<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผาศพไม่ทัน อินเดียสังเวยโควิดอีก3,645คน ติดเชื้อสะสมทะลุ18ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยังไม่มีแนวโน้มทุเลา อินเดียมีผู้ติดเชื้อมากเป็นสถิติสูงสุดในโลกอีกเมื่อวันพฤหัสบดี ที่เกือบ 380,000 คน ยอดสะสมมากกว่า 18 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตอีก 3,645 คน ทำลายสถิติรายวัน สหรัฐส่งชุดตรวจเชื้อแบบเร็วให้เกือบ 1 ล้านชุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนงานขนฟืนสำหรับใช้เผาศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ที่ฌาปนสถานกาซิปุระในกรุงนิวเดลี เมื่อวันพุธ (Photo by Raj K Raj/Hindustan Times via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุขอินเดียแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายนว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาก่อโรคโควิด-19 เพิ่มอีก 379,257 คน และมีผู้เสียชีวิตเพราะโรคนี้อีก 3,645 คน เพิ่มขึ้นจากวันก่อนเกิน 350 คน ทำให้จำนวนรวมผู้ติดเชื้อสะสมในอินเดียเป็น 18.38 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิต 207,832 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจจะสูงกว่าที่รายงาน การแพร่ระบาดรอบใหม่นี้ ซึ่งทำให้เดือนเมษายนเดือนเดียวมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในอินเดียเกิน 6 ล้านคน ถูกมองว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ รวมไปถึงการรวมตัวของคนจำนวนมากในการชุมนุมหาเสียงทางการเมืองและเทศกาลทางศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เค วิชัย ราฆวาน หัวหน้าที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาล ยอมรับกับหนังสือพิมพ์อินเดียนเอ็กซ์เพรสว่า รัฐบาลควรเตรียมตัวรับมือคลื่นการระบาดลูกที่สองให้ดีกว่านี้ รัฐบาลกลางและรัฐบาลรัฐต่างๆ เคยพยายามขนานใหญ่ในการเตรียมพร้อมโรงพยาบาลและโครงสร้างด้านการดูแลสุขภาพระหว่างคลื่นการระบาดระลอกแรก แต่เมื่อคลื่นลูกนั้นซาลง ความรู้สึกถึงความเร่งด่วนในการทำให้เสร็จสมบูรณ์ก็ลดลงตามด้วย แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะขยายขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขภายในเวลา 1 ปี ให้อยู่ในระดับที่เพียงพอรับมือกับสิ่งที่เรากำลังเห็นอยู่ในตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤติครั้งนี้ซึ่งทำให้โรงพยาบาลในหลายเมืองโดยเฉพาะกรุงนิวเดลี ขาดแคลนเตียง เวชภัณฑ์และออกซิเจน ขณะที่ฌาปนสถานกับสุสานจัดการกับศพไม่ทัน และมีปัญหาขาดแคลนฟืนสำหรับเผาศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายประเทศกำลังเร่งส่งความช่วยเหลือมาที่อินเดีย รวมรัฐบาลสหรัฐ ที่เมื่อวันพุธประกาศว่ากำลังส่งความช่วยเหลือมูลค่ามากกว่า 100 ล้านดอลลาร์มาให้ เที่ยวบินของทหารเที่ยวบินแรกของสหรัฐกำลังนำชุดตรวจไวรัสแบบเร็ว 960,000 ชุด และหน้ากากอนามัยสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าอีก 100,000 ชิ้น ที่คาดว่าจะมาถึงอินเดียวันพฤหัสบดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101163</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงนิวเดลี, ยอดตายรายวัน, อินเดีย, เผาศพไม่ทัน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a5a3b9d0c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุโควิดถล่มอินเดีย วันเดียวตายเกิน2,000 ติดเชื้อเกือบ300,000</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คลื่นไวรัสโควิดรอบใหม่ถาโถมอินเดียจนคุมไม่อยู่แล้ว มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,000 คนใน 24 ชั่วโมง ติดเชื้อเกือบ 300,000 คน ทำสถิติสูงสุดใหม่อีก โรงพยาบาลในกรุงนิวเดลีขาดแคลนออกซิเจนถึงขั้นวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คลื่นการระบาดระลอกที่ 2 ของอินเดียเป็นผลมาจากความหย่อนยานในการควบคุมโรคระบาด และ &amp;quot;ไวรัสกลายพันธุ์แบบดับเบิล&amp;quot; สายพันธุ์ใหม่ ที่ส่งผลให้อินเดียมีผู้ติดเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 รายใหม่ถึงเกือบ 3.5 ล้านคนเฉพาะเดือนเมษายนเดือนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขอินเดียเมื่อวันพุธที่ 21 เมษายน เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิต 2,023 คน และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 295,000 คนในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เป็นยอดติดเชื้อรายวันจำนวนมากที่สุดในโลกประเทศหนึ่งขณะนี้ และใกล้เคียงกับจำนวนที่พบในสหรัฐอเมริกาช่วงที่สถานการณ์รุนแรงที่สุดเมื่อเดือนมกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในอินเดียเพิ่มเป็น 15.6 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 180,000 คน แต่อัตราการติดเชื้อและเสียชีวิตยังต่ำกว่าหลายประเทศหากเทียบกับจำนวนประชากร ซึ่งอินเดียมีมากกว่า 1,300 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แถลงต่อประชาชนเมื่อคืนวันอังคารว่า ประเทศนี้กำลังต่อสู้กับศึกใหญ่อีกครั้ง สถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมจนกระทั่งเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน แล้วคลื่นโคโรนาลูกที่ 2 ก็มาราวกับพายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ มีกิจกรรมที่ชาวอินเดียรวมตัวกันจำนวนมากทั้งเทศกาลทางศาสนาและการชุมนุมทางการเมือง รวมถึงเทศกาลกุมภเมลา ที่มีชาวฮินดูเข้าร่วมหลายล้านคนริมแม่น้ำคงคาที่เมืองหริทวาร และการแข่งขันคริกเกตระหว่างอินเดียกับอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่ออินเดียรายงานด้วยว่า การผลิตยาสำคัญที่ใช้ต้านไวรัสโคโรนาในโรงงานบางแห่งชะลอลงหรือถึงขั้นหยุด และการเปิดประมูลสำหรับโรงงานผลิตเครื่องกำเนิดออกซิเจนก็ล่าช้า ขณะนี้บางครอบครัวถูกบีบให้ต้องซื้อยาและออกซิเจนในตลาดมืดด้วยราคาแพงลิบลิ่ว กลุ่มในโซเชียลมีเดียเช่นวอตส์แอปเต็มไปด้วยคำวิงวอนขอความช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านอาร์วินด์ เคจริวาล มุขมนตรีกรุงนิวเดลี ซึ่งเริ่มกักกันโรคเมื่อวันอังคารหลังจากภรรยาเขาติดเชื้อไวรัส ทวีตเมื่อคืนวันอังคารว่า โรงพยาบาลบางแห่งในเมืองหลวงแห่งนี้ &amp;quot;เหลือออกซิเจนให้ใช้ได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัตเยนทาร์ ชาอิน รัฐมนตรีสาธารณสุขของกรุงนิวเดลี ซึ่งมีประชากรราว 25 ล้านคน เรียกร้องให้รัฐบาลกลางฟื้นฟูห่วงโซ่อุปทานออกซิเจนเพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤติครั้งใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานท้องถิ่นกล่าวด้วยว่า โรงพยาบาลในรัฐมหาราษฏระในภาคตะวันตก ซึ่งมีนครมุมไบเป็นเมืองหลวงและเป็นศูนย์กลางการระบาดอีกแห่ง ก็กำลังประสบปัญหาขาดแคลนออกซิเจนอย่างรุนแรงเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100225</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงนิวเดลี, ขาดแคลนออกซิเจน, ติดเชื้อเกือบ3แสน, พายุโควิด, อินเดีย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607ffcc0a618b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรุงนิวเดลีครองแชมป์เมืองหลวงอากาศแย่สุดในโลกปี63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไอคิวแอร์เผยรายงานคุณภาพอากาศทั่วโลก พบหลายสิบประเทศมีระดับค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ที่อันตรายถึงชีวิตในปี 2563 สูงกว่าค่าที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ แม้มีการล็อกดาวน์เพราะโควิด-19 ก็ตาม&amp;nbsp; กรุงนิวเดลีของอินเดียครองอันดับ 1 เมืองหลวงมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลก ส่วน กทม.ติดอันดับ 35&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ หมอกควันปกคลุมกรุงนิวเดลีเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2563 (Photo by Sanjeev Verma/Hindustan Times via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอคิวแอร์ กลุ่มวัดคุณภาพอากาศจากสวิตเซอร์แลนด์ เผยรายงานคุณภาพอากาศในเมืองต่างๆ ทั่วโลกในปี 2563 ว่า การระบาดของโควิด-19 ทำให้ทั่วโลกล็อกดาวน์เต็มรูปแบบหรือบางส่วน ส่งผลให้ระดับเฉลี่ยของค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ลดลง โดยในกรุงปักกิ่งค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ลดลง 11%, นครชิคาโกลดลง 13%, กรุงนิวเดลีลดลง 15%, กรุงลอนดอนและกรุงโซลลดลงเท่ากัน 16%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานคุณภาพอากาศโลก 2563 ของไอคิวแอร์ที่รวบรวมข้อมูลจากเมืองใหญ่ใน 106 ประเทศทั่วโลก ชี้ด้วยว่า อันดับเมืองที่มีมลภาวะสูงสุด 50 อันดับนั้น มีเมืองจากอินเดียติดอยู่ถึง 35 เมืองในปีที่่ผ่านมา แต่อย่างน้อย 60% ของเมืองต่างๆ ทั่วอินเดียมีสภาพอากาศที่หายใจได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2562 และทุกเมืองมีสภาพอากาศที่สะอาดขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่รายงานฉบับนี้ระบุว่า มีเพียง 24 ประเทศ จาก 106 ประเทศ ที่จากการตรวจสอบคุณภาพอากาศพบว่ามีคุณภาพอากาศปลอดภัยตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก ในปี 2563 จีนและหลายชาติในเอเชียใต้เผชิญกับฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เกินกว่าที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ ในบางภูมิภาคของประเทศเหล่านี้มีค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 สูงกว่าคำแนะนำ 6-8 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บังกลาเทศ, ปากีสถาน, อินเดีย, มองโกเลีย และอัฟกานิสถาน เป็นประเทศที่ติดอันดับประเทศที่มีค่าเฉลี่ยพีเอ็ม 2.5 ปี 2563 สูงสุด โดยมีค่าพีเอ็ม 2.5 ระหว่าง 77-47 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอันดับของเมืองหลวง กรุงนิวเดลีครองอันดับ 1 เมืองหลวงที่มีมลพิษทางอากาศสูงสุด มีค่าเฉลี่ยพีเอ็ม 2.5 ทั้งปีสูงถึง 84.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยใน 5 อันดับแรก ประกอบด้วย อันดับ 2.กรุงธากาของบังกลาเทศ (77.1), อันดับ 3. กรุงอูลานบาตอร์ของมองโกเลีย (46.6), อันดับ 4. กรุงคาบูลของอัฟกานิสถาน (46.5) และอันดับ 5. กรุงโดฮาของกาตาร์ (44.3)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครเมืองหลวงของไทยติดอันดับ 35 มีค่าเฉลี่ยพีเอ็ม 2.5 ที่ 20.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ในรอบ 24 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าเฉลี่ยทั้งปีไม่ควรเกิน 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96276</URL_LINK>
                <HASHTAG>IQAir, กรุงนิวเดลี, มลภาวะทางอากาศ, รายงานคุณภาพอากาศโลก, เมืองหลวงอากาศแย่สุด, ไอคิวแอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_6050bb8c31c47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74724</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>COVID-19 สร้าง New Normal  หนุ่มสาวเสริมความงามที่บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19) แพร่ระบาดไปทั่วโลก ตัวเลขยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อและสินค้าจำเป็นสำหรับการป้องกันโรคเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และยังมีสินค้าอีกประเภทหนึ่งที่มียอดขายเพิ่มขึ้นเช่นกันคือผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลความงาม ตัดแต่งทรงผม หนวด เคราด้วยตัวเอง หรือที่เรียกว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์กรูมมิง (Grooming) เนื่องจากช่วงล็อกดาวน์และการปิดตัวชั่วคราวของร้านเสริมสวยต่างๆ นั้น ทำให้คนส่วนใหญ่หัดดูแลตัวเองที่บ้าน จนกลายเป็นอีกหนึ่ง New Normal ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงนิวเดลี รายงานว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซยอดนิยมของอินเดียมียอดซื้อสินค้ากรูมมิงเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะสินค้าดูแลผม ผิวหน้า เล็บมือ และเล็บเท้า โดยใน Amazon.in นั้น อุปกรณ์ตัดผม โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 7 เท่าในช่วงสถานการณ์ซึ่งแทบจะถือว่าเป็นเรื่องใหม่ของอินเดียที่ผู้คนตัดผมเองที่บ้าน ส่วนใน Flipkart.com เองก็มีแนวโน้มในการซื้อสินค้ากรูมมิงเพิ่มขึ้นทั่วอินเดีย ไม่ใช่แค่ในเมืองใหญ่เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกหนึ่งแนวโน้มที่น่าสนใจในช่วงโควิด-19 คือสินค้าดูแลผิวพรรณ (Skincare) ได้รับความสนใจมากกว่าเครื่องสำอาง โดยพบว่าผู้คนจากอินเดียเหนือ ตะวันตก และใต้ สนใจสินค้าดูแลผิวพรรณมากที่สุด ส่วนผู้บริโภคจากอินเดียตะวันออกนั้นสนใจสินค้าดูแลผมมากกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า &amp;ldquo;ในปี พ.ศ.2562 ประเทศไทยส่งออกเครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณไปอินเดียรวมมูลค่า 118.1 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้าที่อินเดียนำเข้าจากไทยมากที่สุดคือ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าหรือบำรุงผิว หัวน้ำหอมและน้ำหอม ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม ผลิตภัณฑ์อาบน้ำดับกลิ่นตัวและที่โกนหนวด สบู่ และผลิตภัณฑ์สำหรับช่องปาก เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ตลาดสินค้าความงามและผลิตภัณฑ์กรูมมิงในอินเดียมีแนวโน้มที่จะเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่หลายอุตสาหกรรมประสบปัญหา แต่ยอดขายสินค้าบางประเภทอย่างสินค้าดูแลความงามด้วยตัวเองที่บ้าน ยังมีแนวโน้มการเติบโตมากขึ้น ส่วนสินค้าที่มียอดขายลดลง เช่น ลิปสติก ก็เป็นเพียงแนวโน้มชั่วคราวเท่านั้น ตลาดอินเดียจึงยังคงเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับสินค้าความงามและผลิตภัณฑ์กรูมมิง ผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดไปอินเดียควรศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคทั้งชายและหญิง เพื่อพัฒนาสินค้าให้เข้ากับการใช้งานมากขึ้น โดยอาจติดตามแนวโน้มสินค้าที่เป็นที่นิยมได้จากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซด้านสินค้าดูแลตัวเองของอินเดีย อาทิ Nykaa, Purplle และ NewU เป็นต้น&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74724</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กรุงนิวเดลี, คุณภาพชีวิต, สมเด็จ สุสมบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a629813190.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2020 21:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐเต้น หนุ่มอินเดียข่มขืนเด็ก5ขวบในรั้วสถานทูตนิวเดลี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถานทูตสหรัฐในกรุงนิวเดลีแถลงเมื่อวันศุกร์ว่าให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่หลังเกิดเหตุชายวัย 25 ปี ข่มขืนเด็กหญิงวัย 5 ขวบในเขตพื้นที่ของสถานทูต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ชาวอินเดียร่วมการชุมนุมจุดเทียนแสดงความสนับสนุนเหยื่อความรุนแรงทางเพศ ที่เมืองบังกาลอร์เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกรุงนิวเดลีจับกุมชายวัย 25 ปีภายในเขตพื้นที่ของสถานทูตสหรัฐในกรุงนิวเดลีที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ หลังพ่อแม่เด็กแจ้งความตำรวจว่าลูกสาววัย 5 ขวบโดนข่มขืนที่หอพักสำหรับเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดสถานทูตที่เป็นคนอินเดีย ซึ่งอยู่ภายในรั้วสถานทูต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โยเกศ กุมาร ตำรวจนิวเดลี เผยกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีว่า ผลการตรวจสอบเบื้องต้นของแพทย์ยืนยันว่าเด็กหญิงคนนี้ถูกข่มขืน ตำรวจตั้งข้อหาชายที่โดนจับมีความผิดตามกฎหมายข่มขืนเด็กซึ่งมีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีรายงานว่าเด็กหญิงถูกคนร้ายลวงไปข่มขืนเมื่อเช้าวันเสาร์ ขณะเกิดเหตุพ่อแม่ของเด็กไม่ได้อยู่ที่หอพัก พ่อของเด็กหญิงทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดของสถานทูต ตำรวจเผยว่าผู้ก่อเหตุข่มขืนมีอาชีพเป็นคนขับรถ ไม่ได้เป็นลูกจ้างของสถานทูตสหรัฐ แต่พักอยู่กับพ่อแม่ที่หอพักของเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐ เนื่องจากพ่อของเขาทำงานที่สถานทูต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกสถานทูตสหรัฐในกรุงนิวเดลีแถลงเมื่อวันศุกร์ว่า รู้สึกกังวลใจอย่างยิ่งกับเหตุข่มขืนเด็กที่เกิดขึ้นภายในเขตพื้นที่สถานทูตสหรัฐ ทางสถานทูตแจ้งเหตุที่เกิดขึ้นกับตำรวจในทันที และช่วยจัดการให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์กับเด็ก สถานทูตให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่ในการสืบสวนคดีนี้ และเห็นอกเห็นใจและให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่กับเด็กที่โดนข่มขืนและครอบครัวของเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตสหรัฐในอินเดียตั้งอยู่ในเขตจานักยาปูรีใจกลางกรุงนิวเดลี ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานทูตของหลายประเทศ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดมากที่สุดในกรุงนิวเดลี มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์หลายชั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56584</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงนิวเดลี, ข่มขืน, สถานทูตสหรัฐ, อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200207/image_big_5e3d75684cb1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2019 21:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2019 21:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝุ่นพิษปกคลุมนิวเดลี สั่งรถวิ่งตามวันคู่-วันคี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประชากรในกรุงนิวเดลีหลายล้านคนยังต้องเผชิญกับฝุ่นพิษเมื่อวันจันทร์ ทางการมีคำสั่งปิดโรงเรียนต่อถึงวันอังคารและจำกัดรถยนต์ส่วนตัวให้วิ่งวันคู่-วันคี่ตามเลขตัวสุดท้ายของทะเบียนรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพของฝุ่นควันที่ปกคลุมถนนในกรุงนิวเดลีเมื่อวันจันทร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงนิวเดลีเผชิญกับฝุ่นละอองพิษในทุกฤดูหนาวจากไอเสียของยานพาหนะ, มลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมและการเผาพื้นที่เกษตรในรัฐรอบเมืองหลวง แต่ระดับฝุ่นละอองพิษในกรุงนิวเดลีปีนี้เลวร้ายที่สุดในรอบ 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์วินด์ เกชริวาล มุขมนตรีกรุงนิวเดลี โพสต์วิดีโอทางทวิตเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายนว่า มลพิษในกรุงนิวเดลีในขณะนี้ทำให้หายใจไม่ได้ มีหมอกควันพิษปกคลุมทุกที่ เด็ก, เยาวชนและผู้สูงวัยหายใจลำบากและเหมือนตากำลังไหม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลนิวเดลีแก้ปัญหาระยะสั้นโดยออกคำสั่งจำกัดการใช้รถยนต์ส่วนตัววิ่งในเมืองหลวงระหว่างวันที่ 4-15 พฤศจิกายน ให้รถยนต์วิ่งวันคู่-วันคี่ตามเลขตัวสุดท้ายของทะเบียนรถ เพื่อลดปริมาณรถบนท้องถนนในช่วงเวลา 08.00-20.00 น. วันจันทร์ถึงวันเสาร์ ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 4,000 รูปี หรือราว 1,700 บาท ซึ่งมาตรการนี้เคยใช้มาแล้วในปี 2559 และ 2560 แต่ยกเว้นสำหรับรถขนส่งมวลชน, รถแท็กซี่และรถยนต์ที่ผู้หญิงขับมาคนเดียว และมีคำสั่งให้หยุดการก่อสร้างในเมืองหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขอินเดียแนะนำให้ประชาชนอยู่ภายในอาคารและหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง โรงเรียนทั่วกรุงนิวเดลีที่ปิดเนื่องจากฝุ่นละอองพิษตั้งแต่วันศุกร์ ขยายเวลาปิดเรียนไปถึงวันอังคาร และแจกจ่ายหน้ากากอนามัย 5 ล้านชิ้นให้แก่โรงเรียนทั่วกรุงนิวเดลีเมื่อวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกชริวาลเรียกร้องให้รัฐปัญจาบและรัฐหรยาณาปราบปรามเกษตรกรที่เผาตอต้นข้าวสาลี แต่ประกาศ จาวาเดการ์ รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของอินเดีย ตอบโต้คำกล่าวหานี้ว่า เป็นการป้ายสีรัฐที่ติดกับกรุงนิวเดลีว่าเป็นผู้ร้ายและทำให้เป็นเรื่องการเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49525</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงนิวเดลี, จำกัดรถวิ่ง, มลพิษฝุ่นควัน, มลภาวะ, อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dc032204a6f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
