<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116833</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลตัดสินกทม.ผิด สร้างลิฟต์BTSช้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; (กทม.) ชดใช้ค่าเสียหาย กรณีจัดทำลิฟต์และอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการที่สถานีขนส่งรถไฟฟ้า BTS จำนวน&amp;nbsp; 23 สถานี ไม่แล้วเสร็จภายในเวลาที่ศาลปกครองสูงสุดกำหนดในคำพิพากษา ในคดีหมายเลขแดงที่ อ.650/2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้ กทม.ชดใช้ค่าเสียหายจากกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างลิฟต์และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการที่สถานีขนส่งรถไฟฟ้า BTS ให้แก่ผู้ฟ้องคดีเฉพาะรายที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร อันเป็นท้องที่จังหวัดเดียวกับท้องที่ที่ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (รถไฟฟ้า BTS) ตั้งอยู่ เป็นเงินจำนวนรายละ 5,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินค่าเสียหาย นับถัดจากวันฟ้องถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และดอกเบี้ยตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ ให้ชำระให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากศาลฯ เห็นว่า แม้ในการดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายแดงที่ อ.650/2557 กทม.จะประสบกับปัญหาและอุปสรรคหลายประการ และมีเหตุผลเพียงพอจะรับฟังได้ว่า บางสถานีและการก่อสร้างลิฟต์ในบางจุดมีข้อจำกัด รวมทั้งจะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการให้ครบถ้วนตามคำพิพากษาดังกล่าว อีกทั้ง กทม.ได้พยายามปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเรื่อยมาก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาวันที่พ้นกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดจนถึงปัจจุบันแล้ว ระยะเวลาได้ล่วงเลยมากว่า 5 ปี ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่ล่าช้าเกินสมควร และความล่าช้าดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของ กทม. ซึ่งเป็นเรื่องที่ กทม.สามารถที่จะเร่งรัดให้เป็นไปโดยรวดเร็วขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบกับคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีดังกล่าวได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า การจัดให้มีอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกโดยตรงแก่คนพิการ รวมทั้งสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่ามีอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกโดยตรงแก่คนพิการที่สถานีขนส่งและรถรางนั้นอยู่ในวิสัยที่ กทม.จะดำเนินการได้ อีกทั้งเป็นกรณีที่ กทม.พึงคาดหมายได้ว่า หากการดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ย่อมส่งผลให้คนพิการรวมถึงผู้ฟ้องคดีหลายรายยังคงต้องประสบกับอุปสรรคและไม่ได้รับความสะดวกตามสมควรในการใช้บริการรถไฟฟ้า BTS ต่อไป กรณีจึงถือได้ว่า กทม.ปฏิบัติหน้าที่ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดล่าช้าเกินกว่าที่กำหนดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ตั้งแต่พ้นกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีหมายเลขแดงที่ อ.650/2557 จนถึงวันฟ้องคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีบางรายมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร อันเป็นท้องที่เดียวกับท้องที่ที่ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครตั้งอยู่ ฉะนั้น การที่ กทม.ปฏิบัติหน้าที่ตามคำพิพากษาศาลฯ ล่าช้าเกินกว่าที่กำหนด จึงส่งผลโดยตรงให้ผู้ฟ้องคดีดังกล่าวซึ่งล้วนแต่มีความพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย และผู้สูงอายุ ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ต้องประสบกับอุปสรรคและไม่ได้รับความสะดวกตามสมควรในการใช้บริการระบบรถไฟฟ้าฯ ซึ่งเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกหรือบริการสาธารณะเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป กรณีจึงถือได้ว่า การกระทำของ กทม.ดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิของผู้ฟ้องคดีในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากระบบขนส่งมวลชนที่พิพาทซึ่งเป็นบริการสาธารณะ อันเป็นสิทธิที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายให้ความคุ้มครองไว้ ดังนั้น การที่ กทม. ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลไม่แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา จึงครบองค์ประกอบของการกระทำละเมิดตามมาตรา 420&amp;nbsp; แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยถือเป็นการกระทำละเมิดอันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติล่าช้าเกินสมควรและต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายต่อผู้ฟ้องคดีเฉพาะรายดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีผู้ฟ้องคดีรายที่มิได้มีภูมิลำเนาในท้องที่จังหวัดเดียวกับท้องที่ที่ระบบขนส่งมวลชนที่พิพาทตั้งอยู่ โดยไม่ได้พิสูจน์ให้ศาลเห็นว่ามีพฤติการณ์พิเศษอื่นใดที่ทำให้ผู้ฟ้องคดีดังกล่าวได้รับความเสียหายจากการไม่อาจเข้าถึงหรือใช้ประโยชน์จากระบบขนส่งมวลชนที่พิพาท&amp;nbsp; กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่า การกระทำของ กทม.ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิของผู้ฟ้องคดีกลุ่มนี้แต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116833</URL_LINK>
                <HASHTAG>BTS, กรุงเทพมหานคร, ชดใช้ค่าเสียหาย, ศาลปกครองสูงสุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de5f1ecda590.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 08:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 08:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นปิดฉากคดีกทม.ละเมิดคนพิการไม่สร้างลิฟท์ใน23สถานี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;วันนี้ในเวลา 09.50 น.ที่ห้องพิจารณาคดี 9 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำ 990/2561 คดีหมายเลขแดงที่ 226/2562 ระหว่าง นายธีรยุทธ สุคนธวิท ที่ 1 กับพวกรวม 430 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับกรุงเทพมหานคร (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายธีรยุทธฟ้องว่า กทม.กระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี กรณีผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการจัดทำลิฟท์และอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกที่สถานีขนส่งรถไฟฟ้า จำนวน 23 สถานี และจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกบนรถไฟฟ้าสำหรับคนพิการ ไม่แล้วเสร็จครบถ้วนตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ.650/2557 ทำให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นคนพิการต้องขาดประโยชน์ในการใช้บริการรถไฟฟ้าดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากศาลฯ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลปกครองสูงสุดได้มี
คำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ อ.650/2557 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2558 ให้ผู้ถูกฟ้องคดีจัดทำลิฟท์และอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกที่สถานีรถไฟฟ้าทั้ง 23 สถานี ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษา จึงเป็นกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับดังกล่าวให้เสร็จสิ้นภายในวันที่
21 มกราคม 2559 โดยมีข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ถูกฟ้องคดีได้จัดทำลิฟต์รับ - ส่งคนพิการ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยตรงแก่คนพิการในสถานีขนส่งบางแห่งแล้ว อันเป็นกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีมิได้ละเลยต่อหน้าที่ในการปฏิบัติตามคำพิพากษา แต่เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีมิได้จัดทำให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 21 มกราคม 2559 จึงเป็นกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายล่าช้าเกินสมควร จึงก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิของผู้ฟ้องคดีที่ต้องได้รับความช่วยเหลือในเรื่องเช่นว่านี้จากรัฐ และนับแต่วันที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา ผู้ถูกฟ้องคดีได้ดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งลิฟต์สำหรับคนพิการเพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษา แต่ระหว่างการดำเนินการผู้ถูกฟ้องคดีต้องประสบปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน ทำให้การก่อสร้างและติดตั้งลิฟต์มีความล่าช้า จึงเป็นเหตุให้ก่อสร้างและติดตั้งลิฟต์ได้เพียง 18 สถานี โดยผู้ถูกฟ้องคดีรายงานผลการดำเนินการพร้อมปัญหาอุปสรรคให้สำนักบังคับคดีปกครอง สำนักงานศาลปกครองทราบเป็นระยะๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเหตุดังกล่าวมิได้เกิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ถูกฟ้องคดี จึงไม่ครบองค์ประกอบตามกฎหมายอันจะถือได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีดังกล่าว ตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีดังกล่าว ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ผู้ฟ้องคดีจึงยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นต่อศาลปกครองสูงสุด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116744</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพมหานคร, การกระทำละเมิด, นายธีรยุทธ สุคนธวิท, ศาลปกครองกลาง, ศาลปกครองสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a624f00a54d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 17:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 17:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ท่องเที่ยวฯ จ่อคุย &#039;ผู้ว่าอัศวิน&#039; หาทางเปิดกทม. 1 ต.ค.นี้ หลังฉีดวัคซีนเกือบครบแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.64 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เต็มคณะ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบถึงแนวทางการเปิดประเทศ โดยระบุว่า แนวทางการเปิดประเทศจะพิจารณาเปิดเป็นรายจังหวัด และอยากจะให้มีการเปิดในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.ค. รวมถึงต้องการจะเปิด กทม. เนื่องจากในพื้นที่ กทม. มีการฉีดวัคซีนเกือบครบแล้ว โดยในเวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ก.ย. จะเดินทางไปพบ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อสอบถามถึงความเป็นไปได้ในการเปิด กทม.ว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ อย่างไร โดยเฉพาะเราได้เห็นจาก จ.ภูเก็ต ว่าเป็นไปด้วยดี มีนักท่องเที่ยวต่างชาติติดเชื้อน้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116693</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพมหานคร, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, พิพัฒน์ รัชกิจประการ, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_614022d3c2f05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำไว้!หน่วยตรวจโควิดเชิงรุกในกทม.เดือนกันยายน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.2564 - เพจศูนย์ข้อมูล COVID-19 โพสต์กราฟฟิกพร้อมเนื้อหาว่า หน่วยบริการตรวจเชิงรุกโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร วันที่ 1-30 กันยายน 2564 ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กลุ่มกรุงเทพกลาง ที่ ลานกีฬาพัฒน์ 2 ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี 2.กลุ่มกรุงเทพเหนือ ที่ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคารจอดรถ (อาคารจอดรถ เขตหลักสี่) 3.กลุ่มกรุงเทพตะวันออก ที่ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เขตมีนบุรี 4.กลุ่มกรุงเทพใต้ ที่ วัดด่าน แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา 5.กลุ่มกรุงธนเหนือ ที่ ลานใต้สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด และ 6.กลุ่มกรุงธนใต้ ที่ ตลาดบางแคภิรมย์ เขตบางแค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนที่จะไปตรวจทั้ง 6 จุด ขอให้เตรียมบัตรประจําตัวประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา 2 ใบ และปากกาส่วนตัวเพื่อเลี่ยงการสัมผัสสิ่งของร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มา : กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ #ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19 #ศูนย์ข้อมูลCOVID19&amp;nbsp;#ฉีดวัคซีนหยุดเชื้อเพื่อชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115245</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราฟฟิก, กรุงเทพมหานคร, เพจศูนย์ข้อมูล COVID-19, โควิด-19, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612ef7c047b04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2021 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.รายงานผลการให้บริการวัคซีน ฉีดแล้ว 7,222,620 โดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.64 - กรุงเทพมหานคร รายงานผลการให้บริการวัคซีน COVID-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ข้อมูล ณ วันที่ 14 ส.ค.64 เวลา 08.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอดผู้รับวัคซีนเพิ่ม 87,373 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอดผู้รับวัคซีนสะสม 7,222,620 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 รวม 5,849,159 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 รวม 1,263,164 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 รวม 110,297 ราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113237</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพมหานคร, ฉีควัคซีน, วัคซีนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210814/image_big_61173786b73ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 21:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม. ออกประกาศสั่งปิดสถานที่ ให้จัดระบบขายอาหารแบบเดลิเวอรี่ภายในห้าง จนถึง 31 ส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.64 -&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร ออกประกาศเรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 39 ) เนื้อหามีรายละเอียดว่า&amp;nbsp;ด้วยได้มีการประกาศใช้ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 30) ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2564 โดยจำเป็นต้องบังคับใช้บรรดามาตรการข้อห้าม และข้อปฏิบัติต่างๆ อย่างเข้มงวดกวดขัน เพื่อการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องออกไปอีกช่วงระยะเวลาหนึ่งและยกระดับบางมาตรการเพื่อให้การควบคุมการระบาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันมิให้การระบาดเพิ่มความรุนแรงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากการที่ใด้ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้างในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดแบบกลุ่มก้อน โดยปิดสถานที่ก่อสร้างและบริเวณที่พักอาศัยชั่วคราวสำหรับคนงาน ตลอดจนได้มีการกำหนดมาตรการปิดสถานที่หรือกิจการที่มีความเสี่ยงบางกรณี เพื่อประโยชน์ในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งผลการดำเนินการในช่วงเวลาที่ผ่านมาปรากฏว่า ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการและผู้รับผิดชอบในการปรับปรุงสถานที่พักคนงานและการสุขาภิบาลให้ถูกสุขสักษณะ การปรับปรุงสถานประกอบกิจการและเตรียมมาตรการด้านป้องกันและควบคุมโรค รวมทั้งการกำกับติดตามให้เป็นไปตามมาตรการที่ทางราชการกำหนดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงสมควรปรับการบังคับใช้บางมาตรการต่อกลุ่มบุคคล สถานที่ และกิจการ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมแต่ยังคงให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและกำกับติดตามการป้องกันและควบคุมโรคตามที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัดต่อไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด กำหนดให้บรรดามาตรการ ข้อห้าม และข้อปฏิบัติสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนด(ฉบับที่ 28) ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2564 และมาตรการควบคุมบูรณาการเร่งด่วนสำหรับสถานที่ กิจการหรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยง รวมถึงบรรดามาตรการ หลักเกณฑ์ หรือแนวปฏิบัติที่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบได้กำหนดขึ้นภายใต้ข้อกำหนดดังกล่าวเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดนี้ยังคงใช้บังคับต่อเนื่องออกไป สำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดทุกจังหวัด จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ให้ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าคอมมูนิตี้มอลส์หรือสถานประกอบกิจการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน เปิดดำเนินการได้จนถึงเวลา 20.00 น. โดยให้ดำเนินการได้เฉพาะการจำหน่ายในรูปแบบการสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มผ่านการบริการขนส่งอาหาร (Food Delivery Senvice) เท่านั้น โดยไม่มีการจำหน่ายแก่ผู้บริโภคโดยตรงเพื่อลดการติดต่อระหว่างผู้จำหน่ายกับผู้บริโภคจำนวนหลายคนและต้องดำเนินการภายใด้เงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบ ระเบียบ และมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 35 (1) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ประกอบกับข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 28) ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2564 และ (ฉบับที่ 30) ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ตามมติที่ประชุมจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ให้ปิดสถานที่และให้ดำเนินการตามที่ระบุไว้ในประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 32) ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2564 (ฉบับที่ 34) ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2564 (ฉบับที่ 35) ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 (ฉบับที่ 36) ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2564 (ฉบับที่ 37) ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 และ (ฉบับที่ 38) ลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับประกาศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ให้ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบกิจการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน เปิดดำเนินการได้จนถึงเวลา 20.00 น. โดยให้ดำเนินการได้เฉพาะการจำหน่ายในรูปแบบการสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มผ่านการบริการขนส่งอาหาร (Food Delivery Service) เท่านั้น โดยไม่มีการจำหน่ายแก่ผู้บริโภคโดยตรงเพื่อลดการติดต่อระหว่างผู้จำหน่ายกับผู้บริโภคจำนวนหลายคนและต้องดำเนินการภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบ ระเบียบ และมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้ผู้จัดการหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบกิจการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน จัดให้มีระบบการคัดกรองและตรวจสอบการลงทะเบียนผู้ขนส่งอาหาร ก่อนเข้าภายในอาคารหรือพื้นที่ การจัดระบบคิวและกำหนดพื้นที่เป็นการเฉพาะสำหรับรอคิว มีบริเวณพักคอย ซึ่งมีการเว้นระยะห่างระหว่างที่นั่งหรือยืนที่เหมาะสม และต้องกำกับดูแลให้มีการดำเนินมาตรการดังกล่าว รวมถึงมาตรการด้านสาธารณสุขอื่น ๆ ตามที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ให้พื้นที่หรือสถานที่ก่อสร้าง ดัดแปลงหรือรื้อถอนอาคาร สถานที่พักอาศัยชั่วคราวสำหรับแรงงาน งานก่อสร้าง และการเดินทางเคลื่อนย้ายแรงงาน ซึ่งได้เคยมีประกาศหรือคำสั่งให้ปิดสถานที่หรือหยุดการดำเนินการตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 34) ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2564 หรือเคยได้รับการผ่อนคลายแบบมีเงื่อนไข ตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 35) ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 แต่ต่อมาสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ตามมาตรฐานทางสาธารณสุข หรือได้ดำเนินการแก้ไขเพื่อให้สถานที่มีสภาวะที่ถูกสุขลักษณะแล้ว เปิดหรือดำเนินการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายใต้หลักเกณฑ์ มาตรการ และแนวทางกำกับติตตามประเมินผลที่กระทรวงสาธารณสุขหรือทางราชการกำหนด ซึ่งรวมถึงการดำเนินมาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ (Bubble and Seal) เพื่อป้องกันการระบาดในแรงงานก่อสร้าง และเมื่อเกิดการระบาดในพื้นที่ต้องมีการปรับระดับความเข้มข้นของมาตรการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังคงให้ดำเนินกิจการต่อไปภายใต้มาตรการการเดินทางเคลื่อนย้ายระหว่างที่พักและสถานที่ทำงานภายใต้การกำกับควบคุม (Seated Route) มีการบริหารจัดการในการแยกผู้ติดเชื้อ ผู้สัมผัสใกล้ชิด ผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ และกลุ่มเปราะบาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข รวมทั้งมีการจัดเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่ที่สถานที่ตั้งอยู่แจ้งเจ้าของสถานที่ที่สามารถเปิดดำเนินการได้ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามอาจมีความผิด ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตาม มาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชนหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้ง ตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2564 จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111999</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กรุงเทพมหานคร, ล็อกดาวน์, สั่งปิดสถานที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_6107fa79a0439.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มีผล 23 กรกฎา &#039;กทม.&#039; ประกาศปิดสถานที่กิจการ 10 ประเภท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.64 - กรุงเทพมหานคร แจ้งว่า สั่งปิดสถานที่หรือกิจการเพิ่มเติม 10 ประเภท เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด &amp;ndash; 19 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. สนามกีฬาทุกประเภท&amp;nbsp;
2. สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ต่าง ๆ
3. ลานกีฬา&amp;nbsp;
4. ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม และสถานที่จัดนิทรรศการ&amp;nbsp;
5. ศูนย์การเรียนรู้ และหอศิลป์
6. ห้องสมุดสาธารณะ&amp;nbsp;
7. พิพิธภัณฑ์&amp;nbsp;
8. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน
9. ร้านเสริมสวย ร้านตัดผม ร้านทำเล็บ และร้านสัก
10. สระน้ำเพื่อการเล่นกีฬา สระว่ายน้ำสาธารณะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสถานที่ตามข้อ 1 - 8 &amp;nbsp;ให้ใช้เพื่อให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขอื่น ๆ ของภาครัฐได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค. 64 จนถึงวันที่ 2 ส.ค. 64 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น
ประกาศ ณ วันที่ 21 ก.ค. 64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110655</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพมหานคร, ปิดกิจการ, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b48a1b66bb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
