<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2020 22:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2020 22:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนติดเชื้อเพิ่ม 57 ราย ปักกิ่งลุยตรวจไวรัสรอบตลาดค้าส่งหวั่นโควิดรีเทิร์น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการปักกิ่งเริ่มตรวจเชื้อไวรัสชาวบ้านกว่า 46,000 คนใกล้ตลาดค้าส่งเมื่อวันอาทิตย์ หลังพบผู้ติดเชื้อแบบกลุ่มที่ทำให้วิตกว่าโควิด-19 จะกลับมาระบาดรอบสอง หลายชุมชนถูกล็อกดาวน์ มณฑลใกล้เคียงเตือนการเดินทางเข้าเมืองหลวง ทั่วจีนแผ่นดินใหญ่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 57 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวจีนดูผลตรวจกรดนิวคลีอิกทดสอบเชื้อไวรัสโคโรนา ที่โรงพยาบาลในกรุงปักกิ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นกลุ่มใหญ่ที่เชื่อมโยงกับตลาดค้าส่งอาหารและสินค้าเกษตรซินฟาตี้ ในกรุงปักกิ่ง สร้างความตื่นตัวไปทั่วจีนแผ่นดินใหญ่ พร้อมกับความวิตกว่าไวรัสที่ก่อโรคโควิด-19 นี้อาจกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง หลังจากจีนสามารถควบคุมได้เป็นส่วนใหญ่แล้ว และมีการคาดเดาถึงความเป็นไปได้ที่จีนจะกลับไปใช้มาตรการจำกัดการเดินทางอย่างเข้มงวดอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน อ้างคำแถลงของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (เอ็นเอชซี) วันเดียวกันว่า จีนพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศอีก 57 ราย ซึ่งมากที่สุดนับแต่วันที่ 13 เมษายน ในจำนวนนี้เป็นการแพร่เชื้อภายในกรุงปักกิ่ง 36 ราย ทั้งหมดเชื่อมโยงกับตลาดสดซินฟาตี้ในอำเภอเฟิงไท่ และมีอีก 2 รายที่เป็นการติดเชื้อภายในประเทศ อยู่ที่มณฑลเหลียวหนิงและเป็นผู้ที่ติดต่อใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อในกรุงปักกิ่ง ที่เหลือ 19 รายเป็นชาวจีนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแพร่เชื้อในกรุงปักกิ่งทำให้หลายมณฑลออกคำแนะนำด้านการเดินทางมาเมืองหลวง ซึ่งรวมถึงมณฑลเหลียวหนิง ไปจนถึงเมืองปริมณฑลรอบกรุงปักกิ่ง เช่นเทศบาลนครเทียนจิน และอีกหลายเมืองของมณฑลเหอเป่ย ขณะที่สื่อทางการจีนรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่นบางแห่งกำหนดให้ผู้ที่เดินทางมาจากปักกิ่งต้องถูกกักกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรุงปักกิ่งเอง เจ้าหน้าที่ใช้มาตรการล็อกดาวน์พื้นที่เล็กๆ ที่เป็นชุมชนอยู่อาศัย 11 ชุมชนใกล้กับตลาดค้าส่งแห่งนี้ ซึ่งเป็นแหล่งจัดส่งเนื้อและพืชผักส่วนใหญ่ของเมืองหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่กล่าวกันด้วยว่า พวกเขามีแผนจะตรวจเชื้อไวรัสกับประชาชน 46,000 คนในพื้นที่รอบตลาดนี้ และได้จัดตั้งสถานีตรวจคัดกรอง 24 จุด นอกเหนือจากการตรวจเชื้อผู้ที่ทำงานที่ตลาดซินฟาตี้ทุกคน ถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ตรวจเชื้อแล้วประชาชน 10,881 ราย และพบผู้ติดเชื้ออีก 8 รายซึ่งยังไม่ถูกนับรวมในข้อมูลที่เอ็นเอชซีประกาศเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนยังรายงานด้วยว่า มีผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการอีก 9 ราย ต้องสงสัยติดเชื้อ 1 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 มาตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อรายใหม่ตามรายงานเมื่อวันอาทิตย์ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มเป็น 83,132 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 4,634 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68703</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงปักกิ่ง, จีน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200614/image_big_5ee63f21ebd38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานฑูตเตือนคนไทยในจีนเลี่ยงสถานที่แออัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง รายงาน เรื่อง การแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า คณะกรรมาธิการด้านสาธารณสุขแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ประกาศยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ณ วันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ม.ค. เวลา&amp;nbsp;24.00&amp;nbsp;น. ทั่วทั้งประเทศจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;830&amp;nbsp;ราย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก&amp;nbsp;177&amp;nbsp;ราย เสียชีวิต&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ราย

นอกจากนี้ยังมี&amp;nbsp;9,507&amp;nbsp;รายที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยได้เข้ารับการสังเกตอาการแล้ว ผลปรากฏว่ามีผู้ไม่ได้ติดเชื้อไวรัส จำนวน&amp;nbsp;1,087&amp;nbsp;ราย และมีบุคคลที่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบและเฝ้าสังเกตอาการจำนวน&amp;nbsp;8,420&amp;nbsp;ราย

เมื่อวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ม.ค. เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น. รัฐบาลจีนได้ประกาศระงับระบบคมนาคมสาธารณะที่จะออกจากนครอู่ฮั่น ได้แก่ เครื่องบิน รถไฟ รถโดยสาร และเรือ รวมถึงปิดทางหลวงระหว่างเมือง และขอความร่วมมือไม่ให้ประชาชนเดินทางออกจากนครอู่ฮั่นหากไม่มีความจำเป็น

สถานเอกอัรราชฑูตฯ จึงขอแจ้ง ดังนี้ 1.ขอให้ชาวไทยในสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ในนครอู่ฮั้นและพื้นที่ใกล้เคียงติดตามและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานทาการของจีนอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;โดยเพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือสถานที่ที่มีมลภาวะเป็นพิษ ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น รักษาร่างกายให้อบอุ่นเสมอ และหากมีอาการเริ่มป่วย เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจติดขัด ขอให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบอาการโดยทันที

2.ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่ออย่างใกล้ชิด โดยสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของคณะกรรมาธิการด้านสาธารณสุขแห่งชาติ&amp;nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีนที่&amp;nbsp;http://www.nhc.gov.cn/wjw/index.shtml

3.ขอให้ชาวไทยที่พำนักอาศัยอยู่ในนครอู่ฮั่นหรือมณฑลหูเป่ยในขณะนี้ โปรดลงทะเบียนแจ้งชื่อและข้อมูลการติดต่อผ่านเว็บไซต์&amp;nbsp;http://thaiconsulpek.mikecrm.com/UP1YCSG&amp;nbsp;เพื่อที่สถานเอกอัครราชทูตฯ สามารถติดต่อหรือแจ้งข้อมูลข่าวสารในกรณีเกิดสถานการณ์เร่งด่วนฉุกเฉิน

4.กรณีเหตุฉุกเฉิน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;157-2731-2531&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55496</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงปักกิ่ง, ติดเชื้อไวรัสโคโรนา, สถานฑูตไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200126/image_big_5e2d14d910cd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 21:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 21:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนพบผู้ป่วย &#039;กาฬโรคปอด&#039; 2 รายในกรุงปักกิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่จีนยืนยันว่ามีผู้ป่วย 2 รายเข้ารับการรักษากาฬโรคปอดในกรุงปักกิ่ง ขณะรัฐบาลจีนเซ็นเซอร์แฮชแท็กทางโซเชียลมีเดีย หวั่นประชาชนตื่นตระหนกการระบาดของโรคติดต่อร้ายแรงถึงชีวิตชนิดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562 ว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นในมณฑลมองโกเลียใน ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ออกแถลงการณ์ทางออนไลน์เมื่อวันอังคารว่า ผู้ป่วย 2 รายนี้มาจากมองโกเลียในและกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกลางในกรุงปักกิ่ง นครหลวงที่มีประชากรมากกว่า 21 ล้านคน คำแถลงย้ำด้วยว่า เจ้าหน้าที่ได้วางมาตรการป้องกันและควบคุมโรคแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ระบุว่า กาฬโรคปอดเป็นกาฬโรคชนิดรุนแรงที่สุด สามารถคร่าชีวิตได้ภายใน 24-72 ชั่วโมงหากไม่ได้รับการรักษา ขณะที่กาฬโรคต่อมน้ำเหลืองนั้นเป็นกาฬโรคชนิดที่อันตรายน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลกรุงปักกิ่งไม่ตอบคำขอทัศนะจากเอเอฟพี และดับเบิลยูเอชโอยืนยันว่าทางการจีนได้แจ้งให้ทราบแล้วว่ามีผู้ป่วยกาฬโรค 2 ราย โดยฟาบีโอ สกาโน ผู้ประสานงานดับเบิลยูเอชโอประจำจีน กล่าวว่า คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนกำลังใช้ความพยายามควบคุมและรักษาผู้ป่วยทั้งสองรายนี้ และเพิ่มการระแวดระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ของดับเบิลยูเอชโอกล่าวไว้ว่า กาฬโรคปอดเป็นโรคติดต่อที่แพร่เชื้อได้ง่ายมาก และสามารถก่อภาวะแพร่ระบาดรุนแรงผ่านการติดต่อระหว่างคนสู่คนได้ง่ายผ่านละอองที่แพร่กระจายในอากาศ ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง, หนาวสั่น, อาเจียนและวิงเวียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า หน่วยงานเซ็นเซอร์ของทางการจีนได้บล็อกแฮชแท็ก &amp;quot;ปักกิ่งยืนยันว่ากำลังรักษาผู้ป่วยกาฬโรค&amp;quot; ในการค้นหาทางโซเชียลมีเดียเว่ยป๋อ เพื่อควบคุมการถกเถียงและความตื่นตระหนกเพราะโรคนี้ ผู้ใช้เว่ยป๋อคนหนึ่งกล่าวว่า เขาเพียงอยากรู้ว่าผู้ป่วยคนนี้เดินทางมาปักกิ่งด้วยวิธีใด อีกคนกล่าวว่า ไข้หวัดนกระบาดในปีระกา, ไข้หวัดหมูระบาดปีกุน ส่วนปีหน้าเป็นปีชวด กาฬโรคกำลังมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50226</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงปักกิ่ง, กาฬโรคปอด, จีน, พบผู้ป่วยกาฬโรคปอด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ประยุทธ์’พอใจ ‘จีน-ไทย’ชื่นมื่น 5ปีสัมพันธ์ดีสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เผยไทย-จีนพึงพอใจความสัมพันธ์ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เป็นความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด ยืนยันจะดูแลนักลงทุนและนักท่องเที่ยวจีนอย่างดีที่สุด ยึดมั่นหลักการ 3M ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ความเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 08.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าร่วมการประชุมข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (BRF) ว่า ระหว่างการประชุม ตนได้มีโอกาสกล่าวสุนทรพจน์ใน 2 โอกาส คือ การประชุมระดับสูง (High-Level Meeting) และการประชุมผู้นำโต๊ะกลม (Leaders&amp;rsquo; Roundtable) โดยได้เน้นย้ำบทบาทไทยในฐานะประธานอาเซียนในการส่งเสริมความเชื่อมโยงในทุกมิติ และแสดงความพร้อมที่จะร่วมมือกับจีนเพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงในอนุภูมิภาคและภูมิภาค ผ่าน MPAC 2025 และ ACMECS Master Plan ซึ่งมีเป้าหมายเดียวกันกับกรอบยุทธศาสตร์ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (BRI) บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจกัน โปร่งใส การเปิดกว้าง ครอบคลุมทุกภาคส่วน และการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ผลสำเร็จที่สำคัญของการประชุมคือ การรับรองแถลงการณ์ร่วมของการประชุมผู้นำโต๊ะกลม ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นของประเทศที่อยู่ในเส้นทางสายไหม ในการส่งเสริมความร่วมมือด้านความเชื่อมโยงทุกมิติ รวมทั้งการเชื่อมโยงนโยบายการพัฒนาร่วมกัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ระหว่างประเทศที่อยู่ในเส้นทางสายไหมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งนี้ แถลงการณ์ร่วมฯ ได้กำหนดทิศทางความร่วมมือภายใต้กรอบ BRI ใน 5 มิติ ได้แก่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ความเชื่อมโยงทางนโยบาย อาทิ กรอบความร่วมมือระดับอนุภูมิภาค ภูมิภาคและโลก การอำนวยความสะดวกในด้านการค้า การลงทุน ศุลกากร ภาษี ดิจิทัลและความร่วมมือทางทะเล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.ความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานทุกมิติ โดยมุ่งเน้นโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการรักษาสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานสะอาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.การเสริมสร้างความเข้มแข็งของความร่วมมือให้ปฏิบัติได้จริงและมีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ การบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;
พอใจความสัมพันธ์ช่วง 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 5.การพัฒนาการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน ได้แก่ การศึกษา วัฒนธรรม และเยาวชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนยังได้มีโอกาสพบปะ และหารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน และนายหาน เจิ้ง รองนายกรัฐมนตรีจีน โดยยืนยันที่จะรักษาพลวัตที่ดีของความสัมพันธ์ระหว่างกันในทุกระดับ เพิ่มพูนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงความร่วมมือจีน- ญี่ปุ่นในเขต EEC ผลักดันความสัมพันธ์ไทย-จีน และความร่วมมือเชิงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่รอบด้านให้เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงที่จะสอดคล้องกับ Thailand 4.0 และ BRI และทั้งสองฝ่ายพึงพอใจในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ไทยและจีนมีความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด มีความร่วมมือหลายด้าน โดยตนยืนยันจะดูแลนักลงทุนและนักท่องเที่ยวจีนอย่างดีที่สุด พร้อมย้ำว่ารัฐบาลยึดมั่นหลักการของ 3M คือ ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ความเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมโต๊ะกลมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (BRF Leader&amp;rsquo;s Roundtable) ภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;ส่งเสริมความเชื่อมโยงเพื่อแสวงหาช่องทางใหม่สำหรับการเติบโต&amp;rdquo; ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติทะเลสาบเยี่ยนซี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯ แสดงความยินดีต่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประชาชนชาวจีนในโอกาสครบรอบ 70 ปี แห่งการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนในปีนี้ พร้อมชื่นชมวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ริเริ่มยุทธศาสตร์สายแถบและเส้นทาง (BRI) ที่มีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว มีผู้เข้าร่วมสนับสนุนจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญกับการขยายความเชื่อมโยง ซึ่งไทยอยู่ระหว่างเร่งรัดการดำเนินการ เพื่อยกระดับความเชื่อมโยงทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินหลัก (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) โครงการพัฒนารถไฟทางคู่เชื่อมโยงจีน-ลาว-ไทย-กัมพูชา และโครงการระบบขนส่งสินค้าแบบไร้รอยต่อไปยังท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังและท่าเรือมาบตาพุด ในการประชุมครั้งนี้มีการลงนามโครงการความเชื่อมโยงระหว่างไทย-ลาว-จีน เพื่อเชื่อมต่อระหว่างหนองคาย-เวียงจันทน์ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการใช้ประโยชน์จากความเชื่อมโยงต่างๆ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์หลักของ BRI ของประเทศที่มีส่วนร่วม นายกฯ ให้ข้อคิดเห็น ประการแรก ควรส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันและขยายตลาดให้ภาคธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดเล็ก สามารถใช้ประโยชน์จากความเชื่อมโยงระหว่างกรอบต่างๆ ในอนุภูมิภาคและภูมิภาค พร้อมสนับสนุนจีนและวิสัยทัศน์ BRI ผลักดันความร่วมมือเชิงหุ้นส่วนแบบ Public-Private Partnership (PPP) โดยเชื่อว่าภาคเอกชนจะเป็นกลไกสำคัญในการทำให้ความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อเกิดความสมบูรณ์
หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชนกล่าวอีกว่า ประการที่สอง การอำนวยความสะดวกการค้า การลงทุน และการประกอบธุรกิจระหว่างกัน โดยสร้างความเชื่อมโยงทางสถาบันและกฎระเบียบ ประการที่สาม การจัดตั้งแหล่งเงินทุนที่ยั่งยืน จะช่วยสนับสนุนโครงการที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ประโยชน์ สำหรับความร่วมมือใน ACMECS นั้น กำลังอยู่ระหว่างการจัดตั้ง ACMECS Fund จึงขอเชิญจีนและมิตรประเทศที่สนใจ เข้าร่วมเป็นหุ้นส่วน และประการสุดท้าย ผลประโยชน์ของการเชื่อมโยงจะต้องตกอยู่กับพลเมืองมากที่สุด จึงควรเน้นการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเตรียมความพร้อมต่อการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 และเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประชุมสุดยอดว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศ &amp;ldquo;หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง&amp;rdquo; ครั้งที่สอง ได้เริ่มต้นขึ้นที่กรุงปักกิ่ง โดยแนวคิด &amp;ldquo;หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง&amp;rdquo; เป็นข้อริเริ่มด้านความร่วมมือระหว่างประเทศที่เสนอโดยนายสี จิ้นผิง ซึ่งในงานประชุมครั้งนี้ได้มีผู้นำสูงสุดจาก 37 ประเทศ รวมไปถึงเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และผู้แทนต่างชาติกว่า 5,000 คน เข้าร่วมประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุม อันมีเนื้อหาเกี่ยวกับการร่วมแรงร่วมใจกัน บุกเบิก พัฒนาอนาคตของ &amp;ldquo;หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง&amp;rdquo; ว่าเมื่อสองปีก่อน เราได้จัดการประชุมสุดยอดว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศครั้งแรกที่นี่ วางแผนพิมพ์เขียวความร่วมมือที่เกี่ยวกับการติดต่อทางนโยบาย การเชื่อมโยง สิ่งอำนวยความสะดวก การคล่องตัวทางการค้า การผสมผสานของเงินทุน และการเชื่อมใจถึงกันของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้าพเจ้าหวังว่าจะร่วมมือกับทุกท่าน ปีนสู่ที่สูงมองไปให้ไกล จับมือก้าวหน้ากันไป ร่วมกันบุกเบิกพัฒนาอนาคตดีงามของ &amp;ldquo;หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง&amp;rdquo; ข้อริเริ่มเกี่ยวกับการร่วมกันพัฒนา &amp;ldquo;หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง&amp;rdquo; มีวัตถุประสงค์รวมตัวกันเพื่อเชื่อมโยงและติดต่อกัน กระชับความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จับมือกันรับมือกับความท้าทายและความเสี่ยงประเภทต่างๆ ที่มนุษยชาติกำลังเผชิญหน้าอยู่ เพื่อให้บรรลุซึ่งประโยชน์แก่กันและร่วมกันได้รับชัยชนะ ร่วมพัฒนาไปด้วยกัน ภายใต้ความพยายามร่วมกันของฝ่ายต่างๆ ความเชื่อมโยงกันได้เกิดขึ้นในหลายประเทศ และหลายท่าเรือของ 6 ระเบียง 6 เส้นทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสีกล่าวว่า โครงการความร่วมมือจำนวนมากได้เริ่มลงมือปฏิบัติ ผลประชุมประการต่างๆ ของการประชุมสุดยอดครั้งแรกได้ดำเนินการไปอย่างราบรื่นดี จีนกับกว่า 150 ประเทศ และองค์การระหว่างประเทศได้ลงนามในข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ &amp;ldquo;หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง&amp;rdquo; ข้อริเริ่มเกี่ยวกับการร่วมกันพัฒนา &amp;ldquo;หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง&amp;rdquo; ได้เชื่อมกับแผนการความร่วมมือและการพัฒนาและขององค์การระหว่างประเทศและองค์การภูมิภาคต่างๆ เช่น สหประชาชาติ อาเซียน สหภาพแอฟริกา สหภาพยุโรป และสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย เป็นต้น และได้เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศต่างๆ นับจากแผ่นดินใหญ่เอเชีย-ยุโรปไปถึงแอฟริกา อเมริกา โอเชียเนีย
สรรพสิ่งล้วนมีที่มา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จีนมีสำนวนโบราณว่า สรรพสิ่งล้วนมีที่มาจึงจะกำเนิดได้ ทุกเรื่องล้วนต้องอาศัยสัจธรรมจึงจะประสบความสำเร็จ การร่วมกันพัฒนา &amp;#39;หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง&amp;#39; เป็นการคล้อยตามกระแสแห่งโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ คล้อยตามข้อเรียกร้องแห่งยุคสมัยในการปฏิรูประบบบริหารจัดการทั่วโลก คล้อยตามข้อเรียกร้องอย่างแรงกล้าของประชาชนประเทศต่างๆ ที่อยากดำรงชีวิตที่ดียิ่งขึ้น&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสีกล่าวว่า จุดสำคัญของการร่วมสร้างหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางคือ การเชื่อมโยงกัน เราควรสร้างความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วนที่มีการเชื่อมโยงถึงกันทั่วโลก บรรลุการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองด้วยกัน ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ขอแต่ให้พวกเราทุกคนสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ใช้ความพยายามร่วมกัน คอยอำนวยความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถึงแม้ห่างกันไกลหมื่นลี้ ก็สามารถเดินหน้าไปพร้อมกันบนหนทางแห่งการได้รับผลประโยชน์ร่วมกันได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า โครงสร้างพื้นฐานเป็นรากฐานแห่งการเชื่อมโยงกัน และหากขาดโครงสร้างพื้นฐาน ก็จะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาที่หลายประเทศเผชิญอยู่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพสูง ใช้ได้ยั่งยืน โดยต้องต้านทานความเสี่ยงได้ มีราคาสมเหตุสมผล มีความกลมกลืน และเข้าถึงได้ อำนวยให้ทุกประเทศใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่ตนมี ปรับตัวให้เข้ากับห่วงโซ่อุปทาน ห่วงโซ่การผลิต ห่วงโซ่มูลค่า และบรรลุการพัฒนาแบบประสานกัน จีนจะใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่องกับทุกฝ่าย นำร่องด้วยการสร้างระเบียงเศรษฐกิจต่างๆ เช่น ช่องทางทางบกข้ามทวีปเอเชีย-ยุโรป อาศัยขบวนรถไฟขนส่งสินค้าเส้นทางระหว่างจีน-ยุโรป ด้วยช่องทางคมนาคมขนาดใหญ่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนจะปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับการร่วมสร้างนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี &amp;ldquo;หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง&amp;rdquo; จะร่วมกับทุกฝ่ายขับเคลื่อนสี่โครงการ ได้แก่ การแลกเปลี่ยนทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และบุคลากร ร่วมสร้างห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผสม ดำเนินความร่วมมือในการดำเนินศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการโอนเทคโนโลยี เราจะปฏิบัติตามโครงการแลกเปลี่ยนบุคลากร ช่วงห้าปีข้างหน้า จะสนับสนุนให้บุคลากรด้านนวัตกรรมทั้งจีนและต่างชาติรวม 5,000คน ดำเนินการแลกเปลี่ยน การฝึกอบรม และความร่วมมือด้านการวิจัย&amp;nbsp;
ครบ70ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีจีนกล่าวว่า ปีนี้เป็นปีครบรอบ 70 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อ 70 ปีก่อน ประชาชนจีนหลายชั่วอายุคนพยายามแสวงหา และได้ก่อตั้งจีนใหม่ ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในที่สุด จากนั้นมา ประชาชนจีนได้ยืนขึ้นแล้ว และนับแต่นั้นชะตากรรมของประชาชนก็อยู่ในมือของตนเอง ด้วยการต่อสู้อย่างทรหดอดทนเป็นเวลา 70 ปี ประชาชนจีนยืนหยัดตามสภาพที่เป็นจริงของประเทศตน แสวงหาทิศทางก้าวหน้าท่ามกลางภาคการปฏิบัติ บุกเบิกหนทางสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์ของจีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จีนในทุกวันนี้ ได้ยืนอยู่บนจุดเริ่มต้นใหม่ทางประวัติศาสตร์ เรารู้ซึ้งว่า ถึงแม้มีผลงานรุ่งโรจน์ แต่ยังมีภูเขาหลายต่อหลายลูกที่ต้องก้าวข้ามในทางข้างหน้า และยังมีชายหาดอันตรายหลายต่อหลายแห่งที่ต้องลุย เราจะย่างก้าวใหญ่บนหนทางสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์ของจีนต่อไป ยืนหยัดลงลึกการปฏิรูปทุกด้าน ยืนหยัดการพัฒนาด้วยคุณภาพสูง ยืนหยัดเปิดเสรีมากขึ้น ยืนหยัดเดินทางพัฒนาที่สันติ เดินหน้าสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสีกล่าว จีนเลือกขยายการเปิดสู่ภายนอกอย่างเป็นอิสระ โดยเป็นไปตามความต้องการแห่งการปฏิรูปและการพัฒนาของจีน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างมีคุณภาพสูง เป็นประโยชน์ต่อการสนองความต้องการของประชาชนที่อยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาของโลก ขณะเดียวกัน เราก็หวังว่าประเทศต่างๆ จะสร้างสภาวะแวดล้อมการลงทุนที่ดีให้แก่ผู้ประกอบการจีน จะปฏิบัติต่อภาคธุรกิจ ภาคการศึกษาของจีนอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน จะสร้างสภาวะแวดล้อมที่เที่ยงธรรมและเป็นมิตรให้แก่พวกเขา ในการดำเนินการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเชื่อมั่นว่า จีนที่เปิดสู่ภายนอกมากขึ้น จะร่วมมือกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้ดียิ่งขึ้น และจะทำให้จีนและประเทศต่างๆ ทั่วโลกมีความก้าวหน้าและความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น ขอให้เราร่วมมือกัน ร่วมกันหว่านเมล็ดพันธุ์ ร่วมกันรับความสำเร็จแห่งการพัฒนา เพื่อให้ประชาชนประเทศต่างๆ ทั่วโลกมีความสุขมากขึ้น และโลกมีความดีงามมากขึ้น&amp;rdquo; ผู้นำจีนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.20 น. วันที่ 27 เม.ย. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางกลับจากร่วมเวทีการประชุมข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยนายกฯ กล่าวเพียงสั้นๆถึงผลการประชุมว่า &amp;quot;เรียบร้อยดี ตามที่สื่อได้นำเสนอไปแล้ว&amp;quot; ก่อนเดินทางกลับ โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34603</URL_LINK>
                <HASHTAG>3M, กรุงปักกิ่ง, นักลงทุนและนักท่องเที่ยวจีน, ประธานอาเซียน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์, ไทย-จีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190427/image_big_5cc4551fc2826.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
