<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 09:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BDMS ขยายอาณาจักรสุขภาพ ทุ่มพันล้านเสริมธุรกิจแล็บ-ร้านขายยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;BDMS ลุยกลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาล กางแผน 3 ปี ทุ่มงบ 800-1,000 ล้านบาท พร้อมเร่งขยายร้านขายยาเซฟดัก 200 สาขาปีหน้า หวังหนุนธุรกิจในเครือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณรงค์ฤทธิ์ กาละพุฒ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาล 7.1 บมจ. กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) เปิดเผยว่า จากแนวโน้มของอุตสาหกรรมบริการด้านสุขภาพที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องหรือประมาณ 20% จากมูลค่า กว่า 3 แสนล้านบาท เพราะประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพและป้องกันตนเองไม่ให้เป็นโภค รวมถึงการเข้าสู่สังคมอายุที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อธุรกิจบริการสุขภาพ มีโอกาสทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น บริษัทมีแผนใช้งบประมาณการลงทุนในช่วง 3 ปีนับจากนี้ ประมาณ 800-1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการด้านสุขภาพและสร้างการเติบโตเฉลี่ยปีละ 10-20%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงบประมาณดังกล่าว โดยคร่าวๆจะใช้ลงทุนขยายศูนย์แล็บ เบื้องต้นคาดว่าจะเปิดใน จ. ระยอง ปี 2562 และเพิ่มอีกแห่งที่ จ. เชียงใหม่ ประมาณปี 2563 พร้อมกับลงทุนสร้่างศูนย์ฆ่าเชื้อสำหรับเครื่องมือแพทย์ย่านฝั่งธนและ จ.เชียงใหม่ ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาลของบริษัท ประกอบด้วย บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ &amp;nbsp;จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านสนับสนุนทางการแพทย์และธุรกิจโรงพยาบาล และบริษัท เซฟดรัก เซ็นเตอร์ จำกัด ร้านขายยาและเวชภัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนธุรกิจร้านขายยาเซฟดรัก จะเพิ่มเป็น 200 สาขาภายในปีหน้า &amp;nbsp;จากปัจจุบันมีรวม 150 สาขา มีรายได้รวมปี2561นี้ ประมาณ 1,100 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2560 ที่มีรายได้ประมาณ 975 ล้านบาท ขณะที่เอ็นเฮลท์จะมีรายได้รวม 4,200 ล้านบาท &amp;nbsp;เติบโต 17% &amp;nbsp;จากปี 2560 ที่มีรายได้รวม &amp;nbsp;3,600 ล้านบาท &amp;nbsp;จากอุตสาหกรรมธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาลรวมที่มีมูลค่า 11,000 ล้านบาท โดยบริษัทฯมีพอร์ตรายได้หลักมาจาก บริการการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฎิบัติการ บริการทางวิศวกรรมทางการแพทย์บริการผ้าและปราศจากเชื้อภายในโรงพยาบาล แบ่งเป็น ลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาลหรือบีทูบี สัดส่วน 95% &amp;nbsp;และที่เหลือ 5% เป็นสัดส่วนกลุ่มผู้บริโภคหรือบีทูซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แม้ว่าธุรกิจร้านขายยาจะแข่งขันค่อนข้างสูง แต่เราอยากเพิ่มความสามารถในการดูแลสุขภาพของประชาชน เพราะร้านขายยาอยู่ใกล้กับชุมชนหรือบริเวณที่อาศัย รวมถึงการเพิ่มบริการด้านต่างๆเข้ามาเสริมให้เรามีความต่าง ระยะยาวจะเป็นธุรกิจที่ช่วยเสริมในเครือ ทั้งยังนำข้อมูลของลูกค้ามาเชื่อมโยงกันภายในเครือให้มีประโยชน์มากยิ่งขึ้น&amp;quot; นายณรงค์ฤทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14857</URL_LINK>
                <HASHTAG>BDMS, กรุงเทพดุสิตเวชการ, ณรงค์ฤทธิ์ กาละพุฒ, ร้านขายยา, เซฟดรัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b68fdc6cbf8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BDMS ขยายอาณาจักร ผุดโรงพยาบาลเด็ก 3 แห่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;BDMS ลุยสร้างโรงพยาบาลเด็ก 3 แห่ง รับมือวิวัฒนาการโรคเพิ่มขึ้น ตั้งเป้าหมาย 3-5 ปี รายได้เติบโตไม่ต่ำกว่าปีละ 10% และกำไรเติบโตปีละ 8-10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) เปิดเผยว่า ขณะนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายสร้างโรงพยาบาลเด็กโดยเฉพาะ 3 แห่ง เพื่อรองรับการรักษาเด็ก ตั้งแต่แรกเกิด จนถึงอายุ 12 ปี เนื่องจากปัจจุบันเด็กต้องใช้บริการรักษาพยาบาลร่วมกับผู้ใหญ่ แต่ความจริงโรคของเด็กมีรายละเอียดมากกว่า ทำให้การรักษาเด็กต้องให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โรคเด็กมีวิวัฒนาการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ปัจจุบันไม่ค่อยมีใครทำ บริษัทจึงเข้ามาทำในส่วนนี้เพิ่มเติม เพราะการรักษาพยาบาลเด็กมีความสำคัญ เบื้องต้นดำเนินการเสร็จแล้ว 2 แห่ง คือ สมิติเวช ศรีนครินทร์ ถือเป็นโรงพยาบาลเด็กต้นแบบ มาตรฐานเทียบเคียงกับโรงพยาบาลพี่เลี้ยงในต่างประเทศ ส่วนโรงพยาบาลศรีระยอง จะสามารถดูแลเด็กในพื้นที่ภาคตะวันออกได้ทั้งหมด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน บริษัทจะทำการวิจัยเรื่องยีนส์ต่าง ๆ เพื่อลงลึกไปตั้งแต่เด็กเกิด รองรับผู้ที่อายุเยอะให้มีโอกาสมีบุตรได้เพิ่มขึ้น โดยจะเชิญผู้เชี่ยวชาญมาทำงานร่วมกัน รวมถึงดูแลผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เมื่อถึงวัยต้องหันมาดูแลสุขภาพ เนื่องจากเมื่อเข้าสู่อายุ 55 ปี เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายจะเริ่มเสื่อมสภาพ ทำให้ต้องมีการวิจัยและพัฒนา เพื่อค้นพบว่าหากสูงอายุจะเป็นมะเร็งในส่วนใด เพราะหากรู้ล่วงหน้าสามารถป้องกันตัวเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการดำเนินงานบริษัทตั้งเป้าหมาย 3-5 ปี จะมีรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่าปีละ 10% และกำไรเติบโตปีละ 8-10% ซึ่งเป็นมาตรฐานของโรงพยาบาลที่มีการบริหารความมั่งคั่งจำเป็นต้องมี เพื่อรักษาสัดส่วนและผลประโยชน์ของทั้งผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร และคนไข้ โดยจะพยายามให้มีการลงทุนที่ต่ำ จากการใช้ของเดิมที่มีอยู่ แต่เพิ่มประสิทธิภาพแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตั้งเป้าหมายจะมีผู้ป่วยชาวจีนมาใช้บริการวันละ 500 ราย จากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 30,000 ราย คาดว่าจะสร้างผลตอบแทนได้ปีละ 3,000 ล้านบาท และยังเจาะกลุ่มผู้ป่วยชาวต่างชาติ ที่สนใจมารักษาในประเทศไทย เพราะค่าบริการทางการแพทย์ไม่สูงเมื่อเทียบกับต่างประเทศ โดยจะเพิ่มเครื่องมือทางการแพทย์รุ่นใหม่ เพิ่มผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ และปรับปรุงการบริการให้ดีกว่าเดิม ซึ่งตั้งเป้าหมายภายใน 3 ปี สัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติอยู่ที่ 50% และผู้ป่วยไทย 50%
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11571</URL_LINK>
                <HASHTAG>BDMS, กรุงเทพดุสิตเวชการ, จีน, ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ, โรงพยาบาลเด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b272f8ec7269.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
