามข้อตกลงถอนทหาร ที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำไว้กับตอลิบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจาก 20 ปีผ่านไปผมได้รับรู้หนทางที่ยากลำบากว่า ไม่เคยมีเวลาที่เหมาะสมในการถอนกำลังทหารสหรัฐ นั่นเป็นเหตุผลที่เรายังอยู่ที่นั่น&amp;quot; เขากล่าว และยังพาดพิงถึงทรัมป์ด้วยว่า การเจรจาต่อรองทำข้อตกลงกับตอลิบันทำให้กลุ่มนี้อยู่ในตำแหน่งทางทหารที่แข็งแกร่งที่สุดนับแต่ปี 2544&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนยอมรับว่า ความรวดเร็วที่ตอลิบันสามารถยึดอัฟกานิสถานได้ทั้งประเทศนั้นเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง แต่เขากล่าวโทษพวกผู้นำทางการเมืองอัฟกันที่หนีออกนอกประเทศและกองทัพอัฟกันที่ไม่เต็มใจจะต่อสู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความจริงก็คือ การณ์ปรากฏออกมารวดเร็วกว่าที่เราคาดกันไว้ แล้วเกิดอะไรขึ้นล่ะ พวกผู้นำทางการเมืองอัฟกานิสถานยอมแพ้แล้วหนีออกนอกประเทศ กองทัพอัฟกันยอมแพ้ บางครั้งก็ไม่ได้พยายามจะต่อสู้&amp;quot; ผู้นำสหรัฐอ้าง โดยวิจารณ์ประธานาธิบดีอัชราฟ กานี ที่หนีตั้งแต่วันอาทิตย์ และอับดุลลาห์ อับดุลลาห์ ผู้นำสภาสูงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ ว่าทั้งสองปฏิเสธทำตามคำแนะนำของเขาที่ให้หาทางออกทางการเมืองกับพวกตอลิบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อุซเบกิสถาน เพื่อนบ้านของอัฟกานิสถาน เจ้าหน้าที่อุซเบกกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า มีอากาศยานอัฟกัน 46 ลำ ประกอบด้วยเครื่องบินทหาร 22 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ทหาร 24 ลำ ข้ามแดนอย่างผิดกฎหมายและถูกบังคับให้ลงจอดที่สนามบินเทอร์เมซเมื่อวันเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมา อากาศยานเหล่านี้บรรทุกทหารอัฟกัน 585 นาย เครื่องบินรบที่ข้ามแดนลำหนึ่งชนกับเครื่องบินทหารอุซเบกที่บินประกบพาลงจอด ทำให้เครื่องตกทั้ง 2 ลำที่จังหวัดซูร์คอนดาร์โย แต่นักบินดีดตัวกางร่มชูชีพลงพื้นอย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติแถลงภายหลังการประชุมฉุกเฉินเมื่อวันจันทร์ เรียกร้องให้มีการเจรจาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในอัฟกานิสถาน โดยมีรายงานของอัลจาซีราห์ทีวีว่า อดีตนายกฯ กัลบุดดิน เฮ็กมัตยาร์ และอดีตประธานาธิบดีฮามิด การ์ไซ และอับดุลลาห์ อับดุลลาห์ กำลังมุ่งหน้าไปเจรจากับตัวแทนของตอลิบันที่กรุงโดฮาของกาตาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันอังคาร กลุ่มตอลิบันออกแถลงการณ์ประกาศนิรโทษกรรมทั่วไปเจ้าหน้าที่รัฐบาลทุกคนและขอให้พวกเขากลับเข้าทำงานและใช้ชีวิตตามปกติอย่างมั่นใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีการประกาศนิรโทษกรรมทั่วไปสำหรับทุกคนแล้ว ฉะนั้น พวกคุณควรเริ่มต้นชีวิตประจำวันของคุณด้วยความมั่นใจอย่างเต็มที่&amp;quot; แถลงการณ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113609</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงคาบูล, ตอลิบัน, ถอนทหารสหรัฐ, อัฟกานิสถาน, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b73628dfb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาบูลแตก ตอลิบันลั่นสงครามจบแล้ว &#039;ทรัมป์&#039;จี้&#039;ไบเดน&#039;ลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักรบตอลิบันบุกเข้ายึดครองกรุงคาบูลของอัฟกานิสถานแล้วเมื่อวันจันทร์ รูดม่านสงครามอัฟกานิสถานยาวนาน 20 ปีแบบชาติตะวันตกไม่ทันตั้งตัว ชาวอัฟกันแตกตื่นบุกเข้าสนามบินหวังหนีออกนอกประเทศ ทหารอเมริกันยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อคุมฝูงชน &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; เรียกร้องประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลาออกเพื่อรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักรบตอลิบันลาดตระเวนในกรุงคาบูลเมื่อวันอาทิตย์ ภายหลังเข้ายึดครองได้สำเร็จ (Photo by Sayed Khodaiberdi Sadat/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม ถึงสภาพความโกลาหลวุ่นวายภายในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน ภายหลังนักรบตอลิบันโอบล้อมกรุงเมื่อวันอาทิตย์ แล้วประธานาธิบดีอัชราฟ กานี หนีออกนอกประเทศในช่วงค่ำ โดยอ้างว่าต้องการหลีกเลี่ยงการนองเลือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอลิบันชนะโดยใช้ดาบและปืนเป็นเครื่องตัดสิน และตอนนี้พวกเขาต้องรับผิดชอบต่อเกียรติยศ, ทรัพย์สิน และการเอาตัวรอดของเพื่อนร่วมชาติของพวกเขา&amp;quot; กานีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอลิบันใช้เวลาเพียงแค่ 10 วันก็สามารถยึดทุกเมืองไว้ได้ ถือเป็นชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โมฮัมหมัด นาอีม โฆษกสำนักงานฝ่ายการเมืองของตอลิบันกล่าวกับอัลจาซีราห์ทีวีว่า วันนี้เป็นวันอันดีของชาวอัฟกันและมูจาฮีดิน พวกเขาได้ประจักษ์ผลของความพยายามและความเสียสละยาวนาน 20 ปี &amp;quot;สงครามในประเทศยุติแล้ว&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังของรัฐบาลอัฟกันล่มสลายลงเมื่อไม่มีการสนับสนุนจากกองทัพสหรัฐ ที่นำกองกำลังพันธมิตรรุกรานประเทศนี้เมื่อปี 2544 เพื่อโค่นล้มระบอบตอลิบันที่ให้การหนุนหลังกลุ่มอัลกออิดะห์ของอุซามะห์ บินลาดิน ที่โจมตีสหรัฐเมื่อวันที่ 11 กันยายน ปีเดียวกัน แม้สหรัฐจะทุ่มเททรัพยากรและเงินจำนวนนับล้านล้านดอลลาร์ ในการสร้างรัฐบาลประชาธิปไตยและกองกำลังความมั่นคง เพื่อต้านทานนักรบอิสลามกลุ่มนี้ ไม่นับรวมการสูญเสียชีวิตทหารหลายพันนาย แต่ความพยายามเกือบ 20 ปีมานี้ถูกพิสูจน์แล้วว่าสูญเปล่าในช่วงเวลาไม่กี่เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มตอลิบันเริ่มเปิดฉากรุกขนานใหญ่เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม พร้อมกับที่สหรัฐและพันธมิตรเริ่มการถอนทหารระยะสุดท้ายให้ทันตามแผนถอนทหารภายในสิ้นเดือนสิงหาคม หลังจากกวาดกลืนพื้นที่ชนบทที่ไม่ค่อยมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ได้ส่วนใหญ่ ช่วง 10 วันที่ผ่านมาตอลิบันก็รุกโจมตีเขตเมือง ขับไล่กองกำลังความมั่นคงของรัฐบาลแตกกระเจิง จนกระทั่งมาถึงคาบูลได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากตำรวจและกองกำลังต่างๆ ของรัฐบาลถอนออกจากที่ตั้งในกรุงคาบูลเมื่อวันอาทิตย์ นักรบตอลิบันก็เข้ายึดจุดตรวจทั่วเมืองหลวงและเข้าสู่ทำเนียบประธานาธิบดีอย่างง่ายดาย ในวันจันทร์นักรบตอลิบันหลายคนถือปืนไรเฟิลออกเดินลาดตระเวนในเขตกรีนโซน ซึ่งเคยเป็นป้อมปราการแน่นหนาและที่ตั้งของสถานทูตต่างชาติและองค์กรระหว่างประเทศเกือบทั้งหมดในอัฟกานิสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรดาผู้นำตอลิบันให้ความมั่นใจต่อประชาคมระหว่างประเทศว่า ชาวอัฟกันไม่ควรต้องหวาดกลัวพวกเขา และพวกเขาจะไม่ล้างแค้นพวกที่เคยสนับสนุนกองทัพพันธมิตรของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อับดุล กานี บาราดาร์ ผู้ร่วมก่อตั้งตอลิบัน ยังเผยแพร่ข้อความทางโซเชียลมีเดีย เรียกร้องให้นักรบของเขารักษาวินัยหลังจากยึดกรุงคาบูลไว้ได้ &amp;quot;ตอนนี้เป็นเวลาที่จะทดสอบและพิสูจน์ พวกเราต้องแสดงให้เห็นว่าเราสามารถรับใช้ประเทศของเรา และสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายในชีวิต&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ตอลิบันจะยึดเมืองหลวงได้โดยปราศจากการเสียเลือดเนื้อ เหมือนกับที่หลายเมืองยอมศิโรราบให้พวกเขาโดยดีก่อนหน้านี้ แต่ชาวอัฟกันในกรุงคาบูลยังคงแตกตื่นและแห่กันไปที่สนามบิน หวังขึ้นเที่ยวบินที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่เที่ยว รายหนึ่งเป็นอดีตทหารวัย 25 ปีบอกกับเอเอฟพีระหว่างยืนปนอยู่ในฝูงชนที่บุกเข้าไปถึงลานวิ่งของเครื่องบินว่า เขากลัวกับการใช้ชีวิตที่นี่ เพราะเขาเคยเป็นทหารและตอลิบันต้องจัดการเขาแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพสหรัฐส่งทหาร 6,000 นายมายังสนามบินแห่งนี้เพื่อรักษาความปลอดภัยระหว่างการอพยพเจ้าหน้าที่สถานทูต รวมถึงชาวอัฟกันที่ทำงานเป็นล่ามหรือสนับสนุนการทำงานของสหรัฐ รัฐบาลอีกหลายประเทศก็ส่งเที่ยวบินพิเศษมารับคนของตนเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้รัฐบาลสหรัฐจะยืนยันเมื่อวันจันทร์ว่าสามารถควบคุมสนามบินนี้ไว้ได้แล้ว แต่ก็ยังเกิดภาพความโกลาหลวุ่นวาย พยานหลายคนกล่าวว่า ทหารอเมริกันยิ่งปืนขึ้นฟ้าเพื่อเตือนฝูงชนหลายพันคนที่แห่กันมายังลานสนามบิน หวังขึ้นเครื่องบินออกนอกประเทศ และทำให้ต่อมาเจ้าหน้าที่ยกเลิกเที่ยวบินพาณิชย์ทุกเที่ยวบินที่เหลืออยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะไม่มีเที่ยวบินโดยสารออกจากสนามบินฮามิดการ์ไซ เพื่อป้องกันการฉกชิงและปล้นทรัพย์ โปรดอย่ามาที่สนามบิน&amp;quot; การท่าอากาศยานคาบูลกล่าวในข้อความถึงนักข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สหรัฐอเมริกา อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ผลักดันการถอนทหารอเมริกันทั้งหมดพ้นอัฟกานิสถาน ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ประธานาธิบดีไบเดนลาออกจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงเวลาแล้วที่โจ ไบเดน จะต้องลาออกด้วยความอัปยศกับสิ่งที่เขาปล่อยให้เกิดขึ้นกับอัฟกานิสถาน&amp;quot; ทรัมป์กล่าวพร้อมกับโจมตีไบเดนด้านอื่นๆ ด้วย เช่นการรับมือโควิด-19 และนโยบายคนเข้าเมือง, เศรษฐกิจและพลังงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอลิบันเข้าควบคุมคาบูลได้เมื่อวันอาทิตย์ มากกว่า 2 สัปดาห์ก่อนเส้นตายวันที่ 31 สิงหาคม ที่ไบเดนประกาศไว้ว่าจะการถอนทหารอเมริกันออกจากประเทศนี้จะเสร็จสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของทรัมป์เป็นฝ่ายทำความตกลงกับตอลิบันไว้เองที่กรุงโดฮาเมื่อปี 2563 ว่ากองทัพสหรัฐจะถอนกำลังพลทั้งหมดออกจากประเทศนี้ภายในเดือนพฤษภาคม 2564 เพื่อแลกเปลี่ยนกับการรับประกันด้านความมั่นคงต่างๆ จากกองกำลังติดอาวุธกลุ่มนี้ ซึ่งเคยครองอำนาจยาวนานหลายปีก่อนที่สหรัฐจะนำกองทัพพันธมิตรบุกโค่นล้มและยึดครองนานเกือบ 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไบเดนเข้ารับตำแหน่งช่วงต้นปี เขายืดเส้นตายที่ทรัมป์ขีดไว้สำหรับการถอนทหารและไม่ได้ยื่นเงื่อนไขใดๆ ไว้ ทรัมป์เคยโจมตีการดำเนินการของไบเดนหลายครั้ง และคุยว่า ถ้าเขายังเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ การถอนทหารจะแตกต่างกว่านี้มากและประสบความสำเร็จกว่านี้เยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่โจ ไบเดน ทำไว้กับอัฟกานิสถานจะกลายเป็นตำนานเล่าขาน มันจะถูกบันทึกไว้ว่า เป็นหนึ่งในความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา&amp;quot; ทรัมป์กล่าวในคำแถลงอีกฉบับเมื่อวันอาทิตย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113480</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงคาบูล, คาบูลแตก, จี้ไบเดนลาออก, ตอลิบัน, สนามบินคาบูล, สหรัฐถอนทัพ, อัฟกานิสถาน, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a1ed430a68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2019 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2019 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอเอสระเบิดฆ่าตัวตายถล่มงานแต่งอัฟกัน ดับ 63 เจ็บ 182</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มือระเบิดฆ่าตัวตายจุดชนวนระเบิดกลางงานเลี้ยงแต่งงานในฝั่งตะวันตกของกรุงคาบูลเมื่อค่ำวันเสาร์ กระทรวงมหาดไทยเผยจำนวนผู้เสียชีวิตพุ่งเป็นอย่างน้อย 63 คนในวันอาทิตย์ เจ็บ 182 คน ไอเอสประกาศอ้างผลงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวอัฟกันตรวจสอบสภาพภายในห้องโถงจัดงานเลี้ยงเมื่อวันอาทิตย์ ภายหลังมือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีเมื่อคืนวันเสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2562 กล่าวว่า เหตุโจมตีนองเลือดที่สุดในรอบหลายเดือนของอัฟกานิสถานครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงยามการเจรจาระหว่างผู้แทนของกลุ่มตอลิบันและรัฐบาลสหรัฐมีความคืบหน้า และยังยังเกิดภายหลังเหตุระเบิดโจมตีมัสยิดหลังหนึ่งในเมืองเกตตา จังหวัดบาลูจิสถาน ของปากีสถานเมื่อวันศุกร์ ซึ่งอาห์มาดุลลอฮ์ อาคุนด์ซาดา น้องชายของไฮบาตุลลอฮ์ อาคุนด์ซาลา ผู้นำของกลุ่มตอลิบัน เป็น 1 ใน 4 คนที่เสียชีวิตด้วย ไม่มีฝ่ายใดออกมาประกาศว่าอยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของกลุ่มตอลิบันยืนยันว่า พวกเขาไม่ได้ก่อเหตุโจมตีกลางงานเลี้ยงแต่งงานทางตะวันตกของกรุงคาบูลเมื่อวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้แทนทั้งของสหรัฐและตอลิบันกล่าวว่า การเจรจาซึ่งเป็นรอบที่ 8 นับจากปลายปีที่แล้ว กำลังมีความคืบหน้า ทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายยุติสงครามยาวนาน 2 ทศวรรษ โดยสหรัฐต้องถอนกำลังทหารทั้งหมดที่มีอยู่ราว 14,000 นายออกจากอัฟกานิสถาน และตอลิบันรับประกันเสถียรภาพในประเทศนี้ รวมถึงการไม่ยอมให้อัฟกานิสถานเป็นที่หลบซ่อนของพวกนักรบญิฮาด ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้นัดหมายเจรจารอบใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นัสรัต ราฮิมี โฆษกกระทรวงมหาดไทยอัฟกานิสถาน แถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า มีคนเสียชีวิตในเหตุระเบิดฆ่าตัวตายครั้งนี้อย่างน้อย 63 คน บาดเจ็บ 182 คน มีผู้หญิงและเด็กบาดเจ็บด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้เป็นงานของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ซึ่งเป็นชนส่วนน้อยของอัฟกานิสถานที่ส่วนใหญ่เป็นชาวสุหนี่ ที่ผ่านมาชาวชีอะห์มักตกเป็นเป้าหมายการโจมตีบ่อยครั้ง โดยเฉพาะจากฝีมือกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่เคยก่อเหตุในกรุงคาบูล ต่อมากลุ่มไอเอสเผยแพร่แถลงการณ์ผ่านเทเลแกรมเมื่อวันอาทิตย์ว่า นักรบของตนคนหนึ่งจุดชนวนรถยนต์ติดระเบิดที่จอดอยู่ในงานเลี้ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานเลี้ยงสมรสของชาวอัฟกันมักเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ที่จัดยาวนานหลายชั่วโมงภายในห้องโถงจัดงานเลี้ยง ซึ่งจะแยกส่วนระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงและเด็ก แขกในงานนี้เปิดเผยกับโตโลนิวส์ของอัฟกันว่า มีแขกได้รับเชิญมาร่วมงานเมื่อวันเสาร์ประมาณ 1,200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมฮัมมัด ฟาร์ฮัก บอกกับเอเอฟพีว่า เขาอยู่ในพื้นที่ของผู้หญิงและเด็กเมื่อได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นในห้องจัดงานของผู้ชาย แรงระเบิดทำให้กลุ่มควันปกคลุมห้องโถงนั้นนานราว 20 นาที เกือบทุกคนที่อยู่ในห้องนั้นถ้าไม่เสียชีวิตก็บาดเจ็บ หลังระเบิด 2 ชั่วโมงศพยังก็เก็บกู้ไม่หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อับดุลลาห์ อับดุลลาห์ หัวหน้าผู้บริหารของอัฟกานิสถาน กล่าวประณามการโจมตีอย่างโหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรมครั้งนี้ว่าเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานเลี้ยงแต่งงานตกเป็นเป้าหมายการโจมตีบ่อยครั้ง เหตุที่เป็นเป้าหมายที่ง่ายขาดการดูแลความปลอดภัย เช่น เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม มือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีงานแต่งที่จังหวัดนันการ์ฮาร์ ในภาคตะวันออก มีคนตายอย่างน้อย 6 ราย กลุ่มไอเอสอ้างเป็นผู้ก่อเหตุ เมื่อเดือนพฤศจิกายนก็เคยเกิดเหตุระเบิดโจมตีกลางงานเลี้ยงในกรุงคาบูล มีคนตายอย่างน้อย 40 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43685</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงคาบูล, งานเลี้ยงแต่งงาน, ตอลิบัน, ระเบิดฆ่าตัวตาย, อัฟกานิสถาน, ไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190818/image_big_5d591f401dd15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 23:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 23:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวมาเลย์รวมอยู่ในกลุ่มชาวต่างชาติโดนลักพาตัวฆ่าทิ้งที่กรุงคาบูล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจอัฟกานิสถานพบศพชาวต่างชาติ 3 คน ที่โดนลักพาตัวแล้วสังหารทิ้งในกรุงคาบูลเมื่อวันพฤหัสบดี เผยเป็นชาวอินเดีย, มาเลเซีย และมาซิโดเนีย ที่เป็นลูกจ้างของบริษัทโซเด็กซ์โซ่จากฝรั่งเศส ยังไม่มีกลุ่มใดอ้างอยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทหารอัฟกันตรวจค้นยานพาหนะที่ด่านตรวจในเมืองจาลาลาบัดเมื่อวันพุธ อัฟกานิสถานเผชิญการโจมตีโดยไอเอสและตอลิบันถี่ขึ้น แต่การลักพาตัวและสังหารชาวต่างชาติครั้งนี้ยังไม่มีใครอ้างเป็นผู้ก่อเหตุ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีอ้างคำแถลงของกระทรวงมหาดไทยและตำรวจอัฟกานิสถาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม 2561 ว่าคนกลุ่มนี้พร้อมกับคนขับรถโดนลักพาตัวภายหลังทั้งหมดออกจากที่ทำงานเพื่อไปยังสนามบินในวันพฤหัสบดี ศพของพวกเขาถูกพบในอีก 1 ชั่วโมงต่อมา ที่เขตมุสซาฮีของกรุงคาบูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกระทรวงกล่าวว่า ชาวต่างชาติ 3 คนนี้ ซึ่งประกอบด้วย ชาวอินเดีย, มาเลเซีย และมาซิโดเนีย ทำงานให้บริษัท โซเด็กซ์โซ่ บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการบริหารจัดการของฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ชาวมาเลเซียมีอายุ 64 ปี, ชาวอินเดียอายุ 39 ปี และมาซิโดเนียอายุ 37 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮัชมัต สตานิกไซ โฆษกตำรวจคาบูลกล่าวกับเอเอฟพีว่า ตำรวจเชื่อว่าเหตุการณ์นี้เป็นการก่อการร้าย แต่ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาประกาศว่าอยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบาฮาร์ เมฮีร์ โฆษกกระทรวงมหาดไทย เผยว่า ศพทั้งหมดถูกพบในรถอีกคันหนึ่งบริเวณชานกรุง พวกเขาโดนยิงภายในรถคันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อีกคนของกระทรวงเผยว่า ตำรวจกำลังสอบปากคำคนขับรถในฐานะผู้ต้องสงสัย เหยื่อทั้ง 3 ราย ถูกมัดมือแล้วยิง โดยศพ 2 ศพ ถูกพบอยู่ในกระโปรงรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลักพาตัวและสังหารชาวต่างชาติครั้งนี้เกิดในช่วงเวลาที่เมืองหลวงของอัฟกานิสถานเผชิญเหตุการณ์โจมตีบ่อยครั้งขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยฝีมือของนักรบกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) และตอลิบัน ที่พุ่งเป้ากองกำลังฝ่ายความมั่นคงและสถานที่ราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กรุงคาบูลก็เกลื่อนด้วยแก๊งอาชญากรที่ลักพาตัวเหยื่อเพื่อเรียกค่าไถ่ โดยเป้าหมายมักเป็นชาวต่างชาติและชาวอัฟกันที่มีฐานะ และบางครั้งก็ส่งเหยื่อให้พวกกลุ่มก่อความไม่สงบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14621</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงคาบูล, ชาวต่างชาติ, ลักพาตัว, อัฟกานิสถาน, โซเด็กซ์โซ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b632e7a0b69e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
