<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งเศสประกาศเคอร์ฟิวคุมไวรัสทั่วกรุงปารีสและอีก8เมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ประกาศเริ่มใช้มาตรการเคอร์ฟิวในกรุงปารีสและอีก 8 เมืองตั้งแต่วันเสาร์เป็นต้นไป เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกสอง ภายหลังจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นถึงระดับที่น่าตกใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่นั่งด้านนอกร้านอาหารในกรุงปารีสปราศจากลูกค้า ภายหลังประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ประกาศทางโทรทัศน์ช่วงค่ำวันพุธว่ารัฐบาลจะใช้มาตรการเคอร์ฟิวยามวิกาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ผู้นำฝรั่งเศสเปิดเผยรายละเอียดมาตรการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขแห่งชาติของรัฐบาลเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม ระหว่างการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ในช่วงค่ำวันพุธว่า รัฐบาลตัดสินใจประกาศเคอร์ฟิวยามวิกาลในกรุงปารีสและอีก 8 เมือง ซึ่งมีประชากรรวมกันเกือบ 1 ใน 3 ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนในพื้นที่เหล่านั้นจะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 21.00 น. ถึง 06.00 น. เริ่มแต่วันเสาร์นี้ เว้นแต่จะมีเหตุผลจำเป็น มาตรการนี้จะบังคับใช้อย่างน้อย 4 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาครงกล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อหยุดการแพร่กระจายของไวรัส &amp;quot;เราจะต้องรับมือกับไวรัสนี้ไปอย่างน้อยจนถึงฤดูร้อนปี 2564&amp;quot; เขากล่าว และบอกด้วยว่านักวิทยาศาสตร์ทุกคนเห็นด้วยกับประเด็นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำฝรั่งเศสกล่าวอีกว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาใหม่รายวันจะต้องควบคุมให้ลดจากระดับปัจจุบันที่เพิ่มถึงวันละเกือบ 27,000 ราย ลงมาอยู่ที่ระดับ 3,000-5,000 รายให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากกรุงปารีสและภูมิภาคปารีสแล้ว อีก 8 เมืองที่อยู่ภายใต้เคอร์ฟิวได้แก่ เกรโนเบิล, ลีล, ลียง, มาร์กเซย, มงต์เปลิเยร์, รูอ็อง, แซงต์เอเตียน และตูลูส โดยรวมแล้วมีประชากรได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ 20 ล้านคน จากประชากรทั้งประเทศราว 67 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาครงยังเรียกร้องประชาชนจำกัดการรวมตัวกันภายในบ้านไว้ไม่เกิน 6 คน และขอให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ร่วมกันกับคนอื่นๆ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรการเคอร์ฟิวออกนอกเคหสถานในเวลาดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ จะถูกลงโทษปรับเงิน 135 ยูโร หรือเกือบ 5,000 บาท ผู้ที่ทำผิดซ้ำจะโดนปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลล่าสุด ฝรั่งเศสมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมมากกว่า 779,000 ราย และมีผู้เสียชีวิต 33,037 ราย ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกสะสมอยู่ที่ 38.75 ล้านราย เสียชีวิต 1.096 ล้านราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80610</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงปารีส, ประกาศเคอร์ฟิว, ฝรั่งเศส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201015/image_big_5f87ebf4242f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 21:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 21:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือมีดแทงตำรวจดับ 4 กลางกรุงปารีส ก่อนโดนยิงตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชายคนหนึ่งใช้มีดแทงตำรวจเสียชีวิต 4 นายที่สำนักงานตำรวจใจกลางกรุงปารีสเมื่อวันพฤหัสบดี ก่อนที่ตัวเขาจะโดนวิสามัญฆาตกรรม แนวทางการสอบสวนยังเชื่อว่าเป็นปัญหาทะเลาะวิวาท ไม่ใช่ก่อการร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจรักษาการณ์ใกล้รถสำนักงานตำรวจกรุงปารีส ภายหลังเกิดเหตุตำรวจโดนแทงเสียชีวิต 4 นาย เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นสำนักงานตำรวจปารีสภายหลังเกิดเหตุโจมตีเมื่อช่วงกลางวันของวันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม 2562 ใกล้ที่เกิดเหตุมีตำรวจหลายสิบนายและรถพยาบาลหลายคัน&amp;nbsp; พื้นที่นั้นอยู่ใจกลางกรุงปารีสและอยู่ใกล้กับมหาวิหารนอเทรอดามและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆ ซึ่งมักคลาคล่ำด้วยนักท่องเที่ยว มีสถานีรถไฟใต้ดินอย่างน้อย 1 สถานีใกล้อาคารที่เกิดเหตุถูกปิดชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวหลายรายกล่าวกับเอเอฟพีว่า คนร้ายโดนตำรวจยิงตายที่สนามของอาคาร ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาทำงานอยู่ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเขาทำหน้าที่อะไร พนักงานสอบสวนสงสัยว่า ปัญหาขัดแย้งในที่ทำงานอาจเป็นสาเหตุของการโจมตีสังหารตำรวจครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายปีของฝรั่งเศสครั้งนี้ อัยการของปารีสมาสอบสวนที่เกิดเหตุด้วย แต่ไม่มีหน่วยงานด้านต่อต้านการก่อการร้ายเข้ามาเกี่ยวข้องกับการสอบสวนในตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งเศสเคยเผชิญการก่อการร้ายนองเลือดหลายครั้งนับแต่ปี 2558 ซึ่งรวมถึงครั้งที่มือปืน 2 คนบุกโจมตีสำนักงานของนิตยสารล้อเลียน ชาร์ลีเอบโด เมื่อเดือนมกราคม 2558 ฆ่าเหยื่อ 12 ราย เพื่อตอบโต้ที่สื่อฉบับนี้ดูหมิ่นศาสดามุฮัมมัด ต่อมาในวันที่ 15 พฤศจิกายนปีเดียวกัน เกิดเหตุก่อการร้ายครั้งนองเลือดที่สุด กลุ่มอิสลามิสต์กราดยิงและวางระเบิดสังหารเหยื่อ 130 คนในหลายจุด และวันที่ 14 กรกฎาคมปีถัดมา ชาวตูนิเซียขับรถพุ่งใส่ฝูงชนที่รวมงานฉลองวันชาติฝรั่งเศส มีคนเสียชีวิต 86 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47270</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงปารีส, ฝรั่งเศส, แทงตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d9602f1ede38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 22:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 21:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลายชาติยุโรปร้อนเกิน 40 องศา ทุบสถิติเป็นว่าเล่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พื้นที่ส่วนใหญ่ในยุโรปตะวันตกเผชิญสภาพอากาศร้อนอบอ้าวต่อเนื่องตั้งแต่วันพุธจากคลื่นความร้อนที่กระหน่ำครั้งที่ 2 ในรอบ 1 เดือน เบลเยียม, เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ มีอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเป็นว่าเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวเลขอุณหภูมิบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือบอกตัวเลข 42 องศาเซลเซียส ที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม กล่าวว่า อุณหภูมิสูงสุดที่ทำลายสถิติในเบลเยียม, เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์เมื่อวันพุธ ถูกทำลายซ้ำอีกครั้งในวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เบลเยียมนั้น เมื่อวันพุธอุณหภูมิสูงสุดวัดได้ที่ฐานทัพไคลน์-โบรเกลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp; อยู่ที่ 39.9 องศาเซลเซียสเมื่อวันพุธ ทำลายสถิติเก่าที่บันทึกไว้เมื่อเดือนมิถุนายน 2493 แต่ในวันพฤหัสบดี เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของเดวิด เดเฮนอฟ ผู้อำนวยการสำนักอุตุนิยมวิทยาเบลเยียมว่า อุณหภูมิในวันพฤหัสบดีที่เมืองลีแอจ สูงถึง 40.2 องศาเซลเซียส เป็นอุณหภูมิสูงที่สุดนับแต่เริ่มมีการบันทึกเมื่อปี 2376 หรือ 186 ปีที่แล้ว อย่างไรก็ดี สถิติใหม่ก็ถูกทำลายในวันเดียวกันเมื่อเดเฮนอฟแถลงว่า อุณหภูมิที่ฐานทัพไคลน์-โบรเกลสูงถึง 40.6 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาพอากาศร้อนทำให้สำนักอุตุนิยมวิทยาเบลเบียมออก &amp;quot;คำเตือนระดับสีแดง&amp;quot; ในพื้นที่เกือบทั่วประเทศไปจนถึงวันศุกร์นี้ โดยยกเว้นพื้นที่ชายฝั่งทะเลเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เบลเยียม มีรายงานด้วยว่า อากาศร้อนถึงกับทำให้ผู้ต้องสงสัยค้ายาเสพติด 2 รายต้องโทรศัพท์เรียกตำรวจมาให้ความช่วยเหลือ หลังจากพวกเขาติดอยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ที่ขนโคเคนหลายร้อยกิโลกรัม ที่ท่าเรืออันต์เวิร์ปเมื่อวันพุธ เมื่อตำรวจไปถึง ทั้งคู่ที่มีสภาพอ่อนล้าเปลือยท่อนบนยอมให้จับกุมโดยดี วิดีโอการจับกุมที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นลูกจ้างของท่าเรือราดน้ำใส่ทั้งคู่เพื่อช่วยคลายร้อน โดยบ่ายวันนั้นอุณหภูมิที่นั่นสูง 40 องศา อัยการอันต์เวิร์ปกล่าวว่า พวกเขาเข้าไปในตู้สินค้าเพื่อขนย้ายยาเสพติด เจ้าหน้าที่จะส่งตัวพวกเขาขึ้นศาลในวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เยอรมนี เมื่อวันพุธวันอุณหภูมิสูงสุดได้ 40.5 องศาที่เมืองไกเลนเคอร์เคนทางภาคตะวันตกของประเทศ ทำลายสถิติเก่า 40.3 องศา สำนักอุตุนิยมวิทยาของเยอรมนีเผยว่า อุณหภูมิยังคงสูงขึ้นต่อเนื่องอีกในวันพฤหัสบดี โดยวัดได้ 41.5 องศา ที่เมืองลิงเงนในภาคตะวันตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเนเธอร์แลนด์ สำนักอุตุนิยมวิทยาเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อุณหภูมิสูงสุดวัดได้ที่เมืองดีเลนในฝั่งตะวันออก สูงถึง 41.7 องศาเซลเซียส หลังจากเมื่อวันพุธอุณหภูมิเพิ่งสูงถึง 38.8 องศาในเมืองกิลเซ-ไรเยนในภาคใต้ ทำลายสถิติเก่าเมื่อปี 2487 ซึ่งอยู่ที่ 38.6 องศา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศสก็ร้อนไม่น้อยหน้าเช่นกัน โดยมีอุณหภูมิสูงสุดที่ย่านมงต์ซูรี 42.4&amp;nbsp; องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเก่า 40.4 องศาของเมื่อเดือนกรกฎาคม 2490 ทางการฝรั่งเศสได้ออกคำเตือนระดับสีแดงซึ่งเป็นระดับสูงสุด ในพื้นที่ปารีสและ 19 เขต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เมืองบอร์กโดซ์แหล่งปลูกองุ่นของฝรั่งเศส เพิ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 41.2 องศาเมื่อวันอังคาร และที่เมืองวีชี อุณหภูมิพุ่งถึง 41.3 องศา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41970</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงปารีส, คลื่นความร้อน, ฝรั่งเศส, ยุโรป, ร้อนทำลายสถิติ, อุณหภูมิสูงเกิน 40 องศา, เนเธอร์แลนด์, เบลเยียม, เยอรมนี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d39c54f72045.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2018 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2018 20:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบเสื้อกั๊กเหลืองประท้วงรอบที่ 5 ยอดหดกว่าครึ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้ชุมนุมเสื้อกั๊กเหลืองของฝรั่งเศสประท้วงกันอีกครั้งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเป็นเสาร์ที่ 5 ติดต่อกัน แต่จำนวนลดลงจากแสนกว่าเหลือแค่ 6 หมื่นกว่าทั่วประเทศ ขณะเรตติงของประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ก็ตกลงเช่นกันเหลือ 23% จากที่เคยสูงถึง 62% หลังรับตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มผู้ประท้วงเสื้อกั๊กเหลืองถือธงชาติฝรั่งเศสเดินนำขบวนบนถนนฌ็องเซลีเซในกรุงปารีส เมื่อวันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2561 ประท้วงค่าครองชีพสูงขึ้นเพราะการขึ้นภาษีของรัฐบาล / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมเมื่อวันเสาร์ที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา เกิดขึ้นอีกถึงแม้ว่าประธานาธิบดีมาครงจะยอมลงให้กับผู้ชุมนุมแล้วหลายประการ ทั้งมาตรการด้านภาษีและขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีกเดือนละ 100 ยูโรตั้งแต่ปีหน้า และภายหลังเหตุการณ์กราดยิงที่ตลาดคริสต์มาสเมืองสตราสบูร์กเมื่อค่ำวันอังคาร รัฐบาลของเขาเรียกร้องผู้ชุมนุมเห็นใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่รับภาระหนักในช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม อ้างคำกล่าวของคริสตอฟ กัสตาเนร์ รัฐมนตรีมหาดไทย ที่เรียกร้องให้ผู้ประท้วงทั่วประเทศยุติการปิดถนน ว่านับแต่มีการชุมนุมเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน มีคนเสียชีวิตในเหตุการณ์ที่สืบเนื่องจากการประท้วงนี้แล้ว 8 คน และบาดเจ็บมากกว่า 1,400 คน &amp;quot;ความปลอดภัยของทุกคนต้องเป็นกฎบังคับใช้อีกครั้ง&amp;quot; เขาทวีต และว่าตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องสานเสวนาเพื่อสร้างเอกภาพในหมู่ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยเมื่อค่ำวันเสาร์ของฝรั่งเศสกล่าวว่า จำนวนผู้ชุมนุมทั่วประเทศครั้งนี้มีประมาณ 66,000 คน ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้วครึ่งหนึ่ง ส่วนในกรุงปารีสซึ่งเกิดจลาจลรุนแรงเมื่อวันเสาร์ที่ 1 และ 8 ธันวาคมนั้น มีผู้ประท้วงแค่ราว 2,200 คนในช่วงบ่าย ซึ่งห่างไกลจากจำนวนตำรวจที่วางกำลังไว้มากกว่า 8,000 นาย อย่างไรก็ดียังมีผู้ประท้วงที่ก่อปัญหาประปรายและมีคนถูกจับกุม 168 คน&amp;nbsp; น้อยกว่าเสาร์ที่แล้วซึ่งมีผู้ประท้วงถูกจับกุมเกือบ 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลังขับเคลื่อนของการประท้วงที่อ่อนแรงลงในวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็เป็นเช่นเดียวกับความนิยมของมาครงที่ตกลง 2 จุดจากเดือนพฤศจิกายน เหลือเพียง 23% เท่านั้น ตามรายงานของหนังสือพิมพ์เลอฌูร์นาลดูดิมองช์ นับว่าตกต่ำลงอย่างฮวบฮาบเมื่อเทียบกับความนิยมที่เคยสูงถึง 62% ภายหลังมาครงชนะเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจนอกเครื่องแบบเข้าสกัดผู้ประท้วงเสื้อกั๊กเหลืองที่เมืองนองต์ เมื่อวันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงเมื่อวันเสาร์มีความรุนแรงน้อยลงกว่าครั้งก่อนๆ ที่กรุงปารีสตำรวจปราบจลาจลยิงแก๊สน้ำตาเป็นครั้งคราว และมีรายงานการปะทะเล็กน้อยที่เมืองบอร์โดซ์, ตูลูส, นองต์, เบอซ็องซง, น็องซี, แซ็งเตเตียน และลียง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24372</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงปารีส, ฝรั่งเศส, ม็อบเสื้อกั๊กเหลือง, เอมมานูเอล มาครง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181216/image_big_5c1656a3cc81e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2018 22:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2018 21:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนักกว่าเก่า ฝรั่งเศสจับม็อบเสื้อกั๊กเหลืองมากกว่า 1,700 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการฝรั่งเศสจับกุมผู้ชุมนุมประท้วงในขบวนการ &amp;quot;เสื้อกั๊กเหลือง&amp;quot; มากกว่า 1,700 คน จากการก่อเหตุปะทะกับตำรวจปราบจลาจลเมื่อวันเสาร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่าก่อความเสียหายมากกว่าเสาร์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงคุกเข่าหน้าแถวตำรวจปราบจลาจลขณะร่วมชุมนุมใกล้ประตูชัยในกรุงปารีสเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มผู้ประท้วงซึ่งสวมเสื้อกั๊กฉุกเฉินสีเหลืองสะท้อนแสงเป็นสัญลักษณ์นัดชุมนุมเคลื่อนไหว&amp;nbsp; ประท้วงปัญหาค่าครองชีพและต่อต้านการบริหารประเทศของประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม 2561 เป็นเสาร์ที่ 4 ติดต่อกัน และมีการปะทะกับตำรวจเกิดขึ้นในกรุงปารีสซ้ำอีกครั้ง&amp;nbsp; รวมถึงการปะทะในอีกหลายเมือง อาทิ มาร์เซย, บอร์กโดซ์, ลียง และตูลูส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างคำแถลงของกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสเมื่อวันอาทิตย์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ประท้วงไว้ได้ทั่วประเทศ 1,723 คนจากการชุมนุมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดย 1,220 คน ยังถูกควบคุมตัวไว้ เฉพาะที่กรุงปารีสตำรวจจับกุมผู้ประท้วงไป 1,082 คน ซึ่งมากกว่าการชุมนุมครั้งก่อนที่มีคนถูกจับกุมแค่ 412 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทยเผยด้วยว่า การชุมนุมทั่วฝรั่งเศสในวันเสาร์ที่ผ่านมามีคนเข้าร่วมราว 136,000&amp;nbsp; คน ซึ่งเป็นจำนวนพอๆ กับการชุมนุมเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ที่กรุงปารีสซึ่งผู้ประท้วงราว 10,000 คนมารวมตัวร้องตะโกนขับไล่มาครงอย่างอึกทึกที่ถนนฌ็องเซลีเซและพื้นที่อื่นๆ ของเมืองหลวง แม้ทางการฝรั่งเศสจะระบุว่ามีความรุนแรงน้อยกว่าสัปดาห์ก่อน และมีคนบาดเจ็บน้อยกว่าเดิม แต่สำนักงานเทศมนตรีกรุงปารีสเผยว่าความเสียหายในครั้งนี้เลวร้ายกว่าครั้งที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้านค้าแห่งหนึ่งในกรุงปารีสถูกพ่นข้อความ &amp;quot;สีเหลืองแห่งความโกรธ&amp;quot; โดยเป็นผลพวงของการประท้วงก่อเหตุวุ่นวายเมื่อวันเสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอมมานูเอล เกรกอรี รองนายกเทศมนตรีปารีส กล่าวว่า พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายกินบริเวณกว้างกว่าครั้งก่อน เนื่องจากผู้ประท้วงกระจัดกระจายกันมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีคลัง บรูโน เลอ แมร์ กล่าวว่า ความไม่สงบที่เกิดขึ้นกำลังก่อ &amp;quot;หายนะ&amp;quot; ต่อเศรษฐกิจของฝรั่งเศส ขณะที่การปิดถนนทั่วประเทศก็สร้างความโกลาหลต่อสภาพการจราจรและทำให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการเยือนปารีส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23860</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงปารีส, จับกุม, ผู้ประท้วง, ฝรั่งเศส, ม็อบเสื้อกั๊กเหลือง, เอมมานูเอล มาครง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181209/image_mid_5c0d2abd8acbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2018 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2018 22:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งเศสเล็งประกาศ &#039;ภาวะฉุกเฉิน&#039; รับมือม็อบเสื้อกั๊กเหลืองก่อจลาจล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง เรียกประชุมด่วนเพื่อพิจารณาประกาศภาวะฉุกเฉิน เพื่อรับมือม็อบเสื้อกั๊กเหลืองที่ก่อจลาจลในกรุงปารีสซ้ำอีกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงปาสิ่งของใส่ตำรวจปราบจลาจล ขณะร่วมการชุมนุมของกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองในกรุงปารีส เมื่อวันเสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาครงบินกลับจากการประชุมซัมมิตจี 20 ในกรุงบัวโนสไอเรสเมื่อเช้าวันอาทิตย์ เมื่อถึงฝรั่งเศสเขาได้เรียกประชุมด่วนเพื่อแก้ไขสถานการณ์ม็อบเสื้อกั๊กเหลือง ที่ชุมนุมต่อต้านการขึ้นภาษีเชื้อเพลิงเริ่มตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน และเมื่อวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ยังได้ก่อเหตุจลาจลในกรุงปารีสครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ร่วมประชุมกับมาครง ได้แก่ นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูง ซึ่งหารือเรื่องเปิดเจรจากับม็อบเสื้อกั๊กเหลือง แม้กลุ่มนี้จะไม่มีผู้นำอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงปะทะกับตำรวจปราบจลาจลที่ประตูชัยเมื่อวันเสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาครงกล่าวที่กรุงบัวโนสไอเรสก่อนบินกลับฝรั่งเศสว่า เขาไม่มีวันยอมรับความรุนแรง ไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับผู้ชุมนุมที่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ ปล้นสะดมธุรกิจร้านค้า คุกคามคนเดินถนนและผู้สื่อข่าว และทำให้ประตูชัยสกปรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบนฌาแมง กรีวูซ์ โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุยุโรป 1 ว่ารัฐบาลกำลังพิจารณามาตรการเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ความรุนแรงเช่นนี้เกิดขึ้นอีก และเมื่อถามถึงเรื่องความเป็นไปได้ที่จะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน กรีวูซ์ตอบว่าเป็นทางเลือกที่รัฐบาลจะพิจารณาในการประชุมในวันอาทิตย์ ไม่มีใครต้องการให้ทุกๆ สุดสัปดาห์ต้องมีการชุมนุมที่จบลงด้วยความรุนแรงเช่นนี้ แต่เขายืนยันว่า รัฐบาลจะไม่เปลี่ยนนโยบายการขึ้นภาษีเชื้อเพลิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง (กลาง) ลงตรวจสภาพท้องถนนในกรุงปารีสเมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้มาครงระบุว่า มีความจำเป็นที่จะต้องมีกองทุนในช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่เศรษฐกิจที่ปล่อยไอเสียต่ำ แม้จะถูกวิจารณ์ว่าเป็นนโยบายที่เอื้อประโยชน์คนร่ำรวยและธุรกิจขนาดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกรุงปารีสเผยว่า ผู้บาดเจ็บจากเหตุจลาจลเมื่อวันเสาร์อยู่ที่ 133 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่ความมั่นคง 23 คน และตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 412 คน โดย 378 คนยังโดนควบคุมตัวไว้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23317</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงปารีส, จลาจล, ฝรั่งเศส, ภาวะฉุกเฉิน, ม็อบเสื้อกั๊กเหลือง, สถานการณ์ฉุกเฉิน, เอมมานูเอล มาครง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181202/image_mid_5c03f0c41e0de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
