<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2020 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2020 17:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เห็นชอบขยายพื้นที่อนุรักษ์ &#039;กรุงรัตนโกสินทร์ชั้นนอก&#039; 3,335 ไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. เห็นชอบขยายพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ ตามแผนผังแม่บทการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ฉบับใหม่จากเดิมที่กำหนดไว้ 3 บริเวณ คือ 1.กรุงรัตนโกสินทร์ชั้นใน 2.กรุงรัตนโกสินทร์ชั้นนอก และ 3.บริเวณฝั่งธนบุรีตรงข้ามกรุงรัตนโกสินทร์ เพิ่มเป็น 4 บริเวณ โดยเพิ่มพื้นที่ส่วนขยาย บริเวณที่ 4 คือ พื้นที่ต่อเนื่องบริเวณกรุงรัตนโกสินทร์ชั้นนอก และยังได้เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวว่า การขยายพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ สืบเนื่องจากปัจจุบันมีโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ในพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ เช่นโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วง โครงการรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีส้ม และโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน รวมทั้งการท่องเที่ยวในบริเวณกรุงรัตน โกสินทร์เป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้แผนการดำเนินงานต่างๆ ที่มีอยู่เดิม อาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดทำแผนผังแม่บทการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ฉบับใหม่ขึ้น โดยผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในชุมชนพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ รวม 9 ครั้ง และคณะกรรมการการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า มีมติเห็นชอบแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีสาระสำคัญคือ เป็นการขยายพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ จากเดิม 3 บริเวณ คือ กรุงรัตนโกสินทร์ชั้นใน กรุงรัตนโกสินทร์ชั้นนอก และบริเวณฝั่งธนบุรีตรงข้ามกรุงรัตนโกสินทร์ เป็น 4 บริเวณ โดยเพิ่ม &amp;ldquo;พื้นที่ต่อเนื่องบริเวณกรุงรัตนโกสินทร์ชั้นนอก&amp;rdquo; ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3,335.9 ไร่ ตั้งแต่แนวกึ่งกลางคลองรอบกรุง คลองบางลำพูและคลองโอ่งอ่าง แนวกึ่งกลางแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศเหนือและทิศใต้ และแนวคลองผดุงกรุงเกษมฝั่งตะวันออก ให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งมีมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ เช่น คลองผดุงกรุงเกษม วัดบางขุนพรหม (ธนาคารแห่งประเทศไทย) และวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกฯ กล่าวอีกว่า ในส่วนของแผนยุทธศาสตร์การอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ ได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.ยุทธศาสตร์การอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ รายสาขา รวมวงเงินประมาณ 22,022.04 ล้านบาท ประกอบด้วย 8 สาขา 18 แผนงาน เช่น สาขามรดกวัฒนธรรม มี 2 แผนงาน คือ การคุ้มครองและบูรณปฏิสังขรณ์แหล่งมรดก และการส่งเสริมฟื้นฟูวิถีวัฒนธรรม วงเงิน 4,182 ล้านบาท รับผิดชอบโดย กระทรวงวัฒนธรรม และกรุงเทพมหานคร เป็นต้น ในส่วนของงบประมาณ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีของแต่ละหน่วยงานเอง และ 2.ยุทธศาสตร์การอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์รายพื้นที่ เป็นการนำยุทธศาสตร์ฯ รายสาขา มาบูรณาการใน 12 พื้นที่ โดยไม่ใช้งบประมาณเพิ่มเติม ประกอบด้วย 12 พื้นที่ เช่น บริเวณพระบรมมหาราชวัง (กรุงรัตนโกสินทร์ชั้นใน) บริเวณ ย่านบางลำพู บริเวณวัดดุสิตาราม-บางยี่ขัน เป็นต้น ซึ่งการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในครั้งนี้ จะเป็นการบูรณาการการทำงานทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน โดยมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวัฒนธรรม และ กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ดำเนินการหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า แผนแม่บทการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ จะมีผลบังคับใช้ได้ก็ต่อเมื่อหน่วยงานภาครัฐจะต้องดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนก่อนและจะต้องปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปัจจุบัน สำนักวางแผนและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายด้านผังเมืองและการควบคุมอาคารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถนำสาระสำคัญของแผนแม่บทฯ ในส่วนที่จำเป็นไปบังคับใช้ต่อไป จึงไม่ต้องกังวลเรื่องผลกระทบต่อประชาชน เพราะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74331</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงรัตนโกสินทร์, มติ ครม., รัชดา ธนาดิเรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f3517ee0156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 06:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสน่ห์ชุมชนเก่ายังมีลมหายใจแห่งกรุงรัตนโกสินทร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ต้องเดินทางไกลข้ามน้ำข้ามทะเล ชาวกรุงเทพฯ ก็สามารถเรียนรู้วัฒนธรรมจากชาติต่างๆ ได้จากชุมชนชาว ต่างชาติที่กระจายทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้เข้ามาพึ่งพาอาศัยภายใต้ร่มพระบารมีของพระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่อดีตตราบจนทุกวันนี้ นอกจากมีประวัติศาสตร์น่าสนใจแล้ว ยังมีเสน่ห์น่าเยี่ยมเยือน ถ่ายรูปกับชุมชนเก่า และชิมอาหารอร่อยที่สืบทอดมาแต่โบราณอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวาระครบรอบ 238 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ การเรียนรู้ความหลากหลาย และเข้าใจประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาติพันธุ์ในกรุงรัตนโกสินทร์ เนื่องในโอกาสพิเศษนี้มีประโยชน์ต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข เพราะกรุงรัตนโกสินทร์ยังมีกลุ่มคนเชื้อชาติต่างๆ ที่มีส่วนในสร้างบ้านแปลงเมือง เช่น ชาวจีน แขก มอญ ญวน ลาว เวียดนาม และอีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ยังมาจากชุมชนใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นมาไม่นาน ทั้งชุมชนชาวญี่ปุ่น เกาหลี แต่ละชุนชมล้วนมีวิถีการดำรงชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง อยู่ร่วมกันตั้งแต่ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์&amp;nbsp; ผ่านกระบวนการสืบทอดและพัฒนามาอย่างยาวนาน กลายเป็นชุมชนสำคัญที่มีความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมสูง และเป็นที่รู้จักของคนไทย เช่น ชุมชนเยาวราช หรือไชน่าทาวน์เมืองไทย ย่านเก่าที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวนกลับไปเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ทรงตั้งกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีแห่งใหม่ โปรดเกล้าฯ ให้ชาวจีน ซึ่งอาศัยในพื้นที่รอบพระบรมมหาราชวัง&amp;nbsp; ย้ายไปสร้างบ้านเรือนย่านสำเพ็ง บ้านของชาวจีนเหล่านี้ นอกจากเป็นที่พักอาศัย ยังถูกใช้เป็นร้านรวงค้าขายสินค้านานาชนิด จนกระทั่ง พ.ศ.2434 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างถนนเยาวราช หรือถนนสายมังกรจนกลายเป็นสัญลักษณ์ย่านชุมชนของชาวจีนที่ประกอบธุรกิจการค้าสำคัญที่มีพัฒนาการมาจนถึงวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประวัติศาสตร์ชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนย่านสำเพ็งตลอดจนถึงเยาวราช มีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จชื่นชมพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 8 และในหลวงรัชกาลที่ 9 ล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ ทรงห่วงใยพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ตรัสถามสารทุกข์สุขดิบโดยไม่ถือพระองค์ และความปีติยินดีของกลุ่มคนไทยเชื้อสายจีนเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมชาวไทยเชื้อสายจีนย่านเยาวราชและสำเพ็ง เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา นับเป็นประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกในรอบ 73 ปี ที่ พระมหากษัตริย์ไทยทรงเยือนถนนมังกรชุมชนเยาวราช ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยทำให้คนจีนที่อพยพมาอยู่ประเทศไทยมีความรัก ความสามัคคี และน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ในราชวงศ์จักรีทุกพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอด 238 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ยังมีชนชาติจามที่อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โดยได้รับพระราชทานที่ดินจากรัชกาลที่ 1 มีมัสยิดหลังแรกของฝั่งพระนครสร้างที่ชุมชนแห่งนี้ สำหรับกลุ่มชาวจามที่เดินทางมายังประเทศไทย เป็นกลุ่มที่มีความสามารถด้านการทำประมง เชี่ยวชาญเดินเรือ ค้าขาย เพราะเมื่อก่อนสัญจรทางน้ำ วิถีชีวิตผูกพันกับแม่น้ำลำคลอง ทั้งยังมีภูมิปัญญาทอผ้าไหมพื้นเมืองติดตัวมา ซึ่งมีจิม ทอมป์สัน นักธุรกิจชาวอเมริกัน เข้ามาช่วยพัฒนาออกแบบลวดลายและสีสัน จนเป็นที่มาของบริษัทอุตสาหกรรมไหมไทย เป็นที่รู้จักระดับโลก ขณะที่วิถีคนบ้านครัวทอผ้าแบบดั้งเดิมหลงเหลือเพื่อส่งขายให้แก่บริษัท จิม ทอมป์สัน ร้านขายผ้าไหมชื่อดัง ปัจจุบันยังมีชุมชนของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ จำนวนมากที่รุ่งเรืองและยังมีลมหายใจ กลายเป็นเอกลักษณ์ที่งดงามของกรุงรัตนโกสินทร์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62877</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.), กรุงรัตนโกสินทร์, ประวัติศาสตร์.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200412/image_big_5e9289cf5e721.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมศิลปากรเผยมาตรการ &#039;อยู่บ้าน หยุดเชื้อ&#039; มีตั้งแต่สมัย ร.2 ให้ประชาชนรักษาศีลห้ามฆ่าสัตว์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ อหิวาตกโรคระบาดในสมัยตันรัตนโกสินทร์ มีผู้เสียชีวิตป็นจำนวนมากจนไม่สามารถผาศพได้ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร&amp;quot; เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;โรคระบาดในประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ : การแก้ไขปัญหาจากความเชื่อถึงความจริงในสังคม&amp;quot; เรียบเรียงโดย&amp;nbsp;นางสาววกุล มิตรพระพันธ์&amp;nbsp;นักอักษรศาสตร์ปฏิบัติการ&amp;nbsp;กลุ่มภาษาและวรรณกรรม&amp;nbsp;สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งกล่าวถึงโรคอหิวาต์ หรือ โรคห่า&amp;nbsp;แพร่ระบาดในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2&amp;nbsp;ว่าในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตเฉพาะในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใกล้เคียงรวมกันถึง 3&amp;nbsp;หมื่นคน&amp;nbsp;ร้ายแรงเสียจนพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดฯให้จัดพระราชพิธี&amp;nbsp;&amp;quot;อาพาธพินาศ&amp;quot;&amp;nbsp;ขึ้นที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อกำราบโรคภัยไข้เจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ถึงรายละเอียดของพระราชพิธีอาพาธพินาศ ไว้ในพระราชพิธีสิบสองเดือน สรุปความได้ว่า พระราชพิธีอาพาธพินาศจะจัดขึ้นเฉพาะในคราวที่เกิดโรคภัยครั้งใหญ่ เท่าที่ปรากฎหลักฐานหลงเหลือมาพบว่า เคยจัดขึ้นเพียงสองครั้งคือ ในปีมะแมตรีศก ศักราช ๑๑๗๓ และ ปีมะโรงโทศก ศักราช ๑๑๘๒ และไม่ได้จัดขึ้นอีกเพราะไม่อาจระงับโรคระบาดที่เกิดขึ้นในครั้งหลังได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประกอบพระราชพิธีนั้นกระทำโดยเชิญพระแก้วมรกตทรงยานมาศจัดกระบวนแห่ไปตามถนนรอบพระนคร พร้อมกับพระราชาคณะและพระสงฆ์ โดยมีการสวดอาฎานาฏิยสูตร โปรยทรายและประพรมน้ำพระปริตร ปิดกระดาษยันต์ไทยตามตำหนักต่างๆ ในพระราชวัง และยิงปืนใหญ่รอบพระนคร
จนกระทั่งรุ่งเช้า 1&amp;nbsp;คืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้ไขสถานการณ์ระบาดของโรคอหิวาต์ในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยยังทรงรักษาอุโบสถศีล และโปรดให้ข้าราชการน้อยใหญ่ร่วมกันรักษาศีลทำบุญด้วย นอกจากนั้นยังมีรับสั่งให้ยกเลิกการเข้าเฝ้าในราชกิจที่ไม่จำเป็น ให้ไพร่ที่อยู่เวรประจำพระราชวังกลับภูมิลำเนา ปล่อยนักโทษ (ยกเว้นเชลยพม่า) ให้ประชาชนรักษาศีล โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามฆ่าสัตว์ และให้ทุกคน &amp;quot;เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเรือน&amp;quot; เมื่อมีกิจ
จำเป็นเท่านั้นจึงจะออกไปได้ เมื่อปฏิบัติดังนี้เป็นเวลาเพียง 15&amp;nbsp;วัน โรคระบาดก็คลี่คลายลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ในสมัยรัชกาล&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เกิดอหิวาตกโรคระบาดครั้งใหญ่อีกครั้ง แต่ก็ทรงแก้ปัญหาด้วยวิธีการเดียวกัน จนหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้ในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62421</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, กรุงรัตนโกสินทร์, สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์, อหิวาตกโรค, โรคระบาดในประวัติศาสตร์, โรคระบาดในอดีต, โรคห่าระบาด, โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c6a0381c20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2020 07:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2020 07:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ย้อนอดีตสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ก่อนสู่กรุงเทพฯ เมืองน่าเที่ยวอันดับ 1 ในโลก  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานคร ครองแชมป์อันดับหนึ่งของเมืองน่าเที่ยวที่สุดในโลกติดต่อกัน 4 ปีซ้อนจากการจัดอันดับเมืองที่คนทั่วโลกนิยมท่องเที่ยวมากที่สุด โดย Mastercard Global Destination Cities Index ในปี 2018 ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมไป คือ วัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง วัดโพธิ์ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ที่มีคนเดินทางมาเยือนตลอด ทั้งจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย และอังกฤษ หลงใหลกรุงเทพฯ มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอกย้ำถึงความสำคัญของ กรุงรัตนโกสินทร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ &amp;ldquo;กรุงเทพมหานคร&amp;rdquo; เมืองหลวงของประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมบรมกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ทรงสถาปนาพระนครแห่งใหม่ขึ้นทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา และโปรดเกล้าฯ ให้ทำพิธียกเสาเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคลของบ้านเมืองในวันที่ 21 เมษายน 2325 ซึ่งถือเป็นวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และมีการจัดพระราชพิธีเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 3 วัน 3 คืน ต่อเนื่องจากงานพระราชพิธี บรมราชาภิเษกพร้อมกับงานสมโภชวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง งานครั้งนั้นจัดทั้งในกรุงและนอกกรุง มีมหรสพต่างๆ เป็นงานที่สนุกสนานเอิกเกริก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้อนประวัติศาสตร์ไทยได้มีการจัดงานสมโภชพระนครหรือเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครั้งใหญ่ขึ้นมาแล้วถึง 4 ครั้ง ได้แก่ ครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ครั้งที่ 2 จัดขึ้นในวาระครบรอบ 100 ปี ครั้งนั้นมีมหรสพทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองทั่วพระราชอาณาจักร &amp;nbsp; 7 วัน 7 คืน ครั้งที่ 3 งานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 150 ปี งานฉลองพระนครเป็นเพียงงานรื่นเริงชั่วคราว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริไม่มีสิ่งใดดีกว่าสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์เป็นที่ระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ผู้ทรงสร้างกรุงเทพมหานคร ถือเป็นสิริมงคลแก่ชาวกรุงเทพฯ ทั้งสร้างสะพานพระพุทธยอดฟ้าที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และครั้งที่ 4 งานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ในสมัย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร การฉลองพระนครทุกครั้ง พระมหากษัตริย์พร้อมด้วยพสกนิกร ได้ร่วมกันบูรณปฏิสังขรณ์ทั่วพระอาราม ครั้งนี้ มีการบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองวัดพระแก้ว คู่กรุงรัตนโกสินทร์ แล้วยังมีพระราชพิธี ตามโบราณราชประเพณี เช่น พระราชพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราช&amp;nbsp; พระราชพิธีสมโภชหลักเมือง และเป็นครั้งแรกที่มีตราสัญลักษณ์เป็นภาพเทวดาสององค์พนมมือไหว้ หันหน้าเข้าหากัน สื่อความหมายว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งชาวเทวดา ที่ได้ร่วมกันเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เหนือภาพเทวดา เป็นภาพซุ้มวิมาน สื่อสิ่งก่อสร้างงดงามของกรุงเทพฯ ขณะที่ท้องสนามหลวงครึกครื้นด้วยมหกรรมดนตรีไทย ดนตรีสากล มหรสพพื้นเมือง ประกวดรถบุปผชาติ นอกจากนี้ ชุมชนใต้ร่มพระบารมี จัดงานทั่วบริเวณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้จัดงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นอีกครั้ง เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ ทุกพระองค์ที่ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองให้มีความผาสุก กรุงรัตนโกสินทร์ เป็นเมืองศูนย์กลางที่ผสมผสานด้านเศรษฐกิจ สังคม รวมไปถึงศิลปวัฒนธรรมที่ลงตัว ทั้งนี้ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ พระปรีชา&amp;nbsp; สามารถ และพระวิสัยทัศน์ของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ&amp;nbsp; &amp;nbsp;นานัปการ ส่งผลให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองเป็นปึกแผ่นมั่นคงและราษฎรอยู่เย็นเป็นสุขจนถึงทุกวันนี้ ด้วยทุนทางวัฒนธรรม โบราณสถาน สถาปัตยกรรม แหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อาหารอร่อย และอัธยาศัยไมตรี ทำให้ผู้คนทั่วโลก จะต้องมาเยือนกรุงเทพฯ ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในวาระการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ครบ 238 ปี ในวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2563 นี้ ถือเป็นโอกาสดีที่คนไทย โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ จะได้เรียนรู้และสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องประวัติศาสตร์ความเป็นมาของการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ก่อให้เกิดความรักและภาคภูมิใจในความเป็นไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรม เพราะนี่คือ รากเหง้าและทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศชาติมีความเข้มแข็ง มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61993</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.), กรุงรัตนโกสินทร์, กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย, ย้อนประวัติศาสตร์ไทย, เมืองน่าเที่ยว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200404/image_big_5e87d86da127c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
