<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112445</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 19:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรุงมะนิลาหวนล็อกดาวน์-ฮานอยขยายมาตรการต่อ14วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์กลับเข้าสู่มาตรการล็อกดาวน์ 2 สัปดาห์เมื่อวันศุกร์ เพื่อชะลอการระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา และป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล ส่วนกรุงฮานอยของเวียดนามจะขยายมาตรการควบคุมไวรัสที่จะสิ้นสุดลงในวันเสาร์นี้ออกไปถึงวันที่ 22 สิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจตรวจสอบผู้ขับขี่ยวดยานที่จุดกักกันในเมืองกีซอน เขตมหานครมะนิลา เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2564 (Ezra Acayan/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาตรการล็อกดาวน์ตามคำสั่งของรัฐบาลฟิลิปปินส์บังคับใช้กับเขตเมโทรมะนิลาของกรุงมะนิลาและเมืองโดยรอบ 16 เมือง ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรมากกว่า 13 ล้านคน โดยจะห้ามการเดินทางและปิดธุรกิจที่ไม่จำเป็นนาน 2 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฮร์รี โรเก โฆษกประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต กล่าวว่า คำสั่งล็อกดาวน์บังคับใช้กับจังหวัดลากูนาที่มีประชากร 3.3 ล้านคนและอยู่ติดกับกรุงมะนิลา รวมถึงเมืองอีโลอีโลภาคกลางและคากายันเดโอโรภาคใต้ของประเทศ ส่วนจังหวัดคาบีเตและจังหวัดรีซัลที่อยู่ติดกับเมโทรมะนิลา ที่มีประชากรรวมกันราว 7.6 ล้านคน อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดน้อยกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงมะนิลาและจังหวัดที่อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ 2 สัปดาห์ที่เริ่มตั้งแต่หลังเวลาเที่ยงคืนของวันศุกร์ จะอนุญาตให้เปิดธุรกิจที่จำเป็นเท่านั้น ประชาชนมาออกกำลังกายกลางแจ้งได้ แต่ประกาศเคอร์ฟิวเวลากลางคืน 8 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า ตำรวจฟิลิปปินส์ในชุดลายพราง ประจำตามด่านต่างๆ ทั่วกรุงมะนิลาเมื่อวันศุกร์ เพื่อตรวจสอบยานพาหนะทุกคันบนท้องถนนว่าเป็นพนักงานในงานที่จำเป็นหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยืนยันสะสมมากกว่า 1.63 ล้านคน เสียชีวิตแล้ว 28,673 คน ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์ตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตาแล้วมากกว่า 330 ราย ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการระบาดของเดลตาที่แพร่เชื้อได้ง่ายมาก จะทำให้ระบบสาธารณสุขพังทลาย ถ้ารัฐบาลไม่ใช้มาตรการเข้มงวดในเมืองหลวงที่มีประชากรหนาแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การล็อกดาวน์ต่อเนื่องมาแล้วหลายครั้งและมาตรการห้ามอย่างอื่น รวมถึงห้ามเด็กออกจากบ้าน ทำให้เศรษฐกิจเสียหายและประชาชนตกงานหลายล้านคน ขณะที่รัฐบาลมอบเงินเยียวยาให้เพียงครัวเรือนละ 4,000 เปโซ หรือราว 2,646 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวฟิลิปปินส์หลายพันคนเดินทางไปฉีดวัคซีนตามศูนย์ฉีดวัคซีนหลายแห่งในกรุงมะนิลาเมื่อวันพฤหัสบดี จนทำให้ศูนย์ฉีดวัคซีนแห่งหนึ่งต้องปิดให้บริการ พวกเขากลัวว่าคนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนจะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้าน หรือไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลระหว่างล็อกดาวน์ หลังจากดูเตร์เตแถลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า คนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนให้อยู่แต่ในบ้าน ถ้าพบออกนอกบ้านจะให้ตำรวจพาตัวกลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรุงฮานอยของเวียดนาม ที่อยู่ภายใต้คำสั่งให้ประชาชนอยู่บ้านและระงับกิจกรรมที่ไม่จำเป็นมาแล้ว 2 สัปดาห์ ก็ยังพบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น 3 เท่า ทำให้รัฐบาลต้องขยายมาตรการควบคุมไวรัสออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในกรุงฮานอยเมื่อวันศุกร์อีก 21 ราย มีผู้ติดเชื้อสะสมเกือบ 1,600 รายนับตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน แม้จำนวนผู้ติดเชื้อในเวียดนามยังต่ำ แต่เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังเนื่องจากพบไวรัสสายพันธุ์เดลตาที่ติดต่อได้ง่าย ปัจจุบันเวียดนามมียอดผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 189,000 ราย เสียชีวิตแล้ว 2,720 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามแถลงว่า ความเสี่ยงในการติดเชื้อยังสูงเนื่องจากพบคลัสเตอร์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถระบุแหล่งที่ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน 1 ใน 3 ของ 63 เมืองและจังหวัดของเวียดนามอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมไวรัสที่เข้มงวด ส่วนโครงการฉีดวัคซีนในกรุงฮานอยยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น มีผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในกรุงฮานอยราว 1.1 ล้านคน จากประชากรทั้งเมือง 8.5 ล้านคน แต่มีผู้รับวัคซีนครบโดสเพียง 74,000 คน เข้ารับวัคซีนทั่วประเทศเวียดนาม 780,000 คน ไม่ถึง 1% ของประชากรทั้งประเทศ 98 ล้านคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112445</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงมะนิลา, กรุงฮานอย, ฟิลิปปินส์ล็อกดาวน์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610d2fd49b00b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2019 21:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2019 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดฉากซัมมิต &#039;ทรัมป์-คิม&#039; ไร้ข้อตกลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ซัมมิตครั้งที่ 2 ระหว่าง &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; กับ &amp;quot;คิม จองอึน&amp;quot; ที่กรุงฮานอย จบลงก่อนกำหนด โดยผู้นำทั้งสองไม่ได้ลงนามข้อตกลงอันใด ทรัมป์อ้างตัดสินใจ &amp;quot;เดิน&amp;quot; ออกจากข้อเรียกร้องของคิมที่ต้องการให้ยกเลิกการคว่ำบาตร ขณะเกาหลีใต้เผยทรัมป์ &amp;quot;เสียใจ&amp;quot; ที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใดๆ ได้ในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานคิม จองอึน ประชุมกันในวันที่ 2 ที่โรงแรมโซฟิเทลเลเจนด์เมโทรโพลในกรุงฮานอย เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่กรุงฮานอยของเวียดนาม ตั้งแต่วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 ปิดฉากลงอย่างรวดเร็วเกินคาดในวันพฤหัสบดี โดยทั้งสองฝ่ายไม่ได้ลงนามแถลงการณ์ร่วมหรือบรรลุความตกลงใดๆ และทรัมป์ได้ขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันกลับกรุงวอชิงตันทันทีในวันเดียวกัน ส่วนคิมอยู่ที่เวียดนามต่อไปจนถึงวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนเดินทางกลับว่า บางครั้งก็ต้องเดินจาก และครั้งนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยพื้นฐานแล้ว พวกเขาต้องการให้ยกเลิกการคว่ำบาตรทั้งหมด แต่เราไม่สามารถทำแบบนั้น&amp;quot; ทรัมป์กล่าว แต่ขณะเดียวกันก็ยืนกรานว่า เขายังมองในแง่ดีว่ามีความคืบหน้าทั้งก่อนและระหว่างซัมมิตครั้งนี้ ซึ่งทำให้พวกเขาอยู่ในสถานะที่จะได้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างแท้จริงในอนาคต &amp;quot;ผมอยากทำให้มันถูกต้อง ดีกว่าทำแบบรวดเร็ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวด้วยว่า คิมได้ให้คำมั่นว่าเกาหลีเหนือจะไม่กลับไปทดลองนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธอีก พร้อมกับย้ำว่า ตัวเขาและคิมมีความสนิทสนมกันแล้ว พวกเขาชื่นชอบกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซัมมิตครั้งนี้ คิมยังยอมตอบคำถามที่ไม่ได้ตระเตรียมล่วงหน้าของผู้สื่อข่าวต่างชาติด้วย โดยบอกว่าเขายินดีหากสหรัฐจะตั้งสำนักงานประสานงานในกรุงเปียงยาง ซึ่งจะเป็นก้าวหนึ่งที่นำไปสู่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนซัมมิตครั้งนี้ มีการคาดเดาด้วยว่าอาจมีการลงนามคำประกาศยุติสงครามเกาหลี ปี 2493-2496 อย่างเป็นทางการ รวมถึงความหวังว่าคิมจะรับปากทำลายโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ยองพยอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลลัพธ์ของซัมมิตที่เวียดนามครั้งนี้ไม่เป็นไปตามความคาดหวังหรือการคาดคะเน หลังจากนักวิจารณ์กล่าวกันว่าซัมมิตครั้งแรกที่สิงคโปร์นั้นไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่เป็นชิ้นเป็นอัน ยังไม่มีการเปิดเผยว่าทรัมป์และคิมจะพบกันรอบที่ 3 หรือไม่ แต่ทรัมป์บอกว่าเขาหวังว่าจะได้เจอกับคิมอีกโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามกำหนดการเดิมของทำเนียบขาวนั้นวางไว้ว่า ผู้นำทั้งสองจะเข้าพิธีลงนามความตกลงร่วม และการหารือบนโต๊ะอาหารระหว่างมื้อเที่ยง แต่กำหนดการเหล่านี้ถูกยกเลิกหมด และทรัมป์ได้เลื่อนเวลาแถลงข่าวเร็วขึ้น 2 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุมยุติ รัฐบาลเกาหลีใต้กล่าวว่า ผลของการประชุมครั้งนี้ &amp;quot;น่าเสียใจ&amp;quot; แต่ก็ยังถือว่ามีความคืบหน้าที่มีความหมาย เอเอฟพีอ้างคำแถลงของทำเนียบประธานาธิบดีบลูเฮาส์ของเกาหลีใต้ในวันพฤหัสบดีด้วยว่า ประธานาธิบดีมุน แจอิน ได้โทรศัพท์สนทนากับประธานาธิบดีทรัมป์ และทรัมป์ได้แสดงถึง &amp;quot;ความเสียใจ&amp;quot; ที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใดๆ ได้ แต่ทรัมป์ก็ประกาศชัดเจนถึงความแน่วแน่ของเขาที่จะหาทางออกประเด็นเกาหลีเหนือผ่านการเจรจา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30192</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงฮานอย, คิม จองอึน, ซัมมิตฮานอย, ปิดฉากซัมมิต, โดนัลด์ ทรัมป์, ไร้ข้อตกลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190228/image_big_5c77e9ecc70f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2019 21:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2019 21:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คิม จองอึน&#039; นั่งรถไฟหุ้มเกราะมาซัมมิต &#039;ทรัมป์&#039; ที่เวียดนาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ออกเดินทางด้วยรถไฟหุ้มเกราะจากกรุงเปียงยางผ่านจีนมายังเวียดนาม เพื่อประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงฮานอยวันพุธ-พฤหัสบดีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 เผยแพร่โดยสำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเปียงยาง คิม จองอึน ขึ้นรถไฟเตรียมออกเดินทางจากสถานีเปียงยาง / KCNA VIA KNS / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสุดยอดระหว่างคิมกับทรัมป์จะเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ที่กรุงฮานอยของเวียดนามวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์นี้ แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดกำหนดการอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเดินทางหรือการประชุม แต่กระทรวงการต่างประเทศของเวียดนามได้ออกแถลงการณ์ยืนยันเมื่อวันเสาร์ที่ 23&amp;nbsp; กุมภาพันธ์ ว่าผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือกำลังเดินทางมาเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการภายในไม่กี่วันข้างหน้านี้ ตามคำเชิญของประธานาธิบดีเหงียน ฝู จ่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างแหล่งข่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ว่า คิมน่าจะเดินทางไปเยี่ยมชมนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดกว๋างนิญและบั๊กนิญ ก่อนจะพบกับทรัมป์ที่กรุงฮานอย โดยรอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวในเวียดนามเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สถานที่ที่เป็นไปได้สำหรับซัมมิตครั้งนี้คือเรือนรับรองของรัฐบาล ซึ่งตั้งอยู่กลางกรุงฮานอยและมีอายุเก่าแก่ย้อนไปถึงยุคเป็นเมืองขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แปดเดือนก่อนหน้านี้ คิมและทรัมป์เพิ่งซัมมิตกันที่สิงคโปร์ ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นการพบปะกันครั้งแรกระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและประธานาธิบดีสหรัฐขณะยังดำรงตำแหน่ง ครั้งนั้นทั้งสองลงนามความตกลงที่เกาหลีเหนือให้คำมั่นว่าจะกำจัดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี แต่การเจรจาและดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามความตกลงนี้ไม่คืบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของทรัมป์กดดันให้เกาหลีเหนือยอมล้มเลิกโครงการอาวุธนิวเคลียร์ก่อน สหรัฐจึงจะยอมอ่อนโอนให้ แต่เกาหลีเหนือก็ต้องการให้สหรัฐผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร, รับประกันความปลอดภัยและยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการก่อนเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวทาสส์ของรัสเซีย อ้างแหล่งข่าวการทูตเกาหลีเหนือรายหนึ่งว่า คิมออกเดินทางจากกรุงเปียงยางด้วยขบวนรถไฟหุ้มเกราะ เมื่อเวลาราว 17.00 น.ของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น&amp;nbsp; (15.00 น.วันเดียวกันของไทย) ต่อมาสื่อหลายสำนักรายงานอ้างผู้เห็นเหตุการณ์ในเมืองตางตง เมืองชายแดนของจีนติดกับเกาหลีเหนือ ว่ารถไฟขบวนนี้ข้ามแม่น้ำลู่เข้าสู่จีนเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น (20.00 น.ของไทย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเกาหลีเหนือรายงานยืนยันว่า คิมขึ้นรถไฟออกจากกรุงเปียงยาง และว่า พลเอกคิม ยองชอล มือขวาของคิมที่ได้พบทรัมป์ที่ทำเนียบขาวเมื่อเดือนที่แล้ว ก็เดินทางมาพร้อมกับคณะบุคคลระดับสูงอีกหลายรายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ก่อนที่รถไฟขบวนนี้จะมาถึงตานตงนั้น จีนได้วางกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ตำรวจวางรั้วกั้นปิดพื้นที่ริมฝั่งน้ำระยะ 100 เมตรจากสะพานข้ามแม่น้ำ และโรงแรมที่หันหน้าเห็นแม่น้ำก็ถูกปิดเพื่อปรับปรุงอย่างกะทันหัน ตำรวจไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดกันว่ารถไฟขบวนนี้จะเดินทางยาวนาน 60 ชั่วโมงมาถึงสถานีด่งดังของเวียดนาม จากนั้นคิมจะเดินทางต่อด้วยรถยนต์ออกจากเมืองชายแดนแห่งนี้มายังกรุงฮานอย ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีในพื้นที่เผยว่า&amp;nbsp; เวียดนามได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ทหารประจำที่สถานีรถไฟแห่งนี้และบนเส้นทางที่มุ่งสู่เมืองหลวง ซึ่งก่อนหน้านี้ทางการเวียดนามได้ออกประกาศปิดถนนตลอดเส้นทาง 170 กิโลเมตร ระหว่างเวลา 06.00-14.00 น.ของวันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงเวลาการเดินทางของคิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิมเลือกเดินทางมาเวียดนามด้วยรถไฟซึ่งเป็นการคมนาคมที่ผู้นำเกาหลีเหนือตั้งแต่รุ่นปู่ของเขาชื่นชอบที่สุด คิม อิลซุง เคยมาเยือนกรุงฮานอยเมื่อปี 2501 โดยขึ้นรถไฟมายังกรุงปักกิ่ง จากนั้นก็ขึ้นเครื่องบินมาฮานอย ส่วนซัมมิตที่สิงคโปร์นั้นเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว คิมเดินทางด้วยเครื่องบินที่ขอยืมจากรัฐบาลจีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29844</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงฮานอย, คิม จองอึน, ซัมมิตทรัมป์, รถไฟหุ้มเกราะ, เกาหลีเหนือ, เดินทางด้วยรถไฟ, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190224/image_big_5c72a427a43b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
