<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>18-22ส.ค.ฝนหนัก หลายภาครวมกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เตือนในรอบสัปดาห์ยังมีฝนตกหนักตั้งแต่ภาคเหนือ อีสานตอนบน ภาคกลางและตะวันออก กทม.และปริมณฑลโอกาสมีฝนร้อยละ 60
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายลักษณะอากาศในรอบสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 16 สิงหาคม 2563-22 สิงหาคม 2563 ดังนี้ ในช่วงวันที่ 16-17 ส.ค.63 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยจะมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำยังคงปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีการกระจายของฝนมากกว่าภาคอื่นๆ ส่วนในช่วงวันที่ 18-22 ส.ค.63 ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศจีนตอนใต้ เวียดนามและลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 18-22 ส.ค.63 ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลาง และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศในรอบ 7 วัน ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 20-22 ส.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 16-17 ส.ค.63 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ในช่วงวันที่ 18-22 ส.ค.63 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 20-22 ส.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 20-22 ส.ค. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ตลอดช่วง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 16-17 ส.ค. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ในช่วงวันที่ 18-22 ส.ค.63 ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 20-22 ส.ค. อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74632</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ฝนฟ้าคะนอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200816/image_big_5f39353fcbf2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2020 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2020 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.-ปริมณฑลค่าฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.63-กรมควบคุมมลพิษ รายงานข้อมูลคุณภาพอากาศ เวลา 15.00 น. ระบุว่า ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร จำนวน 60 สถานี ตรวจวัดค่าได้ 15 - 40 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม) ปริมาณฝุ่นละอองในภาพรวมมีแนวโน้มลดลงจากช่วงเที่ยง โดยพบปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ ประชาชนสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้ง ได้ตามปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คพ. จะรายงานสถานการณ์และแจ้งประสานข้อมูล ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ควบคุมกำกับ ดูแล ภารกิจตามมาตรการ &amp;quot;ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&amp;quot; อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58577</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมมลพิษ, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ค่าฝุ่นละออง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200301/image_big_5e5b81d78157a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 07:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 07:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาคเหนือยังมีลมหนาวส่วนคนกรุงรับข่าวดีฝุ่นลดลง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.2563- &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าระบุว่า บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นถึงหนาว สำหรับยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็งบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 2-12 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางมีอากาศเย็นในตอนเช้า ในตอนกลางวันท้องฟ้าโปร่งกับมีแสงแดดจัด ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นไว้ด้วย &amp;nbsp;ฝุ่นละออง ในระยะนี้ บริเวณภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ลมที่พัดปกคลุมบริเวณดังกล่าวมีกำลังแรง ทำให้ฝุ่นละออง/หมอกควันลดลง ส่วนบริเวณภาคเหนือ อากาศยกตัวได้ไม่ดีในตอนเช้า ทำให้มีการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควัน เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่คลื่นอากาศในกระแสลมฝ่ายตะวันตกที่เคลื่อนผ่านภาคเหนือเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ยังคงทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 10-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและเทือกเขาสูง มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 5-10 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นถึงหนาว โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งทางตะวันออกของภาค&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด 14-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภู มีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 19-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) เมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55753</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ฝุ่นละออง, พยากรณ์อากาศ, ภาคกลาง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ภาคเหนือ, หมอกควัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e30cf347073f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ฝนตกเมืองกรุง-ปริมณฑลช่วยค่าฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.62-กรมควบคุมมลพิษ รายงานคุณภาพอากาศประจำวันที่ 28 ตุลาคม 2562 เวลา 7.00 น. ระบุว่า คุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร พบปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 13-39 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกสถานี (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) โดยในเช้าวันนี้ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก ถึง ปานกลาง พื้นที่มีคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดีมาก 38 สถานี ระดับดี 6 สถานี และระดับปานกลาง 1 สถานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องมาจาก เกิดฝนตกในตอนกลางคืนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลให้ปริมาณฝุ่นละอองในบรรยากาศเจือจางลง โดยกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในวันนี้ว่า มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ลักษณะเช่นนี้อาจทำคุณภาพอากาศดีขึ้น ปริมาณฝุ่นละอองในบางพื้นที่จะลดลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48985</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM2.5, กรมควบคุมมลพิษ, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ค่าฝุ่นละออง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db647c5a6fd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2019 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2019 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯเตือน13-15ต.ค.ทั่วไทยสภาพอากาศแปรปรวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.2562- &amp;nbsp;น.ส.กรรวี สิทธิชีวภาค รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง &amp;quot;สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 13 - 15 ตุลาคม 2562) &amp;quot; &amp;nbsp;ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2562 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 13 - 15 ตุลาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่และมีลมกระโชกแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หลังจากนั้นประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง โดยบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวนเนื่องจากฝนตกหนักกับลมกระโชกแรงและอุณหภูมิลดลง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในระยะนี้ไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้ วันที่ 13 ตุลาคม 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนักกับมีลมกระโชกแรง ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มหาสารคาม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง: จังหวัดชัยนาท นครสวรรค์ อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด และภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงวันที่ 14-15 ตุลาคม 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนักกับมีลมกระโชกแรง ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก ภาคกลาง: จังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลภาคตะวันออก: จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด และภาคใต้: จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนในช่วงวันที่ 13-15 ตุลาคม 2562 ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงในระยะแรก หลังจากนั้นจะมีฝนลดลง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47925</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, น.ส.กรรวี สิทธิชีวภาค, ภาคกลาง, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ภาคเหนือ, รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา, สภาพอากาศแปรปรวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191013/image_big_5da2854e4cdab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2019 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2019 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯคาดฝนยังกระหน่ำหลายพื้นที่กทม.ไปไหนต้องพกร่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.2562 - &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์ลักษณะอากาศทั่วไปใน 24 ชั่วโมงข้างหน้าระบุว่า บริเวณภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ รายภาคนั้น ภาคเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;
ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ &amp;nbsp;ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;
อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45781</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ฝนฟ้าคะนอง, พยากรณ์, ภาคกลาง, ภาคตะวันออก, ภาคใต้, ลักษณะอากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190915/image_big_5d7dac681f6d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝุ่นสู่โซนอันตรายกทม.ขอฝนหลวง พบค่าเพิ่มสูงทุกพื้นที่ อัศวินตั้งกก.แก้ปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อากาศเมืองกรุงและปริมณฑลย่ำแย่หนัก ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน อยู่ในโซนอันตรายสีแดง-มีผลกระทบต่อสุขภาพ ขณะที่โซนสีส้ม-เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ก็คลุมพื้นที่หลายเขต ผู้ว่าฯ กทม.สั่งตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ 50 เขตระดมล้างถนน ตรวจสอบการก่อสร้างรถไฟฟ้าแหล่งก่อมลพิษ พร้อมประสานทำฝนหลวงสลายฝุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ตรวจวัดสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล วันที่ 13 มกราคม 2562 ภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 57-99 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มค.ก./บม.ม.) ปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มสูงขึ้นทุกพื้นที่ โดยเฉพาะเกินค่ามาตรฐานจนมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) บริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน อยู่ที่ 91 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ ต.นครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม อยู่ที่ 99 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เนื่องจากอากาศยังคงลอยตัวไม่ดี สภาพอากาศปิด มีเมฆเป็นส่วนมาก มีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาหลายพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยฝุ่นละอองเกินมาตรฐานจนเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพบริเวณแขวงบางนา เขตบางนา, แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ, แขวงดินแดง เขตดินแดง, ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน, ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี, ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง, ริมถนนดินแดง เขตดินแดง, แขวงพญาไท เขตพญาไท, แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง, ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี, ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี, ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ, ต.ตลาด อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ, ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ, ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ, ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร และริมถนนคู่ขนานพระราม 2 อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ตรวจพบค่าระหว่าง 78-157 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐานบริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน สูงสุดอยู่ที่ 157 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, ริมถนนดินแดง เขตดินแดง, ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี, ต.ทรง
คนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าคุณภาพอากาศในวันที่ 14 มกราคม 2562 จะอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพต่อเนื่อง และจากโมเดลพยากรณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาช่วงวันที่ 13-14 มกราคม สภาพอากาศยังคงลอยตัวไม่ดี และอากาศค่อนข้างปิด ซึ่ง คพ.ได้ประสานกรุงเทพมหานคร และ 5 จังหวัดปริมณฑล ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ปัญหา PM 2.5 ต่อเนื่อง โดยกรุงเทพมหานครได้เร่งคืนพื้นที่ผิวจราจรจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าเพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัด สาเหตุหนึ่งของการเพิ่มขึ้นของฝุ่นละออง รวมทั้งกรุงเทพมหานครยังได้มีคำสั่งให้ทุกเขตกวาดล้างถนนอย่างเข้มงวดทุกวัน พร้อมทั้งจัดอุปกรณ์ฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง ตรวจวัดควันดำและรณรงค์ลดฝุ่นละอองจากการก่อสร้างที่สำคัญ ประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตรที่ตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เพื่อพร้อมปฏิติการในวันที่มีสภาพอากาศเอื้ออำนวยด้วยการทำฝนเทียม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบ Realtime ได้ทางแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ air4thaihttps://m.facebook.com/story.phpstory_fbid=2008951235854920&amp;amp;id=174094709340591
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานในพื้นที่ กทม.ว่า ผู้ว่าฯ กทม.ได้สั่งการตั้งคณะทำงานติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยกำหนดมาตรการแก้ปัญหาระยะสั้น สั่งการทั้ง 50 เขตดำเนินการหาแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง พร้อมลงพื้นที่ล้างทำความสะอาดถนน ห้ามประชาชนเผาขยะหรือหญ้าแห้งในพื้นที่โล่งแจ้ง ตลอดจนส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ควบคุมการก่อสร้างต่างๆ ทั่วกรุง ทั้งระบบสาธารณูปโภค โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าทุกสาย ซึ่งผู้รับเหมาต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 พร้อมประสานกองบังคับการตำรวจจราจร กรมการขนส่งทางบก ตรวจจับรถยนต์ควันดำ และห้ามติดเครื่องยนต์ขณะจอดรถ ซึ่งทุกหน่วยงานควรบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการระยะยาว กทม.ประชุมร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ ในการปรับปรุงคุณภาพรถยนต์ที่สามารถรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงเผาไหม้ด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้น โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่ง ขสมก.ผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะ ควรปรับเปลี่ยนระบบเครื่องยนต์ด้วยเช่นกัน พร้อมกับพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้เชื่อมโยง เพื่อให้ประชาชนหันมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนบุคคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุรพงษ์ สารปะ โฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า จากการตรวจสอบสภาพหมอกควันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีส่วนประกอบทั้งจากค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานและหมอก ซึ่งต้องยอมรับว่าพื้นที่กรุงเทพฯ ในปัจจุบันมีโครงการก่อสร้างเป็นจำนวนมาก มีการเผาขยะ ประกอบกับสภาพอากาศในฤดูหนาวที่ค่อนข้างแห้ง ทำให้อากาศด้านบนกดไม่ให้อากาศด้านล่างลอยตัวขึ้นไป ส่งผลให้เกิดการสะสม และเมื่ออากาศอ่อนตัวลง ในช่วงเช้าจะทำให้เกิดหมอก โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ชานเมืองที่มีความชื้นมาก ทำให้เกิดการจับตัวกับฝุ่นละอองที่เป็นควันแขวนลอย ส่งผลให้มีสภาพอากาศขมุกขมัว แต่ในช่วงสาย หมอกจะหายไปเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทวิตเตอร์ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ประเทศไทย) องค์กรรณรงค์อิสระระดับโลก เปิดเผยสถิติการจัดอันดับเมืองหลวงที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก ระบุว่า กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ติดอันดับ 9 ในจำนวน 10 อันดับเมืองหลวงที่คุณภาพอากาศเลวร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอันดับ 1 ได้แก่ นิวเดลี ประเทศอินเดีย อันดับ 2 ธากา ประเทศบังกลาเทศ อันดับ 3 โกกาตา ประเทศอินเดีย อันดับ 4 เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน อันดับ 5 กาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล อันดับ 6 อูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย อันดับ 8 หูอัน ประเทศจีน อันดับ 9 กรุงเทพฯ ประเทศไทย และอันดับ 10 ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26455</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ตรวจวัดสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก, หนังสือพิมพ์, โซนอันตรายสีแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190113/image_big_5c3b3cdaef4c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
