<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2020 19:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2020 19:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> แม่น้ำในบทบันทึก (13) : คงคา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ธารน้ำแข็ง &amp;ldquo;กังโกตริ&amp;rdquo; บนเทือกเขาหิมาลัยในเขตแดนรัฐอุตตราขัณฑ์ของอินเดียละลายไหลออกมา ณ จุดที่เรียกว่า &amp;ldquo;โคมุข&amp;rdquo; (ลักษณะคล้ายปากวัว) ความสูงจากระดับน้ำทะเล 4,356 เมตร เกิดเป็นแม่น้ำภาคิราติ (Bhagirathi) ไหลไปอีกราว 200 กิโลเมตร บรรจบกับแม่น้ำอลัคนันดา (Alaknanda) ที่เมืองเทวประยาค (Devprayag) จากนี้ไปแม่น้ำสายนี้ถูกเรียกในชื่อ &amp;ldquo;คงคา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในรัฐอุตตราขันฑ์ แม่น้ำคงคาไหลไปตามหุบเขาแคบๆ ของเทือกเขาหิมาลัย ก่อนเข้าสู่เขตผู้คนอยู่อาศัยในเมืองฤษีเกศ (Rishikesh) และพื้นราบที่เมืองหริทวาร (Haridwar)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;
แม่น้ำคงคาช่วงที่ไหลผ่านกรุงพาราณสี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมืองฤษีเกศมีชื่อเสียงโด่งดังต่อชาวโลกเมื่อครั้งวงเดอะบีทเทิลส์เดินทางไปร่ำเรียนการฝึกปฏิบัติสมาธิล่วงพ้น (Transcendental Meditation) จากมหาฤษีมเหช เมื่อปี ค.ศ.1968 ต่อมาเมืองฤษีเกศก็กลายเป็นปลายทางของชาวตะวันตกทั้งแนวต้องการล่วงพ้นและเพ้อพก บริโภคกัญชาและสุรายาเมา จนเกิดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมและกิจกรรมอนาจารตามชายหาดของแม่น้ำ เป็นที่ห่วงกังวลของทางการ แต่ก็ต้องยอมให้ในนามของคำว่าเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ไม่นานมานี้มีข่าวเผยแพร่ไปทั่วว่าสาวฝรั่งเศสที่อยู่ยาวตั้งแต่ช่วงก่อนโควิด-19 ระบาดถูกจับดำเนินคดีเพราะถ่ายวิดีโอตัวเองเปลือยกายบน &amp;ldquo;สะพานพระลักษณ์&amp;rdquo; แล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน &amp;ldquo;หริทวาร&amp;rdquo; เป็นหนึ่งในเมืองศักดิ์สิทธิ์ของนักแสวงบุญ และแม่น้ำคงคาที่ไหลผ่านเมืองหริทวารก็เป็นสถานที่ประกอบพิธีกุมภเมลา เทศกาลยิ่งใหญ่ทางด้านจิตวิญญาณของชาวฮินดู เช่นเดียวกับที่เมืองประยาคราช (Prayagraj) ในรัฐอุตตรประเทศ ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ลงไปประมาณ 700 กิโลเมตร ทั้งนี้ &amp;ldquo;ประยาค&amp;rdquo; แปลว่าสถานที่ซึ่งแม่น้ำบรรจบกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมืองประยาคราช (เมื่อมุสลิมโดยจักรวรรดิโมกุลเข้าปกครองในคริสต์ศตวรรษที่ 16-19 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นอัลลาฮาบัด รัฐบาลอินเดียเปลี่ยนกลับมาใช้ชื่อประยาคราชเมื่อ 2 ปีก่อน) เป็นเมืองที่แม่น้ำยมุนาไหลมาบรรจบกับแม่น้ำคงคา และอีกแม่น้ำในตำนานคือแม่น้ำสรัสวดี เรียกว่า &amp;ldquo;ตริเวณี สังคม&amp;rdquo; หรือที่คนไทยเรียกตามนวนิยายของพนมเทียน ยอดนักประพันธ์ผู้ล่วงลับว่า &amp;ldquo;จุฬาตรีคูณ&amp;rdquo; โดยแม่น้ำสรัสวดีนี้อาจเคยมีตามที่ระบุไว้ในคัมภีร์พระเวท แต่น้ำได้เหือดแห้งไปแล้ว หรือไม่เคยมีอยู่เลย และบางคนก็ว่าไหลอยู่ใต้ดิน อย่างไรก็ตาม บริเวณนี้มีความสำคัญยิ่งสำหรับศาสนิกชนชาวฮินดู&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;
หนึ่งในสองกาธ ริมแม่น้ำคงคา กรุงพาราณสี ที่พิธีเผาศพและการลอยอังคารสู่แดนสวรรค์ยังคงดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง มาเป็นเวลานับพันๆ ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พิธีกุมภเมลา (Kumbh Mela) คือการจุ่มร่างกายลงไปในแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่อชำระล้างสิ่งชั่วร้ายและส่งหนุนให้ชีวิตเจริญงอกงาม เป็นการแสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าสิ่งใดของชาวฮินดู พวกเขาเชื่อว่าพระวิษณุได้หลั่งน้ำอมฤตจากกุมภะ (ภาชนะใส่น้ำ) ลงบนสถานที่ 4 แห่ง ได้แก่ หริทวาร, ประยาคราช, นาสิก ในรัฐมหาราษฎระ และอุชเชน ในรัฐมัธยประเทศ เท่ากับมี 2 สถานที่ในการประกอบพิธีกุมภเมลาที่อยู่คู่กับแม่น้ำคงคา (หริทวารและประยาคราช)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเฉลิมฉลองเทศกาลกุมภเมลานอกจากการลงไปอาบน้ำแล้วยังมีกิจกรรมอื่นๆ อาทิ การเสวนาทางศาสนา ร้องรำทำเพลง และการบริจาคทาน การจัดพิธีในแต่ละแห่งนั้นเว้นระยะห่างกันถึง 12 ปี และแต่ละที่จัดไม่ตรงปีตรงเดือนกันด้วย เมืองประยาคราชมีพิเศษกว่าที่อื่น หากครบรอบ 12 ปี จำนวน 12 ครั้ง หรือเท่ากับ 144 ปี เรียกการเฉลิมฉลองว่า &amp;ldquo;มหาเมลา&amp;rdquo; นอกจากนี้ก็ยังมีเทศกาลกึ่งเมลา หรือ &amp;ldquo;อาดฮ์กุมภเมลา&amp;rdquo; จัดขึ้น 6 ปีครั้ง โดยเมลาที่ใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นที่ประยาคราช รองลงมาคือที่หริทวาร แต่เชื่อว่าหริทวารจัดขึ้นก่อนเมืองใด สืบย้อนไปได้ไกลอย่างน้อยถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 ในเทศกาลศักดิ์สิทธิ์นี้มีผู้ร่วมงานครั้งละหลายสิบล้านคน ทำสถิติการรวมกันของผู้คนในคราวเดียวกันมากที่สุดในโลก และแทบทุกครั้งมีผู้ร่วมพิธีเหยียบกันจนเสียชีวิต บางปีมีถึงหลักหลายร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห่างจากประยาคราชลงไปไม่ไกล คงคามหานทีก็ไหลผ่านกรุงพาราณสี แม่น้ำช่วงนี้ไหลขึ้นทิศเหนือ ทำให้ยิ่งดูมีมนต์ขลังมากขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเคยเดินทางไปเยือนพาราณสี 2 ครั้ง เขียนบันทึกไว้ตอนหนึ่งว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;&amp;hellip;สำหรับชาวฮินดูผู้เคร่งครัดนั้น ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องเดินทางมาอาบน้ำในแม่น้ำคงคาให้ได้ ด้วยเชื่อว่าเป็นการชำระล้างบาป อีกทั้งยังช่วยหนุนส่งเป็นกุศลผลบุญให้ไปเกิดในภพภูมิที่ดีกว่าเดิม ไปสู่สรวงสวรรค์ หรือถึงขั้นหลุดพ้นจากเวียนว่ายตายเกิดได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;แม่น้ำคงคาที่ผมเดินสำรวจดูตามท่าน้ำ รวมทั้งได้ล่องเรือเพื่อถ่ายภาพทิวทัศน์ริมฝั่ง พบว่าน้ำไม่ได้สกปรกขุ่นข้น มีความใสมากกว่าแม่น้ำเจ้าพระยาบางช่วงเสียด้วยซ้ำ เคยได้ยินว่านักวิทยาศาสตร์นำน้ำจากแม่น้ำคงคาไปตรวจสอบก็พบแร่ธาตุบางชนิดที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคได้ เพื่อนต่างชาติของผมคนหนึ่งไปไหนมาไหนต้องพกน้ำคงคาไว้ในขวด เมื่ออาการป่วยถามหา เขาก็จะเปิดฝาขึ้นจิบเสียทีหนึ่ง แล้วบอกว่า &amp;ldquo;ค่อยยังชั่ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมมีโอกาสได้เดินไปยังท่าน้ำต่าง ๆ ที่เรียกว่า Ghat (กาธ) ซึ่งหมายถึงทางลงแม่น้ำที่เป็นขั้นบันได ริมฝั่งคงคาในเมืองพาราณสีแห่งนี้มีอยู่ถึง 88 ท่า มีท่าหลักอยู่ 8 ท่า ส่วนใหญ่เป็นท่าสาธารณะ มีไม่กี่ท่าที่เป็นของเอกชน หากจะเดินจากท่าทางทิศเหนือสุด (Raj Ghat) จนถึงท่าใต้สุด (Assi Ghat) ก็ทำได้ เพราะทุกท่าเชื่อมกัน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จากระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ผมเริ่มต้นจาก Dashashwamedh Ghat คนไทยเรียก ท่าอัศวเมธ ซึ่งเป็นท่าหลักท่าหนึ่ง มีการประกอบพิธีบูชาไฟโดยคณะพราหมณ์ในทุกเวลาย่ำค่ำ ท่าอื่นๆ อีกหลายท่าก็มีพิธีบูชาไฟเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;
กลุ่มสตรีชาวฮินดูชำระล้างบาปริมฝั่งคงคา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;...เห็นคนลงไปชำระล้างร่างกาย ขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้า เด็กๆ เดินขายของเล็กๆ น้อยๆ ให้นักท่องเที่ยว หมู่พราหมณ์เตรียมงานสำหรับพิธีบูชาไฟในช่วงค่ำ ทันใดนั้นก็เจอชายหนุ่มหน้าตามอมแมมคนหนึ่งเข้ามาจู่โจมด้วยการเข้ามานวดเฟ้นที่แขน บอกว่าผมเมื่อยมาแน่ๆ ซึ่งก็จริง เพราะเมื่อวานผ่านการเดินทางที่ทำให้ร่างกายเมื่อยล้าพอสมควร หมอนวดหนุ่มบอกว่าคิด 50 รูปี ผมหลงคำเชิญ ลงไปนอนลงบนแคร่ของเขา นวดอยู่ราวครึ่งชั่วโมงก็เสร็จสรรพ ต้องยอมรับว่าหมอนวดมีฝีมือไม่เบา เกือบทำเอาผมหลับ พอควักเงินให้ 50 รูปี หมอนวดบอกไม่ใช่ราคานี้ 50 รูปีนั้นสำหรับแขนข้างเดียว นี่นวดให้ทั้งตัว ทั้งแขน ขา ลำตัว หัวไหล่ หลัง ศีรษะ ต้องจ่ายมาอย่างน้อย 500 รูปี แถมยังคุยโวว่าตัวเองซื่อสัตย์ กล้องถ่ายรูปของผมที่วางไว้บนแคร่ก็ยังอยู่ดี ยื้อยุดทางวาจากันอยู่พักใหญ่ ผมคว้ากระเป๋าเป้และกล้องได้ ควักเงินออกมา 200 รูปียื่นให้ หมอนวดรับไว้ แล้วขออีก 50 รูปี ผมบอกเก็บไว้กินกาแฟ เขาว่างั้นกินกันคนละแก้ว แบ่งกันคนละ 25 รูปีก็ได้ ผมไม่ให้ แล้วจ้ำเดินออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เดินอยู่ในถนนเบงกาลีโตลาอยู่สักพักผมก็เลี้ยวลงไปที่ท่าหริศจันทร์ (Harishchandra Ghat) ซึ่งเป็นหนึ่งในสองท่าที่ยังคงมีการเผาศพริมคงคาในเมืองพาราณสี อีกแห่งหนึ่งชื่อท่ามณีกรรณิการ์ (Manikarnika Ghat) ผมเผลอกดชัตเตอร์ไปครั้งหนึ่ง พอเห็นว่าเป็นศพจริงๆ ที่มีการเผากันอยู่ก็เก็บกล้องใส่เป้ แล้วเดินไปตรงจุดที่นักท่องเที่ยวพากันยืนดูพิธีกรรมกันอย่างเป็นระเบียบเงียบเชียบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่ท่าหริศจันทร์แห่งนี้มีการเผาครั้งละราว 10 ศพ แบ่งเป็นกองๆ ผู้ทำพิธีเผาจะเอาฟืนมาเรียงซ้อนกันสองสามชั้นแล้ววางศพลงไปในท่านอน ซึ่งถูกห่อมัดอยู่ในผ้าขาว จากนั้นวางฟืนทับร่างอีกกี่ชั้นก็ว่าไป จำนวนฟืนที่ใช้เผานี้ขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋าของญาติที่นำมาทำพิธี หากยากจนไม่ค่อยมีเงินก็ใช้ฟืนน้อยๆ เมื่อไฟดับฟืนหมดแล้วได้แค่ไหนก็แค่นั้น กระดูกเถ้าถ่านจะถูกนำไปปลดปล่อยลงแม่คงคาทันที ส่วนที่ไหม้ไม่หมดก็จำต้องนำไปปลดปล่อยทั้งอย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;หากล่องเรือแล้วมองเข้ามาจากแม่น้ำ จะเห็นควันและกองไฟเผาอยู่ริมฝั่ง ฉากหลังเป็นกองฟืนขนาดมหึมาที่พร้อมนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งมีการนำมาทดแทนอยู่ตลอดทั้งวัน เพราะการเผามีตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลากี่ร้อยกี่พันปีแล้วก็ไม่รู้ บนฝั่งคือ &amp;ldquo;โรงแรมแห่งความตาย&amp;rdquo; โรงแรมเหล่านี้จะแบ่งเป็นห้องเล็กๆ สำหรับคนใกล้ตายให้ได้นอนรอใกล้ฌาปนสถาน ซึ่งว่ากันว่าราคาไม่ได้ถูกๆ และต้องจองล่วงหน้า เมื่อเสียชีวิตแล้วก็ต้องเผาภายใน 24 ชั่วโมง สำหรับคนที่เสียชีวิตและเผามาจากที่อื่น ญาติก็จะนำกระดูกและเถ้าถ่านมาโปรยลงในแม่น้ำคงคาเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;
เทศกาลบูชาพระอาทิตย์ หรือ &amp;ldquo;ฉัฐบูชา&amp;rdquo; บริเวณ Assi Ghat ท่าน้ำแรกเมื่อคงคาไหลเข้าสู่พาราณสี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมยืนดูการเผาศพอยู่ได้ไม่นาน มีชายอินเดียรูปร่างผอมแห้งใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวค่อนข้างสกปรกและขาดเป็นรูๆ มาสะกิดและพูดว่าห้ามถ่ายรูปนะ เขาเห็นผมถ่ายรูปตั้งแต่เดินลงมาจากบันได ผมขอโทษและบอกว่าจะลบรูป เขาว่าเขาทำงานกับคณะที่ทำพิธีเผา ขอให้ผมบริจาคเงินเข้าองค์กร ไม่อย่างนั้นจะพาไปพบตำรวจ ผมบอกว่า &amp;ldquo;ไปสิ เพราะผมไม่เชื่อว่าคุณทำงานกับพวกเขา&amp;rdquo; ถึงตรงนี้เริ่มมีคนสังเกตว่ามีผมกับชายผอมแห้งกำลังถกเถียงกันอยู่ ผมเดินหลบฉากออกจากบริเวณนั้นไปหน่อยหนึ่ง เขายังเดินตามมาดักหน้า ผมเห็นชายชาวอินเดียคนหนึ่งดูภูมิฐานเดินผ่านมา เลยผายมือทั้งสองข้างออกเป็นเชิงฟ้องร้อง มองไปยังชายคนนั้นนัยว่าผมกำลังโดนตอแย ชายคนนั้นพูดกับชายผอมแห้งด้วยสีหน้าท่าทางดุๆ จนเขาต้องเดินหนีไป ผมหันไปขอบคุณและเดินจากไปเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เรื่องเหมือนจะจบลงแค่นั้น ขณะผมเดินอยู่ในซอยเบงกาลีโตลา หันไปเห็นชายคนเดิมเดินตามมาห่างๆ และรู้สึกได้ว่าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ผมเริ่มเหลืออด พอกะว่าประมาณ 2 เมตรเขาจะถึงตัว ผมก็หันไปประจันหน้าและเตรียมพร้อมต่อสู้หากว่าอีกฝ่ายลงมือก่อน ปรากฏว่าเขาเดินผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เว็บไซต์วิกิพีเดีย (เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ) เขียนถึงปัญหามลภาวะของแม่น้ำคงคาว่าอยู่ในสภาพย่ำแย่อย่างหนัก เพราะของเสียจากอุตสาหกรรมต่างๆ และกิจวัตรประจำวันของมนุษย์ที่อาศัยอยู่ริมฝั่งถึงราว 400 ล้านคน มีเชื้อโรคแบคทีเรียเกินค่ามาตรฐานสำหรับการอาบไปถึง 120 เท่า นี่คือตัวเลขก่อนจะเข้าสู่กรุงพาราณสีด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็มีข้อมูลจากสารคดี Ganges River Of Life, &amp;quot;Wildest India&amp;quot; ออกอากาศทางแอนิมอลแพลเน็ต ทรูวิชั่นส์ ระบุว่า น้ำในแม่น้ำคงคามีลักษณะพิเศษกว่าแม่น้ำอื่น คือมีปริมาณของออกซิเจนละลายในน้ำสูง และยังมีจุลินทรีย์ที่สามารถกินไวรัสรวมถึงเชื้อแบคทีเรียได้อีกด้วย ยิ่งมีปริมาณของเสียปล่อยลงน้ำเท่าใด ก็ยิ่งเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์เท่านั้น และทำให้น้ำในแม่น้ำคงคามีความสามารถที่จะปรับตัวไปสู่สภาพปกติมากกว่าแม่น้ำทั่วไปถึง 25 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากกรุงพาราณสี แม่น้ำคงคาไหลไปทางทิศตะวันออกอีกประมาณ 250 กิโลเมตรสู่เมืองพัฏนา รัฐพิหาร เป็นเมืองที่มีแม่น้ำอีก 3 สายไหลมารวมกับแม่น้ำคงคา เท่ากับเป็นเมืองที่มีแม่น้ำ 4 สายไหลผ่าน ข้อมูลบางแหล่งระบุว่าเป็นจำนวนที่มากที่สุดในโลก มีสะพานข้ามแม่น้ำคงคาชื่อ &amp;ldquo;มหาตมะคานธีเสตุ&amp;rdquo; เป็นสะพานข้ามแม่น้ำที่ยาวที่สุดในอินเดีย ยาว 5,575 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;
ภาพยามเช้าริมฝั่งคงคา กรุงพาราณสี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนจะถึงชายแดนอินเดีย-บังกลาเทศ ที่เมืองฟารักกะ ขณะแม่น้ำคงคาไหลในทิศทางตะวันออกเฉียงใต้ แม่น้ำได้แยกสายออกไปทางทิศใต้สายหนึ่ง เรียกคงคาสายนี้ว่าแม่น้ำฮูกลี (Hooghly) ซึ่งไหลผ่านเมืองสำคัญ คือโกลกาตา อดีตเมืองหลวงช่วงหนึ่งของอินเดียสมัยที่อังกฤษเข้ายึดครอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อ 5 ปีก่อน ผมเดินทางไปอินเดียเป็นครั้งแรก และนครโกลกาตาคือเมืองแรกที่ไปถึง ได้ประสบกับแม่น้ำฮูกลี มีบันทึกที่เกี่ยวข้อง 2 ครั้งดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;...ได้ตั๋วแล้วก็เดินไปตามแม่น้ำฮูกลี ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำคงคา มีสวนสาธารณะน่านั่งและเห็นวิวสะพานฮาวราห์สวยงาม ลุงอินเดียที่กำลังถูกห้อมล้อมอยู่ด้วยกลุ่มเด็กวัยรุ่นชายกล่าวทักทายผม พอทราบว่ามาจากเมืองไทยแกเอ่ยปากขอเหรียญสกุลเงินไทย บอกว่าเป็นนักสะสมเหรียญ ผมตั้งใจจะให้ แต่วันนี้ไม่ได้พกมา มีเหรียญไทยอยู่ที่โรงแรม&amp;hellip;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;
ท่าเรือข้ามฟากแม่น้ำฮูกลี สาขาของแม่น้ำคงคา นครโกลกาตา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;...ผมกับฮิโรกินั่งรถไฟไปกาลีกาธเพื่อนำกระดูกปีเตอร์ไปคืนแด่แม่คงคา แต่แม่น้ำซึ่งเป็นคลองแยกมาจากแม่น้ำฮูกลีตรงนี้ดำปี๋และมีกลิ่นเหม็น ผมจึงบอกฮิโรกิว่าปีเตอร์ไม่น่าจะชอบที่นี่ เราเปลี่ยนจุดกันดีกว่า เราเดินเท้าอีกราว 2 กิโลเมตร ไปถึงท่าเรือข้ามฟากแห่งหนึ่งของแม่น้ำฮูกลี อ่านกวีบทหนึ่งจากหนังสือรวมบทกวีของปีเตอร์เอง จุดบุหรี่ยี่ห้อที่เขาชอบ วางไว้ให้เผาไหม้จนหมดแล้วจัดการปลดปล่อยปีเตอร์ลงมหานที จากจุดนี้แม่คงคาจะพาเขาไปสู่อ่าวเบงกอล และมหาสมุทรอินเดียกว้างใหญ่ จากนั้นปีเตอร์จะขึ้นฝั่งที่ไหนก็ย่อมได้&amp;hellip;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม่น้ำฮูกลีไหลลงใต้ไปอีกไม่ไกลก็ออกสู่ทะเลที่อ่าวเบงกอล ขณะที่แม่น้ำคงคาสายหลักไหลเข้าสู่บังกลาเทศถูกเรียกในชื่อแม่น้ำ &amp;ldquo;ปัทมา&amp;rdquo; มีแม่น้ำสายสำคัญคือแม่น้ำ &amp;ldquo;พรหมบุตร&amp;rdquo; ไหลลงมาบรรจบ จากนั้นก็รวมกับแม่น้ำเมฆนา และใช้ชื่อเมฆนาเมื่อไหลลงใต้สู่อ่าวเบงกอลทางด้านตะวันออก หรือขวามือของแผนที่ สิ้นสุดระยะทาง 2,704กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกิดเป็นตะกอนน้ำพารูปพัดขนาด 1,430 เมตร คูณ 3,000 เมตร ซึ่งเป็นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก 64,000 ตารางกิโลเมตร ทอดยาว 400 กิโลเมตรริมฝั่งอ่าวเบงกอล.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80901</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงพาราณสี, พาราณสี, พิธีเผาศพและการลอยอังคาร, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฎ, แม่น้ำคงคา, แม่น้ำในบทบันทึก (13) : คงคา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088baf5c3e6.jpg       </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2018 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2018 19:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พราหมณ์หนุ่มแห่งพาราณสี  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงคา พาราณสี และชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บนโต๊ะเสวนาชั้นดาดฟ้าของ&amp;nbsp;Baba Guest House&amp;nbsp;ประกอบไปด้วย ผม, กุนเธอร์ มังสวิรัติหนุ่มใหญ่จากเยอรมนี, ราเชศ กุ๊กวัยประมาณ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ปีจากพุทธคยา และวัยรุ่นชายอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน พวกเขาอายุไม่น่าเกิน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ปี เป็นผู้ช่วยงานจิปาถะในเกสต์เฮาส์และ&amp;nbsp;Aadha Aadha Caf&amp;eacute;&amp;nbsp;ร้านอาหารของเกสต์เฮาส์ ร้านปิดไปแล้วตั้งแต่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ทุ่ม พวกเขาเพิ่งกินมื้อค่ำเสร็จไม่นาน กำลังรอให้ถึงเวลานอนก็จะปูเสื่อกางมุ้งใกล้ๆ โต๊ะเสวนาซึ่งอยู่ด้านนอกของร้านอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราเชศบอกว่าน้ำที่เขาเอาไปใช้ทำน้ำแข็งในตู้เย็นเป็นน้ำที่ผ่านเครื่องกรองเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับเนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ในร้านก็ใช้น้ำกรองนี้ล้างก่อนปรุงและเสิร์ฟ ผมจึงกล้าเอาน้ำแข็งมาใส่แก้วแล้วเติมรอยัลชาเลนจ์ลงไป ไม่อย่างนั้นก็ขอดื่มแบบ&amp;nbsp;Neat&amp;nbsp;หรือที่บ้านเราเรียกว่า &amp;ldquo;เพียวๆ&amp;rdquo; จะดีกว่า เพราะเคยมีประสบการณ์ท้องเสีย ไข้ขึ้น และตาบวมมาแล้วจากการที่เผลอใช้น้ำก๊อกในโรงแรมที่นครโกลกาตาล้างผลฝรั่งก่อนกินเมื่อ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุ๊กจากพุทธคยาทำท่าปรามไม่ให้วัยรุ่น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คนดื่ม แต่คนที่แก่กว่าไม่เชื่อฟัง หยิบวิสกี้ไปรินแล้วเทน้ำกรองผสมยกดื่มอย่างสบายอารมณ์ ราเชศก็ไม่ว่าอะไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุนเธอร์ถามราเชศว่าทำไมถึงมาทำงานที่พาราณสี ราเชศตอบว่าในรัฐพิหารเศรษฐกิจไม่ดี หาเงินยากเต็มที เขามีลูกถึง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน และพาราณสีก็ไม่ไกลจากพุทธคยามากนัก กุนเธอร์ถามอีกว่า &amp;ldquo;มีได้ไงตั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน ก่อนทำไม่คิดเหรอ&amp;rdquo; นี่คือคำถามที่อาจโดนชกได้ถ้าถามในเมืองไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราเชศเล่าที่มาที่ไปเหมือนตอบคำถามธรรมดาว่า &amp;ldquo;คนแรกผมได้ลูกสาวก็ต้องมีคนที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เพราะอยากได้ลูกชาย และคนที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ก็เป็นผู้ชายสมใจ ตอนนี้เสมอกันแล้ว&amp;nbsp;1 &amp;ndash; 1&amp;nbsp;คิดว่าถ้ามีอีกคนก็น่าจะเป็นชาย ปรากฏว่าคนที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เป็นลูกสาว จึงคิดจะตีเสมออีกครั้ง แต่กลับได้ลูกสาวอีก ลองอีกครั้งคนที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ก็ยังเป็นผู้หญิง ผมจึงเอากระบอกไม้ไผ่ครอบจู๋เสียเลย ไม่เอาแล้ว&amp;rdquo; ซึ่งก็คงหมายถึงการทำหมัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมถามบ้างว่าค่าสินสอดที่ฝ่ายหญิงจะต้องใช้ในการแต่งงานนั้นประมาณเท่าไหร่ ราเชศตอบว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หมื่นรูปี กุนเธอร์ได้ทีแซวว่าจากที่จะต้องจ่ายแค่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หมื่นก็จ่าย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสนเลยเป็นไง ราเชศลั่นหัวเราะออกมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงแล้วการเรียกและจ่ายสินสอดในการแต่งงานของอินเดียได้มีกฎหมายห้ามมาตั้งแต่ปี ค.ศ.&amp;nbsp;1961&amp;nbsp;แต่ในทางปฏิบัติยังคงมีอยู่ทั่วไป เพราะทั้งสองฝ่ายยินดี และอาจจะเป็นเหตุผลเรื่องหน้าตาในสังคมด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิสกี้หมดขวดผมและกุนเธอร์ก็ลงไปนอนห้องใครห้องมัน ตื่นสายๆ วันต่อมารู้สึกปวดหัว คิดว่าต่อไปคงต้องเปลี่ยนยี่ห้อ คราวที่แล้วไม่เห็นจะมีปัญหา ขึ้นไปกินมื้อเช้าบนร้าน&amp;nbsp;Aadha Aadha&amp;nbsp;แล้วก็ลงไปนอนต่อจนถึงบ่าย ตอนค่ำไปกินข้าวที่ร้าน&amp;nbsp;Jyoti&amp;nbsp;ใกล้ๆ ที่พัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุนเธอร์สั่งจาปาตีกับฮุมมุส เขาชมเจ้าของร้านว่าทำได้อร่อยมาก ผมสั่งข้าวบริยานีผัดเห็ดและแกงกะหรี่ผัก เข้ากันได้ไม่ขัดเขิน กินเสร็จก็กลับที่พัก ผมขึ้นไปสั่งเบียร์ที่แอบขายในร้าน&amp;nbsp;Aadha Aadha&amp;nbsp;กะจะดื่มคิงฟิชเชอร์ แต่ราชู ผู้จัดการร้านบอกว่าเบียร์ยี่ห้อนี้ช่วงหลังๆ มาตรฐานแกว่งๆ ไม่ดีเหมือนเดิม เขามีทูบอร์ก เบียร์สัญชาติเดนมาร์กที่มีส่วนแบ่งตลาดมากสุดในอินเดียเมื่อเทียบกับเบียร์นานาชาติด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราคาเบียร์ขนาดครึ่งลิตรกระป๋องละ&amp;nbsp;220&amp;nbsp;รูปี ถือว่าราคาสูงกว่าปกติพอสมควร คงเพราะในเขตเมืองเก่านี้ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความเสี่ยงย่อมต้องมีราคา ราชูเสิร์ฟมาในแก้วใสใบใหญ่ บอกผมว่ายังมีเบียร์ค้างอยู่ในกระป๋อง พร่องเมื่อไหร่แล้วจะรีบมาเติมให้ เข้าตำราดื่มได้แต่ไม่ประเจิดประเจ้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบียร์กำลังจะหมดกุนเธอร์ก็ขึ้นมาตามผมให้เดินไปบ้านของพราหมณ์หนุ่มด้วยกัน เราถอดรองเท้าแล้วเข้าไปนั่งดูเขาประกอบพิธีในห้องโถงแคบๆ มีพัดลมอยู่หลายตัวแต่ใบพัดไม่ไหวติงเพราะไม่มีใครต้องการรบกวนองค์เทพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกของครอบครัวคนหนึ่งตีระฆังถี่ๆ เพื่อให้องค์เทพรับรู้ได้ยินคำอ้อนวอนอธิฐาน ผู้หญิงคนหนึ่งอุ้มทารกน้อยที่กำลังร้องให้โฮ อีกหลายคนนั่งอยู่บนพื้น เราเข้าไปนั่งด้านหลังสุดของพวกเขาทั้งหมด กุนเธอร์บอกว่าวันก่อนพราหมณ์หนุ่มก็อนุญาตให้เขาเข้ามาดูการประกอบพิธีได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พราหมณ์หนุ่มในชุดประกอบพิธีกางเกงสีแดง เปลือยท่อนบน ท่องมนตร์อยู่อย่างคล่องแคล่วเร็วปรื๋อ โปรยกลีบดอกไม้ไปตามรูปเคารพในห้อง หันมาเห็นผมก็ขยิบตาให้ทีหนึ่งโดยที่ปากยังบริกรรมคาถา กุนเธอร์ ชาวตะวันตกรุ่นใหญ่ผู้ไม่ประสีประสารู้สึกร้อนอบอ้าวขึ้นทุกขณะจนเหงื่อแตกพลั่ก เขาเอื้อมมือไปเปิดพัดลม เสียงดังหึ่งๆ จนสตรีคนหนึ่งหันมาทำท่าเอามืออุดหู ผมจึงเอื้อมไปปิด เธออาจจะคิดว่าผมนี่แหละที่เป็นคนเปิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พราหมณ์หนุ่มเดินมาที่ผมแล้วถามว่าดื่มเบียร์มาใช่ไหม ผมพยักหน้า เขาบอกว่าองค์เทพได้กลิ่นแล้วไม่พอใจ ช่วยออกไปนั่งข้างนอกหลังธรณีประตู กุนเธอร์คงบอกว่าผมดื่มเบียร์อยู่ก่อนหน้านี้ หรือไม่องค์เทพอาจจะได้กลิ่นแอลกอฮอล์จริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิธีบูชาสิ้นสุดลง สมาชิกในครอบครัวบางคนเข้าไปพูดคุยกับพราหมณ์หนุ่ม แล้วค่อยๆ ทยอยเดินออกจากห้อง พวกเขาคงทำพิธีรับขวัญทารกน้อย อาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ ผมลืมถามเพราะมัวแต่รู้สึกผิดที่เชื่อตามกุนเธอร์เข้าไปนั่งร่วมอยู่ในพิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พราหมณ์หนุ่มของเราเป็นพราหมณ์ประเภทที่ประกอบพิธีในบ้านหรือวัดส่วนตัวของเขา ส่วนพราหมณ์ที่ประกอบพิธีบูชาไฟข้างนอกริมท่าน้ำนั้นต่างกันออกไป แต่ผมดูแล้วเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีและหุ่นนายแบบกันแทบทั้งสิ้น ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ยังมีพราหมณ์อีกหลายประเภทที่ผมไม่มีความเข้าใจดีนัก ที่ประกอบพิธีจำพวกสื่อสารกับพระเจ้าและปลดปล่อยวิญญาณก็มี ซึ่งจะขอเล่าให้ฟังในฉบับหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมและกุนเธอร์ออกไปรอพราหมณ์หนุ่มแถวๆ บันไดบ้าน เขาขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้า สักพักก็ปรากฏตัวในชุดกางเกงยีนส์ เสื้อยืด และรองเท้าแตะ แล้วนำเราไปยังท่าน้ำอัศวเมศที่อยู่ติดๆ กับบ้านของเขา และขอให้เรานั่งรอตรงทางลงท่าน้ำ เขาจะไปสั่งงานลูกน้อง ผมไม่รู้ว่างานนั้นคืออะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนุ่มเร่ขายของคนหนึ่งเดินเข้ามาเล่าเรื่องราวชีวิตลำเค็ญไปตามแบบฉบับ เขาสนใจกุนเธอร์มากกว่าผม แน่ล่ะ ใครๆ ก็ย่อมคาดหมายได้ว่าฝรั่งหัวทองจะมีเงินมากกว่าคนเอเชียหัวดำ เขาเสนอขายสินค้า ถืออยู่ในมือหลายอย่าง และยังโชว์ที่เหน็บอยู่ตามขอบกางเกงรอบด้านให้ดู ตรงเป้าก็มี สุดท้ายตั้งใจขายสีแบบเฮ็นนาเป็นพิเศษ สาธิตให้ดูว่าสีไม่ลอก จากราคาที่เปิดมากล่องละ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;รูปี ค่อยๆ ลดลงมาเหลือ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;รูปี แล้วบอกว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;007&amp;rdquo;&amp;nbsp;ซึ่งก็คือ &amp;ldquo;ฌอน คอนเนอรี&amp;rdquo; พระเอกหนังรุ่นใหญ่เคยให้เขา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปอนด์เพื่อแลกกับสี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กล่องมาแล้ว โดยเงิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปอนด์ก็จะมีค่าเกือบๆ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;รูปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุนเธอร์หันมาขอยืมเงินผม&amp;nbsp;200&amp;nbsp;รูปี แล้วจ่ายให้พ่อค้าหนุ่มไปด้วยความสงสาร ฝ่ายพ่อค้าหนุ่มยิ้มแย้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และยืนคุยกับเราต่ออีกหลายนาทีคงเพราะได้ราคาดีจนไม่ต้องรีบไปขายใครต่ออีกแล้ว เขาเล่าว่าครอบครัวเขาก็อยู่ในวรรณะพราหมณ์และคิดว่าอีกไม่นานก็จะเป็นพราหมณ์ แต่ตอนนี้ขอขายของเลี้ยงครอบครัวไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่าน้ำอัศวเมศในเวลาเกือบๆ เที่ยงคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราสงสัยนิยามของ &amp;ldquo;บาบา&amp;rdquo; เขาอธิบายให้ฟังว่าบาบาของแท้จะไม่ปรากฏตัวให้เห็นบ่อยๆ ส่วนมากจะถือสันโดษอยู่บนภูเขาหรืออาศรมในที่ห่างไกลผู้คน เมื่อไม่กี่วันมานี้มีบาบาคนดังเดินเท้าหลายกิโลเมตรเข้ามาพักอยู่ในพาราณสี ดูลายมือได้แม่นเหมือนตาเห็น บัดนี้คงมีผู้ศรัทธาเข้าคิวกันล้นอาศรมที่พัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพวกที่อยู่ตามท่าน้ำ นั่งขอเงินนักท่องเที่ยวนั้นถือเป็นพวกบาบาลอกเลียนแบบ เรียกว่า &amp;ldquo;ซาดู&amp;rdquo; สาระแห่งชีวิตของพวกเขาคืออยู่ไปเรื่อยๆ ไม่คิดอะไร นุ่งห่มเท่าที่มี กินเท่าที่เขาให้กิน สิ้นวันก็ดูดกัญชา นอนดูเดือนดาว แล้วหลับไปตื่นมาพบเจอสิ่งเดิมๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พราหมณ์หนุ่มเดินกลับมาแล้วบอกให้พ่อค้าหนุ่มไปที่อื่นเสีย นักขายผู้ยังสนุกกับการเล่าเรื่องอยู่ก็จำเป็นต้องเดินออกไปด้วยความยำเกรงเพื่อนผู้กว้างขวางของเรา พราหมณ์หนุ่มถามกุนเธอร์ว่าซื้อสีกล่องนี้มาเท่าไหร่ พอทราบราคาเขาก็บอกว่าไม่ควรจ่ายเกิน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;อย่างดีก็ประมาณ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;นักบุญผู้มีความมัธยัศถ์เป็นเลิศถึงกับร้องโอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้พราหมณ์หนุ่มเกริ่นกับผมว่าจะพาไปนั่งเรือบ้าน ทำให้ผมวาดภาพไว้สวยหรู เรือจอดอยู่ริมฝั่ง เขาเดินนำเข้าไปนั่งในเก๋งเรือ กระซิบว่ารอเดี๋ยว ลูกน้องกำลังเอาของมาให้ สักพักเด็กชายก็มาพร้อมกับรอยัลชาเลนจ์ ขวดขนาด&amp;nbsp;375&amp;nbsp;มิลลิลิตร เมื่อวานพราหมณ์หนุ่มเห็นขวดแบบนี้ในกระเป๋าของผม เขาคงคิดว่าผมชอบวิสกี้ยี่ห้อนี้ และนี่ก็คืองานที่เขาบอกว่าจะไปสั่งลูกน้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากรอยัลชาเลนจ์แล้วก็มีน้ำเปล่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ขวด บุหรี่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตัว กับแกล้ม ได้แก่ ชีสนมแพะ ถั่วผสมหลายชนิด และกล้วยฉายเครื่องเทศ เขาถามผมว่าแค่นี้พอไหม ถ้าไม่พอจะให้เด็กไปซื้อมาอีก ผมขอบคุณและตอบเขาว่าแค่นี้ก็เหลือเฟือแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นึกว่าเราจะล่องคงคาชมจันทร์ พราหมณ์หนุ่มบอกว่าเรานั่งกันตรงนี้แหละ แค่อยากจะหาที่ดื่มให้เราและเขาก็ได้หลบผู้คนด้วย เพราะเขาจะดื่มให้ใครเห็นไม่ได้เป็นอันขาด และนี่คือเหตุผลที่ผมไม่เปิดเผยชื่อของพราหมณ์หนุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้กุนเธอร์ไม่ดื่มเหล้า แต่สูบบุหรี่ กินถั่ว และกินกล้วยฉาบ พราหมณ์หนุ่มรินวิสกี้ลงแก้วพลาสติกให้ผม รินให้ตัวเอง แล้วเติมน้ำเปล่าลงไป ครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้ดื่มกับพราหมณ์ แถมยังดื่มในเรือริมแม่น้ำคงคา กรุงพาราณสี แม้จะเป็นวิสกี้ที่อาจจะทำให้ปวดศีรษะในวันรุ่งขึ้นก็สุดแสนวิเศษอยู่ดี &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พราหมณ์หนุ่มเล่าสรุปปัญหาในครอบครัวพราหมณ์ตระกูลใหญ่ให้ฟังว่าพ่อของเขาชอบช่วยเหลือผู้อื่นจนตัวเองประสบปัญหาและถูกฟ้องร้องเอาสมบัติรวมถึงบ้านหลังใหญ่ริมท่าอัศวเมศโดยบรรดาพี่น้องร่วมสายเลือดจนล้มป่วย ตัวเขาเองจากที่เคยหน้าตาดีเป็นมิสเตอร์พาราณสีปี&amp;nbsp;2011&amp;nbsp;ก็โทรมลงไปมาก ต้องประกอบพิธีบูชาเกือบทุกวันตามแต่ผู้ศรัทธาจะมาขอ ได้เงินแค่พออยู่พอกิน แต่ไม่นานมานี้พ่อของเขาชนะคดี ได้บ้านกลับมา ทุกอย่างค่อยๆ ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาชวนผมไปดารัมศาลา&amp;nbsp;(Dharamshala)&amp;nbsp;ในรัฐหิมาจัลประเทศ หรือที่คนไทยเรียก &amp;ldquo;ธรรมศาลา&amp;rdquo; เขามีเพื่อนเยอะและมีความสุขทุกครั้งที่ได้ไปที่นั่น คงเพราะห่างไกลกรุงพาราณสี ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นพราหมณ์ เขาจึงดื่มเบียร์และสูบกัญชาได้อย่างวางใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พราหมณ์หนุ่มถามผมว่าวิสกี้หมดแล้วจะเอาอีกไหม จะให้เด็กไปซื้อ ผมขอยุติแต่เพียงเท่านั้น เขาจึงชวนขึ้นไปนั่งบนหลังคาเก๋งเรือ ลมพัดเอื่อยๆ มาปะทะ อากาศกำลังเย็นสบายในเวลาเฉียดๆ เที่ยงคืน เห็นชาวพาราณสีหลายคนยังคงอ้อยอิ่งอยู่ริมฝั่ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นประสบการณ์มีค่าที่หาไม่ได้ หากไม่รู้จักกับพราหมณ์หนุ่มผู้นี้.&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23234</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงพาราณสี, ท่องเที่ยว, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, อินเดีย, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22169</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2018 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2018 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความเชื่อแบบตะวันออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพจราจรในกรุงพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลังกา เป็นย่านที่ได้ชื่อว่ามีผู้อยู่อาศัยหนาแน่นที่สุดในกรุงพาราณสี เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยฮินดูบานาเรส&amp;nbsp;(Banares Hindu University : BHU)&amp;nbsp;ซึ่งบานาเรส&amp;nbsp;(Banares)&amp;nbsp;และเบนาเรส&amp;nbsp;(Benares)&amp;nbsp;คือชื่อที่จักรวรรดิอังกฤษใช้เรียกกรุงพาราณสีในสมัยที่พวกเขาเข้ายึดครอง มหาวิทยาลัยแห่งนี้ใช่ว่าจะเปิดสอนเฉพาะด้านศาสนาฮินดูตามชื่อ หากแต่มีถึง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;สถาบัน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;คณะ และ&amp;nbsp;140&amp;nbsp;ภาควิชาอยู่ภายใน ทั้งด้านศิลปะ เทคโนโลยี การบริหารจัดการ กฎหมาย การแพทย์ การเกษตร สิ่งแวดล้อม ฯลฯ สถาปนาขึ้นเมื่อ&amp;nbsp;102&amp;nbsp;ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักศึกษาอยู่อาศัยในหอพักภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยถึงกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมื่นคน ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นจำนวนที่มากที่สุดในทวีปเอเชีย นอกจาก&amp;nbsp;BHU&amp;nbsp;แล้วย่านลังกายังเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลขนาดใหญ่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง โรงเรียนที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียงระดับประเทศ &amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง อีกทั้งบรรดาพิพิธภัณฑ์ ธนาคาร ร้านอาหาร ร้านหนังสือ และร้านขายยาจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดรุณี สาวจากอำเภอพุทธคยาก็พักอยู่ในย่านนี้ใกล้ๆ กับสำนักงานธนาคารแห่งอินเดีย&amp;nbsp;(State Bank of India : SBI)&amp;nbsp;ที่ทำงานของเธอ ก่อนจะจากกันเธอชี้บอกผมให้ข้ามถนน&amp;nbsp;BHU-Lanka Road&amp;nbsp;ไปขึ้นออโต้อีกฝั่ง ผมก็ข้ามไปตามเธอว่า เรียกออโต้ได้คันหนึ่งถามราคาเพื่อไปยังท่าน้ำอัศวเมศ โชเฟอร์บอก&amp;nbsp;50&amp;nbsp;รูปีผมก็ตกลง นึกว่าเป็นแบบเหมาแต่ที่ไหนได้เขารับผู้โดยสารขึ้นมาจนเต็มคันและเก็บคนเหล่านั้นแค่คนละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;รูปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถจอดที่วงเวียน&amp;nbsp;Girja Ghar&amp;nbsp;คนขับบอกว่าตำรวจห้ามไปต่อ ผมจึงต้องลงเดินอีกประมาณ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;เมตร โดยมีชาวพาราณสีผู้น่ารักร้องทักตลอดทาง ทั้งชวนแลกเงินและเสนอที่พัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนหนึ่งเข้ามาถามว่ามีเกสต์เฮาส์หรือยัง ผมตอบว่ามีแล้ว เขาก็ถามว่าเกสต์เฮาส์ชื่ออะไร ผมนึกว่าเขาหยั่งเชิงคิดว่าผมยังไม่ได้จองที่ไหน ผมก็บอกชื่อ&amp;nbsp;Baba Guest House&amp;nbsp;นึกว่าจะจบเรื่อง เขาบอกให้ผมเดินตามไป &amp;ldquo;มาทางนี้ มาทางนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้จะบอกเขาว่าผมรู้เส้นทาง เขาก็ยังเดินนำไปอยู่ดี หลายครั้งผมแกล้งทำเป็นหยุดดูนั่นดูนี่เขาก็ยืนรอด้วยความอดทน จากถนนท่าน้ำอัศวเมศ(Dashashwamedh Ghat Road)&amp;nbsp;เลี้ยวเข้าไปยังซอยแคบๆ แค่คนเดินสวนกันชื่อ &amp;ldquo;บังกาลีโตลา&amp;rdquo;&amp;nbsp;(Bangali Tola Road)&amp;nbsp;จนถึงเกสต์เฮาส์ ระยะทางประมาณ200&amp;nbsp;เมตร พ่อพระแห่งพาราณสีขอค่าเดินมาส่ง&amp;nbsp;50&amp;nbsp;รูปี ผมล้วงให้ไป&amp;nbsp;20&amp;nbsp;รูปี คิดเสียว่าเป็นค่าอาชีพที่สร้างสรรค์พลิกแพลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิจารณาดูแล้วที่พาราณสีใครๆ ก็มีงานทำ ขอแค่มีไหวพริบสักนิดและหน้าหนาสักหน่อย รับรองไม่อดตาย พ่อพระรับเงินจากผมไปแล้วก็กล่าวเชิญให้ไปเยี่ยมร้านเสื้อผ้าของเขาในวันหลัง เท่ากับว่างานเดินส่งนักท่องเที่ยวนี้เป็นเพียงแค่อาชีพไซด์ไลน์เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะผมนั่งอยู่ในล็อบบี้ของเกสต์เฮาส์มีฝรั่งสาวหน้าตาดีเดินเข้ามาแนะนำตัวเองว่าชื่อ &amp;ldquo;อนา&amp;rdquo; เป็นผู้จัดการของเกสต์เฮาส์ ทราบภายหลังว่าเธอมาจากประเทศยูเครน ติดอกติดใจพาราณสีจนไม่ยอมกลับประเทศและได้งานทำที่เกสต์เฮาส์แห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดประสงค์หลักของการเดินทางมายังพาราณสีของผมครั้งนี้คือการมาร่วมงานพิธีลอยอังคารของเพื่อนฝรั่งเยอรมันชื่อ &amp;ldquo;ยุตทา&amp;rdquo; เธอเสียชีวิตลงเมื่อเกือบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีก่อน โดยได้ฝากฝังสามีไว้ว่าหากเธอลาลับไปแล้วให้เผาร่างของเธอแล้วนำเถ้ากระดูกไปโปรยที่คงคามหานที ณ กรุงพาราณสี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยุตทาผูกพันกับแม่น้ำคงคา กรุงพาราณสี และประเทศอินเดีย ซึมซับเอาความเชื่อหลายอย่างแบบฮินดูไปเต็มๆ จากการใช้ชีวิตร่วมสิบปีในดินแดนชมพูทวีปเมื่อครั้งยังสาว เธอกับไมเคิลผู้เป็นคู่ชีวิตเดินทางไปทั่วอินเดียเพื่อทำแผนที่ในระบบคอมพิวเตอร์ให้กับบริษัทแห่งหนึ่งในสมัยที่ยังไม่มีกูเกิลแมป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเจอกันที่กรุงเทพฯ สองหรือสามครั้งเท่านั้นแต่สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว ยุตทาติดต่อทางอีเมลกับผมอยู่เป็นระยะ ในช่วงหลังเราส่งข้อความหากันน้อยลง แต่อย่างน้อยก็ต้องกล่าวสวัสดีปีใหม่ต่อกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากเธอเสียชีวิต ไมเคิลผู้ไม่มีอีเมลของผม ไม่มีรหัสผ่านอีเมลของยุตทา แต่อาศัยความเป็นยอดเซียนด้านคอมพิวเตอร์จัดการแฮ็กอีเมลของยุตทาจนได้อีเมลแอดเดรสของผมแล้วแจ้งข่าวเศร้าให้ทราบ พร้อมกับหมายมั่นจะทำตามคำสั่งของภรรยาผู้ล่วงลับ จึงบอกข่าวการเดินทางมายังกรุงพาราณสีแก่ผมที่กำลังวางแผนจะเดินทางมาสักการะพุทธสังเวชนียสถานอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไมเคิล, ซิลเวีย ผู้เป็นแฟนใหม่, สเวน ลูกติดจากแฟนใหม่, แกร์นอท เพื่อนรุ่นพี่ของสเวน และกุนเธอร์ เพื่อนเก่าแก่ของยุตทาบินจากเยอรมนีสู่กรุงนิวเดลีเมื่อสี่ห้าวันก่อน และวันแรกที่เมืองหลวงของประเทศอินเดีย ซิลเวียตกบันไดโรงแรมขาหัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกลุ่มที่มาด้วยกันไม่มีใครทำประกันชีวิตมาเลยยกเว้นซิลเวีย หลังการผ่าตัดใส่เหล็กให้กับขาท่อนบนทุกคนก็รู้ว่าไม่มีทางที่ซิลเวียจะสามารถเดินทางมายังกรุงพาราณสีได้ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จากเยอรมนีบินด่วนมายังโรงพยาบาลในกรุงนิวเดลีเพื่อนำเธอขึ้นเครื่องบินกลับประเทศทันทีที่ร่างกายพอไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไมเคิลแจ้งข่าวให้ผมทราบตั้งแต่ตอนที่ผมอยู่พุทธคยา ผมจึงมีเวลาลุ้นใบโพธิ์จากต้นพระศรีมหาโพธิ์ในฤดูที่ใบไม้ยังไม่ร่วงอยู่ถึง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;วัน ก่อนเขาจะบอกว่ากุนเธอร์นั่งรถไฟมาพาราณสีได้สองสามวันแล้วเพราะในกรุงนิวเดลีไปทางไหนก็เจอแต่ฝุ่นควันมลพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ยิ่งใหญ่ในซอยบังกาลีโตลา เขตเมืองเก่ากรุงพาราณสี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่รู้จักกุนเธอร์มาก่อนแต่เขาเพิ่งมาอินเดียเป็นครั้งแรกในวัย&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ปี จึงละทิ้งโอกาสที่จะลุ้นใบโพธิ์ต่อแล้วเดินทางมาสมทบที่พาราณสีเผื่อว่าเขาต้องการความช่วยเหลือใดๆ และกุนเธอร์นี่เองที่เป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ปริศนาที่ผมไม่ยอมรับสายเพราะกลัวว่าจะเป็นสายของแขกขายประกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายไมเคิล, ลูกติด และเพื่อนลูกติดมีกำหนดจะตามมาทันทีที่ซิลเวียขึ้นเครื่องบินกลับเยอรมนี และในความเป็นจริงแล้วพวกเขาเดินทางมายังพาราณสี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วันก่อนที่ซิลเวียจะกลับเยอรมนีด้วยซ้ำ อาจเพราะเกรงใจผมที่รอจนต้องปรับแผนการเดินทางหลายตลบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุนเธอร์โผล่มาตอนที่ผมอ้าปากค้างเพื่อสรรหาคำพูดมาตอบ &amp;ldquo;อนา&amp;rdquo; สาวสวยจากยูเครน เขาโผเข้ากอดทักทายเหมือนว่ารู้จักกันมานาน ใบหน้าและรอยยิ้มของเขาบ่งชัดว่าเป็นคนดีมีน้ำใจ กุนเธอร์จองห้องพักไว้ให้ผมก่อนแล้ว ฝ่ายอนาก็เอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปพาสปอร์ตหน้าข้อมูลส่วนบุคคลของผมเพื่อจะนำไปลงทะเบียนในแบบฟอร์มที่ต้องส่งทางการทีหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมนึกว่ากุนเธอร์จะโดดเดี่ยวเดียวดายในดินแดนวุ่นวายโกลาหลแห่งนี้ ที่ไหนได้เขามีเพื่อนใหม่เป็นพราหมณ์หนุ่ม ลูกหลานพราหมณ์ตระกูลใหญ่ของเมือง ต่อมาเขาก็ได้กลายเป็นเพื่อนของผมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุนเธอร์โชคดีมหาศาลที่ได้เจอและพูดคุยกับพราหมณ์หนุ่มบนรถไฟตอนที่เขาเดินทางมาจากกรุงนิวเดลี แม้จะร่ำลากันแล้วที่หน้าสถานี&amp;nbsp;Varanasi Junction&amp;nbsp;แต่ตอนที่กุนเธอร์ผู้มีความมัธยัสถ์เป็นเลิศไม่ยอมลงให้กับการเรียกราคาของออโต้และสามล้อถีบและกำลังเดินหาคันใหม่อยู่บนถนนนั้น พราหมน์หนุ่มก็เรียกให้เขาขึ้นออโต้โดยสารไปในคันเดียวกัน และจ่ายราคาคนท้องถิ่นคือ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;รูปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เจอกันทุกวัน พราหมณ์หนุ่มได้เชิญให้กุนเธอร์ไปที่บ้านซึ่งเป็นสถานปฏิบัติพิธีบูชาตามแบบฮินดู ในช่วงกลางวันที่เขาไม่ได้ทำพิธีใดๆ ให้กับฮินดูผู้มากศรัทธาเขาก็จะโทรศัพท์ถามไถ่กุนเธอร์ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย และหลังเสร็จพิธีในช่วงกลางคืนเขาก็จะถอดชุดพราหมณ์แล้วสวมกางเกงยีนส์ เสื้อยือ รองเท้าแตะ เดินมาหากุนเธอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พราหมณ์หนุ่มขอตัวกลับบ้านตอนที่ผมชวนไปกินมื้อค่ำที่ร้าน&amp;nbsp;Jyoti&amp;nbsp;ริมถนนบังกาลีโตลา ไม่ห่างจากเกสต์เฮาส์ ร้านนี้ผมกินสามสี่ครั้งในการมาเยือนพาราณสี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีก่อน จัดการสั่ง&amp;nbsp;Chicken Biryani&amp;nbsp;ซึ่งมีรสชาติคล้ายข้าวหมกไก่ แต่กุ๊กและเจ้าของร้านในร่างเดียวกันผัดมาซะชุ่มน้ำมัน ส่วนกุนเธอร์สั่งฟาลาเฟล อาหารตะวันออกกลาง เขาเผยโฉมมังสวิรัติแก่ผม และไม่ใช่มังสวิรัติธรรมดาแต่เป็นมังสวิรัติขั้นกว่า เรียกว่า &amp;ldquo;วีแกน&amp;rdquo;&amp;nbsp;(Vegan)&amp;nbsp;และจากนี้ไปคนดีของผมจะเริ่มเผยโฉมอะไรอีกหลายๆ อย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กินมื้อค่ำเสร็จกุนเธอร์ชวนผมขึ้นไปบนดาดฟ้าของเกสต์เฮาส์ ด้านนอกของร้านอาหารที่ปิดไปแล้ว หลายคนที่นั่งอยู่ก่อนชวนให้ร่วมโต๊ะ ในกลุ่มนี้มีเจ้าของเกสต์เฮาส์ชาวอินเดียที่พักอาศัยอยู่เป็นครอบครัวที่ชั้นล่างสุด, อนา ผู้จัดการเกสต์เฮาส์, ราชูและเอมี คู่รักอินเดีย-ฝรั่งเศส ผู้จัดการร้านอาหารของเกสต์เฮาส์บนชั้นดาดฟ้านี้, ราเจซ กุ๊กจากพุทธคยา และคนอื่นๆ อีกสี่ห้าคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกือบทั้งหมดค่อยๆ ทยอยลงไปนอน เหลือราเจซและพนักงานวัยรุ่นไม่กี่คน เพราะพวกเขานอนกางมุ้งอาบเดือนห่มดาวกันบนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุนเธอร์พูดถึงเหตุการณ์ที่ซิลเวียตกบันไดขาหักว่าอะไรจะซวยขนาดนั้น ผมแสดงความเห็นถึงการรับน้องโหดของอินเดียว่าหากเป็นเมืองไทยเราก็คงจะพูดกันว่าสาเหตุมาจากยุตทาไม่ต้องการให้ซิลเวียเดินทางมาด้วย บรรดาชาวอินเดียที่ร่วมโต๊ะก็มีคำอธิบายไม่ต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนจะแยกย้านเข้านอน กุนเธอร์โทรศัพท์ถามความคืบหน้าอาการของซิลเวียที่ซ่อนความหมายอยู่ในนั้นว่าเมื่อไหร่พวกคุณจะเดินทางมายังพาราณสี พร้อมทั้งเผยโฉมความเป็นคนไร้ความลับ เล่าข้อสันนิษฐานเรื่องซิลเวียขาหักของชาวเอเชียไปยังคณะฝรั่งทางนิวเดลี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วางสายจากพวกเขาแล้วกุนเธอร์ก็บอกผมว่าแกร์นอทผู้ไม่มีสัมพันธ์ใดกับซิลเวียเชื่อตามคำอธิบายแบบตะวันออกของพวกเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานนี้ แฟนเก่าหักขาแฟนใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22169</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงพาราณสี, ลังกา, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, อินเดีย, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
